“ทราย เจริญปุระ” ลั่น อยากเผาบ้านทิ้ง! หลังเห็นของที่แม่ซื้อไว้ใช้กับสามีใหม่ หลังพ่อเสีย มูลค่ามหาศาล (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
708

ทำเอาฮือฮาโลกโซเซียลไม่น้อย เมื่อนักแสดงสาว “ทราย อินทิรา เจริญปุระ” ของขึ้นโพสต์ระบายความรู้สึก ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว หลังจากที่น้องได้ส่งภาพบ้านที่เคยเป็นที่อยู่ของครอบครัวมาให้ดูซึ่งปรากฏให้เห็นสิ่งของต่างๆ มากมายทั้ง ทีวี เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาอาศ ฯลฯ พร้อมกันนี้เจ้าตัวก็ได้ระบุว่าทั้งหมดนั้นเป็นข้างของเครื่องใช้ที่แม่ซื้อเข้าบ้าน

หลังจากที่พ่อของเธอ “คุณ รุจน์ รณภพ”ได้เสียชีวิต โดยหวังว่าจะเอาไปใช้กับแฟนคนใหม่ แต่สุดท้ายทั้งสองก็ไม่มีโอกาสได้ใช้เนื่องจากมีอาการป่วยทั้งคู่ โดยเธอยังบอกด้วยว่าตอนที่เธออยู่บ้านแอร์ก็ต้องใช้เครื่องเก่า ทีวีก็ไม่มีให้ดูเพราะแม่บอกไม่จำเป็น ซึ่งเจ้าตัวระบุยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกติดใจกับการที่แม่จะมีผู้ชายคนใหม่หลังพ่อเสีย

เพียงแต่รู้สึกน้อยใจที่แม่ซึ่งปัจจุบันก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้ซื้อของเหล่านี้มาเอาเงินที่ตนให้ไปซื้อของใช้กับผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่พ่อและก็ไม่ใช่ลูกๆ ด้วยซ้ำไปนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความระบุว่า”รู้ว่าไม่ควรยึดติดกับข้าวของนอกกาย แต่พอเห็นรูปที่น้องชายส่งให้ จากการไปเคลียร์บ้านแม่ที่เขาไปสร้างไว้อยู่กับคู่รักส่วนตัวก่อนจะป่วยแล้วก็สะท้อนใจ แอร์7เครื่อง

เครื่องซักผ้า/อบผ้า3เครื่อง ทีวี5 ชุดเก้าอี้และที่นอนมูจิ และอีกสารพัดข้าวของก็เจ็บปวด ใช่, แม่เอาเงินเราไปซื้อ ซึ่งเราก็พอทำใจได้นะ ว่าให้แม่ แต่ที่แย่คือเอาไว้ใช้กับผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่พ่อ และก็ไม่ใช่ลูกๆ บ้านหลังนิดเดียวติดแอร์7ตัว ถ้าตกตัวละหมื่นก็หมดไปเกือบแสน ยังไม่นับราคาของอย่างอื่น เราไม่ได้ติดใจว่าแม่จะมีแฟนใหม่หลังจากพ่อ พ่อก็ตายไปแล้ว

แต่แม่ต้องทำกับเราถึงขนาดนี้เลยเหรอ แอร์ห้องเราอยู่มาตั้งแต่สมัยเด็กๆไม่เคยเปลี่ยนให้ ทีวีก็ไม่มีให้ บอกไม่จำเป็น แต่ก่อนเราติดอาบน้ำร้อนแบบมีก๊อกน้ำร้อน/เย็น แม่ก็เปลี่ยนเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นเพราะบอกว่าสิ้นเปลือง สุดท้ายข้าวของเหล่านี้แม่ก็ไม่ได้ใช้ คู่รักของแม่ก็ป่วย แม่ก็ป่วยจนไม่อาจกลับไปอยู่บ้านพยานรักนั่นได้อีก แม่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชีวิตเคยซื้ออะไรไปบ้าง

เราอยากเผาบ้านหลังนี้ทิ้งไปเลย เก็บออกมาแค่รูปของพ่อก็พอ แต่เราโตแล้ว เราต้องเข้มแข็ง เราต้องยอมรับว่าแม่เราก็เป็นคนที่อาจผิดอาจพลาด อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็เป็นคน, คนที่ยังมีหัวใจเอาไว้เจ็บไว้จำ”ทราย เจริญปุระ (23 ธันวาคม พ.ศ. 2523 -) มีชื่อจริงว่า อินทิรา เจริญปุระ มีชื่อเล่นว่า “ทราย” เป็นนักแสดง นักร้องชาวไทย

เป็นบุตรสาวของอดีตนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง รุจน์ รณภพ มีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างมารดากับใหม่ เจริญปุระ ทราย เข้าสู่วงการโดยการชักชวนของสุพล วิเชียรฉาย มีผลงานละครเรื่องแรกเมื่ออายุ 13 ปี คือเรื่อง “ล่า” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยแสดงร่วมกับสินจัย หงษ์ไทย และจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์

จากนั้นจึงได้แสดงละครอีกหลายเรื่อง เช่น บ้านสอยดาว กองพันทหารเกณฑ์ เจ้าสัวน้อย ฯลฯ จุดเด่นอย่างหนึ่งของเธอก็คือการมีส่วนสูงที่สะดุดตา เนื่องจากเธอสูงถึง 173 เซนติเมตร ทราย เจริญปุระ เคยมีผลงานเพลง ออกอัลบั้มเดี่ยวมาสักระยะหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2538 ได้ออกอัลบั้มเพลงชุดแรกชื่อชุด “นาฬิกาทราย” ในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีเพลงดัง

เช่น ครูกระดาษ…(ทราย), เอาคืนไป และเพลง แล้วไงต่อ ต่อมากับอัลบั้ม “SINE” ปี พ.ศ. 2541 สังกัด อิน แอนด์ ออน มิวสิก มีเพลงดัง เช่น พ่อมด, เพราะไม่รู้ และเพลง ภาพเก่าๆ โดยได้ จิระศักดิ์ ปานพุ่ม มาเป็นเอ็กเซ็กคิวทีฟโปรดิวเซอร์ และโปรดิวเซอร์ อีกด้วย ต่อด้วยอัลบั้มชุดสุดท้าย “D^SINE” ปี พ.ศ. 2542 สังกัดค่ายอัพจี ในเครือแกรมมี่

เพลงดัง เช่น เกินเสียใจ, ลองค้นใจ และเพลง สายลมที่หวังดี รวมอัลบั้มเดี่ยวแล้วทั้งหมด 3 ชุดด้วยกัน ในปี พ.ศ. 2542 มีผลงานสร้างชื่อเสียงคือภาพยนตร์รื่อง นางนาก โดยรับบทเป็นนางนากคู่กับวินัย ไกรบุตร และออกอัลบั้มเพลงในชื่อชุด “ดี-ทราย” จากนั้นได้ทำหน้าที่พิธีกรในหลายรายการ เช่น 7 สีคอนเสิร์ต คู่กับ พนมกร ตังทัตสวัสดิ์

และมีผลงานภาพยนตร์เช่น เฮี้ยน, Six หกตายท้าตาย, ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ บ้านผีสิง ฯลฯ รวมถึงละครพื้นบ้านแนวจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง ปลาบู่ทอง ทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2554 ได้ดำเนินรายการ “Book Guide” ทางสถานโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ทราย เจริญปุระ ยังเขียนบทความประจำ คอลัมน์ “รักคนอ่าน” โดยรีวิวหนังสือต่างๆลงในนิตยสารมติชน

สุดสัปดาห์ด้วย วึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา “ทราย อินทิรา” ยันดูแล “พ่อ” มาโดยตลอด จวก “กุ้ง วิภาวี” ถ้าคิดว่าดูแลพ่อได้ดีกว่าพี่น้องฝั่งนั้นมีตั้ง 4 คนทำไมไม่รับไปดูแล ร่ำไห้ เปิดใจทุกเม็ดถึงสัมพันธ์เจริญปุระพี่น้องต่างแม่ แฉกุ้งนั่นแหละที่ไม่ค่อยไปดูพ่อ แม้แต่ผ้าอ้อมก็ไม่เคยแตะ ค่ารักษาก็ไม่ช่วย แม้แต่เงินจัดงานศพของพ่อทรายก็ออกเองทุกอย่าง

ส่วนกุ้งออกค่าอาหารนิดหน่อย ฉะถ้าจะสร้างเรื่องให้ดูเลว ให้มาด่ากันว่าเลวใส่หน้าเลยดีกว่า ลั่นที่วันนี้ต้องพูดเพราะมันกระทบถึงแม่และน้องที่ดูแลพ่อมาตลอด หลังจากที่ “กุ้ง วิภาวี เจริญปุระ” ลูกสาวของ “รุจน์ รณภพ เจริญปุระ” อดีตพระเอกและผู้กำกับชื่อดังที่ล่วงลับไปแล้ว ออกมาโพสต์ข้อความต่อว่า “ทราย อินทิรา เจริญปุระ” น้องสาวต่างแม่ว่า เลวสุดทาง

ไม่ดูแลพ่อ สร้างภาพน่าให้ตุ๊กตาทอง ในเฟซบุ๊กของ “เตชะ ทับทอง หนึงร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ” ที่ https://www.facebook.com/te.techa ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ทรายถึงกรณีที่ทรายโพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยกับแฟชั่นมือปืนป๊อบคอร์น เจอพี่สาวโพสต์ซะเอง ทรายเลยไม่พ้นข้อหา “เนรคุณ” งานนี้ทำเอาทรายถึงกับทนไม่ไหว

ขอเปิดใจถึงสัมพันธ์พี่น้องเจริญปุระต่างแม่ชนิดที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตอนพ่อป่วยที่กุ้งไม่ค่อยได้ไปหาทั้งที่พ่อคิดถึงอยากให้ไปหา และไม่เคยออกเงินค่ารักษาพยาบาล แม้แต่งานศพของพ่อทรายก็เป็นคนจัดแจงทุกอย่าง แต่กุ้งเป็นคนรับแขกและช่วยเรื่องค่าอาหารบ้างนิดหน่อย ลั่นวันนี้ต้องพูดเพราะมาแตะเรื่องครอบครัวเกินไป

เผยสัมพันธ์พี่น้องต่างแม่ ไม่สนิทกัน แก้ข่าวไม่ใช่ลูกเมียน้อย ลั่นแม่จดทะเบียนสมรสถูกต้อง “ไม่สนิทแปลว่าไม่สนิทน่ะ พ่อทรายกับแม่ของบ้านพี่กุ้งเขาแต่งงานและหย่าร้างกันมานานแล้ว พ่อก็ด้วยความหล่อก็กระจายอำนาจเยอะ ก็มาแต่งกับแม่ทรายซึ่งอันนี้ขอแก้ข่าวหน่อยนะคะ คนจะคิดว่าทรายเป็นลูกเมียน้อย เขาจดทะเบียนกันนะคะ ทรายไม่ใช่ลูกนอกกฎหมาย

แต่ก่อนหน้านี้เขามีแฟนเขาไม่ได้มีลูกด้วยกัน แต่มามีลูกกับแม่ทรายก็เป็นทรายและน้องของทราย ดังนั้นมันห่างกันมาก เพราะพี่ใหม่ (ใหม่ เจริญปุระ) ซึ่งเป็นคนเล็กของบ้านยังห่างกับทราย 12 ปี” “พอโตมาซักพักพ่อทรายก็บอกว่าพ่อเคยมีลูก เราก็อือก็ไม่รู้จะรู้ไปทำไม มันคือนิสัยเราด้วยแหละ แต่ไม่รู้เขาเป็นกันทั่วโลกหรือเปล่า หรือเป็นเฉพาะคนไทยที่จะต้องคิดว่า

มันจะต้องมีภาพพี่น้องผูกจิตผูกใจบุตรหลานท่าน ทุกคนก็มีชีวิตของตัวเองไปดิวะ ทรายก็แบบโตๆ กันหมดแล้ว พ่อก็อยู่กับเรา เราก็เจอพ่อทุกวัน เขาก็อยู่ของเขาไปก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน นานๆ พ่อเขาก็จะไปกินข้าวกับพี่ใหม่หรืออะไรมันก็เรื่องของเขา ก็ลูกเขาก็ไปสิ ทรายก็อยู่กับพ่อทุกวันพ่อก็ไปรับที่โรงเรียน ความสัมพันธ์ก็เหมือนมีพ่อเป็นตัวเชื่อมเฉยๆ มีพ่อร่วมกันเฉยๆ

แค่นั้นเองค่ะ” แจงเรื่องโพสต์ไม่ชอบ “แฟชั่นป๊อปคอร์น” จนเป็นเหตุให้ “กุ้ง วิภาวี” โพสต์ว่านั้นเป็นเพราะว่า สะเทือนใจกับลุงเสื้อแดงที่โดนยิงจนเป็นอัมพาต ลั่นไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีไหนก็ไม่สมควรโดนแบบนี้ “กับสิ่งที่เขาโพสต์ก็มันไม่จริง ที่ต้องพูดก็เพราะว่ามันไม่จริง ปกติทรายจะไม่พูดเรื่องครอบครัวหรอกเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่อง คนแบบไหนที่จะเอาเรื่องครอบครัวมาพูดแบบนี้

ถ้าพูดถึงเรื่องมือปืนป็อบคอร์นตอนหลังๆ นี่มันกลายเป็นแฟชั่น มีเคสโทรศัพท์ มีเสื้อ ซึ่งเราค่อนข้างสะเทือนใจกับเรื่องนี้ คุณลุงที่โดนยิ่งเนี่ย ไม่ว่าคุณลุงจะเป็นใครก็ตาม คุณลุงโดนยิงในจุดเดียวกับที่ทรายโดนรถชนน่ะ แล้วคุณลุงเป็นอัมพาตคุณลุงไม่โชคดีเท่าทราย มันเลยค่อนข้างจะ (ทำไมทุกคนไปชื่นชมอย่างนี้เหรอ) เออด้วย…มันเหมือนมีจุดร่วม

ถ้าเราช้าไปเราจะเป็นเหมือนลุงหรือเปล่าวะ” “ซึ่งทรายเป็นคนเขียนสเตตัสพลับลิคตลอด ก็เลยเขียนไปเลยว่า เราไม่โอเคว่ะ เราไม่โอเคกับแฟชั่นป๊อปคอร์นว่ะ ถ้าจะใส่เอาขำก็ไม่ขำน่ะ เราเห็นแล้วรู้สึกถึงเลือดแต่ถ้าใครจะแย้งก็เชิญนะคะ หรือจะด่าก็เชิญนะคะ สามารถเข้าไปเช็คดูได้ทรายเปิดพลับบลิคไว้ ในนั้นก็อธิบายเขียนนี่แทบจะแยกข้อย่อยเขียนชัดเจนค่ะ

เราเขียนชัดเจนตลอดอยู่แล้ว” “คุณลุงเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมาแล้วมันแย่มาก ไม่ว่าเขาจะเป็นใครเขาก็ไม่ควรโดนแบบนี้ นี่มันไม่ใช่สงคราม เราแค่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันแล้วมันต้องมีคนเป็นแบบนี้เลยเหรอ (คนอาจจะคิดว่าเราเขียนในฐานะที่เราเชียร์ฝั่งโน้น) ก็แล้วแต่ ก็ไม่เป็นไร (คุณลุงเป็นเสื้อแดงก็เลยสงสาร) ถ้าคุณลุงเป็นเสื้อแดงคุณลุงสมควรโดนเหรอคะ

ทำไมเป็นเสื้อแดงก็เออดีสมน้ำหน้าเป็นอัมพาตไปเถอะอย่างนี้เหรอ เฮ้ย…ทรายว่าไม่ใช่นะ วิธีคิดแบบนี้ไม่ใช่นะ คือคุณลุงคือคนนะคะและก็ไม่มีคนๆ ไหนที่สมควรจะโดนยิงทางการเมืองด้วยใครก็ไม่รู้ ถ้าลุงเป็นทหารแล้วไปรบสิ เออ..มันเป็นความเสี่ยงที่คุณลุงต้องแบบรับ” เผยตอนที่ กปปส.โดนระเบิดหรือโดนยิงก็แสดงความเสียใจด้วยเช่นกัน “เฮ้ย…ทราย RIP กันอยู่ตลอด

นะ มันไม่ควรมีใครตายเลย จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องบ้าบอมากนี่มันยุคไหนแล้ว รอพอมีคนมาถามแบบนี้ว่า ลุงเป็นเสื้อแดงโดน เฮ้ย…แล้วทำไมเสื้ออะไรก็ไม่สมควรปะ หรือไม่ใส่เสื้อเลยก็ไม่สมควรปะ มันไม่ตลกอ่ะ ทรายไม่ตลกอ่ะ เด็กที่เมืองจันท์ หรือที่อะไรก็ตาม บางทีทรายเลี่ยงที่จะโพสต์รูปเลยด้วยซ้ำ เพราะญาติพ่อแม่เขามาเห็นก็ต้องรู้สึกแย่ อย่างตอนทรายโดนรถชนมีคนโพสต์รูปที่ทรายเป็นแผลแม่ทรายเห็นเขายัง….. มันเป็นขนาดนั้น หนูยังไม่ตายเขายังรู้สึกแย่”

Leave your vote

-1 points
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here