สมัครให้ไว ! ‘รัฐบาล’ แจกประกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ฟรี 1 ล้านฉบับ คุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท นาน 3 เดือน!!(รายละเอียด)

0
560

ช่วงสงกรานต์ คือหนึ่งในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากๆ ระดับที่ว่าเราต้องมานับสถิติทุกปีว่าปีนี้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปเท่าไหร่ ที่น่าสนใจคือหลายคนที่เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุก็ไม่ได้มีประกันมารองรับความเสี่ยงด้วย พอต้องเจ็บหรือเสียชีวิตก็เดือดร้อนกันเลยทีเดียว เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระคนที่ประสบอุบัติเหตุซึ่งอาจไม่เคยทำประกันมาก่อนเลย หรือทำแล้วแต่อยากได้ความชัวร์เพิ่ม รัฐบาลจึงจับมือกับ TQM และกรุงเทพ ประกันภัย

ออกแคมเปญ ‘สงกรานต์เดินทางปลอดภัยนะออเจ้า’ (เดาว่าชื่อเพิ่งคิดมาไม่นานแน่ๆ) อธิบายแบบง่ายๆ เข้าใจได้เลยคือรัฐบาล ชวนคนที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์มาทำประกันอุบัติฟรีๆ ได้ แต่จำนวนจำกัด 1 ล้านกรมธรรม์โดยสมัครผ่านทางออนไลน์แค่เข้าไปที่ TQM <<<<<< จากนั้นใส่รายละเอียดตามที่ระบุ แล้วกดตกลงเท่านี้ก็รับหมายเลขกรรมธรรน์และการคุ้มครองไปเลยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ

สำหรับเงื่อนไขการคุ้มครองและอื่นๆ ที่ควรรู้ได้แก่

- Advertisement -

-รับประกันโดย บ.กรุงเทพ ประกันภัย
-คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทุนประกัน 100,000 บาท
-คุ้มครองเงินชดเชยรายได้จากการเข้าพักรักษาตัว ในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ เกิน 5วัน จำนวน 5,000 บาท

-ระยะเวลาความคุ้มครองฟรี 3 เดือน โดยเริ่มคุ้มครอง จากวันถัดไป 1 วัน จนถึงระยะเวลา 3 เดือน (หลังครบ 3 เดือนประกันจะหมดลงอัตโนมัติ)
-สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่มีอายุ 18-60 ปี สัญชาติไทย เท่านั้น
-หากการถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกาย หรือภัยก่อการร้ายจะไม่นับการคุ้มครอง

-ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จึงจะได้รับฟรีประกัน
-1 คนสมัครได้แค่ 1 สิทธิ์ เท่านั้น
-สงสัยเพิ่มเติมโทร 1737

ซึ่งเมื่อปีที่แล้วกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) โดย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) คนที่ 1 เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2560 สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง

โดยมีสาเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกจากการเมาแล้วขับ 1,589 ครั้ง ขับรถเร็ว 1,028 ครั้ง และตัดหน้ากระชั้นชิด 547 ครั้ง ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 3,230 คัน รถปิกอัพ 260 คัน แยกเป็น รถส่วนบุคคล 3,428 คัน รถโดยสารสาธารณะ 230 คัน รถบรรทุก 21 คัน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 5 อันดับแรก ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว

ตัดหน้ากระชั้นชิด และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย แยกเป็น เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 198 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 171 ราย ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 21 ราย ส่วนสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถเร็ว 146 ราย เมาแล้วขับ 124 ราย และทัศนวิสัยไม่ดี 77 ราย ประเภทรถที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 284 ราย

ไม่สวมหมวกนิรภัย 163 ราย รองลงมาได้แก่ รถปิกอัพ 49 ราย รถเก๋ง 27 ราย สถานะของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ 270 ราย ผู้โดยสาร 84 ราย คนเดินถนน 22 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 161 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 168 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต 4 จังหวัด ได้แก่

กระบี่ นราธิวาส แม่ฮ่องสอน และสมุทรสงคราม จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ 1 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ขณะที่การวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุในช่วงวันที่ 11 – 17 เม.ย. 2560 พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 43.06 ขับรถเร็ว ร้อยละ 27.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.91 รถปิกอัพ ร้อยละ 6.83 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง

ร้อยละ 63.71 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.07 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.02 ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ นครราชสีมา 17 ราย สรุปภาพรวม จำนวนอุบัติเหตุ และจำนวนผู้บาดเจ็บ เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว เป็นเพราะมีการใช้รถออกเดินทางมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว รวมมีรถยิ่งบนถนนสงกรานต์ที่ผ่านมา กว่า 7ล้าน 9แสนคัน (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5-6%) อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนอุบัติเหตุจะมากขึ้น

แต่ที่จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 11.76% โดยเฉพาะการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุลดลงเหลือ 50% เป็นเพราะความรุนแรงของอุบัติเหตุลดลง เป็นผลมาจากการคุมเข้มการใช้รถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้คาดเข็มขัดนิรภัย , การคุมเข้มรถโดยสารสาธารณะ และห้ามนั่งท้ายกระบะเกิน 6 คน ส่วนเรื่องการการเมาแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งยังเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุนั้น จะต้องคุมเข้มมากขึ้น

โดยที่ประชุมมีมติให้เปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ตลอดทั้งปี เพื่อเป็นตัวประสานระหว่างส่วนราชการ ผู้ว่าฯ และ นายอำเภอ ทุกจังหวัด เพื่อคุมเข้มเรื่องการดื่มแล้วขับ และการขับรถเร็วตลอดทั้งปี โดยจะไม่ออกกฎหมายเพิ่ม แต่จะรณรงค์ให้ใช้มาตรการทางสังคมกดดันคนดื่มแล้วขับ / ขับรถซิ่ง ซึ่งผู้ว่าฯอุดรธานี

(จังหวัดที่มีอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด เสนอให้แต่ละจังหวัดจัดโซนนิ่งการทำกิจกรรมและการดื่มสุราในช่วงงานเทศกาลในแต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชน เพื่อให้การควบคุมดูแลง่ายขึ้น ศปถ. สรุป 5 วันสงกรานต์อุบัติเหตุ 2,985 ครั้ง ตาย 283 ศพ เจ็บ 3,087 ราย สาเหตุเกิดจากเมาแล้วขับ รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2560

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้สรุปสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน วันที่ 15 เมษายน 2560 เกิดอุบัติเหตุ 600 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 53 ราย บาดเจ็บ 634 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 44.83 รองลงมาเป็น ขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนดร้อยละ 24.83 ขณะที่ การสรุปอุบัติเหตุบนถนน สะสม 4 วันตั้งแต่ วันที่ 11 จนถึงวันที่ 15 เมษายน

เกิดอุบัติเหตุรวม 2,985 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 283 ราย บาดเจ็บ 3,087 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดสะสมคือ จังหวัดเชียงใหม่ 140 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ จังหวัดนครราชสีมา 17 ราย สำหรับจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดสะสมคือ จังหวัดเชียงใหม่ 145 คน โดยสาเหตุหลักยังคงเป็นการเมาแล้วขับ และขับรถเร็วเกินกำหนด ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์, รถกระบะ,

และรถยนต์ ตามลำดับ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2560 ประจำวันที่ 15 เม.ย.ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนของวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ฯ เกิดอุบัติเหตุ 642 ครั้ง แยกเป็น มีสาเหตุจากเมาแล้วขับ 315 ครั้ง ขับรถเร็ว 189 ครั้ง ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด

ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 554 คัน รถปิกอัพ 43 คัน รถส่วนบุคคล 592 คัน รถโดยสารสาธารณะ 34 คัน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และสภาพรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย ผู้เสียชีวิต 57 ราย แยกเป็น เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 34 ราย ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 3 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 20 ราย มีสาเหตุจากเมาแล้วขับสูงสุด 24 ราย

รองลงมาเกิดจากทัศนวิสัยไม่ดี 17 ราย และสาเหตุอื่นๆ 16 ราย ศปถ. กำชับจังหวัดปรับแผน – เข้มข้นดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและเล่นน้ำสงกรานต์ สถิติ 4 วันอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว 226 ราย ประเภทรถที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 40 ราย (ไม่สวมหมวกนิรภัย 24 ราย) รองลงมาได้แก่ รถปิกอัพ 6 ราย สถานะของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ 39 ราย ผู้โดยสาร 8 ราย คนเดินถนน 4 ราย

และไม่สามารถระบุได้ 6 ราย ผู้บาดเจ็บ 664 คน จากการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุ พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 44.08 ขับรถเร็ว ร้อยละ 27.41 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.45 รถปิกอัพ ร้อยละ 6.55 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 62.77 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 41.12 ถนนกรมทางหลวง

ร้อยละ 32.09 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.84 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 19.14 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,041 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,177 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 847,333 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 149,345 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 41,755 ราย ไม่มีใบขับขี่ 39,197 ราย

จัดตั้งด่านชุมชน 19,893 ด่าน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 165,677 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น และเพชรบูรณ์ (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี (32 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 4 วัน ( 11 – 14 เม.ย.60)

เกิดอุบัติเหตุรวม 2,385 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 226 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,457 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 12 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 4 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 114 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 13 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 119 คน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here