ปลื้มปีติ “สมเด็จพระเทพฯ” เสด็จฯ พิธีบายศรีสู่พระขวัญ-สงกรานต์ 2561 ณ สถานทูตลาว (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
77

วันที่ 13 เม.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในงานสงกรานต์ พ.ศ.2561 และทรงร่วมพิธีบายศรีสู่พระขวัญ ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

โดยมีนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว และนายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย เฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 เม.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ประจำประเทศไทย ซ.สหการประมูล ถ.ประชาอุทิศ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ทรงร่วมงาน “สะบายดีปีใหม่ลาว พ.ส.2561” เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์และปีใหม่ไทย รวมทั้งนับเป็นเทศกาลปีใหม่ของประชาชนชาวลาว พร้อมทรงร่วมพิธีบายศรีและงานราตรี โดยมี นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รมว.ต่างประเทศ

สปป.ลาว นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ โดยมีภริยา รมว.ต่างประเทศ สปป.ลาว ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ทรงฉลองพระองค์เสื้อสีฟ้าพาดสไบเฉียงแบบชาวลาวสีน้ำเงินขอบฟ้า กระโปรงผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มคาดลายสีฟ้า พระพักตร์แจ่มใส เสด็จฯ ไปยังห้องพิธี ทรงจุดธูปเทียนนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ เสด็จฯ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สวดพระพุทธมงคลคาถา ทรงร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ โดย หมอพร (พราหมณ์) สีจัน สอแพงคำฮัก

ผู้ซึ่งพี่น้องชาวลาวเคารพนับถือเป็นผู้ประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาปกปักรักษาผู้เข้าร่วมพิธีให้มีอายุมั่นขวัญยืน ต่อมา เสด็จฯ ไปประทับยังโต๊ะเสวยพระกระยาหารค่ำ โอกาสนี้นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย กราบบังคมทูลรายงานการจัดงาน นายสะเหลิมไซกราบบังคมทูลถวายพระพร

ก่อนเสวยพระกระยาหารค่ำ ระหว่างนั้นนายสะเหลิมไซ และนายแสง ทูลเกล้าฯ ถวายเค้กเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2561 พร้อมกล่าวถวายพระพรและร้องเพลงถวายพรวันคล้ายวันพระราชสมภพ โอกาสนี้ทรงตัดเค้กพระราชทานแก่ข้าราชการที่มาร่วมงานจากนั้นทอดพระเนตรการแสดงจากกระทรวงป้องกันความสงบ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวม 20 คน ด้วยพระเกษมสำราญยิ่ง และการแสดงต่างๆ รวม 10 ชุด ประกอบด้วย ชุดฟ้อนยินดีต้อนรับสู่ปีท่องเที่ยวลาว สาวภูไทม่วนซื่น สาวไทดำเก็บดอกฝ้าย ฟ้อนเก็บใบชา การแสดงเป่าแคนและโหวดเพลงเซิ้งพายเรือ และการแสดงร้องเพลง อาทิ เพลงเวียงจันทน์เมืองงาม วิมานดิน แก้วหลักเมือง

เสียงแคนลาว มนต์รักสองฝั่งโขง รำเต้ยบ้านนาผาสุก สุขใจในบ้านเกิด บ้านแม่เฮา หลวงพระบางแดนงาม ขับทุ่มหลวงพระบาง ในการนี้นายสะเหลิมไซ ทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมรำวงลาว ในเพลงสบายดีปีใหม่ ม่วนแท้บ้านเฮา โดยข้าราชการต่างออกมาร่วมรำวงด้วยความชื่นมื่นสนุกสนาน

จากนั้นได้มีการทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมเต้นรำวงจังหวะบาสโลบร่วมกับข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมงาน สร้างความปลื้มปีติแก่ผู้ร่วมงานอย่างหาที่สุดมิได้ ก่อนเสด็จฯ กลับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานกระเช้าดอกไม้และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับนักแสดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนชาวลาวต่างนุ่งซิ่นแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ขณะที่ประชาชนชาวไทยแต่งกายด้วยผ้าไทยนุ่งซิ่นสวมเสื้อลายดอก ศาสตราจารย์ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง นายกองใหญ่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (2 เมษายน พ.ศ. 2498)

เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นพระโสทรกนิษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520

ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ เฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี”

นับเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรก ที่ทรงดำรงพระอิสริยยศที่ “สยามบรมราชกุมารี” แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ซึ่งพระองค์ได้นำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ จากพระราชกรณียกิจในด้านศิลปวัฒนธรรมนี้

พระองค์จึงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญาว่า “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏศิลปิน” นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ ซึ่งโครงการในระยะเริ่มต้นนั้น

มุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาราษฎร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 (ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม สัปตศก) ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ เป็นผู้ถวายพระประสูติกาล และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนามที่ข้าราชบริพาร เรียกทั่วไปว่า ทูลกระหม่อมน้อย พระนาม “สิรินธร” นั้น นำมาจากสร้อยพระนามของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉา (ป้า)

ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สำหรับสร้อยพระนาม “กิติวัฒนาดุลโสภาคย์” ประกอบขึ้นจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบุพการี 3 พระองค์ ได้แก่ “กิติ” มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระมารดา (แม่) ส่วน “วัฒนา” มาจากพระนามาภิไธยเดิมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี

พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (คือ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) สมเด็จพระปัยยิกา (ย่าทวด) และ “อดุล” มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระอัยกา (ปู่)

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here