สวยแปลกตา!! “มาดามมด” แปลงโฉมเป็นตัวร้ายในการ์ตูน แปลกจนต้องเหลียวหลังมอง บอกเลยว่าเก๋สุดๆ (ชมภาพ)

0
175

ไม่ค่อยได้เห็นมาดามมด ออกงานถี่เหมือนแต่ก่อน แต่ทุกครั้งที่เธอกลับมาออกงานก็ทำคนทั้งงานเซอร์ไพรส์กับคาแรคเตอร์สุดครีเอทีฟ ที่เธอสร้างสรรค์ออกมาอย่างตื่นตาตื่นใจ ล่าสุดเจ้าตัวถูกเชิญไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรอบตัดสิน Drag Race Thailand รายการเรียลลิตีโชว์ประกวดหา แดร็กควีน คนแรกของไทย งานนี้จะให้ธรรมดาก็ไม่ใช่มาดามมด เธอเลยจัดเต็ม สวมบท cruella de vil (ครูเอลล่า)

ตัวร้ายใน101 Dalmatians ที่เคยเป็นทั้งการ์ตูนและภาพยนตร์ดังมาแล้ว โดยตัวละครนี้จะเป็นตัวร้ายที่เที่ยวตะเวนซื้อสุนัขเพื่อที่จะนำมาถลกหนังทำเสื้อผ้า งานนี้มาดามมดเลยจัดให้นอกจากจะแต่งหน้าทำผมสวยผวาแบบหลุดโลกแล้ว เธอยังครีเอทีฟชุดได้ออกมาล้ำสุดจินตนาการอีกด้วย โด่งดังแบบที่ใครๆต้องสะดุดกับเมกอัพหนาขนตาใหญ่เหมือนกันสาดในเสื้อผ้าจัดเต็มของ “มาดามมด”

และความเป็นตัวตนสุดฮาจนได้ทำงานหลากหลาย ล่าสุดนำทีมฮาในละครซีรีส์เรื่อง “มาลี…เพื่อนรักพลังพิสดาร” ที่กำลังสนุกทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่องจีเอ็มเอ็ม 25 แต่คนเราคงไม่ได้มีแค่มุมขำด้านเดียว ยังมีมุมความคิดและชีวิตจริงของ “มาดามมด” ที่ไม่ค่อยถูกเปิด เลยต้องมาคุยกัน เริ่มจาก การรับบท “มาลี”? “เป็นตัวเดินเรื่องที่เข้ามาทำให้เกิดเรื่อง เป็นเรื่องของ เมษา

เด็กสาวที่อยากเป็นหมอแต่อ่อนภาษาอังกฤษ เลยเข้ามาเรียน ร.ร.นานาชาติ แล้วเจอเรื่อง วุ่นวายมาก มาย จุด เปลี่ยนคือเจอเพื่อนพิสดารคือ มาลี เข้ามาเปลี่ยนแปลงทำให้เค้าเรียนรู้อะไรหลายอย่าง” ถ้าคนมองว่าเราดังเพราะความแปลก รู้สึกยังไง? “มดเฉยๆนะ ถ้าใครจะมองยังไง เราไม่ได้ดีไซน์ตั้งใจให้มันแปลก ไม่ได้ประดิษฐ์หรือฝืน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะอยู่ได้ไม่นาน

เป็นมาดามมดมา 5 ปีก็ไม่รู้สึกอึดอัด ใช้คำว่าแตกต่างมากกว่า ตอนเข้ามาคิดแค่ว่าทำอะไรที่เป็นตัวเรา ไม่ได้คิดว่าต้องประสบความสำเร็จ อย่างน้อยแค่เราแฮปปี้ ต้องขอบคุณทุกโอกาสและขอบคุณคนที่ชอบเรา”เคยเจอมุมที่เค้ามองว่าเราแปลกแล้วทำกระทบใจเราบ้างมั้ย? “เคยเจอนะ การที่เราเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ต้องยอมรับว่าการเข้าหาของประชาชนเค้าจะเข้ามาแบบมีสเปซน้อยมากกับเรา มันเป็นเรื่องดีที่เค้าให้ความเป็นกันเอง

แต่ในมุมนึงอาจจะทำให้เค้าละเลยการให้เกียรติ รวมถึงที่ผ่านสื่อผ่านคอมเมนต์ มันมีเยอะ แต่ก่อนยอมรับรู้สึกไม่ดี แต่เป็นความโชคดีนะที่มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ เราก็อยู่ตรงนี้ไม่ได้ มดเป็นคนใจเย็นเลยยิ้มกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น อย่างน้อยเค้าก็ไม่ได้คิดร้ายแต่อยากใกล้ชิดกับเรา” ก่อนออกจากบ้านใช้เวลาเตรียมตัวเยอะมั้ย? “นานมาก ถ้าเอาดีเทลเยอะๆก็ 3 ชม. นานที่ผมกับหน้า แต่ก็ชินแล้ว”

คิดว่าคนจำเราได้จากอะไร? “น่าจะรายการภาษาพลาซ่า แต่อาจจะด้วยขนตา ผมใหญ่ ชุดเยอะ” เป็นคนที่สาวๆอิจฉา ได้ทำงานแต่กับหนุ่มๆฮอตทั่ววงการรึยัง? “ไม่อยากให้อิจฉา เพราะมดไม่เปิดใจให้ใคร (หัวเราะ) มีสาวๆมาคอมเมนต์บ้าง ที่มียังไม่เคยร่วมงานก็ณเดชน์ กลัวว่าเจอเราแล้วเค้าจะห้ามใจได้มั้ย”เวลาเป็นมาดามมดต้องมีวิธีคิดแบบมาดามมดมั้ย? “จริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นตัวมดเลย

มดว่ามาดามมดเค้าเป็นคนสุขภาพจิตดีมาก โลกของเค้าสดใส คิดแง่บวก เค้าเป็นคนน่ารัก” ชีวิตมดมีมุมเครียดบ้างมั้ย? “ถ้าไม่ได้เป็นมาดามมดจะเป็นอีกเวอร์ชั่นนึงที่คนนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ มดไม่ใช่คนเครียดแต่ชอบอยู่เงียบๆ อยู่กับธรรมชาติหรือสัตว์ ชอบอยู่บ้าน อยู่คนเดียว เอาจริงๆมดเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ขี้อาย แต่เวลาเป็นมาดามมดมันจะเป็นอีกแบบไปเอง เวลาทำงานพอเหนื่อยมากๆ

มันก็ต้องมีวิธีให้กำลังใจตัวเอง ปลุกความเป็นชายในตัวคุณ (หัวเราะ) คือความเป็นชายทำให้เราอดทน เอาจริงๆ มดไม่เคยระบุว่ามาดามมดเป็นเพศไหน ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าเป็นอะไร รวมถึงตัวมดจริงๆด้วย” แล้วมดมีแฟนมั้ย? “มดไม่อยากมีความรัก มดรู้สึกว่าโอกาสได้ทำตรงนี้มันยากมากเวลาเรามีอารมณ์หวั่นไหวเราจะไม่โฟกัส ที่มดชอบพูดเล่นติดตลกว่ายังไม่เปิดใจ มันคือเรื่องจริงเลยเพราะมดไม่เปิดใจ”มด หรือ ที่เพื่อนๆ

รู้จักกันในนาม มาดามมด จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หลังจากนั้นพี่แกก็สอบเอ็นทรานซ์เข้าศึกษาต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากศึกษาเล่าเรียนจนจบ มาดามมดก็เริ่มทำงานจริงจังกับการเป็นคุณครูสอนการแสดงเด็กๆ (เพราะมาดามมดตกหลุมรักศาสตร์ของการแสดงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว)

แต่ทำได้สักพัก แกก็เปลี่ยนงานจากคุณครูสอนการแสดงมาเป็นคุณครู(วิชาการ)แบบเต็มตัว โดยมาดามมดสอนวิชาสอนวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษในระดับประถมถึงมัธยมปลาย แต่แล้วชีวิตของมามาดมด ก็มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อมาดามมดเลือกที่จะลาอออกจากการเป็นครู ส่วนสาเหตุก็เพราะลึกๆแล้วมาดามมดคิดว่าอาชีพครู เป็นอาชีพที่ดีมากและการเป็นคุณครูที่ดีก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆเช่นเดียวกัน

(มาดามมดคิดว่าตัวเองยังดีไม่พอที่จะเป็นครูประมาณนี้)รายการ ภาษา Plaza เป็นรายการที่จะนำเสนอคำศัพท์มาแรงของวัยรุ่น พร้อมคำอธิบายในสไตล์ไม่ซ้ำใครรายการนี้มีสโลแกนโดนๆที่ว่า แหล่งรวมความบันเทิงทางภาษา ที่จะพาทุกคนไปซ่ากับภาษาให้ฮากระจาย จุดเริ่มต้นที่ได้เข้ามาทำงานในส่วนนี้มาดามมดเล่าว่า เนื่องจากช่อง Play Channel มีความคิดว่าอยากทำรายการ เกี่ยวกับสอนภาษา

ด้วยความที่มาดามมดชอบภาษาและใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ทาง Play Channel เลยเห็นว่ามาดามมดเหมาะที่จะมาทำหน้าที่พิธีกรของรายการ ช่วงแรกถ้าใครได้ชมรายการภาษา Plaza จะทราบว่ามาดามมดไม่ได้ฮาและกล้าแสดงออกขนาดนี้ แต่เมื่อออกอากาศก็เริ่มมีการปรับรูปแบบโดยใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปมากขึ้นเน้นความบันเทิงผสมสาระ จึงทำให้มีรูปแบบอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

ปล.จริงๆแล้วมาดามมดไม่ได้ กระโหลก กะลา ปลากระป๋อง ตลกไปวันๆอย่างที่หลายคนคิดนะ เพราะมาดามมดเป็นเด็กเรียนตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแล้ว พอเข้าศึกษาต่อที่จุฬาฯแกก็เป็นเด็กกิจกรรมตัวยงเลย ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้ใครๆ ก็ชื่นชอบ มาดามมด ก็ต้องบอกว่ามาดามมดคนนี้ เป๊ะอ่ะ เชื่อว่า ณ เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก มาดามมด นักแสดงและพิธีกรชื่อดังของ

จีทีเอช มีผลงานที่โดดเด่นมากมายในเรื่องของความตลก และการแต่งตัวที่ไม่ซ้ำใคร มีจุดเด่นคือขนตาที่ยาวยิ่งกว่าหางนกยูงซะอีก มาดามมดมีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโซเชียล บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปทำความรู้จักชีวิตในอีกแง่มุมหนึ่งของมาดามมด ที่ไม่ค่อยมีใครรู้มาก่อนว่า ตัวตนที่แท้จริงของเธอนั้นเวลาที่ไม่ได้อยู่หน้าจอจะเป็นอย่างไร จะฮาตลอดเวลาหรือไม่ เราได้ไปถามจากปากของ “มาดามมด”

ให้ได้หายสงสัยแล้ว…การเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เริ่มต้นขึ้นยังไง? “จริงๆ เป็นสายงานที่เราอยากทำมาตั้งแต่เด็กเลย จุดที่ได้เข้ามาทำเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งตรงที่ที่เราเรียน มีรุ่นพี่ทำงานในสายอาชีพนี้กว้างขวางมาก ได้เคยเห็นผลงานของมดที่ได้ทำในสมัยเรียนเค้าก็เลยได้มีโอกาสชักชวนมาคุยคอนเซปต์และเริ่มเป็นรายการแรกขึ้นมาตามที่หลายคนรู้จักค่ะ รายการ ภาษาพลาซ่า ค่ะ” เรียนจบอะไรมา?

“มดเรียนจบนิเทศมาค่ะ” ทำไมถึงได้มาทำรายการ ภาษาพลาซ่า? “จริงๆ ถ้าได้ดูกันจริงๆ ก็ไม่เชิงเป็นรายการสอนภาษา คือคอนเซปต์ที่ได้คุยกันตอนแรกเหมือนกับว่ามดชอบอะไร มดชอบพวกภาษาอังกฤษ ภาษาไทยเพราะก่อนหน้ามดเคยเป็นครูมาก่อน มดสอนวิชาเลขและสอนภาษาบ้าง และก็สอนการแสดง ถ้าเราเสนอสอนวิชาเลขมันก็จะดูวิชาการ เอาความบันเทิงมาสอดแทรกมันก็ไม่ลงตัวเท่ากับการสอนภาษา

จริงๆ ไม่อยากใช้คำว่าสอนภาษา มันเป็นความบันเทิงมากกว่า มันเป็นสโลแกนมาตั้งแต่แรกแล้ว สอนภาษาไทยและอังกฤษ แล้วก็ภาษาวัยรุ่นทั่วไปค่ะ”บุคลิกของเรา เป็นอย่างนี้ตั้งแต่สมัยเรียนเลย หรือเพิ่งมาปรับเปลี่ยนในตอนหลัง? “บุคลิกของมาดามมดมันก็จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่เวลาที่เราทำกิจกรรมสมัยเรียนค่ะ แต่ว่ามันก็จะมีพัฒนาการขึ้นมาเรื่อยๆ จากการแต่งตัวที่มากขึ้น

แต่ถ้าถามเรื่องคาแรกเตอร์หรือลักษณะนิสัยมันก็จะมีพื้นฐานมาจากตัวเราเวลาแสดงค่ะ” การพูดจาเป็นมาแต่แรกเลยรึเปล่า? “การพูดจาจะผสมๆ กันนะ เพราะมันก็ไม่เชิงเป็นการดีไซน์ทั้งหมด ไม่รู้อ่ะมันเหมือนเป็นอีกบทบาทหนึ่ง แต่บอกไม่ถูกนะมันก็จะมีทั้งความคล้ายและความต่างกันอยู่ค่ะ” จากวันนั้นถึงวันนี้ เราอยู่ในวงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว? “5 ปีแล้วค่ะ”รู้สึกยังไงบ้างจากที่เมื่อก่อนเราเป็นคนธรรมดา

อาจจะไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่วันนี้ไปไหนมาไหนคนก็จะรู้จักเราในชื่อ มาดามมด การวางตัวยากกว่าเดิมไหม? “จริงๆ มดว่ามดยังใช้ชีวิตปกตินะ มันก็อาจจะเป็นเพราะมดไม่ค่อยชอบออกไปไหนด้วยรึเปล่า เลยไม่ได้รู้สึกว่าวิถีชีวิตมันเปลี่ยนไป แต่มันก็อาจจะมีบ้างแหละค่ะ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมดก็มองว่าเป็นเรื่องดีนะ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเรามาทำอาชีพพวกนี้จะได้เจอกับอะไรบ้าง

แล้วกว่าที่เราจะได้มาทำตรงนี้มดว่านี่ก็เป็นความฝันแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องอะไรมันไม่หนักหนาหรอกค่ะ มดได้หมดเลย” จริงไหมที่ว่าถ้าเราไม่แต่งตัวเป็นมาดามมดจะไม่ออกจากบ้าน? “ไม่ขนาดนั้นนะคะ เพราะว่าเวลาเราไปทำงานก็ไม่ได้แต่งออกไปจากบ้านเลยนะคะ ก็มาแต่งที่งาน แต่ว่ามันจะไม่ได้เจอคนมากกว่า เพราะก่อนออกจากบ้านก็จะมาถึงที่ทำงานแบบหน้าเสร็จเลยอ่ะค่ะ แต่งเลยแล้วก็ออกไปต่อเลย”

หรืออาจจะไม่ค่อยได้มีคนเห็นหน้าปกติของเราเท่าไหร่? “เพราะมดแต่งเต็มตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นคาแรกเตอร์ของมาดามมดนะคะ”ถ้าเกิดอยากมีคนเห็นตัวจริงของเราแบบที่ไม่ได้แต่งเป็นมาดามมด เราโอเคไหม? “มดว่ามดก็ไม่ถึงขั้นที่จะเห็นไม่ได้เลยนะ แต่มดรู้สึกว่าอันนั้นไม่ใช่มาดามมดมากกว่า อันนั้นมันเป็นตัวมดอีกพาร์ตหนึ่งอ่ะค่ะ มดก็อยากให้คนเห็นมาดามมดแบบจดจำว่าเป็นมาดามมดด้วยแหละ”

แต่หลายคนเค้าก็อยากเห็นเราแบบที่ไม่แต่งหน้าแต่งตัวเยอะๆ? “แต่มันก็มีได้เห็นกันแล้วนะ เพราะมดก็ไม่ได้ปิดขนาดนั้นนะ เพียงแต่ว่าด้วยไลฟ์สไตล์การทำงานมันไม่ค่อยได้ทำอย่างนั้นมากกว่า” เคยอยากจะลองสลัดคราบแล้วมาแต่งแบบคนปกติไหม?​ “ก็เคยคิดนะคะ สักวันหนึ่งแหละ เพราะตอนนี้มันก็แต่งเยอะไปเรื่อยๆ จนแบบรู้สึกว่าถ้ามันรู้สึกอิ่มตัว หรือคิดไม่ออก อาจจะต้องแบ็กทูเบสิก”

สไตล์การแต่งตัวในแต่ละวันแต่ละงาน เราคิดการแต่งตัวเองไหม? “ก็มีหลายอย่างค่ะ มีทั้งคิดเองและมีทั้งสไตล์ลิสต์ช่วยค่ะแล้วแต่งานมากกว่าค่ะ” แต่งตัวแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมง? “โห ถ้าเดี๋ยวนี้อย่างต่ำก็ 3 ชั่วโมงนะ”ในการแต่งแต่ละครั้งต้องมีอะไรบ้าง อย่างเช่น วิกผม เสื้อผ้า หน้า ขนตา? “ใช่ค่ะ มีวิก เสื้อผ้า หน้าผม อาจจะไม่ได้เร่งรีบด้วย เพราะมันเป็นงานศิลปะเลยแต่งไปเรื่อยๆ

คือถ้าไม่มาตามก็แต่งได้เรื่อยๆ ค่ะ” จุดเด่นของเราคือขนตาใช่ไหม? “ใช่ค่ะ แต่ละวันสไตล์การแต่งตัวต้องมีอย่างหนึ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ ขนตาค่ะ มันก็เหมือนคล้ายกับการนึกภาพมาดามมดภาพแรกที่นึกได้ก็อาจจะเป็นขนตาที่มาอันดับแรก มันก็ติดตัวมาเรารู้สึกว่าก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะ แต่ว่าถ้าหากว่าไม่ได้ติดแล้วรู้สึกยังไง มันก็เขินๆ เหมือนกันนะ” รู้สึกหนักตาไหม? “ก็มีทั้งหนักและไม่หนัก

แต่ถ้าติดนานๆ มันจะล้าบ้างค่ะ”เลยทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเราด้วย? “ก็มีผลข้างเคียงเล็กๆน้อยๆ ค่ะ ก็การที่เราทำงานนานๆ มันก็จะมีผลอยู่แล้ว เช่น แต่งตัวเยอะๆ ทำผมใหญ่ๆ ก็จะรับน้ำหนักไว้นานๆ ใส่ส้นสูงอีก แต่ว่าข่าวที่ออกไปมันจะดูเหมือนว่าเราเป็นหนัก ความจริงก็คือมันไม่ได้หนักเหมือนที่เป็นข่าวเหมือนที่คนเข้าใจและเป็นห่วง โอเคมันมีผลข้างเคียงจริงๆ ก็เหมือนว่าเราทำงานหนักๆ น่ะค่ะ

มันก็จะมีปวดเมื่อยล้าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าของมดมันแต่งตัวเยอะ มันเลยตามมาด้วยอาการที่อาจจะเมื่อยล้าค่ะ ปวดกล้ามเนื้อก็มีบ้าง ต้องฝังเข็มทั่วๆ ไปค่ะ ส่วนอย่างอื่นต้องดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี แต่ว่ามดอยู่ใกล้คุณหมออยู่แล้ว มดก็ดูแลดีเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราใช้ร่างกายเปลือง เราก็เลยต้องดูแลดีค่ะ” ข่าวที่ลงไปว่า มดป่วยและดูร้ายแรง แต่ที่จริงๆ เราไม่ได้เป็นโรคอะไรร้ายแรงใช่ไหม?

“ไม่เลย ถามว่ามันมีอะไรที่รุนแรงมั้ย มดว่าดีซะอีกที่ต้องมาดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะว่าทำให้มดแต่งตัวน้อยลงไปมากนะ คือถ้างานไหนมันนาน มดจะแต่งตัวน้อย ถ้างานไหนแปบเดียว ก็อาจจะเป็นความต้องการของลูกค้าและตัวเราด้วย ถ้าตัวเรารู้สึกว่างานนี้มันไม่ได้นานมาก และเราแต่งเต็มได้นะ ก็จะแต่งเต็มค่ะ” อยู่ใกล้คุณหมอนี้หมายถึงแฟนเราเป็นคุณหมอรึเปล่า? “(หัวเราะ)ไม่ใช่ๆ คือเรามีคุณหมอหลายศาสตร์คอยช่วยดูแล

แต่มดไม่ศัลยกรรมนะคะ(ยิ้ม) คือคนทำที่ทำแล้วสวยเรารู้สึกดีนะ แต่มดรู้สึกว่ามันไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนน่ะ อย่างมดอาจจะไม่ได้อินกับเรื่องความสวยงามขนาดนั้นค่ะ แต่ไม่ได้แอนตี้นะคะ เพราะมดรู้สึกว่าหลายคนทำเพื่อความมั่นใจ ความมั่นใจตามมาด้วยหลายๆ อย่าง พอคนเรามั่นใจแล้วมันจะทำอะไรแล้วรู้สึกว่ามันมีพลัง มดโอเคนะ แต่เราอาจจะไม่ต้องพึ่งตรงนั้น เพราะว่าความมั่นใจของเรามันมาจากตัวเราได้เลย”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here