พาชมโรงเรือนปลูกกัญชามูลค่ามหาศาล ใช้สกัดเพื่อทำเป็นยารักษาโรค บอกเลยไม่ธรรมดาเลยจริงๆ (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
220

เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ได้เดินทางศึกษาดูงาน เรื่อง กัญชาทางการแพทย์ที่ประเทศแคนาดา ทั้งนี้ พบว่า เฟซบุ๊ก นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ได้เผยแพร่ภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางไปดูงานในครั้งนี้ ซึ่งพบว่า เป็นการปลูกในโรงเรือนขนาดใหญ่

เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการสกัดเป็นยา เพื่อบำบัด รักษาโรค ทั้งนี้ นพ.โสภณ เปิดเผยถึงการศึกษาดูงานว่า การปลูกกัญญาเพื่อรักษาโรค ที่แคนาดา เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เปิดดำเนินการมาได้ประมาณ 4-5 ปี โดยมีการปลูกภายในโรงเรือน เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศเมืองหนาว แต่กัญชาเป็นพืชเมืองร้อน จึงต้องมีการควบคุมอุณหภูมิและแสงไฟให้เหมาะสม

ในการควบคุมคุณภาพของสารสำคัญในกัญชาให้เท่ากัน และมีการพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งทางนั้นระบุว่าสายพันธุ์ที่ดีที่สุดคือกัญชาสายพันธุ์ประเทศไทยที่ให้สารสำคัญได้มากและมีคุณภาพ ซึ่งจะมีสารสำคัญอยู่ 2 ตัวในการนำมาใช้ทางการแพทย์คือ สาร Cannabidiol (CBD) และ สาร Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งมีผลต่อการรักษาที่แตกต่างกัน

สำหรับการนำมาใช้ทางการแพทย์ จะใช้ต้นกัญชาตัวเมียคือ ใช้ส่วนของดอก โดยส่งไปให้ผู้ป่วยที่ได้รับใบสั่งแพทย์ให้ใช้กัญชาในการรักษา และมีการนำดอกมาสกัดทำเป็นน้ำมันกัญชา สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับใบสั่งจากแพทย์เช่นกัน ส่วนการควบคุมนั้นโรงงานที่ผลิตต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาล การเข้าออกมีความปลอดภัยสูง เพราะจะมีการสแกนบัตรในทุกจุดที่เข้าไป

เพื่อป้องกันกัญชาเล็ดรอดออกมาสู่ภายนอก และต้องมีการบันทึกรายละเอียดทั้งหมดว่ามีการปลูกเท่าไร ใช้ไปอย่างไร และต้องรายงานให้แก่รัฐบาลรับทราบ โดยกัญชาต้นหนึ่งราคาก็ตกกว่า 10,000 บาท แคนาดาอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2554 แก้ลมชัก อาการปวด อนุญาตให้ผู้ป่วยปลูกเองได้สี่ต้น แต่มีปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพเพื่อนำมาเป็นยาและการ

เก็บขายในตลาดมืด จึงออกกฏหมายควบคุมตั้งเป็นโรงงานผลิตโดยขออนุญาตจากรัฐบาล ปัจจุบันโรงงานผลิตกัญชาของแคนาดา ถือเป็นโรงขนาดใหญ่ และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีมูลค่าประมาณ 90,000 ล้านเหรียญ โดยโรงงานแห่งที่สองมีกระโจมปลูกต้นกัญชาพื้นที่ 1,000 ตารางเมตรจำนวน 26 กระโจม เดี๋ยวเรามาดูประโยชน์ของมันกันต่อเลยดีกว่าค่ะ

เมื่อพูดถึงยาเสพติด นอกจากยาบ้าที่หลายคนรู้จักกันดีแล้ว กัญชาคือ สารเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากกัญชาสามารถหาซื้อได้ค่อนข้างง่าย มีราคาไม่แพง ยังไม่นับการลักลอบปลูกกันเอง ซึ่งมีข่าวการบุกจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เห็นอยู่เนือง ๆ ด้วยฤทธิ์ของกัญชาที่ทำให้ผู้เสพอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม

รู้สึกสนุก ร่าเริง และยังเป็นยาเสพติดประเภทที่เสพแล้วไม่ติด ก็ยิ่งทำให้กล้าลองกันมากขึ้น เมื่อลองแล้วก็ติดใจ บางคนถึงขั้นเอาไปสอดไส้ในบุหรี่ เพื่อให้สูบได้ทุกที่ที่ต้องการอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า อันที่จริงแล้ว กัญชามีฤทธิ์ที่ร้ายแรงต่อระบบประสาทเป็นอย่างมาก และอาจทำให้ผู้เสพกลายเป็นโรคจิตได้ หากใช้ในปริมาณมาก กัญชา คืออะไร?

กัญชาเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร ลักษณะของใบกัญชาจะมีการแยกออกเป็นแฉก 5-8 แฉก โดยทุกแฉกจะมีรอยหยักเป็นเอกลักษณ์ มีดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ ตามกิ่งและก้านของต้นกัญชา ส่วนของกัญชาที่นำมาใช้เป็นยาเสพติดก็คือ บริเวณใบ ยอดช่อดอกและกิ่งก้านที่นำมาตากแดดจนแห้ง แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นก็นำมาใส่ในบ้องกัญชา

หรือนำมามวนผสมบุหรี่เพื่อใช้ในการเสพ นอกจากนี้ กัญชายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนประกอบอาหารที่เมื่อใส่ลงไปในอาหารแล้วจะทำให้ลูกค้าติดใจจนต้องกลับมากินอีก (เพราะความเป็นสารเสพติดนั่นเอง) ด้วยเหตุนี้จึงมีแม่ค้าและพ่อค้าหัวใส นำกัญชาผสมลงไปในน้ำซุป หรืออาหารชนิดต่าง ๆ นั่นเอง

ชื่อเรียกอื่นๆ ของกัญชา มีอะไรบ้าง? น้อยคนที่จะพูดถึงกัญชาในแบบตรง ๆ หากไม่ได้พูดคุยในลักษณะของการคุยเล่นทั่วไปหรือในเชิงวิชาการ ซึ่งชื่ออื่นของกัญชาที่ได้รับความนิยมในวัยรุ่น คือการ “ดูดเนื้อ” หรือการ “ปุ๊น” บางคนอาจจะเรียกว่า “มาลีฮวนน่า” ก็แล้วแต่ความนิยมของในพื้นที่นั้น ๆ เสพกัญชาแล้วติดหรือไม่?

กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทหนึ่งที่เสพแล้วไม่ติด ไม่มีผลข้างเคียงหากอยู่ดี ๆ จะเลิกสูบ เพราะเป็นแค่พืชที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทแบบอ่อน ๆ เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม หากสูบกัญชาในปริมาณมากก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น การเข้าไปทำลายระบบประสาท จนไม่สามารถใช้ความคิดและตัดสินใจได้เหมือนเดิม มีการทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำลายสมอง ทำลายสุขภาพจิต

และอาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งปอดได้ ส่วนผสมของกัญชา การเสพกัญชาเข้าไปในร่างกาย ส่วนมากมักเป็นการเสพกัญชาเพียงอย่างเดียวโดยไม่จำเป็นต้องผสมอะไรลงไปเลย แต่ในกรณีที่เอามายัดไส้บุหรี่มวนจะสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ ไส้บุหรี่จะมีสีเขียว แทนที่จะเป็นสีน้ำตาลที่มาจากใบยาสูบ รวมทั้งกลิ่นของบุหรี่ยัดไส้กัญชาก็จะผิดแปลกไปจากบุหรี่

ธรรมดาคือ มีกลิ่นคล้ายกับการเผาใบหญ้าแห้ง หากผู้อยู่ใกล้ได้สูดดมกลิ่นของควันกัญชามากเกินไป ก็อาจจะได้รับผลข้างเคียงบางอย่างได้ ต้นกัญชามีลักษณะทั่วไป คือ ลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร ใบเลี้ยงคู่เมื่อโตเต็มวัยลำต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ลักษณะใบจะแยกออกเป็นแฉกประมาณ 5-8 แฉก มีลักษณะคล้ายใบมันสำปะหลังที่ขอบใบทุกใบจะมีรอยหยักอยู่เป็นระยะๆ

ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ตามง่ามของกิ่งและก้าน ส่วนที่คนนำมาเสพได้แก่ส่วนของกิ่ง ก้าน ใบ และยอดช่อดอกกัญชา โดยนำมาตากหรืออบแห้ง แล้วบดหรือหั่นให้เป็นผงหยาบๆ จากนั้นจึงนำมายัดไส้บุหรี่สูบ (แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไปที่ไส้บุหรี่จะมีสีเขียว ต่างจากไส้ยาสูบที่มีสีน้ำตาล และขณะจุดสูบจะมีกลิ่นเหมือนหญ้าแห้งไหม้ไฟ)

หรืออาจสูบด้วยกล้องหรือบ้องกัญชา บ้างก็ใช้เคี้ยวหรือผสมลงในอาหารรับประทาน ปัจจุบันรูปแบบของกัญชาที่พบ นอกจากจะพบในลักษณะของกัญชาสด กัญชาแห้งอัดเป็นแท่งเป็นก้อนแล้ว ยังอาจพบในรูปของ “น้ำมันกัญชา” (Hashish Oil) ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ได้จากการนำกัญชามาผ่านกระบวนการสกัดหลายๆ ครั้ง

จึงได้เป็นน้ำมันกัญชาที่มีปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทสูงถึง 20-60% หรืออาจพบในลักษณะของ “ยางกัญชา” (Hashish) เป็นยางแห้งที่ได้จากใบ และยอดช่อดอกกัญชา ซึ่งโดยทั่วไปจะมีฤทธิ์แรงกว่ากัญชาสด และมีปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประมาณ 4-8 กัญชาไม่ถือเป็นสารเสพติดเพราะเป็นเพียงพืชล้มลุกจำพวกหญ้า

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Cannabis indicaหรือ Cannabis sativa L subsp. indica (Lam.) E. Small&Cronq เป็นสารไม่เสพติด ไม่มีผลข้างเคียง แม้จะเลิกเสพกะทันหัน ไม่มีผลต่อความสามารถต่างๆของผู้เสพ เมื่อเทียบกันแล้ว สุราและบุหรี่มีผลกระทบมากกว่ากัญชา ด้วยเหตุที่กัญชาเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทั้งยังเป็นสารไม่เสพติดนี้เองทำให้หลายประเทศในโลก

พยายามผลักดันให้กัญชาไม่ผิดกฎหมาย แต่ให้อยู่ภายใต้การควบคุม อีกทั้งหากใช้ในปริมาณไม่มากนัก กัญชายังมีสรรพคุณในทางบวกอีกด้วย ในทางการแพทย์ กัญชามีประโยชน์ในการรักษาโรคและบรรเทาอาการได้หลากหลาย แก้อาการไอ อ่อนล้า โรคข้อ กัญชาใช้บรรเทาหอบหืด เพราะขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม แก้อาการสั่นเพ้อ ปวดหัวไมเกรน

และปวดประจำเดือน แม้การใช้จะลดลงเมื่อมีการสังเคราะห์ยากล่อมประสาท และยาแก้ปวดอื่น หรือกระทั่งโรคมะเร็ง กัญชาก็ยังถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผลข้างเคียง ป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนจากการทำเคมีบำบัด ใช้เป็นสารกระตุ้นความ อยากอาหาร กัญชาจะช่วยชะลอน้ำหนักลดในโรคมะเร็ง และโรคเอดส์ หรือการใช้รักษาโรคต้อหิน ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงสรรพคุณส่วนหนึ่งของกัญชาเท่านั้น

ขอบคุณ นพ.โสภณ เมฆธน

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here