ชาวเน็ตดราม่า! ‘น้องหมาใส่ชุดไทย’ เจอด่าชุดสูงค่าให้หมาใส่ อินจัดมีสมองไหม? (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
378

แชร์สนั่น ภาพน้องหมาสวมชุดไทย ตาม บุพเพสันนิวาส แต่ไม่น่ารักในสายตาอีกหลายคน รุมถล่มเละ ลั่นเอาชุดไทยประจำชาติ ชุดอันสูงค่าให้หมาใส่ได้ยังไง มีสมองไหม ทำเอาชาวโซเชียลพากันกดไลค์ กดแชร์สนั่น เมื่อมีการเผยภาพน้องหมาพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ตัวอวบอ้วน ขอแปลงร่างเป็น ออเจ้า สวมใส่ชุดไทยตามรอยละคร บุพเพสันนิวาส ที่กำลังฮอตสุด ๆ

ในตอนนี้ เพราะเจ้าหมาน้อย มีความน่ารัก น่าเอ็นดูสุด ๆ แต่ล่าสุด (5 เมษายน 2561) ดันกลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นซะงั้น โดยเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้เผยข้อความที่มีคนไม่เห็นด้วยกับความน่ารัก พร้อมทั้งด่าว่า ชุดไทยคือชุดประจำชาติของประเทศไทย เป็นชุดอันสูงค่าสูงส่ง เอามาให้หมาใส่ได้อย่างไร พร้อมจวกเอาสมองส่วนไหนคิด มีสมองหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้เป็นกระแสที่มาแรงอย่างมาก แม่ค้าเชียงใหม่

ไอเดียกระฉูด จับกระแสละครบุพเพสันนิวาส ตัดชุดไทยพระเอกนางเอกพระรองเลียนแบบหนังให้สัตว์เลี้ยงที่รักใส่กันอย่างน่ารัก ดันยอดขายพุ่งวันละ 300 ตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระแสละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่กำลังออกอากาศและโด่งดังในช่องสามอยู่ในขณะนี้ จนเป็นกระแสฟีเวอร์ออเจ้า ให้ประชาชนลุกขึ้นมาแต่งตัวทำทรงผมไทยเลียนแบบละครกันจำนวนมาก บางรายก็ทำและซื้ออาหารตามกระแสละครกันอย่างคึกคัก

- Advertisement -

ไม่แพ้แม้แต่สัตว์เลี้ยงของเรา น้องหมาน้องแมวเองก็มีแม่ค้าหัวใสเริ่มทำชุดไทยพระเอกนางเอกพระรองเลียนแบบหนังให้สัตว์เลี้ยงที่รักใส่กันอย่างน่ารัก โดยเฉพาะในโลกโซเชียล โพสภาพชุดน้องหมาน้องแมวชุดไทยออเจ้ากระแสแรงมีคนกดไล้ท์และยอดจองจำนวนมาก จึงติดตามไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 18/2 ซอย 13 ถนนป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบเจ้าของร้านทราบชื่อภายหลังว่า

นางสาวธณิกานต์ สิริพิเชียร กำลังตัดเย็บชุดดังกล่าว โดยกำลังเย็บชุดของนางเอกเรื่องคือ ชุดของการะเกด และชุดของท่านขุน พระเอก นอกจากนี้ยังมีชุดของพระรองนางรองอีกสองแบบนางสาวธณิกานต์ สิริพิเชียร เจ้าของ เปิดเผยว่า ตนเองเปิดร้าน เป็นกอบเป็นกำ เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง มา 9 ปีแล้ว โดยจำหน่ายชุดพื้นเมืองและชุดชาวเขาน้องหมาน้องแมว

ต่อมากระแสละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ลูกค้าก็เรียกร้องให้ทำขึ้นมา จึงทำออกมา โดยมีตั้งแต่ไซด์เล็ก 1 จนถึงไซด์ 12 โดยจะมีลูกค้าสั่งมา และพ่อค้าแม่ค้ารับไปขายต่อด้วย โดยวันนี้ยอดจำหน่ายต่อวัน 300 ตัว โดยเริ่มทำมาตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.61 โดยยอดสั่งจองมาจำนวนมากขายดีมากสำหรับกระแสละครเรื่องนี้ เดี๋ยวเรามาดูเรื่องย่อของละครนี้กันต่อเลยนะค่ะ เกศสุรางค์ สาวอ้วนนักโบราณคดี วัย 25 ปี

หน้าตาธรรมดาๆ เธอนิสัยร่าเริง มองโลกในแง่ดี และมีความรู้เกี่ยวกับโบราณคดี พร้อมสกิลภาษาฝรั่งเศสอย่างดี เธอเป็นที่รักของทุกคน แต่เกศสุรางค์ก็ยังอยากได้รับความรักจาก เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่คบมานาน แต่ด้วยความที่หน้าตาของเธอนั้นไม่ได้สวยดั่งใครๆ แถมยังอ้วน เธอจึงคิดว่าเรืองฤทธิ์นั้นคงไม่มาสนใจเธอ เธอได้แต่เก็บงำความรักที่มีต่อเรืองฤทธิ์เรื่อยมา

หวังว่าสักวันนั้นเธอจะกล้าพอที่จะเผยความในใจกับเขาโดยที่ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาไม่ถึงเมื่อเกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์เดินทางกลับจากการไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ทำให้เกศสุรางค์นั้นเสียชีวิต !!! ขณะที่อีกกาลเวลาหนึ่งย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2225 เกือบ 333 ปี สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ณ กรุงศรีอยุธยา ได้เกิดเรื่องขึ้นเมื่อ แม่หญิงการะเกด สาวสวยที่มีจิตใจโหดเหี้ยม

ได้สั่งให้ อีผิน อีแย้ม บ่าวคนสนิทผู้ซื่อสัตย์ไปล่มเรือของ แม่หญิงจันทร์วาด เหตุเป็นเพราะไม่พอใจที่เห็นจันทร์วาดนั้นชม้ายชายตาให้กับ หมื่นสุนทรเทวา หรือ พ่อเดช คู่หมั้นคู่หมายของแม่หญิงการะเกด และแล้วแผนการอันโหดร้ายก็ได้ทำให้บ่าวคนสนิทของแม่หญิงจันทร์วาดนั้นเสียชีวิต แต่จันทร์วาดนั้นรอดพ้นมาได้ ออกญาโหราธิบดีนั้นไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือของการะเกด หมื่นสุนทรเทวา

จึงได้หาทางพิสูจน์ โดยการร่ายมนต์กฤษณะกาลี ซึ่งมนต์นี้เป็นมนต์โบราณ เป็นมนต์สาปแช่งผู้ที่คิดร้ายต่อเหตุการณ์ให้มีอันเป็นไป เมื่อเริ่มพิธีก็เป็นไปตามที่คาด มนต์กฤษณะกาลีนั้นทำให้การะเกดทุรนทุรายจนสิ้นใจ โดยมีอีผิน อีแย้มนั้นเฝ้าร่างที่ไร้ลมของแม่หญิงการะเกดอยู่ทั้งคืน เพราะไม่กล้าที่จะไปบอกใครว่านายของตนตายแล้วเพราะทุกคนจะรู้ว่าใครเป็นคนวางแผนร้าย

ก่อนที่การะเกดนั้นจะสิ้นใจเธอได้สำนึกความผิดที่ตนเองกระทำลงไป เธอได้อ้อนวอนให้ใครสักคนมาช่วยเธอ นั่นก็คือเกศสุรางค์ เธอขอให้แก้ไขความผิดที่เธอได้ทำไว้ ก่อนวิญญาณของเธอนั้นจะดับหายไป เกศสุรางค์ก็ได้รับปากว่าจะช่วย ขณะเกศสุรางค์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองนั้นมาอยู่ในร่างของแม่หญิงการะเกด ซึ่งการะเกดนั้นก็คือเกศสุรางค์ สาวที่มีนิสัยตรงกันข้ามทุกอย่างกับการะเกด

ไม่ว่าจะเป็นการพูดการจามาเป็นอ่อนหวาน ซึ่งการะเกดนั้นไม่เคยที่จะพูดอย่างนี้แน่ๆ หมื่นสุนทรเทวาแรกๆได้แปลกใจว่าทำไมการะเกดถึงเปลี่ยนไป แต่นานวันความเคยชินของท่านหมื่นสุนทรเทวาก็ทำให้เขาพูดคุย และพาไปเที่ยว ในอยุธยาตอบคำถามเรื่องราวต่างๆที่เกศสุรางค์นั้นอยากรู้อยากเห็น จนหมื่นสุนทรเทวาไม่รู้ตัวว่าที่เคยเกลียดชังการะเกดแต่ก่อนนั้นหายไปไหนหมด มีแต่ความรู้สึกสนใจ ห่วงหา

และร้อนรุ่มยามที่เธอนั้นมีใครมาใกล้ชิด ซึ่งมีหลายคน ทำให้ความหวงหึงเริ่มทวีคูณขึ้น หมื่นเรืองราชภักดีเพื่อนสนิทของหมื่นสุนทรเทวาดูสนอกสนใจแม่หญิงการะเกดเป็นพิเศษ และเกศสุรางค์นั้นก็ดูจะสนใจไมตรีตอบ แต่หมื่นสุนทรเทวานั้นก็ไม่แน่ใจว่าที่การะเกดสนใจหมื่นเรืองราชภักดีนั้นด้วยหน้าตาหรือว่าเป็นเพื่อนชายที่เกศสุรางค์นั้นแอบหลงรักอยู่แล้ว เกศสุรางค์ยังตื่นเต้นที่ตัวเองได้พบคนที่เธอรู้จักใกล้ชิด

และซี้กันมากและได้รู้รายละเอียดว่า ท้าวทองกีบม้า หรือแม่มะลิ สาวลูกครึ่งแขกญี่ปุ่นที่ทั้งสองรู้จักกันเพราะฟานิก พ่อของแม่มะลิได้ถูกหลวงสุระสงคราม ข้าราชการชาวกรีก และ คนสนิทฝรั่งรุมรังแก เกศสุรางค์เห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปช่วยเถียง แค่ผู้หญิงอยุธยาเถียงกับฝรั่งก็เป็นที่ฮือฮากันแล้ว แต่นี่เถียงกันเป็นภาษาฝรั่งเศส ทำให้ชื่อของแม่หญิงการะเกดนั้นลือกันไปทั่วทั้งพระนคร

แม่หญิงจันทร์วาดเมื่อรู้ว่าหมื่นสุนทรเทวาเป็นคู่หมั้นคู่หมายของแม่หญิงการะเกด ก็ยังที่จะทำท่าว่าจะทอดสะพานให้อยู่เรื่อยๆ และเริ่มมีความเกลียดชังการะเกดขึ้นเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าหมื่นสุนทรเทวานั้นสายตาผิดปกติ ความผูกพันของแม่หญิงการะเกดและหนุ่มขุนนางเริ่มก่อตัวทีละนิดละน้อย แต่ก็ปากแข็งไม่ยอมรับกัน ขณะที่ทั้งคู่นั้นต้องออกเรือนกัน แม่มะลิเสียใจสุดๆ จึงได้ตกลงใจที่จะแต่งงานกับหลวงสุระสงคราม

เกศสุรางค์ได้ไปงานแต่งด้วย และวันนั้นเองได้รู้ว่าที่จริงแล้ว หลวงสุระสงครามนั้นก็คือ คอนสแตนตินฟลคอน หรือ เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์ และแม่มะลิก็คือ มารี เดอ กีมาร์ หรือ ท้าวทองกีบม้า บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เกศสุรางค์ไปได้ยินฟอลคอนนั้นคุยกับฝรั่งเศสว่า จะเผาตลาดแล้วโยนความผิดให้กับทหารไทย ซึ่งตอนนั้นฟอลคอนได้กลิ่นน้ำอบของผู้หญิงไทยเข้า

จึงได้รู้ว่ามีคนแอบฟังอยู่บริเวณนั้นจึงได้ตามหา และไล่ยิงเกศสุรางค์ จนเธอนั้นเกือบจะโดนยิง แต่พ่อเดชนั้นก็ได้เข้ามาช่วยไว้ทัน พ่อเดชทั้งโกรธและห่วงเกศสุรางค์มากที่ทำตัวเสี่ยงเกินไป จนเขานั้นโพล่งความในใจที่มีต่อเกศสุรางค์ออกมาว่าเขานั้นรักเธอ เกศสุรางค์อึ้งไปใจนึงก็ดีใจที่ได้รับความรู้สึกดีๆจากเขา แต่อีกใจของเธอนั้นก็ต้องหักห้ามใจเพราะคิดว่าสักวันนึงนั้นเธอต้องได้กลับไปยังปัจจุบัน

และเธอก็เคยปฏิญาณไว้แล้วว่าจะรักเรืองฤทธิ์แต่เพียงผู้เดียวไปตลอดชีวิต ที่สำคัญนั้น พ่อเดชเป็นคนรักของแม่หญิงการะเกดไม่ใช่ของเธอ เกศสุรางค์จึงทำเป็นไม่ให้ความสำคัญกับความรักของพ่อเดช มิหนำซ้ำยังขอวันเลื่อนงานแต่งออกไป ทำให้พ่อเดชนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาคิดว่าแม่หญิงการะเกดนั้นไม่รักเขาเลย แต่หารู้ไม่ว่าเกศสุรางค์นั้นก็ต้องหักห้ามใจตัวเองเหมือนกัน

เกศสุรางค์ได้เห็นพานอะไรสักอย่างบนตู้และได้หยิบมาดู โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือ บทสวดมนต์กฤษณะกาลี เกศสุรางค์ได้แตะมือลงไป วิญญาณของเธอนั้นก็กระเด็นหลุดออกจากร่างแม่หญิงการะเกดทันที พ่อเดชกลับมาเรือนพอดีจึงได้เห็นวิญญาณของเกศสุรางค์ยืนอยู่ข้างๆ ร่างของแม่หญิงการะเกดที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนที่วิญญาณของผู้นั้นจะเลือนลางหายไป ทำให้พ่อเดชประติดประต่อเรื่องราวที่ผ่านมา

ทำให้รู้ว่ามีวิญญาณของสาวผู้หญิงอยู่ในร่างของการะเกด วิญญาณของเกศสุรางค์นั้นได้หลุดล่องลอยไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เกศสุรางค์ร้องไห้ด้วยความกลัวและขณะที่มิติของทั้งสองกาลเวลาได้มาบรรจบกันอีกครั้ง วิญญาณของเธอนั้นได้กลับมายังที่โลกปัจจุบัน และได้รับรู้ว่าที่แท้จริงแล้วนั้นเรืองฤทธิ์นั้นก็รักเธอมากจนเขานั้นขอบวชตลอดชีวิต เกศสุรางค์ซาบซึ้งมาก

ขณะที่จ้องพระเรืองฤทธิ์นั้นก็ได้เห็นเงาสะท้อนของพ่อเดชที่อยู่ในร่างของเรืองฤทธิ์ ซึ่งเธอนั้นก็ได้เข้าใจแล้วว่า แท้จริงแล้วนั้นเรืองฤทธิ์คือ พ่อเดช ที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ แล้วทันใดนั้นเกศสุรางค์ก็ได้เห็นแม่หญิงการะเกดอีกครั้งเธอมาในสภาพที่สวยงามด้วยผลบุญที่เกศสุรางค์นั้นได้ทำไว้ให้อยู่เรื่อยๆ การะเกดจึงได้ขอบคุณเกศสุรางค์ และมาบอกเกศสุรางค์ว่าอนุญาตให้ใช้ร่างของเธอได้เลย

เพราะเธอนั้นหมดบุญในอดีตแล้ว ส่วนเกศสุรางค์นั้นก็ได้หมดบุญในชาติปัจจุบันเช่นกัน แต่ได้กลับไปเกิดใหม่ในชาติอดีตแทน เพื่อจะได้ไปครองรักกับเนื้อคู่ของเธอ ซึ่งก็คือขุนศรีศาลวาจา หรือ พ่อเดชนั่นเอง และเมื่อวิญญาณของการะเกดหายไป เกศสุรางค์ก็ได้ยินมนต์กฤษณะกาลีอีกครั้ง และเธอก็รู้ว่าไม่สามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตในชาติปัจจุบันนี้อีกแล้ว

เธอจึงได้กลับไปลาแม่และยาย เธอร้องไห้แทบขาดใจก่อนที่จะกลับมาเข้าร่างของแม่หญิงการะเกด เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ไม่ปฏิเสธความรักของพ่อเดชอีกต่อไป เพราะเขานั้นคือเนื้อคู่ของเธอดั่งบุพเพสันนิวาสดลบันดาลให้ทั้งสองนั้นมาพบกัน ติดตามชมละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทาง ช่อง3 เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here