‘อุโมงค์สวยสุดในไทย’ ‘จังหวัดเชียงใหม่’ เปิดใช้ ‘ทางลอดฟ้าฮ่าม’ แล้ววันนี้ บอกเลยคุ้มค่ากับการรอ (คลิป-ชมภาพ)

0
211

วันนี้เปิดใช้ “ทางลอดฟ้าฮ่าม” ถาวร!! ให้รถวิ่งได้เต็มระบบ กรมทางหลวงจัดให้!! มอบเป็นของขวัญในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง วันที่ 10 เม.ย. 61 ที่บริเวณภายในทางลอดฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ นายรัฐพงษ์ เลิศสุวรรณไพศาล นายช่างโครงการก่อสร้างทางลอดที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 รวมสะพานข้ามแม่น้ำปิง กรมทางหลวง

คลิป

กล่าวถึงการจะเปิดให้ใช้ทางลอดฟ้าฮ่ามพร้อมทั้งสะพานข้ามแม่น้ำปิงต่อเนื่องถึงผิวทางของทางหลวงหมายเลข 1 ตั้งแยกข่วงสิงห์ถึงแยกศาลเด็กเต็มทั้งระบบ ว่า จุดนี้ ณ เวลานี้มีชื่ออย่างเป็นทางการแล้วว่า ทางลอดฟ้าฮ่าม แต่เดิมชื่อเรียนบริเวณนี้คือ แยกแม่โจ้ เนื่องจากทางหลวงหมายเลข 11 กับหมายเลข 1001 ที่จะไปอำเภอพร้าว แต่ว่าการก่อสร้างหรือจุดบริเวณนี้อยู่ในพื้นที่ ต.ฟ้าฮ่าม

ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ จึงมีการปรับเปลี่ยนเป็นทางลอดฟ้าฮ่าม ส่วนด้านบนทางลอดซึ่งยังคงสภาพเป็นทางแยกก็เปลี่ยนชื่อเป็น ทางแยกฟ้าฮ่าม ด้วย รวมถึงสะพานข้ามแม่น้ำปิงก็จะเปลี่ยนชื่อเป็น ขัวหลีเวียงพิงค์ ซึ่งแต่เดิมคือ สะพานป่าตัน “ในส่วนของการก่อสร้างนับถึงวันนี้ผลงานการก่อสร้างรวมอยู่ที่ 98-99 เปอร์เซ็นต์ ในวันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.)

หลังเวลา 12.00 น. กรมทางหลวงจะทำการเปิดการจราจรเต็มระบบ ครบตามรูปแบบที่มีการก่อสร้างทั้งหมด คือในส่วนทางลอดซึ่งมี 6 ช่องทางจราจรจะเป็นทั้งหมดทุกช่อง ด้านบนด้านละ 3 ช่องทางจราจรก็จะเปิดทั้งหมดเช่นกัน รวมถึงสะพานทั้ง 4 ตัว ซึ่งเป็นสะพานที่ก่อสร้างใหม่ 2 ตัว สะพานเก่าอีก 2 ตัว จะเปิดให้ใช้ทั้งหมด ภายในคืนนี้ในส่วนที่ยังมีการก่อสร้างซึ่งเป็นงานตกแต่งในส่วนที่เหลือ

จะถูกเก็บออกจากจุดก่อสร้างทุกจุดทั้งหมด ตั้งแต่จุดก่อสร้างทางลอด จุดก่อสร้างสะพาน ส่วนขยายถนนทุกช่องทางยาวไปถึงแยกข่วงสิงห์ จะเปิดให้สัญจรหรือใช้งานได้ทุกช่องทางจราจร” นายช่างโครงการฯ กล่าว นายรัฐพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้งานทั้งหมดยังแล้วเสร็จไป 100 เปอร์เซ็นต์ แต่งานที่เหลือนั้นมีปริมาณที่น้อยมากใช้เวลาในการเก็บเนื้องานอีกระยะหลังผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว

ในการเปิดให้ใช้ผิวทางเต็มระบบในวันพรุ่งนี้ เมื่อเปิดแล้วจะเป็นการเปิดให้ใช้ถาวรตลอดไป จะมีบ้างที่อาจะปิดบางช่องทาง เพื่อเก็บงานที่ตกค้าง เป็นการเก็บรายละเอียดงาน ที่วางแผนไว้อาจจะมีการเปิดโดยผู้ใหญ่-ผู้บริหารระดับสูงของกรมฯ ก็อาจจะปิดอีกครั้งเพื่อประกอบพิธีอย่างเป็นทางการ สำหรับการใช้ทางจะมีช่องการเดินรถทั้งสิ้น 12 ช่องทางจราจร วิ่งสวนกันแยกชัดโดยใช้แบริเออร์กั้น

แยกเด็ดขาดทั้งทางในพื้นราบและทางลอด ส่วนทางลอดใต้สะพานที่เชื่อมระหว่างฝั่งซ้ายและขาวของทางหลัก ทางลอดฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงซึ่งเชื่อมฝั่งวัดฟ้าฮ่ามกับฝั่งเทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม ตั้งแต่ปากซอยของทั้งฝากเปิดให้วิ่งสวนทางกันได้ หากแต่ทางที่จะออกไปหาทางหลักจะกำหนดให้เดินรถทางเดียว โดยฝั่งขาเข้าเมืองหรือฝั่งซ้ายของทางรถจะวิ่งเข้าได้เท่านั้น

ส่วนฝั่งขวาหรือฝั่งเทศบาลตำบลฟ้าฮ่ามจะเปิดให้เดินรถออกสู่ทางหลักได้เท่านั้น “เช่นเดียวกับทางลอดสะพานฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงจะจัดการจราจรเช่นเดียวกัน โดยซ้างของทางจะเปิดให้รถวิ่งสวนทางกันถึงซอยข้างร้านจือฮะพานิช ถัดจากนั้นจะจัดเป็นวันเวย์วิ่งออกไปทางการประปาเชียงใหม่ อีกฝั่งหรือทางขวาของทางจะเปิดให้วิ่งสวนกันได้ตั้งแต่ซอยหน้าวัดป่าตันเข้ามาทางแม่น้ำปิง

ส่วนที่เชื่อมเข้ามาจากทางหลักที่มาจากการไฟฟ้าก็จะจัดเป็นวันเวย์ เข้าได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ ทางเข้าออกจากซอยทั้ง 2 ฝั่งจะแคบ ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อีกประการรถที่จะลอดให้สะพานทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำปิง เป็นรถที่มีความสูงไม่เกิน 2.80 เมตร ซึ่งหลังจากเทศกาลสงกรานต์จะมีการติดตั้งโครงเหล็กขนาดใหญ่กั้นก่อนจะเข้าทางลอดใต้สะพาน

พร้อมระบุความสูงของรถที่จะลอดได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน” นายรัฐพงษ์ เลิศสุวรรณไพศาล นายช่างโครงการฯ กล่าว ทั้งนี้รายละเอียดของโครงการก่อสร้าง จะเริ่มตั้งแต่ กม.93+960 ถึง กม.97+000 รวมระยะทาง 3 กิโลเมตรเศษ เป็นสัญญาที่ สส8/2558 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2558 เริ่มต้นสัญญา 19 มีนาคม 2558 สิ้นสุดสัญญา 2 มีนาคม 2560 รวมเวลา 1,080 วันเกือบ 3 ปีขาดอีก 10 วัน โดยโครงการนี้มีมูลค่างานตามสัญญา

ทั้งหมด 1,172,771,000 บาท (หรือพันกว่าล้าน) หากผู้รับเหมาไม่สามารถส่งมอบผลงานให้ตามสัญญา จะมีค่าปรับวันละ 2,931,927.50 บาท โดยบริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้มีผลงานก่อสร้างทั้งอุโมงค์ทางลอด และสะพานขนาดใหญ่หลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับจ้าง ส่วนการออกแบบ เป็นของสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง และควบคุมการก่อสร้างโดยสำนักก่อสร้างสะพานของกรมทางหลวง
ส่วนลักษณะโครงการ ประกอบด้วย

1. งานก่อสร้างทางลอด(อุโมงค์) ที่สามแยกแม่โจ้(เทพปัญญา)
2.งานก่อสร้าง และขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิง (ป่าตัน)
3.งานก่อสร้างและขยายทางหลวงหมายเลข 11 ขยายช่องจราจรในทางหลักจาก 4 ช่องจราจร เป็น 6 ช่องจราจร ก่อสร้างและขยายทางคู่ขนานอย่างน้อย 3 ช่องจราจร

4.งานก่อสร้างและขยายสะพานข้ามลำลางจำนวน 2 แห่ง
5.งานอำนวยความสะดวกการจราจร
6.งานระบบระบายน้ำ
และ7.งานเบ็ดเตล็ด

งานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด จะก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 11 ขนาด 6 ช่องจราจรไป-กลับ ด้านละ 3 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร ความสูงช่องลอด 5.90 เมตร ความกว้างรวม 31 เมตร ความยาวรวม 533 เมตร งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิง จะมีการขยายความกว้างสะพานป่าตัน จาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร ความยาว 140 เมตร งานก่อสร้างสะพานคู่ขนาน

ขนาด 2 ช่องจราจร ด้านซ้ายทางและด้านขวาทางของสะพานเดิม ขนาดช่องละ 3.50 เมตร และทางเท้าขนาด 1.50 เมตร ความยาว 160 เมตร ดยสรุปคือโครงการก่อสร้างทางลอดที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 รวมสะพานข้ามแม่น้ำปิง เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามสัญญางานเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2558 โดยจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 17 เมษายน 2561

ทั้งนี้มีการต่อสัญญาการก่อสร้างให้เนื่องจากมีการเปลี่ยนแบบก่อสร้างหลายจุด และคาดว่าจะงานทั้งหมดจะแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม 2561 โดยระยะทางในการก่อสร้างตามโครงการ ยาว 3.04 กิโลเมตร ค่างานตามสัญญา 1,172,771,000 บาท มีบริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ในส่วนของรายละเอียดโครงการ ประกอบด้วย 3 งานหลัก ได้แก่

งานก่อสร้างทางลอด (อุโมงค์) บนทางหลวงหมายเลข 11 ความกว้างรวม 31 เมตร ความยาว 533 เมตร (วัดจากจุดสูงสุดของเนินบนผิวก่อนลงทางลอด) พร้อมระบบสูบน้ำ ระบบไฟส่องสว่างที่ออกแยกไฟสำหรับกลางวันและกลางคืนออกจากกันชัดเจน มีกล้อง CCTV ในทางลอดมากถึง 18 ตัว พร้อมการตกแต่งโดยใช้ลายไทยมาประกอบผนังทางลอดและปากอุโมงค์

งานก่อสร้างและขยายความกล้าวสะพานข้ามแม่น้ำปิง โดยขยายสะพานคู่ขนานที่มีอยู่เดิมเพิ่มอีก 2 ตัว ขนาบด้านนอกของสะพานคู่ขนานเดิมทั้ง 2 ฝั่ง และงานก่อสร้าง ขยายทางหลวงหมายเลข 11 โดยขยายทางหลักจาก 4 ช่อง เป็น 6 ช่องทางจราจร รวมถึงการขยายทางคู่ขนานตลอดแนวของทางหลักที่มีการขยาย นายรัฐพงษ์ เลิศสุวรรณไพศาล หัวหน้าช่างผู้ควบคุมโครงการทางลอดหมายเลข 11

จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1001 เปิดเผยถึง ความก้าวหน้าการก่อสร้างทางลอดแม่โจ้(เทพปัญญา) โดยเริ่มสัญญาเมื่อ 9 มีนาคม 2558 วงเงินก่อสร้าง 1,172.771 บาท ระยะทาง 3.04 กิโลเมตร ขนาด 10 ช่องทางจราจร ขณะนี้ผลงานการก่อสร้างผลงานรวม 84.679% และแผนงานรวม 82.924% ซึ่งเดิมระยะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 2 มีนาคม 2561 แต่ได้มีการขยายเวลาให้กับผู้รับเหมาออกไปครั้งแรก

เนื่องจากรอให้การประปาส่วนภูมิภาคย้ายท่อประปาขนาดใหญ่โดยขยายถึงวันที่ 17 เมษายน 2561 ต่อมาทางกลุ่มรักษ์บ้าน รักษ์เมืองและทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้มีหนังสือมาถึงโครงการฯ ขอให้มีการตั้งชื่อทางลอดและสะพานใหม่ โดยให้ตั้งชื่อสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า “ขัวสรีเวียงพิงค์” (ขัว-สะ-หรี-เวียง-พิงค์) ซึ่งขัว ภาษาล้านนาหมายถึง สะพาน , สรี หมายถึง

ความสง่างาม/ความดี/ความเจริญ/ความสำเร็จ และ เวียงพิงค์ หมายถึง เมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งขอให้มีการตกแต่งสะพานด้วยศิลปกรรมล้านนา ทั้งนี้ ได้มีการแก้ไขแบบเดิมและปรับเพิ่มงบประมาณจากเดิมล้านกว่าบาทไปอีกเท่าตัว โดยสะพานที่ออกแบบใหม่ใช้งบประมาณรวม 3 ล้านกว่าบาท นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบและตกแต่งสถาปัตยกรรมล้านนาบริเวณทางลอด

ซึ่งชาวบ้านตำบลฟ้าฮ่ามและตัวแทนชุมชนได้ร้องขอให้มีการเปลี่ยนชื่อทางลอดจากทาง “ทางลอดแม่โจ้”โดยเปลี่ยนมาเป็น “ทางแยกฟ้าฮ่าม”แทน จึงได้มีการขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะพยายามเปิดให้ใช้งานอุโมงค์ทางลอดฟ้าฮ่ามทั้งสองด้าน เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในบริเวณนั้น และการก่อสร้างภายในอุโมงค์ทางลอด ซึ่งอยู่ระหว่างการตกแต่งกำลังดำเนินการอยู่ โดยคาดว่างานก่อสร้างทั้งหมดจะเสร็จทันตามสัญญา

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here