คลิปนาที!! ตร.บุกทลายปาร์ตี้อัพยา โรงแรมหรูกลางเมืองชลบุรี เจอลูกรองผู้การจังหวัด ร่วมด้วย!! (ชมคลิป-ภาพ)

0
312

ตร.บุกทลายปาร์ตี้อัพยาเมืองชลบุรี เจอลูกชายรองผู้การฯ ร่วมด้วย

เจ้าหน้าที่สายสืบจังหวัดชลบุรี บุกจับหนุ่มสาวนัดจัดปาร์ตี้อัพยากลางเมือง พบทุกคนปัสสาวะสีม่วง หนึ่งในนั้นคือลูกชายรองผู้การฯ พกยาอีร่วมปาร์ตี้ด้วย

(24 มี.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สืบสวนภาคจังหวัดชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาคจังหวัดชลบุรี บุกเข้าจับกุมวัยรุ่นรวมกลุ่มจัดปาร์ตี้มั่วยาเสพติด

ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ตัวนักเสพทั้งชายและหญิง รวม 15 คน พบยาอี-ยาเคจำนวนมาก หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเปิดห้องพักมั่วสุมเสพยาเสพติดกันจึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงห้องพักเลขที่ 307 ชั้น 3 ของโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเคาะประตูเรียก เมื่อเปิดประตูเข้าไป พบว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้งชาย-หญิง ปิดห้องมืด เปิดไฟแสงสี เปิดเพลงเสียงดัง เต้นกันอย่างสนุกสนาน

จึงสั่งให้แต่งกายให้มิดชิดแล้วควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด เป็นผู้ชาย 8 คน ผู้หญิง 6 คน เมื่อตรวจสอบพบยาเสพติดเป็น ยาเคตามีนแบบผงห่อด้วยธนบัตร ยาอี ยาเคตามีนชนิดน้ำ บรรจุอยู่ในขวดน้ำเปล่าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นได้ควบคุมตัวทั้งหมด 15 คน นำตัวมาตรวจสารเสพติดในร่างกาย พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด แต่จะต้องส่งผลไปตรวจยังโรงพยาบาลอีกครั้ง โดยหนึ่งในนั้นคือ นายนริศ อายุ 29 ปี

ซึ่งเป็นลูกชายของรองผู้การจังหวัดชัยภูมิ ร่วมอยู่ในปาร์ตี้ครั้งนี้ด้วย และถูกแจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติประเภทยาอี จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียนเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย

รู้เท่าทัน 10 สารยาเสพติดอันตราย สารเสพติดที่ใช้เพื่อความบันเทิง
Club Drugs เป็นคำที่บัญญัติขึ้นโดยสถาบัน NIDA สหรัฐอเมริกา ในยุโรปเรียกว่า Party Drugs มีความหมายถึง ยาและสารเสพติดที่ใช้ในสถานบันเทิงที่มีการเต้นรำ ซึ่งประกอบด้วยยาเสพติดจำพวก ยาอี (ecstacy) ยาเค (ketamine) ยาแอลเอสดี (LSD) ยาโรฮิปนอล (rohypnol) เป็นต้น แต่สำหรับประเทศไทย กลุ่มยา Club Drugs ที่ใช้ประกอบด้วย ยาอี และยาเค เป็นส่วนใหญ่ และ อื่นๆที่พบมีใช้กันได้แก่ โคเคน (cocaine) ไอซ์ (ice) และซาแนกซ์ (xanax) ซึ่งมีความแตกต่างกับ Club Drugs ในต่างประเทศ

ยาอี หรือ เอ็กซ์ตาซี หรือ MDMA (Methylenedioxymethamphetamine) ซึ่งเป็นยาที่นิยมใช้เพื่อความบันเทิงอันดับหนึ่งทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย เป็นอนุพันธ์ของยาบ้า (methamphetamine) ซึ่งไม่มีการนำมาใช้ในทางการแพทย์ ยาที่ขายจึงเป็นยาที่ลักลอบผลิตและจำหน่าย ยาอีจัดเป็นยากระตุ้นประสาทที่ทำให้ผู้เสพมีอาการหลอนประสาทร่วมด้วย เสพโดยการกิน เหตุผลที่ต้องการใช้ในสถานบันเทิงเนื่องจากเมื่อใช้ยาแล้วผู้เสพจะรู้สึกพึงพอใจในตัวเอง มีอารมณ์ร่วม ช่วยในการสื่อสาร และเพิ่มความสามารถในการเข้าสังคมกับผู้อื่น จากการศึกษาพบว่าประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาไม่มีผู้ติดยาอีเข้ามารับการบำบัดรักษาเพราะส่วนใหญ่เสพสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ในวันหยุดสุดสัปดาห์ในงานเลี้ยงที่มีการเต้นรำ แต่พฤติกรรมการเสพยาอีของวันรุ่นไทย นอกจากจะเสพยาอีในช่วงวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์แล้ว ยังมีการเสพในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่นงานวันเกิด งานฉลองอื่นๆ ผู้ใหญ่ในวัยทำงานบางคนเสพยาอีครั้งละ 2-4 เม็ด การเสพยาอีในปริมาณมากและเสพอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดภาวะติดยา บางรายมีอาการเบลอ เนื่องจากยามีผลต่อร่างกายและสมอง

ยาเค หรือเคตามีน จัดเป็นยาสลบ ทำให้เกิดภาวะร่างกาย และจิตใจแยกจากกัน เป็นยาที่ผลิตโดยถูกกฎหมายเพื่อใช้ในทางการแพทย์มาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว แต่ต่อมาในช่วงหลังพบว่ามีการนำมาใช้ในทางที่ผิด โดยใช้เพื่อความบันเทิงเพิ่มมากขึ้น และพบว่าการใช้ยาเคตามีนบ่อยๆ ทำให้เกิดการติดยาได้ จึงเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยมีการควบคุมการใช้เข้มงวดขึ้น แต่เนื่องจากยังไม่มีการควบคุมระหว่างประเทศ จึงทำให้ยาจากประเทศที่ยังไม่มีการควบคุมการใช้อย่างเข้มงวดถูกนำมาลักลอบขายในประเทศไทย ในอดีตการเสพยาเคจะต้องนำเคตามีนที่เป็นยาที่จำหน่ายในรูปยาน้ำใสสำหรับฉีด มาใส่จาน และกลายเป็นไอ เพื่อสูดเข้าจมูก ต่อมาพัฒนาวิธีเสพโดยนำน้ำยาเคตามีนมาอบให้แห้งเป็นผงสีขาว ใช้สูดเข้าจมูก ปัจจุบันมีการผลิตยาเคในรูปผงสำเร็จรูปมาจำหน่าย ส่วนใหญ่ผู้เสพนิยมเสพคู่กับยาอี จะออกฤทธิ์ทำให้รู้สึกเมายามากขึ้น ผู้เสพจะมีอาการผิดปกติคือหัวใจเต้นเร็ว ดวามดันโลหิตสูง สูญเสียความทรงจำ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ประสาทหลอน

โคเคน ในต่างประเทศไม่จัดว่าโคเคนเป็น club drug แต่ประเทศไทยนิยมเสพโคเคนในสถานบันเทิงเป็นหลัก โคเคนมีใช้ในทางการแพทย์เป็นยาชาเฉพาะที่ (local anesthetic) การเสพโคเคนโดยวิธีสูดทางจมูกจะทำให้มีเลือดกำเดาออก และหากใช้ต่อไปจะทำให้ผนังจมูกทะลุ ผู้เสพจึงต้องหยุดเสพเป็นพักๆ เพื่อรักษาตัว อันตรายจากการเสพโคเคนดังกล่าวจึงทำให้มีการเปลี่ยนวิธีเสพโดยการนำโคเคนไปละลายน้ำแล้วเติมแอมโมเนีย จากนั้นเติมอีเทอร์ลงไปจะได้ตะกอนขาวหรือฟรีเบสแยกตัวออกมา นำมาเสพโดยวิธีสูบควัน แต่ถ้าหากฟรีเบสนั้นไม่แห้งสนิทจากการตกตะกอนในอีเทอร์ เมื่อนำมาเผาไฟเพื่อสูบควันก็อาจเกิดเปลวไฟขึ้นมาใส่หน้าผู้สูบได้ วิธีนี้จึงถูกแทนที่ด้วยการนำโคเคนมาละลายกับผงฟู แล้วต้มให้เดือดจะได้ผลึกโคเคนที่เรียกว่าแคร็ก ใช้สูบเช่นกัน การสูบผลึกโคเคนจะมีฤทธิ์รุนแรงกว่าและเข้าสมองได้ในเวลาเพียง 2-3 วินาที รวมทั้งมีฤทธิ์ทำให้เกิดการติดอย่างรุนแรง พฤติกรรมของผู้เสพโคเคนที่พบทั่วไปคือนิยมเสพโคเคนผง ในห้องน้ำของสถานบันเทิง ต่อมาเปลี่ยนแปลงไปนัดหมายกันไปเสพตามบ้าน การเสพจะเสพต่อเนื่องเป็นอาทิตย์ๆ จากนั้นจะหยุดพักระยะหนึ่งก่อนไปเสพใหม่ บางรายที่เสพมากเกินไปอาจชัก เกร็ง เลือดออกในสมอง และหัวใจวายได้

ไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในรูปผลึกใส เป็นเมทแอมเฟตามีนบริสุทธิ์ ในต่างประเทศไม่จัดอยู่ในกลุ่ม club drugs เนื่องจากการเสพจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ทำให้พกติดตัวไปยังสถานที่เต้นรำได้ลำบาก แต่เหตุที่ไทยจัดให้ไอซ์อยู่ในกลุ่ม club drugs เพราะคนนิยมเสพหลังจากเที่ยวสถานบันเทิงแล้วโดยไปเสพต่อตามบ้าน โดยเสพอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์เหมือนโคเคน ไอซ์เมื่อโดนความร้อนจะระเหิด คือเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นไอ ดังนั้นจึงถูกนำไปเสพโดยการนำไปทำให้กลายเป็นไอแล้วสูดไอเข้าปอดเป็นส่วนใหญ่ เมทแอมเฟตามีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างรุนแรง เมื่อเข้าสู่ร่างการแล้วจะไปทำให้เกิดภาวะตื่นตัว และมีพละกำลังมากกว่าปกติ มือจะสั่น หัวใจเต้นแรง มีความดันเลือดสูง อุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้น หากเสพเข้าไปปริมาณมากอุณหภูมิร่างกายจะสูงเกิน40 องศาเซลเซียสผู้เสพอาจมีอาการชักเหมือนคนเป็นโรคลมบ้าหมู จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ ผู้เสพอาจจะถึงกับสลบหมดสติ หรือเสียชีวิตได้

ซาแนกซ์ (XANAXÒ) หรือ ที่มีชื่อสามัญว่าอัลปราโซแลม (alprazolam) เป็นยากล่อมประสาทที่เข้ามามีบทบาทในกลุ่มยาเสพติด club drugs พบว่าการใช้ยาอีและยาเคจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทมากจนเกิดความรู้สึกไม่สบาย นอนไม่หลับ ทำให้ต้องใช้ยากล่อมประสาทเพื่อลดแรงกระตุ้น ช่วยให้รู้สึกสบายใจ และสามารถนอนหลับ เพื่อจะตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตประจำวันที่ปกติ เช่นเรียนหนังสือ หรือทำงานได้ ดังนั้นผู้เสพยาอีและผู้เสพยาเคส่วนใหญ่จึงนิยมเสพยาอีและยาเคคู่กับยาซาแนกซ์ แต่ปัญหาที่พบคือหลังจากที่ใช้ยาซาแนกซ์ไประยะหนึ่ง จะทำให้ผู้เสพเกิดความหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติด และนำไปสู่ภาวะเสพติดคือผู้เสพจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิต จะละเว้นการทำกิจวัตรประจะวันที่ควรทำหรือจำเป็นต้องทำ

อันตรายอื่นที่นอกเหนือจากติดยา

การใช้ยาเสพติดจำพวก club drugs มีเป้าหมายเพื่อความสนุกสนานบันเทิงเป็นหลัก แต่จากการเสพมีข้อเท็จจริงปรากฎว่าหลังจากการเสพยาอีจะทำให้ไม่มีสติควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญและน่าเป็นห่วงมากเนื่องจากจำนวนหญิงที่เสพยาอีจนขาดสติและมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าหรือถูกแอบถ่ายรูปขณะมีเพศสัมพันธ์มีจำนวนมากขึ้น การจัดปาร์ตี้ยาอีนิยมจัดในห้องเล็กๆ มีแสงสลัวๆ โดยจะมีการเปิดวิดีโอเป็นภาพสามมิติให้ผู้เสพยาอีดูเพื่อให้เกิดจินตนาการ ส่วนใหญ่จะเริ่มเสพยาอีก่อน จากนั้นจึงเสพยาเคและมีอาการเหวอ คือครองสติไม่อยู่ ควบคุมตัวเองไม่ได้ สังเกตจากจังหวะการเดินที่ผิดปกติไป เช่นนิยมก้าวข้ามบันได สิ่งที่พบอีกอย่างคือ การเสพไอซ์จะทำให้ผู้เสพมีความต้องการทางเพศสูงทั้งหญิงและชาย

อันตรายที่พบอีกประการหนึ่งคือยาเสพติดกับโรคเอดส์นั้นมีความสัมพันธ์กัน โดยพบว่า หลังจากเสพยามักมีกิจกรรมทางเพศ ทั้งที่แม้ว่าจะมีการป้องกันการติดโรคจากเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย แต่พบว่าร้อยละ 95 ของผู้เสพยาที่ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ใช้ถุงยางอนามัยไม่ถูกต้อง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันด้วย

บทลงโทษตามกฏหมาย
1. ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาอี และไอซ์ ซึ่งจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง
หากเสพ มีโทษจำคุก 6 เดือน – 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพ มีโทษ จำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ

ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ให้ผู้อื่นเสพ มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 100,000 ถึง 1,100,000 บาท ถ้ากระทำโดยมีอาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จำคุก 2-15 ปี และปรับ 200,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท ถ้ากระทำต่อหญิงหรือผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญาหรือเพื่อประโยชน์แก่ตนองและผู้อื่นในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 300,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท

จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 375 มิลลิกรัม หรือจำนวนหน่วยการใช้ ไม่เกิน 15 หน่วยการใช้ (เช่น มียาไม่เกิน 15 เม็ด) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000 – 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 375 มิลลิกรัม หรือจำนวนหน่วยการใช้ 15 หน่วยการใช้ขึ้นไป หรือ1.5 กรัมขึ้นไป มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี – ตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 400,000 – 5,000,000 บาท คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน20 กรัมขึ้นไป มีโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งล้าน – ห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต

ผลิต นำเข้า ส่งออก เพื่อจำหน่าย มีโทษประหารชีวิต

2. ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับโคเคน ซึ่งจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งมีที่ใช้ในทางการแพทย์หากเสพ มีโทษจำคุก 6 เดือน – 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพ มีโทษ จำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน100 กรัมมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี – 20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่า100 กรัมจำคุก 5 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000 – 5,000,000 บาท

3. ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเค ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2หากเสพ มีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับจูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง หรือขู่เข็ญให้ผู้อื่นเสพ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาท – 200,000 บาท ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท – 400,000 บาท

4. ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาซาแนกซ์ หรืออัลปราโซแลม ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 จูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง หรือขู่เข็ญให้ผู้อื่นเสพ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาท – 200,000 บาท ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

จากอันตรายที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า club drugs เป็นกลุ่มยาที่ต้องเฝ้าระวัง จากงานวิจัยที่ทำในจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือพบว่า กลุ่มผู้เสพทุกคนทราบดีว่ายาอีเป็นยาที่มีโทษ แต่ความท้าทาย ความสนุก การติดอยู่ในอารมณ์สนุกสนาน ทำให้ผู้เสพไม่สนใจเรื่องผลกระทบที่มีต่อร่างกายในอนาคต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรณรงค์ให้ความรู้เรื่อง club drugs แก่สาธารณชน รวมทั้งต้องรณรงค์ให้ผู้เสพเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อยาเสพติด เนื่องจากผู้เสพยาส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกต่อยาเสพติดโดยหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นยาที่เสพแล้วไม่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการเสพติด

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here