โซเซียลแชร์ว่อน! ภาพพระเอกเบอร์ 1 ‘ณเดชน์’ ใส่มาร์กปิดหน้า ตะลุยเที่ยวสงกรานต์RCA !! (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
90

เล่นเอาสาวน้อย สาวใหญ่ และ เหล่านักเที่ยวที่ RCA ออกอาการ กรี๊ดดแตก เมื่อ มีหนุ่มหล่อออร่าแรงนายหนึ่ง สวมมาร์กสีดำและเสื้อลายดอกสดใส มาเล่นสาดน้ำสงกรานต์พร้อมๆกับแก๊งค์เพื่อนแบบสนุกสนาน และพอซูมมม ดูหน้าแบบชัดๆก็ปรากฏว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนายณเดชน์ คุกิมิยะ นั่นเอง

และแน่นอนว่าภาพเซ็ตนี้ถูกแชร์ว่อนโซเชียลทันทีพร้อมเสียงกรี๊ดดกร๊าดดดสนั่น ผู้ชายอาร๊ายยย ช่างหล่อทะลุหน้ากาก ได้ขนาดนี้หนอพ่อคู๊นนน!!! ณเดชน์ คูกิมิยะ มีชื่อจริงว่า ชลทิศ ยอดประทุม ชื่อเล่น แบรี่ เกิดวันอังคารวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ที่จังหวัดขอนแก่น โดยชื่อจริงมารดาบุญธรรมเป็นผู้ตั้งให้ เป็นคำประสมระหว่าง ณ+เดชน์ มีความหมายว่า

“ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด” โดยความหมายในพจนานุกรม คำว่า “เดชน์” แปลว่า “ลูกศร” ส่วน ณ ในที่นี้มาจากคำว่าญาณ หมายถึง ปัญญา ความรู้ ซึ่งตัด ณ มาเพียงตัวเดียว เมื่อรวมความหมายเข้าด้วยกันแล้ว จะได้ความหมายว่า ผู้มีปัญญาแหลมคมดุจลูกศร ซึงหมายถึง ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ส่วนชื่อเล่นเดิมบิดาชาวออสเตรียตั้งให้ว่า “แบร้นด์ (Brand)”

แต่เนื่องจากอ่านออกเสียงค่อนข้างยาก ครอบครัวของเขาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็น แบรี่ หมายถึง “สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า” ณเดชเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับหนึ่งว่าเขามีฉายาที่เรียกกันในกลุ่มเพื่อนฝูงคนสนิทว่า “ม้าศึก” เพราะชอบปาร์ตี้ทุกคืนมาตั้งแต่เด็ก และเคยมีรูปร่างปราดเปรียวมาก่อน ณเดชน์เติบโตและอาศัยอยู่ที่ขอนแก่นกับสุดารัตน์ คูกิมิยะ

มารดาบุญธรรมชาวอีสานเชื้อสายจีนผู้มีศักดิ์เป็นป้าซึ่งประกอบธุรกิจส่วนตัว และบิดาบุญธรรมชาวญี่ปุ่นคือโยชิโอ คูกิมิยะ เป็นวิศวกรไฟฟ้าซึ่งทำงานในกรุงเทพมหานคร ส่วนบิดาบังเกิดเกล้าเป็นชาวออสเตรีย และมารดาบังเกิดเกล้าเป็นน้องสาวแท้ๆของสุดารัตน์ ณเดชน์เดิมชื่อชลทิศ ยอดประทุม โดยหลังจากโยชิโอและสุดารัตน์รับอุปการะเป็นบุตรบุญธรรม

จึงเปลี่ยนชื่อเป็นณเดชน์ คูกิมิยะ ถึงแม้โยชิโอจะเป็นพ่อบุญธรรมของณเดชน์ แต่ณเดชน์ก็ไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ เพราะโยชิโอไม่เคยสอน เมื่อสนทนากันโยชิโอจะใช้เพียงภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเท่านั้น ณเดชน์เล่าถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวว่า โยชิโอและสุดารัตน์มีวิธีการเลี้ยงดูที่ต่างกัน โดยณเดชน์สนิทสนมคุ้นเคยกับสุดารัตน์มากที่สุด เพราะอยู่ใกล้ชิด

โทรศัพท์ถึงกันทุกวัน ดูแลถามไถ่เรื่องอาหารสุขภาพ ไม่ดุ ส่วนโยชิโอจะคุยกันแบบผู้ชาย เรื่องวางแผนในอนาคต อาชีพการงาน และเรื่องผู้หญิงทั้งนี้พ่อและแม่ที่แท้จริงของณเดชน์ได้แยกทางกันไปตั้งแต่ณเดชน์ยังเด็ก ๆ และณเดชน์ก็ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ ๆ เลย ซึ่งณเดชน์สงสัยที่มาที่ไปของตัวเองมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล จนกระทั่ง ม.2

หลังโดนเพื่อนทักว่าทำไมหน้าตาไม่คล้ายคนญี่ปุ่น ณเดชน์จึงมาถามความจริงกับสุดารัตน์จนทราบเรื่อง โดยณเดชน์ก็ยอมรับเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังรักและเคารพพ่อและแม่บุญธรรมเหมือนเดิม พร้อมกับยกย่องพ่อบุญธรรมชาวญี่ปุ่นเป็นฮีโร่ในดวงใจ และถือว่าตัวเองก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น ณเดชน์เป็นคนชื่นชอบการฟังเพลงและเล่นดนตรีหลายอย่าง เช่นกีตาร์, อูกูเลเล

โดยเมื่อว่างจากการถ่ายทำละครเขามักจะนำอูกูเลเล คอร์เน็ต และแบนโจมาเล่นบ่อย ๆ สมัยที่เรียนมัธยมต้นณเดชน์กับเพื่อนได้รวมกลุ่มก่อตั้งวงดนตรีเพื่อแสดงในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนชื่อวง ดีเอกซ์ โดยณเดชน์เป็นมือเบส และได้ร้องนำบ้างในบางโอกาส รวมถึงชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ส่วนกีฬาที่นิยมเล่นในเวลาว่างคือ ฟุตบอล, ว่ายน้ำ,

กอล์ฟ ซึ่งโยชิโอสอนให้เมื่ออายุ 10 ปี และเทควันโด ซึ่งเคยเข้าแข่งขันได้รับรางวัลรองชนะเลิศในรุ่นเยาวชนชายอายุไม่เกิน 6-8 ปี จากรายการชิงแชมป์ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ณเดชน์ยังมีความศรัทธาและเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ได้ผ่านการบวชเณรมาเมื่อวัยเยาว์

จนกระทั่งได้รับรางวัลบุคคลผู้มีคุณธรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2554 โดยสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่ง เมื่อเข้าเป็นนักแสดงในสังกัดของศุภชัยแล้ว ณเดชน์จึงเริ่มงานด้านการเดินแบบเป็นครั้งแรกในงานการกุศลของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

แล้วจากนั้นก็เริ่มมีผลงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารหลายฉบับ โดยครั้งแรกที่ทำงานในวงการบันเทิง ณเดชน์ อายุ 17 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 และผลงานแรกที่ปรากฏแพร่ภาพทางวิทยุโทรทัศน์คือภาพยนตร์โฆษณาหมากฝรั่ง ไทรเด้นท์ รีแคลเดนท์ คู่กับพัชราภา ไชยเชื้อ ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้มีการคัดเลือกนักแสดงขึ้น

โดยณเดชน์ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาเป็นนักแสดงหน้าใหม่ เพื่อร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ เงารักลวงใจ เป็นเรื่องแรก และในปี พ.ศ. 2553 ได้มีผลงานละครที่สร้างชื่อเสียงคือ ดวงใจอัคนี เกมร้ายเกมรัก ความนิยมจากการแสดงละครโทรทัศน์ส่งผลให้ณเดชน์ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำเสนอในภาพยนตร์โฆษณาสินค้าเพิ่มขึ้นมากมายจากผลงานโฆษณาที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

ของณเดชน์ทำให้โพสต์ทูเดย์กล่าวว่า ณเดชน์คือ “แชมป์พรีเซ็นเตอร์” รวมทั้งชื่อเสียงในการแสดงละครคู่กับอุรัสยา เสปอร์บันด์ ทำให้ได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณาต่าง ๆ ประเทศไทยร่วมกันหลายเรื่องจนกระทั่งถูกเรียกให้เป็นพระนางคู่ขวัญกันทั้งสองคนถูกนำชื่อไปเป็นเรื่องราวสมมุติในงานจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย เช่น ภาพพิธีมงคลสมรสที่วัดลำปางกลางตะวันออก

แสดงวิถีการดำเนินชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของคนภาคเหนือ เพื่อบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาสืบทอดกันต่อไปตามมาด้วยผลงานด้านอื่น ๆ เช่นการพากย์การ์ตูนแอนิเมชันสำหรับเยาวชน เรื่อง “ซุปเปอร์ฮีโร่ หล่อช่วยได้” หนึ่งในตัวละครหลักร่วมกับปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และปริญ สุภารัตน์ ออกอากาศทางช่อง 3 ไปจนถึงการร่วมกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ

เช่น คณะทูตของโครงการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม 2554 โดยสภากาชาดไทย เป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์เชิญชวนชายไทยคัดเลือกทหารของกองทัพบกไทย ประจำปี 2555 ในปี 2554-2555 ได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้เป็นทูตพระพุทธศาสนาวิสาขบูชานานาชาติ เป็นต้น ซึ่งผลงานหลากหลายประเภทที่ทำไว้ในข้างต้นเป็นจำนวนมาก

บางกอกโพสต์จึงเรียกณเดชน์ว่า “Mr Everywhere” โดยเหตุผลของหนังสือพิมพ์มาจากการที่ประชาชนสามารถพบเห็นณเดชน์ตามแหล่งสื่อต่าง ๆ ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555 รายการ เช้าดูวู้ดดี้ ออกอากาศทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ได้มีการถ่ายทอดเทปบันทึกเรื่องราวของ “ด.ญ.พรสุภาดา คำกำพุทธ” มีชื่อเล่นว่า “มอมแมม”

ที่อาการดีขึ้นอย่างเป็นปรากฏการณ์คล้ายปาฏิหาริย์ หลังจากการดูละคร “เกมร้ายเกมรัก” และชื่นชอบตัวละคร “สายชล” พระเอกของเรื่องรับบทโดยณเดชน์ เป็นแรงบันดาลใจทำให้ปฏิกิริยาของร่างกายฟื้นจากอาการป่วยเร็วขึ้นทุกครั้งก่อนได้รับการผ่าตัด โดยบิดาของเด็กหญิงได้กล่าวไว้ในข้างต้นว่า “ในช่วงเขาป่วยเข้าโรงพยาบาลก็จะไปดูแลเขาตลอด

ต้องเขาผ่าตัดมา 3 ครั้งแล้ว ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ก็ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลย เกือบเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 2 ครั้งที่แล้ว แต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งทุกครั้งก็จะทำใจไว้ล่วงหน้า เพราะอาการหนักมากจริง ๆ แต่ครั้งล่าสุดเขาบอกว่าเขาจะกลับมาหาสายชล ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร มารู้ที่หลังว่าเขาชอบดูละครเรื่องนี้ และชอบสายชลมาก

คุณหมอบอกว่าอาการดีขึ้นทุกครั้งที่ได้ดูสายชล” โดยมอมแมมเป็นเด็กหญิงวัย 7 ขวบ มีหัวใจเพียงแค่ 2 ห้อง และไม่มีเส้นเลือดไปเลี้ยงที่ปอด ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปได้ หลังจากที่ณเดชน์ทราบเรื่องจึงเดินทางมาพบเด็กหญิงเพื่อมาให้กำลังใจพบปะพูดคุยกับเด็กหญิง เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

บริจาคเงินให้ครอบครัวของเด็กหญิงอีก 50,000 บาท วันรุ่งขึ้นเป็นพาดหัวข่าวใหญ่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ และรายการโทรทัศน์บันเทิงหลายช่อง จนวันที่ 22 มกราคม เด็กหญิงสามารถออกจากโรงพยาบาล และกลับมาเรียนหนังสือได้อย่างเป็นปกติ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here