‘ทราย’ สุดกลั้น ปล่อยโฮกลางรายการ เผยปมชีวิตทั้งน้ำตา – แม่เคยขู่ฆ่าตัวตาย (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
190

หลายคนคงจำกันได้กับข่าวใหญ่เมื่อปลายปี 2560 เมื่อนางเอกร้อยล้านคนแรกของไทย ทราย-อินทิรา เจริญปุระ พาแม่เข้าโรงพยาบาลศรีธัญญาด้วยโรคซึมเศร้าและสมองน้อยเสื่อม ซึ่งเจ้าตัวได้มาเปิดใจพื้นที่ชีวิตถูกจำกัดโดยแม่มาตั้งแต่เล็ก

ยอมรับทั้งน้ำตาในรายการ The Hidden Songs ร้อง เรื่อง ลับ ว่าอยากให้แม่ถามว่า ‘เหนื่อยไหม’ ก่อนจะเล่าเรื่องราวชีวิตที่เก็บกดเป็นปมในใจมาตลอดให้เหล่าเมนทอร์ได้ช่วยกันบำบัดกลุ่ม จนสามารถร้องเพลง ‘สายลมที่หวังดี’

ปิดรายการด้วยความรู้สึกใหม่ให้กับตัวเอง โดยสาวทรายกล่าวทั้งน้ำตาว่า “คนที่รู้ข่าวเรื่องแม่ป่วยทางสมองเพราะการที่ทรายพาไปอยู่โรงพยาบาล แต่หลายคนไม่รู้ว่าที่เป็นข่าวนี่มันแค่ปมเดียวเอง จริงๆ แล้วตั้งแต่เล็กพื้นที่ชีวิตของทราย

- Advertisement -

ไม่เคยได้อยู่คนเดียวเลย มีแม่อยู่ด้วยตลอด แต่ไม่ใช่ความอบอุ่นแบบที่เข้าใจกันนะ ถึงขั้นแม่เคยขู่จะฆ่าตัวตายถ้าไม่กลับบ้านตอนนี้ เราก็ต้องทำงานหาเงินมาให้ครอบครัวและเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่ แต่แม่ก็ต้องการให้อยู่ด้วยทำให้ทราย

เครียดมากจนหมอต้องจับแยกกับแม่เลย บอกได้เลยว่าโรคซึมเศร้าใกล้ชิดกับครอบครัวมาก””พอมาออกรายการ ‘The Hidden Songs ร้อง เรื่อง ลับ’ ต้องร้องเพลง 2 เพลง ก็เลือกเพลงที่ตรงกับปมในใจที่สุดคือ เหนื่อยไหม

เพราะรอมาตลอดนะว่าอยากให้แม่ถามคำนี้สักครั้ง (ร้องไห้) ส่วนอีกเพลงคือ สายลมที่หวังดี ก็เพิ่งค้นพบวันนี้แหละว่าไม่ใช่ร้องให้กำลังใจคนอื่นอย่างเดียว ทรายสามารถร้องเพลงนี้เพื่อเป็นกำลังใจตัวเองได้เหมือนกัน ถือเป็นเรื่องแปลก

ใหม่มากๆ (ยิ้ม) การนั่งพูดคุยแบบล้อมเป็นวงใกล้ชิดกับเมนทอร์ 4 คนและพี่เอ๋ พิธีกร ทำให้ทรายได้ระบาย ได้ร้องไห้จนกระดาษทิชชู่หมดกล่อง รู้สึกว่ามารายการนี้เหมือนได้เข้าบำบัดกลุ่มเลย ซึ่งใครได้ดูรายการนี้จะรู้เลยว่าชีวิตของทราย

เหมือนคำสรุปของพี่เอ๋ที่พูดว่า เดี๋ยวนี้เราตัดสินคนง่ายไปหรือเปล่า โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง”ด้านพิธีกร ‘เอ๋’สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ปิดท้ายว่า “ชีวิตของทรายเหมือนอ่านวรรณกรรมเล่มหนึ่ง มันเป็นชีวิตที่เลือกไม่ได้

มีทั้งความรัก แต่ในความรักก็มีความทุกข์ ซึ่งในความทุกข์ก็มีความหมายของมันอยู่ ทำให้เราได้มองย้อนมาถึงคนทั่วไปที่คงมีอะไรอยู่บนบ่าคล้ายๆ กัน แต่ของทรายคือเรื่องแม่ ก็รู้สึกว่าทรายอยู่ในชีวิตแบบนี้ได้ แต่มันไม่ง่าย”

ติดตามชมเรื่องราวทั้งหมดของเธอคนนี้ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ พร้อมทั้งคำแนะนำของเหล่าเมนทอร์ อุ๋ย-บุดด้าเบลส, จอห์น-วิญญู, เติ้ล-ปิยะชาติ, หมอนุ่น-แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ ได้ในรายการ “The Hidden Songs ร้อง เรื่อง ลับ”

วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายนนี้ เวลา 20.00 น. ทางไลน์ทีวี ทราย เข้าสู่วงการโดยการชักชวนของสุพล วิเชียรฉาย มีผลงานละครเรื่องแรกเมื่ออายุ 13 ปี คือเรื่อง “ล่า” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยแสดงร่วมกับสินจัย

หงษ์ไทย และจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ จากนั้นจึงได้แสดงละครอีกหลายเรื่อง เช่น บ้านสอยดาว กองพันทหารเกณฑ์ เจ้าสัวน้อย ฯลฯ จุดเด่นอย่างหนึ่งของเธอก็คือการมีส่วนสูงที่สะดุดตา เนื่องจากเธอสูงถึง 173 เซนติเมตร ทราย เจริญปุระ

เคยมีผลงานเพลง ออกอัลบั้มเดี่ยวมาสักระยะหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2538 ได้ออกอัลบั้มเพลงชุดแรกชื่อชุด “นาฬิกาทราย” ในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีเพลงดัง เช่น ครูกระดาษ…(ทราย), เอาคืนไป และเพลง แล้วไงต่อ ต่อมากับอัลบั้ม

“SINE” ปี พ.ศ. 2541 สังกัด อิน แอนด์ ออน มิวสิก มีเพลงดัง เช่น พ่อมด, เพราะไม่รู้ และเพลง ภาพเก่าๆ โดยได้ จิระศักดิ์ ปานพุ่ม มาเป็นเอ็กเซ็กคิวทีฟโปรดิวเซอร์ และโปรดิวเซอร์ อีกด้วย ต่อด้วยอัลบั้มชุดสุดท้าย

“D^SINE” ปี พ.ศ. 2542 สังกัดค่ายอัพจี ในเครือแกรมมี่ เพลงดัง เช่น เกินเสียใจ, ลองค้นใจ และเพลง สายลมที่หวังดี รวมอัลบั้มเดี่ยวแล้วทั้งหมด 3 ชุดด้วยกัน ในปี พ.ศ. 2542 มีผลงานสร้างชื่อเสียงคือภาพยนตร์รื่อง นางนาก

โดยรับบทเป็นนางนากคู่กับวินัย ไกรบุตร และออกอัลบั้มเพลงในชื่อชุด “ดี-ทราย” จากนั้นได้ทำหน้าที่พิธีกรในหลายรายการ เช่น 7 สีคอนเสิร์ต คู่กับ พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ และมีผลงานภาพยนตร์เช่น เฮี้ยน, Six หกตายท้าตาย,

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ บ้านผีสิง ฯลฯ รวมถึงละครพื้นบ้านแนวจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง ปลาบู่ทอง ทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2554 ได้ดำเนินรายการ “Book Guide” ทางสถานโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ทราย เจริญปุระ ยังเขียน

บทความประจำ คอลัมน์ “รักคนอ่าน” โดยรีวิวหนังสือต่างๆลงในนิตยสารมติชน สุดสัปดาห์ด้วย ออกมาเปิดเรื่องราวช้ำใจเล็กๆ ที่คุณแม่ใช้เงินซื้อของเพื่ออยู่กับแฟนใหม่ สำหรับนักแสดงมากความสามารถ ทราย เจริญปุระ ซึ่งก็มีกำลังใจ

มากมาย แต่ก็มีกระแสวิพากษ์วิจาณ์เช่นกัน ล่าสุด ทราย ได้โพสต์อินสตาแกรมเปิดใจว่า “ขอบคุณมากๆ นะคะสำหรับกำลังใจ อ่านทุกคอมเมนต์ทั้งที่เข้าใจและไม่เข้าใจ มันคงเป็นความเหนื่อยอ่อน ล้าแรงของผู้หญิงธรรมดาๆ คนนึง ที่ก็

ทำงานเลี้ยงครอบครัวมา แต่ก่อนพ่อทำให้เรา ทำให้แม่เรายังไง เรารับไม้ต่อจากพ่อ เราก็ต้องทำให้ดีให้ได้ พ่อจะได้ภูมิใจในตัวเรา แต่ก็นะ…เราก็ยังเป็นมนุษย์ที่อัดยาต้านเศร้าทุกวัน บางวันเรื่องมันก็บีบหัวใจจนยาและอารมณ์เราก็รับ

ไม่ไหวบ้าง เรารักแม่แบบไม่ได้บูชา แต่แม่วางใจในเราเถอะ เราอาจจะไม่ได้สวยน่ารักกุ๊กกิ๊กอย่างที่แม่หวัง แต่เราไม่มีวันทิ้งแม่ไปไหน มันดีมั้ยเราก็ไม่รู้ แต่เราไม่หยุด แม่ยังเล็กก็งี้ 🙂 ขอบคุณทุกคนอีกทีนะคะ” พร้อมแคปชั่น “เราไม่

ได้รู้สึกผิดบาปที่เสียใจเรื่องแม่นะ | อย่างน้อยมันก็เตือนให้เราได้รู้ว่าเราเป็นคน ที่แบกทุกเรื่อง ทุกอารมณ์ไม่ไหวหรอก | แต่อารมณ์ก็เป็นคนละอย่างกับหน้าที่ | และเรามั่นใจอย่างยิ่ง ว่าเราไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ ไม่ว่าจะในฐานะลูก ฐานะหัวหน้าครอบครัว ฐานะนักแสดง หรืออะไรก็ตาม”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here