เป๊ะ ปัง ขั้นสุด ! ‘ปอย ตรีชฎา’ ใส่ ซีทรูสุดเซ็กซี่เดินพรมแดงที่ฮ่องกง บอกเลยสวย ออร่าเกิด (ชมภาพ)

0
177

เป็น 1 ในคนดังวงการบันเทิงไทยที่โกอินเตอร์สร้างชื่อให้กับชาติ สำหรับ สาวสองคนงาม “ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์” ล่าสุดสาวปอยก็เฉิดฉายบนหน้าสื่อของฮ่องกงอีกครั้ง หลังมีโอกาสพาความงามไปร่วมเดินพรมแดงงาน “Hongkong Film Awards 37th” ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้น ณ Hongkong Cultural Centre ด้วยโดยสาวปอยปรากฏตัวมาด้วยชุดซีทรูสุดหรูดูแพงระยิบระยับด้วยสีทอง เรียกแสงแฟลชกระจาย!?

ย้อนดูประวัติ “ปอย” หรือ “ตอย” ใน “รักปลอมปลอม” ต้องยอมรับเลยว่าเป็นสาวประเภทสองที่เรื่องความงามไม่แพ้ผู้หญิงแท้ๆ เลยทีเดียว สำหรับสาว “ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์” เจ้าของตำแหน่ง “มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2004” แต่ไม่เพียงความงามเท่านั้น เธอยังมีความสามารถด้านการแสดงและผลงานออกมาให้เห็นกันมากมาย และล่าสุดกับซีรี่ส์ที่แค่ปล่อยทีเซอร์ออกมาก็กระแสแรงสุดๆ อย่าง

“Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย ตอน รักปลอมปลอม” ที่เธอรับบทเป็น “ตอย” สำหรับคนที่อยากรู้จักสาวคนนี้มากขึ้น ทาง “ดาราเดลี่” จะพาไปส่องประวัติสาวคนนี้ด้วยกัน สาว “ปอย” มีชื่อจริงว่า “ตรีชฎา เพชรรัตน์” หรือชื่อเดิมคือ “บอย ศักดิ์นรินทร์ มาลยาภรณ์” เธอเกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2529 ปัจจุบันมีอายุ 31 ปี เกิดในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่จังหวัดพังงา

แต่ไปเติบโตที่จังหวัดภูเก็ต ด้านการศึกษาเธอจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเทพมิตรศึกษา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยและศึกษาต่อที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอางค์ มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ หลังจากที่เธอได้รับตำแหน่ง “มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2004” ก็เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปประกวด “มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน”

เวทีนางงามจักรวาลสำหรับสาวประเภทสอง จนได้รับตำแหน่งชนะเลิศการประกวด และได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เมื่อปี 2556 เธอได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ฮ่องกง ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง เช่น จาง เจียฮุย, กู่ เทียนเล่อ, หลิว ชิงหวิน และได้เซ็นสัญญากับบริษัทยูนิเวอร์สอาร์ติสต์เมเนจเมนต์ ของฮ่องกง และได้มีผลมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน “ปอย” มีผลงานออกมาให้ติดตามกันมากมายเช่น งานถ่ายแบบ ภาพยนตร์

โฆษณา พิธีกร มิวสิควิดีโอและผลงานละคร อาทิ รักเธอทุกวัน, หมวยอินเตอร์, นางแค้นและผลงานล่าสุดที่กำลังออนแอร์ “Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย ตอน รักปลอมปลอม” เรียกได้ว่าความสามารถของเธอเก่งรอบด้านเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากติดตามผลงานข่าวสารของสาวคนนี้สามารถเข้าไปฟอลโลว์ได้ที่อินสตาแกรม @poydtreechada ขนาดตัวเองยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีวันนี้ได้

สำหรับสาวประเภทสอง ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ สาวประเภทสองที่ประสบความสำเร็จในชีวิตบนเส้นทางบันเทิง ปอยเข้าวงการด้วยการประกวดมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2547 และได้รับตำแหน่งชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน และคว้ารางวัลชนะเลิศ จึงทำให้สาวปอยได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว และมีผลงานถ่ายแบบและการแสดงภาพยนตร์รวมถึงละครและมิวสิกวีดิโอ

จากนั้นในปี 2556 ปอยได้เข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ไวท์ สตรอม ที่ฮ่องกง จนทำให้เธอมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนที่นั่น ทำให้ปอยได้ร่วมงานกับนักแสดงมีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จาง เจียฮุย, กู่ เทียนเล่อ, หลิว ซิงหวิน และได้เซ็นสัญญากับบริษัทยูนิเวอร์สอาร์ดิสต์เมเนเจอร์ ของฮ่องกง และมีผลงานที่จีนและฮ่องกงมาเรื่อยๆ ชื่อของสาวปอยถูกจัดให้เป็นดาราอันดับต้นๆ ของนักแสดงที่นั่น

ในวันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับสาวสวยคนนี้ จึงไม่พลาดที่จะให้สาวปอยเล่าเรื่องราวชีวิตที่ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบให้ได้ฟังกัน เริ่มต้นการโกอินเตอร์ของปอย ตรีชฎา? “มันเริ่มต้นมาจากมีภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ไวท์ สตรอม เขาตามหานักแสดงไทย เพราะว่าในบทจะมีตัวละครชื่อมีนา ซึ่งตัวละครตัวนี้จะเป็นลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ตอนนั้นเขาหานักแสดงผู้หญิง และมีการหาดาราไทยไปแคสติ้งค่ะ

แล้วมีคนมาชวนปอยไปแคสติ้งหนังเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกปอยก็แปลกใจเพราะว่าบทนี้เป็นบทผู้หญิง ก็สงสัยว่าทำไมเขาใจดีจังเลยที่ชวนเราไป พอไปแคสปรากฏว่าได้ ความรู้สึกตอนนั้นดีใจค่ะ (ยิ้ม) ถามว่าตอนที่ไปแคสปอยกังวลมั้ย ตอบเลยว่าไม่กังวลค่ะ เพราะรู้ว่าคนที่ชวนไปแคสเขาไม่มีเงื่อนไขเรื่องเพศ มันยิ่งทำให้เราพร้อมมาก (ยิ้ม)” ทุ่มเททุ่มทุนกับการทำงานที่ต่างประเทศมาก กระแสตอบรับกลับมาชื่นใจมั้ย?

“ก็ได้รับคำชมมาว่าเราเป็นนักแสดงที่มีวินัยค่ะ (ยิ้ม) มันทำให้เรารู้สึกดีใจ แม้เราจะเป็นคนต่างชาติที่ไปร่วมงานกับเขา แต่เราก็มีเรื่องวินัยที่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่จะสะท้อนตัวตนของเราออกมา และยิ่งแฟนๆ ให้การต้อนรับเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้ มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย มันเกินคาดจริงๆ (ยิ้ม) วันแรกที่ต้องไปเปิดตัวภาพยนตร์มีคนมารอดูเรา 4-5 ชั้น เป็นหมื่นๆ คน ปอยไม่อยากจะเชื่อเลย

และรู้สึกตื้นตันใจ ดีใจ ภูมิใจ มันมีทุกความรู้สึกเลยค่ะ เขาชื่นชมในฐานะที่ปอยเป็นปอย เป็นผู้หญิง ชื่นชมในงานของปอยมากกว่าชื่นชมที่เพศค่ะ (ยิ้ม)” รับมือกับความกดดันจากความคาดหวังอย่างไร? “วิธีแก้ของปอยก็คือ ไปเรียนการแสดงเพิ่มเติมเยอะมาก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ทุกครั้งที่ได้บทละครบทภาพยนตร์ที่จะได้เล่นมา ปอยก็จะเอาไปเรียนการแสดงทุกบท ทุกข้อความ ทุกไดอาล็อก เรียนทั้งที่ไทยและที่เมืองนอก

ซึ่งในตรงจุดนี้เขาไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้นะคะ ปอยซัพพอร์ตตัวเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองค่ะ ปกติเวลาเรียนแอ็กติ้งเขาจะเรียนกันแค่ 10 ชั่วโมง แต่สำหรับปอย ปอยเรียนทุกฉากที่ต้องถ่าย เหมือนเราเล่นมาก่อนแล้ว 1 ครั้ง ที่ต้องทำขนาดนี้เพราะว่าปอยรู้ตัวเองว่าไม่ได้เป็นคนมีประสบการณ์ในการแสดงมากขนาดนี้ และก็เข้าใจในมุมมองของนักธุรกิจ และคนที่ปอยร่วมงานด้วยทุกคนเป็นระดับตำนาน ไม่ใช่แค่ดาราดัง

ทั้งของที่จีนและของฮ่องกง ถ้าปอยเล่นไม่ดี ปอยก็จะดึงเขาลงมา เพราะฉะนั้นจึงต้องพัฒนา ทำให้ตัวเองกระตือรือร้นอยู่เสมอ”เพราะมีความรับผิดชอบในงาน คนที่อยากจะร่วมงานกับปอยก็ต้องคาดหวังสูงมากขึ้น รู้สึกกดดันหรือกลัวกับความคาดหวังจากคนเหล่านั้นมั้ย? “ไม่กดดันแล้วค่ะ เพราะเรารู้เทคนิคในการรับมือกับมันแล้ว เซ็นสัญญามา 3 ปีกว่า ทุกวันนี้ปอยก็ยังเรียนการแสดง เรียนการออกเสียง เรียนทุกอย่าง

ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง เพื่อให้ตัวเองตามให้ทันสิ่งแวดล้อม” เส้นทางชีวิตในการโกอินเตอร์ดูโรยด้วยกลีบกุหลาบ? “จริงๆ แล้วมันสลับกันนะคะระหว่างกลีบกุหลาบและอุปสรรค ปอยเชื่อว่าโลกนี้สร้างทุกอย่างมาให้สมดุล เวลาที่คนคนหนึ่งอยู่ในจุดที่สุขมากๆ ก็จะต้องเคยผ่านจุดที่มีแรงกดดันมากๆ เช่น ผ่านบทพิสูจน์ที่สูงมากๆ เช่นกัน ทุกๆ คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องแลกกับสิ่งเหล่านี้เสมอ

และปอยเองก็ผ่านอุปสรรคแรงกดดันทุกอย่างมาแล้วเช่นกันค่ะ (ยิ้ม) ยิ่งเราทำงานในระดับที่เขาลงทุนเยอะๆ อย่างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งลงทุนเป็นพันล้าน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่นักธุรกิจลงทุนอะไรไปก็จะต้องคาดหวังให้องค์ประกอบทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ปอยก็จะถูกกดดันในเรื่องนี้ที่จะต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบตามที่เขาต้องการ ตามที่เขาลงทุนไว้เช่นกัน ซึ่งความกดดันเหล่านั้นมันก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราถูกกดดันอยู่ (หัวเราะ)

ชีวิตปอยกว่าจะมีวันนี้อุปสรรคเยอะแยะเลยค่ะ เรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ความกดดัน ความคาดหวัง ความยึดติด ความไม่สมหวัง ปอยผ่านมันมาหมดแล้ว มีทั้งที่ท้อแท้ ผิดหวัง ลุกขึ้นมาใหม่ ในอดีตช่องทางในการแสดงหนทางในชีวิตมันมีช่องทางที่น้อย กว่าจะมาถึงวันนี้ได้มันยากนะคะ แต่พอดีปอยมีเป้าหมายในชีวิตที่หนักแน่นและเข้มแข็ง จนเอาชนะความท้อแท้ ความกดดันที่เข้ามาไปได้หมดเลย”

เป้าหมายในชีวิตของปอยจากนี้คืออะไร? “ในอดีตปอยฝันไว้ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ ถ้าจะประกวดมิสทิฟฟานี่ก็จะต้องได้เป็นมิสทิฟฟานี่ อยากจะเป็นดาราก็จะต้องได้เป็นดาราที่อยู่แถวหน้า ตอนเด็กๆ ปอยคิดแบบนั้น แต่ในวันนี้มันเปลี่ยนไป ตอนเด็กคิดว่าอยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่ตอนนี้ล้างบางความคิด ตอนนี้คิดว่าเป้าหมายในชีวิตของปอยในวันที่อายุ 30 คือในเรื่องของคุณภาพชีวิตและจิตใจจะต้องอยู่ในมุมบวกเสมอ

ถ้าวันนี้ปอยเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ดังมาก รวยมาก แต่ปอยยังต้องทุกข์ใจ ปอยจะไม่เป็น ดังนั้นปอยจะต้องอยู่ในจุดที่มีความสุขในชีวิตที่สุด ปอยเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ แต่จะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่มีความสุข ที่ได้แนวความคิดนี้มา มันเริ่มมาจากการเรียนรู้ไม่สิ้นสุดที่ไม่ได้เน้นแค่วิชาการ หรือการแสดง แต่ปอยยังเรียนรู้เรื่องของการพัฒนาทางด้านสมองและจิตใจ” หลายคนมองว่าในเมืองไทยปอยไม่ค่อยจะมีชื่อเสียงเท่าที่ฮ่องกงหรือจีน?

“ปอยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริง เขาพูดถูก แต่ปอยรู้สึกว่าทุกๆ ที่ปอยก็ทำงานเต็มที่เท่าที่ปอยจะทำได้ตามประสบการณ์ของตัวเอง แต่ปอยเชื่อว่าหลายๆ อย่างที่เราไม่ได้มีคุณค่ามากในบางที่ แต่กลับมีคุณค่ามากในบางที่ เราจะวัดคุณค่าของตัวเองให้ถูกที่ถูกเวลา” ในไทยหรือต่างประเทศที่เขาเปิดรับและยอมรับในตัวปอยมากที่สุด?

“การเปิดใจยอมรับจะที่ไทยหรือที่ต่างประเทศเขาก็เปิดใจยอมรับเหมือนกันนะคะ แต่เป็นคนละสไลต์ ปอยมีวันนี้ได้เพราะการเปิดใจยอมรับของคนที่เมืองไทยนะคะ (ยิ้ม) ปอยมีวันนี้ได้เพราะว่าทัศนคติของคนไทยเปลี่ยนไปนะ ตั้งแต่วันที่ปอยได้ตำแหน่ง สิ่งที่ปอยได้จากคนไทยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ปอยได้รับการยอมรับ การเปิดใจมากที่สุด เกินกว่าที่คาดหวัง”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here