ทำทุกที่เป็นรันเวย์ ใครเห็นต้องชิดซ้าย ‘ตัวพ่อแฟชั่น ดังพันกร’ กับท่าโพสต์ที่ทำคนญี่ปุ่นเหลียวหลัง! (ชมภาพ)

0
88

ทุกวันคือรันเวย์! ซูมชุดสุดอลังการของ “ดัง พันกร” ในทริปญี่ปุ่น ที่ฉีกทุกกฎของแฟชั่น เป็นอีกนักร้องหนุ่มเสียงดี ที่มีสไตล์การแต่งตัวโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุด สำหรับ “ดัง พันกร บุณยะจินดา” ที่ถือได้ว่าเป็น แฟชั่นนิสต้าอีกหนึ่งคนก็ว่าได้ เพราะเจ้าตัวนั้นชื่นชอบในเรื่องของแฟชั่นเป็นอย่างมาก เรียกว่าไม่ว่าจะเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งท่าการถือกระเป๋าก็ยังไม่เหมือนใครอีกด้วย

ล่าสุดหนุ่ม “ดัง” ได้บินหนีอากาศร้อน ไปรับอากาศหนาวที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าทริปนี้หนุ่ม “ดัง” ก็จัดชุดเต็ม แบบจัดหนักมากกกกก แต่ละชุดบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เอาเป็นว่าใครที่เดินผ่านต่างก็ต้องหันหลังตามกลับมามองแน่ๆ ว่าแล้วเราไปชมแฟชั่นเก๋ๆ ของหนุ่ม “ดัง” กันเลยดีกว่า พันกรเป็นลูกชายของ พล.ต.อ. พจน์ บุณยะจินดา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ กับ คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา

และมีพี่สาวอีก 2 คนคือ ดวงพร บุณยะจินดา กับ พอฤทัย บุณยะจินดา เข้าศึกษาระดับชั้นอนุบาลที่ อนุบาลจุไรรัตน์ จากนั้นจึงขึ้นชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา จนกระทั่งถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้ย้ายไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ได้เข้าศึกษา ระดับชั้นไฮสคูล (โรงเรียนมัธยมศึกษา) ที่โรงเรียนประจำแบรดฟิลด์คอลเลจ พอจบไปศึกษาทางด้านโฆษณาที่ฟีนิกซ์คอลเลจ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา แต่เรียนได้เพียง 2 ปี

ก็ขอดร็อปไว้เพื่อทำเรื่องขอย้ายไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา ในช่วงที่ดร็อปเรียน ดังมีโอกาสบินกลับมาที่ประเทศไทย และได้ไปลองแคสติ้งจนได้เซ็นสัญญาเข้าเป็นนักร้องในสังกัด อาร์เอส โปรโมชั่น และทำงานออกอัลบั้มเพลงชุดแรกในชื่อ ดัง พันกร (Dunk) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542 และตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่ 2 Voice of Dunk ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2542 และอัลบั้มชุดที่ 3 ในชื่อ ABSOLUTE DUNK

ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2543 หลังจากนั้นได้กลับไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ระหว่างการศึกษา ดังได้กลับมาออกอัลบั้มชุดที่ 4 DUNK FIRE เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2545 และเมื่อจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ (ด้านการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ) จาก American Intercontinental University (AIU) ดัง พันกร ก็ได้มีผลงานต่อเนื่องมา เริ่มจากอัลบั้ม DUNK Out of Control

ในปี พ.ศ. 2547, Metro Sexual ในปี พ.ศ. 2548, Dunk Hi-Soul ในปี พ.ศ. 2550 และมาถึงอัลบั้มสุดท้ายในสังกัดอาร์เอสกับ DUNK TIME WALKER ในปี พ.ศ. 2551 ปัจจุบัน หลังจากหมดสัญญากับทางอาร์เอส ดังก็ได้ร่วมกับพี่สาว (ดาว พอฤทัย ณรงค์เดช) ตั้งค่ายตัวเองขึ้นมาชื่อ Revol Music Creation ในเครือของ KPN Music and Entertainment Co., Ltd.

ซึ่งเป็นค่ายของพี่สาวดังเอง พร้อมทั้งเปิดตัวอัลบั้มใหม่ประเดิมค่ายใหม่ของตัวเองชื่ออัลบั้ม The Famous Five A Tribute to Hydra ในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นการนำเพลงเก่าของไฮดรากลับมาทำใหม่ โดยได้ชักชวนศิลปิน เช่น บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, โมเดิร์นด็อก, ETC., อ้อม สุนิสา มาร่วมในอัลบั้มนี้ด้วย ตามมาด้วยอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง Dunk Revolution ในปีพ.ศ. 2553 และ Dunk 16Again ในปีพ.ศ. 2558 18 ปีที่แล้ว

ทุกคนได้ฮือฮากับเพลงของเด็กหนุ่มมาดกวนที่มาพร้อมน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ วันเวลาหมุนผ่านอะไรหลายๆ อย่างมีความเปลี่ยนแปลง เด็กหนุ่มคนนั้นเติบโตขึ้นบนเส้นทางดนตรี กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของค่ายของตัวเอง ทำหลายๆ สิ่งที่บ่งบอกตัวตนและแก่นแท้ของเขาจริงๆ วันนี้ ดัง พันกร บุณยะจินดา ขยับไปอีกขั้นกับการร่วมงานกับศิลปินระดับโลก บอยซ์ ทู เมน พร้อมกับตัวตนของเขาที่ชัดเจนขึ้นไปอีกสเต็ป

“ซิงเกิ้ลใหม่ก็เป็นซิงเกิ้ลที่พิเศษไม่ได้มากัดจิกแล้ว แต่ได้มีโอกาสร่วมงานกับบอยซ์ ทู เมน ศิลปินระดับโลกที่เราเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เราได้โคจรมาเจอเขาเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากสำหรับตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันที่จะได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงกับเขา ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 18 ปีดัง และ 30 ปีบอยซ์ ทู เมน ดังเข้ามาในวงการ 18 ปีแล้วนะ ก็เลยนึกอยากทำเพลงอะไรที่เป็นความหมายของความรักในทางบวกบ้าง

เป็นเพลงความหมายดีๆ บ้าง เพื่อให้แฟนคลับที่สนับสนุนเรามาตั้งแต่ออกอัลบั้มแรก จึงเป็นที่มาของเพลงรัก” ดังไปร่วมงานกับบอยซ์ ทู เมนได้ยังไง “คือบอยซ์ ทู เมนเขาใหญ่มากอยู่แล้ว เราไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีโอกาสที่จะโทรไปชวนมาทำงานกันนะ ดังคงไม่กล้าคิดไปถึงขนาดนั้น อันนี้เป็นด้วยโชคชะตา ความบังเอิญและจังหวะเวลาหลายๆ อย่าง ช่วงนั้นเขามาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย แล้วดังก็ได้รับโทรศัพท์จากที ทีวงขันทีน่ะครับ

ที่โทรมาหาดังบอกว่ารู้จักบอยซ์ ทู เมนหรือเปล่าครับ ดังก็รีบบอกรู้จักสิ เราก็นึกว่าเขาชวนให้ไปดูคอนเสิร์ตกันอะไรอย่างนี้ แต่เปล่า อยู่ๆ ทีก็ถามว่าอยากร่วมงานกับเขามั้ย โหบอยซ์ ทู เมนเลยเหรอ มันยิ่งใหญ่มากเลยนะ เอาแค่ศิลปินในเมืองไทยบางคนเราได้ร่วมงานกับเขา เราก็รู้สึกมีความสุขแล้ว แต่นี่บอยซ์ ทู เมนเลย และเขาระดับเคยฟีเจอริ่งกับ Mariah Carey, Justin Bieber แต่อยู่ๆ เขาจะฟีเจอริ่งกับเรา

เราก็เลยตกลงทันที ทีเลยให้ไปคุยเลย อันนี้เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของดังมาก” เขาเห็นผลงานของเราเหรอคะถึงเลือกเรา “คิดว่าเขาคงมีการรีเสิร์ชมาบ้างแล้ว เขาก็เรียกไปคุย เราก็ไปคุยกับผู้จัดการของเขาที่โรงแรมที่เข้าพักคือโรงแรมดุสิตธานี ก็ได้นั่งคุยกับผู้จัดการเขาก่อนว่าอะไรยังไง คุยกันแล้วก็รู้สึกว่าเคมีตรงกัน คนเราทำงานกับคนเคมีคนละทางมันก็ไม่ได้ เราคุยกันได้หมด กระทั่งเรื่องสัพเพเหระ

พอเคมีมันใช่งานก็เดิน แล้วรสนิยมในการทำดนตรีเขาก็คล้ายๆ เรา มันก็เลยทำให้งานไหลลื่นไปได้ด้วยดี ก็เลยไปต่อได้เรื่อยๆ” การทำงานกับบอยซ์ ทู เมน เป็นอย่างไรบ้าง “ด้วยความที่ของดังเป็นค่ายตัวเองมันจึงค่อนข้างเหนื่อยเพราะเราต้องดูแลหลายๆ อย่าง เราทำงานกันไม่กี่คน ไหนจะเรื่องสัญญา เรื่องการทำงาน เราก็ต้องมานั่งดูเอง อย่างการทำสัญญาคืองานเราก็ทำกันด้วยใจ ให้ใจกันอยู่แล้วแหละ

แต่ว่าเพื่อความสบายใจก็ต้องมีการทำสัญญาทั้งสองฝ่าย ส่วนการทำงานโดยเริ่มจากการทำเดโมก่อนส่งไปให้เขา พอเราทำเดโมส่งไปปุ๊บเขาก็ชอบเลย ไม่ได้มีการแก้อะไรเลย เพราะว่าเราก็ทำเต็มที่เหมือนกัน แล้วดังก็เริ่มอัดเสียงดังเป็นเสียงไทยแล้วก็ไกด์เนื้อไปให้เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้เขาไปเขาก็จะเขียนกลับมาเป็นภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงกับที่เราเขียนไกด์ จากนั้นเขาก็ร้องพาร์ตของเขามา แล้วก็จะบอกว่ายูร้องท่อนนี้นะ

เดี๋ยวไอร้องท่อนนี้ ก็จะมีการมาร์กมาในอีเมลต่างๆ นานา เป็นการทำงานแบบข้ามทวีปจริงๆ เพราะเขาจะร้องอยู่ที่ลาสเวกัสส่งมาให้เรา” ถามจริงๆ ครั้งนี้เป็นดังเองหรือเปล่าที่ทุ่มจ่ายค่าตัวไปให้เขา “ไม่เยอะฮะไม่เยอะ มันเป็นเรื่องของการร่วมกันทำงานมากกว่า เพลงนี้ไม่ได้ขายในเมืองไทย เพลงนี้เป็นครั้งแรกที่จะเอาสินค้าของดังออกไปขายต่างชาติเหมือนกัน ขายทั้งหมด 8 ประเทศด้วยกัน ก็จะมี ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย

จีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน” ดัง เล่นใหญ่คิดอลังการมากเลยนะกับโปรเจกต์นี้ “สำหรับดัง โปรเจกต์ใหญ่ไหมไม่รู้ แต่แค่ร้องกับบอยซ์ ทู เมนก็ฟินแล้ว ถ้าจะถามว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่หรือเปล่า ดังว่ามันเป็นอีกก้าวหนึ่งของดัง อีกสเต็ปหนึ่งที่เราได้ทำงานกับศิลปินระดับนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพลงไทยนะฮะ ไม่เคยมีใครได้ฟีเจอริ่งกับศิลปินระดับโลกขนาดนี้

คนอื่นก็จะไปทำเพลงฝรั่งร้องขายแบบนี้ เราฟีเจอริ่งภาษาไทยกับภาษาอังกฤษของศิลปินระดับโลกจริงๆ เขาใช้คำว่าดังแอนด์บอยซ์ ทู เมนเลย แล้วมีหลายเวอร์ชั่นนะฮะ ตอนแรกที่ปล่อยมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เดี๋ยวสักพักจะเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ปล่อยออกมาอันนี้จะเป็นสากล แล้วก็เดี๋ยวจะมีไทยล้วนออกมาด้วย” อันนี้ก็คือทางค่ายดังทำดนตรีเอง “ใช่ครับ เป็นคนทำดนตรีชื่อเอฟูเป็นคนไทย

แต่ว่ามีความเป็นฝรั่งสูง และมีความเป็นป็อบสูง เขาทำเพลงขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทำงานด้วยมันก็เลยง่าย” เพราะมีบอยซ์ ทู เมนเข้ามาร่วมงานด้วยหรือเปล่า เพลงของดัง พันกร ถึงลงปกติขึ้นชื่อว่าดัง พันกรที่ต้องแรงคารามายอย่างนี้ “ก็มีส่วน (หัวเราะ) อีกอย่างเราเองก็มองว่าเพลงมันเหมือนวัฏจักรชีวิต เรารู้สึกว่าเพลงตบตีมันมีอยู่แล้ว ทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในโมเมนต์ที่เราได้ทำกับบอยซ์ ทู

เมนเรารู้สึกถึงโมเมนต์ที่เราได้เปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง ว่าเฮ้ยคนเราบางครั้งเมื่อโดนแย่งแฟนได้ ก็น่าจะเริ่มต้นใหม่ได้เหมือนกัน เพลงนี้จึงชื่อเพลงรัก เป็นการพูดถึงการขอบคุณความรักขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ เรียกว่าพูดถึงความรักให้แฟนเราในปัจจุบันก็ได้ มองไปถึงในอดีตก็ได้ ถึงคนที่เราเคยรักก็ได้ ในโมเมนต์ที่เราเคยอยู่ด้วยกันและมีโมเมนต์ดีๆ ร่วมกัน เพราะเวลาเราเลิกกับใคร

เวลาผ่านไปโมเมนต์ที่ไม่ดีมันก็จะค่อยๆ จางไป มันจึงจะเหลือแต่สิ่งดีๆ และสิ่งเหล่านั้นนั่นแหละเป็นสิ่งที่มีค่ามาก มันเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากๆในชีวิตคนคนหนึ่งว่าจะมีสักกี่ครั้ง สำหรับดังเองดังก็บอกว่าเราเองก็เคยมีโมเมนต์อะไรแบบนั้น เราก็ดึงตรงนั้นมาใช้ จะได้เห็นคุณค่าของมันว่าเวลาผ่านมาขนาดนี้เรายังหาไม่ได้เลย (หัวเราะ)”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here