ยาว สั้น ลุคไหนเป๊ะปัง ! หม้ายสาว ‘พิ้งกี้ สาวิกา’ กับลุคใหม่ ผมซอยสั้น! บอกเลยดูแล้วอายุแค่เลข 2 (ชมภาพ)

0
62

หลังจากกลับมาครองโสด เธอก็กลับเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงเต็มตัวอีกครั้ง สำหรับ นางเอกสาวสวยหน้าคม พิ้งกี้ สาวิกา ที่ช่วงนี้ก็เริ่มมีผลงานมาให้แฟนคลับได้ติดตามมากขึ้น แถมล่าสุดเธอยังลองเปลี่ยนลุคมาเป็นผมทรงซอยสั้น ดูเฉี่ยวมากกกกก จะปังขนาดไหน เราไปชมภาพของเธอกันเลย สาวิกา ไชยเดช มีชื่อเล่นว่า พิงกี้ เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2529 เป็นบุตรของสมาน กับสรินยา ไชยเดช

มีพี่ชายอีก 2 คน ส่วนเธอเป็นบุตรคนเล็กของครอบครัว เข้ารับการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนมารีพัฒนา, ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ และระดับอุดมศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรังสิต ระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ทั้งนี้เธอมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องทางฝ่ายมารดากับอนุธิดา อิ่มทรัพย์ ซึ่งเป็นนักแสดงเช่นกัน เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

ได้รับการชักชวนโดยบังเอิญจากโมเดลลิ่ง ที่ห้างสรรพสินค้า โดยเริ่มจากการถ่ายโฆษณา มีผลงานแรกคือ โซนีไตรนิตรอน และมีผลงานอีกหลายโฆษณา เริ่มงานละครทางช่อง 3 เรื่อง “ไฟในดวงตา” รับบทเป็นลูกของ ตุ๊ก–จันทร์จิรา จูแจ้ง หลังจากนั้นมาเล่นละครกับทางช่อง 7 เรื่องแรกคือ “วันนี้ที่รอคอย” ส่วนละครที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักคือ “ดาวพระศุกร์” รับบทเป็นดาวพระศุกร์ตอนเด็ก ต่อมามีผลงานเพลงในปี 2543 สังกัด

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกอัลบั้มเพลงแนวป็อป วง “บั๊ก บันจี้” (Bug Bunji) กับเพื่อนอีก 3 คน , วนัสนันท์ ธรรมบูรณะวงษ์ (แก็ก) , ธัชชา พุ่มอ่อน (จ๋า) , เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช (เจน) ต่อมาในปี 2544 กลับมาเล่นละครเรื่อง “ปิ่นไพร” จากนั้นมีผลงานเรื่อง “กษัตริยา” รับบทมณีอินทร์ มเหสีของพระเอกาทศรถใน และยังมีละคร น้องเหมียวเขี้ยวเพชร (คู่กับ ศิวัฒน์) หลังจากเกิดปัญหาพิพาทเรื่องความสัมพันธ์กับสัญชัย

เองตระกูล ช่วงปี พ.ศ. 2553 และไปอยู่วงการภาพยนตร์บอลลีวูดอินเดียระยะหนึ่ง จนในปี พ.ศ. 2555 เธอได้กลับมาแสดงละครไทยอีกครั้งรับบทนางเอกละคร ทองประกายแสด และรับบทเป็นนางร้ายในละครเรื่อง มารยาริษยา ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เธอได้เดินทางไปร่วมงานกับภาพยนตร์บอลลิวูดของอินเดีย ในปี พ.ศ. 2553 เธอได้ตกเป็นข่าวดังในกรณีมีความสัมพันธ์กับ ร.ท. สัญชัย เองตระกูล

ซึ่งเป็นเหตุให้มีเรื่องพิพาทกับภรรยา ผู้เป็นนักแสดงด้วยกัน คือ ธัญญาเรศ เองตระกูล ทำให้สาวิกาหายหน้าไปจากวงการบันเทิง จากเหตุการณ์ดังกล่าวสื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้เธอว่า “อีพิ้งคนเริงเมือง” และ “ส่าหรีลี้รัก” ในปี พ.ศ. 2557 พิ้งกี้ เปิดตัว คบหาดูใจกับ เพชร – อิทธิ ชวลิตธำรง อายุ 38 ปี เจ้าของที่ดินรายใหญ่และคอนโดมิเนียมหรูในเมืองพัทยา เจ้าของนิตยสารไฮโซ

“PHEROMONE ASIA และบริษัทสร้างภาพยนตร์ “พัทยาฟิล์ม” และมีกำหนดหมั้นและแต่งงาน วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557 ที่พัทยา โดยเป็นพิธีตามหลักศาสนาอิสลาม โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส,ปัจจุบันเธอได้เลิกรากับสามีแล้วเนื่องจากทัศนคติไม่ตรงกันเนื่องจากเหตุกดดันทำธุรกิจ วึ่งเมื่อปีที่แล้วก็จะมีข่าวออกมาว่าหลังจากที่ เพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง อดีตสามีนักธุรกิจของนางเอกสาวหน้าคม พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช

ออกมาให้สัมภาษณ์ดุเดือดถึงชีวิตคู่ที่อยู่กินกันมาร่วม 3 ปี ก่อนจะดำเนินมาถึงวันที่แยกทางกัน ล่าสุด! ข่าวสดออนไลน์ต่อสายตรงหาสาว ‘พิ้งกี้’ เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่อดีตสามีพูด เนื่องจากมีหลายประโยคที่กระทบไปถึงครอบครัวของนางเอกสาวโดยตรง ซึ่ง ‘พิ้งกี้’ ตอบว่า“กี้ยังไม่ได้เห็นข่าวที่พี่เพชรออกมาให้สัมภาษณ์ ถ้าตามที่ถามว่าก่อนหน้าแต่งงานกันตนและครอบครัวบอกว่าไม่อยากทำงานในวงการบันเทิงแล้ว ทำมาเยอะแล้ว

เหนื่อยแล้ว และอยากมีชีวิตครอบครัว แต่พอถึงวันนึงก็กลับคำว่าอยากกลับมาทำงาน เลยเหมือนว่าไม่รักษาสัญญาที่เคยพูดไว้ สิ่งที่กี้พูดได้คือมันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เขาเคยพูดมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งไม่เป็นไร กี้ตอบได้คำเดียวว่าเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ก็เอาตามความเห็นของพี่เพชรเลย เห็นว่ากี้เป็นคนยังไงก็ตามที่พี่เพชรคิดแล้วกัน เพราะกี้คงไม่สามารถให้รายละเอียดเรื่องอะไรที่มันซับซ้อนในชีวิตกับทุกคนฟังได้ แต่ถ้าพี่เพชรจะพูดอะไร

ก็ปล่อยให้พี่เพชรพูดไปแล้วกัน คือ ณ ตอนนี้กี้ไม่ขอพูดอะไรที่เกี่ยวกับเขาแล้วดีกว่า”“ส่วนเรื่องที่เขาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นห่วงและสงสารกี้ที่ต้องทำงานเยอะ แต่ว่าสุดท้ายตัวกี้เองไม่เหลืออะไรเพราะคนรอบข้างเอาไปหมดนั้น โอ๊ยยย…อยากจะบอกว่าอันนั้นมันคือความคิดของเขาเมื่อประมาณตั้งแต่เริ่มต้นแต่งงานกัน ซึ่งทำยังไงก็ไม่สามารถลบล้างความคิดนี้ของเขาได้ อยากจะบอกว่าปัจจุบันนี้ไม่ใช่ว่าถ้ากี้ไม่เล่นละครแล้วจะไม่มีเงินหรือจะตายแล้ว

เพราะครอบครัวก็ยังมีธุรกิจอย่างอื่นที่ทำรองรับอยู่ ทุกวันนี้พ่อแม่ก็ไม่ได้บังคับให้กี้เล่นละคร แต่มันเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในวงการทุกคนยื่นบทและโอกาสดีๆ ให้กี้มาตลอดอยู่แล้ว แม่ไม่เคยไปบอกว่าให้ลูกชั้นเล่นเถอะ แล้วแม่ก็ไม่เคยบังคับให้กี้ทำงานในวงการด้วย ใครจะมาบังคับกี้ได้ล่ะคะ(หัวเราะ)”“สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาคุณพ่อของกี้นั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดรู้สึกว่าจะเป็นคุณพ่อของเขาเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้นะคะ

แต่กี้ก็ต้องขอพูดตรงๆ ว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมากี้ไม่ได้ทำงานไง ใครจะออกตังค์ให้กี้ล่ะ ก็เขาเป็นสามีกี้อ่ะเนอะ(หัวเราะ) แต่ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ อย่างที่บอกว่าพี่เพชรว่ายังไงก็ว่าตามนั้นเลย กี้อาจจะไม่เพอร์เฟ็กต์พอแล้วกัน”“ถามว่าหลังจากนี้จะมองหน้ากันติดไหม กี้อ่ะมองหน้าเขาติด แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาคิดอะไร หรือใครไปทำให้เขาต้องมาพูดอะไรแบบนี้หรือเปล่า ซึ่งตรงนี้กี้ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นอะไร ส่วนว่าเพราะเขาน้อยใจที่ก่อนหน้านี้กี้ไม่

ให้ความสำคัญในตัวเขา รักแต่ครอบครัวตัวเอง แล้วเขาไม่ใช่คนในครอบครัวเหรอ กี้เชื่อว่าเขาไม่น้อยใจหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาพูดในมุมของเขา กี้ก็ยังย้ำคำเดิมว่าไม่เป็นอะไร ไม่มีคำพูดอะไรแล้ว เอาตามที่พี่เพชรพูดเลย และชีวิตต่อจากนี้กี้ขอเดินหน้าต่อไปค่ะ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฮโซเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง อดีตสามีของดาราสาวคนดัง เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล “ชวลิตธำรง” เจ้าของที่ดินรายใหญ่เมืองพัทยา

นอกจากมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังทำธุรกิจแวดวงบันเทิงอีกด้วย ทั้งนี้ ก่อนแต่งงานกับพิ้งกี้ก็เคยเป็นข่าวกับดาราสาวชื่อดังมากมาย จัดเป็นหนุ่มสายเปย์ระดับตัวพ่อก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พิ้งกี้ และแม่ดาราสาว ออกมาเปิดปากยอมรับว่าแยกทางกับสามีแล้ว ไฮโซเพชรก็ให้สัมภาษณ์แฉปมร้าวชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกันได้เพียง 3 ปี ทั้งเรื่องที่ดาราสาวเคยรับปากจะทิ้งวงการแล้วมาช่วยทำธุรกิจ แต่สุดท้ายก็กลับคำ

พร้อมยังพาดพิงไปถึงบ้านดาราสาวอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน“มั่นใจว่าถ้าคนในวงการ 100 มีไม่เกิน 3 คน ที่จะต้องแต่งงานแล้วเอาเงินไปเซ่นบ้านเขา ถ้าคนในวงการมีครอบครัว เขาจะสรรเสริญและประคับประคองให้อยู่รอด ไม่ใช่เอาลูกไปหาเงินอย่างเดียว ซึ่งผมต้องทนอยู่กับความไม่ปกติอย่างนี้มา 3 ปี ถ้าเป็นการค้าขาดทุนเละ” “สิ่งที่ระลึกถึงผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้มีความรัก มีแต่ความห่วง ตั้งแต่เดินจากไปมีแต่ความห่วง

เพราะเขาเลือกครอบครัวแต่ไม่เคยมีผม อยากอยู่กับครอบครัว แล้วผมไม่ใช่ครอบครัวเขาหรือ”“ไฮโซเพชร” แหก “พิ้งกี้” หนักมาก อัดพูดเองก่อนแต่งงาน เบื่อวงการ อิ่มตัว ก่อนโยนภาระให้ จวกตีค่าความรู้สึกตนแค่งานห่วยๆ ที่กะเทยยื่นให้ 3 หมื่น 5 หมื่น ส่วนแม่ก็พูดให้คลุมเครือเรื่องเงิน 5 หมื่นทำให้คนเกลียด-เอาลูกไปหากิน ไม่เข็ดรักคนในวงการ เชื่อแต่งงานคงไม่ต้องเอาเงินไปเซ่นครอบครัว ลั่นทนมา 3 ปีกับความไม่ปกติ

ถ้าเป็นการค้าขาดทุนเละ ออกงานปุ๊บ ดรามาก็ตามมาทันที หลังจากที่ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” เผยสาเหตุเลิก “เพชร อิทธิ ชวลิตธำรง” เผยว่าไม่มีเรื่องมือที่สาม เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไร้สาระ ทำให้เดินออกจากบ้านมาแต่ตัว ไม่เอาอะไรมาเลย พร้อมเผยคิดว่าสามีจะง้อแต่อีกฝ่ายก็ไม่มาง้อ ทำให้รักจบแล้วจริงๆ อวยพรให้เจอคู่ที่เหมาะสม ด้าน “แม่อ้อย” ก็เอ่ยชมลูกเขยเป็นคนดี และดูแลดี ไม่มีเรื่องกีดกันไม่ให้เจอแม่

ฝ่ายพิ้งกี้กับแม่ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ทันไร ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงทันที หลังจากที่อดีตสามีเปิดใจชนิดแหกในแหก หนังคนละม้วนกับ เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ โดยเผยว่าคนเข้าใจผิดมาตลอด 3 ปีว่าตนไม่ให้ฝ่ายหญิงทำงาน แต่เป็นเรื่องที่ก่อนแต่งงงานเคยขออะไรกันไว้ ซึ่งที่ผ่านมาตนให้กลับมาทำงานได้ แต่ขออย่าทิ้งงานหลัก ก่อนเปรียบเปรยถ้าไม่เสียสละอะไรให้ตน ตนก็ไม่จำเป็นต้องคืนอะไรให้ ส่วนที่บอกว่ากดดันเรื่องให้อีกฝ่ายทำธุรกิจ

ตนมองว่าไม่เก่งก็ต้องลอง แต่มองว่าคนรอบข้างพิ้งกี้ต่างหากที่เสียผลประโยชน์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาอย่าใช้คำว่าปรับตัว ขอให้ใช้คำว่านั่งดูการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อัดแม่ฝ่ายหญิงพูดให้คลุมเครือกรณีให้เงิน 5 หมื่น ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ตน แต่ก็ให้ไปหลายเท่า ก็ไม่รู้จะพูดให้คนเกลียดทำไม พร้อมกันนี้เพชรเผยว่าการแต่งงานกับพิ้งกี้ไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งแรกจัดงานใหญ่กว่านี้

ซึ่งการแต่งครั้งที่ 2 ตนก็ต้องทิ้งบางอย่างมาอยู่กับพิ้งกี้ ก่อนย้ำพิ้งกี้แต่งแล้วบอกไม่อยากทำงานในวงการแล้ว เบื่อ อิ่มตัว แต่มีภาระ ภาระทุกอย่างทั้งหมดก็จัดการให้ อยากถามว่าความรู้สึกของคนที่รักเคยเห็นมั้ย หรือมีแค่กะเทยที่ชอบเอางานห่วยๆ มาให้ 3 หมื่น 5 หมื่น ตีค่าความรู้สึกตนแค่เงิน 3 หมื่น 5 หมื่น อย่างนั้นหรือ ถามว่ายังกล้ามีความรักกับคนในวงการบันเทิงมั้ย ไฮโซดังเผยว่ายังกล้า เพราะมั่นใจว่าถ้าคนในวงการ 100

มีไม่เกิน 3 คนที่จะต้องแต่งงานแล้วเอาเงินไปเซ่นบ้านเขา ถ้าคนในวงการมีครอบครัว เขาจะสรรเสริญและประคับประคองให้อยู่รอด ไม่ใช่เอาลูกไปหาเงินอย่างเดียว ซึ่งตนต้องทนอยู่กับความไม่ปกติอย่างนี้มา 3 ปี ถ้าเป็นการค้าขาดทุนเละ สิ่งที่ระลึกถึงผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้มีความรัก มีแต่ความห่วง ตั้งแต่เดินจากไปมีแต่ความห่วง เพราะเขาเลือกครอบครัวแต่ไม่เคยมีตน อยากอยู่กับครอบครัว แล้วตนไม่ใช่ครอบครัวเขาหรือ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here