ไขข้อข้องใจ!! ถุงลมนิรภัย จะทำงานหรือไม่ ถ้าไม่คาดเข็มขัด ? (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
440

จากที่มีข้อถกเถียงกันในอุบัติเหตุหลายครั้งหลายคราว ว่า ถุงลมนิรภัย มันมักจะไม่ทำงาน ถ้าผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้เสียชีวิต นี่คือเรื่องจริงหรือ วันนี้รู้กันแน่….ถุงลม จะทำงาน ตอนไหน ?ก่อนอื่นมาดูกันก่อนครับว่า

ถุงลมนิรภัย จะกางออก ในตอนใดได้บ้าง ง่ายๆเลยครับ ตอนรถเกิดการชนอย่างรุนแรง ถุงลมจะกางออกเนื่องจาก มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดการสะเทือน ตามจุดต่างๆ ดังนั้น หากรถชนกันเบาๆ มันจะไม่กางเด็ดขาด

แต่หากชนแรงจนเซ็นเซอร์ทำงาน มันก็จะกางออกครับแล้ว ถ้าไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ล่ะ ? ในข้อนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่า ในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จะมีทั้งรถยนต์ รุ่นที่ สั่งการให้ถุงลมกางออกได้

- Advertisement -

และห้ามไม่ให้ถุงลมกางออก แต่ส่วนมาก รถยนต์รุ่นใหม่ จะถูกสั่งห้ามไม่ให้ถุงลมนิรภัยกางออก หากผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัด ครับ เพราะอะไร ตามมาดูครับสาเหตุที่ รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ห้ามไม่ให้ถุงลมนิรภัยกางออก

เมื่อผู้ขับขี่ไม่ได้คาดเข็มขัดนั้น ก็เพราะว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ตัวผู้ขับขี่จะลอยอย่างไร้ทิศทาง แล้วไปปะทะกับแรงบวก ที่สวนทางมาจากถุงลมนิรภัย ทำให้มีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง จากการปะทะกับถุงลมนิรภัย ดังนั้น รถยนต์รุ่นใหม่ๆ

จึงลดอัตราเสี่ยงนี้ ด้วยการไม่ให้ถุงลมกางออกนั่นเอง ดังนั้น หากถุงลมนิรภัยกางออก ในขณะที่เพื่อนๆ คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ แน่นอนว่า ทั้งการรั้งจากเข็มขัด และการรองรับจากถุงลม จะช่วยปกป้องชีวิตเพื่อนๆ ได้ดีกว่าแน่นอนครับ

รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ก่อนออกจากบ้านนะครับ การใช้รถใช้ถนนทุกวันนี้เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเรา และเพื่อนร่วมทางเป็นหลัก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในขับรถควรจะต้องมีสติ ไม่ประมาท

แต่บางครั้งความรู้ความเข้าใจต่างๆ ก็ได้รับไม่เท่ากัน อย่างเช่นการคาดเข็มขัดนิรภัย และการทำงานของถุงลมนิรภัย วันนี้เราจึงนำความรู้ในหลักการทำงานของถุงลมนิรภัยมาฝากกันครับ การทำงานของถุงลมนิรภัยก็คือมันจะกางออกในตอน

ที่รถเกิดการชนอย่างรุนแรง เพราะมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดการสะเทือนตามจุดต่างๆ ดังนั้นหากรถชนกันเบาๆ มันจะไม่กางออกเด็ดขาดถ้าชนแรงจนเซ็นเซอร์ทำงานมันถึงจะกางออก ปัจจุบันรถยนต์ทั่วไปมีทั้งรุ่นที่คาดเข็มขัดนิรภัยถุงลมนิรภัยถึงจะ

ทำงาน และรุ่นที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยถุงลมก็กางออก ส่วนใหญ่รถยนต์ผลิตมาไม่ให้ถุงลมนิรภัยทำงานขณะไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเพราะว่าเมื่อรถชนอย่างรุนแรงการกระแทก และแรงเหวี่ยงจะทำให้ถุงลมปะทะตัว และถ้าไม่มีเข็มขัดนิรภัยรั้งตัวผู้

ขับขี่ไว้จะทำให้เกิดแรงปะทะและอาจเหวี่ยงร่างไปได้รอบทิศทางนั่นเองครับ และในบางกรณีที่รถชนเสาหรือต้นไม้จนยุบเข้าไปตรงกึ่งกลางหน้ารถพอดีถุงลมก็ยังไม่ทำงาน นั่นเป็นเพราะเซนเซอร์ด้านหน้าจะอยู่บริเวณไฟหน้ารถซ้ายและขวา

นั่นเอง การที่ถุงลมจะทำงานหรือไม่จะเกิดขึ้นเมื่อรถถูกกระแทกด้วยความรุนแรงที่บริเวณเซนเซอร์ที่ทำการสั่งให้ถุงลมนิรภัยทำงาน รู้กันแบบนี้แล้วก็ควรคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ก็จะลดการสูญเสียไม่มากก็น้อยแหละครับปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

ถึงแม้การชนจะไม่ได้รุนแรงจนส่งผลให้ถุงลมนิรภัยทำงาน แต่เราก็จะปลอดภัยจากการที่เราคาดเข็มขัดนิรภัยนั่นเอง รู้แบบนี้แล้วก่อนออกจากบ้านก็อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งด้วยนะครับ จากอุบัติเหตุสลดเมื่อนักแสดงวัยรุ่นที่มีผลภาพยนตร์

และละครหลายเรื่อง อย่าง ‘น้องอิน’ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือน้องอิน อายุ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ทะเบียน 5กบ5248 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำบนถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง

347 ถึง ต่างระดับบางปะอิน บริเวณก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย โดยสภาพรถหมุนฟาดต้นไม้ ท่ามกลางฝนตกอย่างหนัก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

เมื่อดูจากสภาพรถจะพบว่ารถบีเอ็มดับเบิ้ลยูคันเกิดเหตุอยู่ในสภาพที่พังเสียหายทั้งคัน และเมื่อดูจากภายในรถจะพบว่าถุงนิรภัยด้านหน้ารถไม่ทำงาน แต่ถุงลมด้านข้างรถทำงาน จึงเกิดคำถามตามมาว่าเหตุใด ถุงลมนิรภัยด้านหน้าถึงไม่ทำงาน

ในช่วงเกิดอุบัติเหตุ ล่าสุดรายงานข่าวจากบริษัท บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า ‘น้องอิน’ ดาราสาวขับรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่นเอ็กซ์-วัน จากการตรวจสอบพบว่า ม่านถุงลมด้านข้างทำงาน แต่ถุงลมด้าน

หน้าไม่ทำงาน จากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่า มีการชนจากด้านข้างอย่างรุนแรง ทำให้ม่านนิรภัยทำงาน แต่ที่ถุงลมด้านหน้าไม่ทำงาน เนื่องจากไม่ได้ชนด้านหน้าตรง เซ็นเซอร์จึงไม่ได้รับข้อมูลที่จะปล่อยถุงลม อย่างไรก็ตามจะส่งทีมวิศวกรเดินทาง

ไปประสานกับกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุและดูการทำงานของระบบต่างๆ ของรถคันเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อดูจากสภาพรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่นเอ็กซ์-วัน คันเกิดเหตุที่อยู่ในสภาพพังเสียหายทั้งคัน ถึงแม้ม่านนิรภัยด้านข้างรถจะ

ทำงาน แต่ม่านนิรภัยด้านข้างรถจะสามารถช่วยลดความรุนแรงของรถที่วิ่งมาประมาณ 60-80 ก.ม.ต่อช.ม.เท่านั้น ซึ่งหากรถขับมาเร็วเกินกว่านี้ อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายรุนแรงมากยิ่งขึ้น

แต่จากเหตุการณ์นี้จะพบว่ารถคันเกิดเหตุอยู่ในสภาพพังเละเสียหายทั้งคัน จึงเป็นไปได้ว่าความเร็วของรถที่ขับมาและประสบอุบัติเหตุอาจมากเกิน 120 ก.ม.ต่อช.ม.ก็เป็นไปได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here