หลังรอดชีวิตเหตุระเบิดกลางกรุงบรัสเซลส์! กัปตันการบินไทยตัดสินใจ-ลางาน 2 ปี ไม่รับเงินเดือน! ‘ขี่บิ๊กไบค์รอบโลกคนแรก’ ผ่าน 77 ประเทศ ระยะทางครึ่งทางจากโลกไปดวงจันทร์!! (เปิดเส้นทาง-เหตุผล-ภาพ)

0
240

ฝันยิ่งใหญ่!! กัปตันการบินไทยทำตามฝัน ลางาน2ปีไม่รับเงินเดือน ขี่บิ๊กไบค์รอบโลกคนแรก!!

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ จ.ชุมพร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรพงษ์ ภูมิสุวรรณ์ อายุ 48 ปี กัปตันเครื่องบินบริษัทการบินไทย ชาวชุมพร ตัดสินใจลางานเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน เพื่อขี่บิ๊กไบค์ เดินทางรอบโลก โดยจะเริ่มเดินทางออกจาก เขตเทศบาลเมืองชุมพรในวันนี้ โดยมีนางมาลี ภูมิสุวรรณ์ อายุ 73 ปี มารดาและ นางสาวพิมพ์ทิชา สุนสุข อายุ ภรรยาของนายจักรพงษ์ พร้อมลูกสาววัย 4 เดือน ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงมาร่วมให้กำลังใจ

นายจักรพงษ์ เปิดเผยว่าเริ่มแรกทำงานเป็นพนักงานต้อนรับเป็นเครื่องบิน (สจ็วต) ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นกัปตันของการบินไทยที่ต้องเดินทางระหว่างประเทศ ได้เงินเดือนๆ ละประมาณ 400,000 บาท และทำงานที่การบินไทยมาเกือบ 25 ปีแล้ว

“ผมคิดมาประมาณ 2 ปีว่าจะขอเป็นคนไทยคนแรกที่ขี่รถจักรยานยนต์ Big Bike รอบโลก จึงขอลาต้นสังกัดโดยไม่รับเงินเดือนเป็นเวลา 2 ปี และลาพักร้อนอีก 3 เดือน เพื่อใช้เวลาดังกล่าวในการขี่รถจักรยานยนต์รอบโลก มั่นใจว่าตนต้องทำสำเร็จภายในระยะเวลาที่ตั้งไว้ หลังจากกลับจากการขี่รถจักรยานยนต์รอบโลกแล้ว ตนก็ยังสามารถกลับเข้าทำหน้าที่กัปตันของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตามเดิม” นายจักรพงษ์ กล่าว

นางมาลี ภูมิสุวรรณ มารดาของนายจักรพงษ์ กล่าวว่า แม้จะรู้สึกเป็นห่วงบุตรชาย แต่ก็ภูมิใจที่บุตรชายได้ทำตามความฝันที่เขาตั้งเอาไว้ และภูมิใจที่บุตรชายจะเป็นคนไทยคนแรกที่ขี่รถจักรยานยนต์รอบโลกในครั้งนี้

การเดินทางรอบโลกด้วยมอเตอร์ไซค์ของกัปตัน จักรพงษ์ ภูมิสุวรรณ์ นักบิน เครื่องบินโบอิ้ง 777 ของการบินไทยคนนี้ เขาทำตามความฝันของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์คนเดียวหลายประเทศ ไม่ว่าลาว จีน มองโกเลีย พม่า ฯลฯ

เขาเคยเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ออกกำลังกายเป็นประจำ มีประสบการณ์เป็นนักบินกว่า 24 ปี ผ่านการตัดสินใจเรื่องยากๆ ในชีวิตมาเยอะ ทั้งเรื่องการบิน การขี่มอเตอร์ไซค์ท่องโลก และเคยบวชเรียน

การเดินทางครั้งนี้ เขาจะเดินทางยาวนานที่สุด คือ 2 ปีกว่าๆ 7 ทวีป 77 ประเทศ มีเสื้อผ้า 3 ชุด กล้องสองสามตัว โดรน โน้ตบุ๊ค เต็นท์ และสิ่งของเท่าที่จำเป็น โดยวางแผนจัดการการเดินทางด้วยตัวเอง ไม่มีทีมงาน

เขาขอพักจากอาชีพนักบินสองปี ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 ขี่มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าที่ทางบริษัทฯให้ยืมท่องโลก โดยการเดินทางครั้งนี้เขาจะต้องใช้เงินกว่า 10 ล้านบาท แม้จะมีผู้สนับสนุนการเดินทางอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มากพอ โดยออกเดินทางจากภาคใต้ของไทย ผ่านออสเตรเลีย ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ ฯลฯ

อยากให้คุณเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ให้ฟังสักนิด ? ผมเป็นคนมีพลัง อยากทำโน้นทำนี่ตลอดเวลา ขี่บิ๊กไบค์มาตั้งแต่เป็นกัปตันเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นให้ของขวัญตัวเองเพื่อค้นพบโลกใหม่ ผมเป็นคนที่ชอบกีฬากลางแจ้ง เคยเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย เล่นซอฟท์บอล และเทนนิส ตอนนี้หันมาว่ายน้ำ

ผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวแบบเทรคกิ้ง ถ้าไม่ทำงาน ก็ไม่ชอบกลิ่นเครื่องบิน พอมาค้นพบมอเตอร์ไซค์ก็เจอสิ่งที่ชอบสุดๆ หลังจากซื้อมาก็ขี่ไกลขึ้นเรื่อยๆ ปีแรกขี่ไป 35,000 กิโลเมตร จนมาซื้อ BMW ขี่ไปลาวคนเดียว ปี 2554 อยู่ในลาว 18 วัน ค่ำไหนนอนนั่น บางทีก็นอนกับชาวบ้าน ผมไม่ค่อยนอนโรงแรม ผมขี่มอเตอร์ไซค์ลุยน้ำขึ้นเขา โดยไม่ได้ใช้จีพีเอสนำทาง

สมัยก่อนโคลัมบัสเดินทางไม่มีเครื่องมือนำทางอะไรเลย เขาก็กล้าที่จะผจญภัย ตอนนี้โลกก้าวหน้าขึ้นเยอะ คนเดินทางตลอดเวลา แต่คนไทยอยู่บนพื้นฐานความกลัว เมื่อผมออกเดินทางรอบโลก หลายคนก็บอกว่า ลำบากและอันตราย แต่สำหรับผม การได้เปลี่ยนที่นอนทุกวันและได้พบคนใหม่ๆ ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือสิ่งที่ผมชอบ

กลัวไหม เราต้องเข้าใจความกลัว ผมเองก็สนใจเรื่องธรรมะ สมัยเรียนเคยบวชที่สวนโมกข์ ผมไม่ได้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเก็บไว้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ปกติเวลาบิน กัปตันหลายคนถ้าไม่มียันต์อยู่ใต้หมวก ก็ต้องมีรูปหลวงพ่อหรือพ่อแม่

ตอนที่เดินทางคนเดียวในลาว 18 วันเป็นยังไงบ้างผมไปนอนกับชาวบ้าน มีบ้านหลังหนึ่งต้องนอนติดๆ กันบนแคร่เกือบ 20 คน ผมก็นอนกับพวกเขา ความเป็นอยู่แล้งแค้นมาก เงินเดือนเขาแค่สองพันบาท ทำไมพวกเขาอยู่ได้ ผมค้นพบว่า เขาปลูกผัก เลี้ยงเป็ด ไก่ หมู และจับปลาในแม่น้ำ ผมเดินทางไปลาวทั้งหมด 5 ครั้ง ครั้งแรกเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเลย ทำให้เรารู้ว่า เราโชคดีมาก เรามีทุกอย่าง แต่เราไม่รู้จักพอ เสาะแสวงหาความมั่งคั่งตลอดเวลา ทำให้เราอยากได้โน้น อยากได้นี่ ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด


หลังจากลาว คุณเดินทางไปไหนต่อในประเทศไทยเกือบทุกแห่ง ผมเดินทางคนเดียว ผมเดินทางไกลขึ้นเรื่อยๆ ไปพม่า ไซบีเรีย ชายแดนเกาหลีเหนือ มีทั้งเดินทางกลุ่มและคนเดียว ผมชอบเดินทางคนเดียวมากกว่า เคยไปไซบีเรียในรัสเซียเดือนครึ่ง ขี่ไปเรื่อยๆ

อย่างต้นปี 2015 มีการนัดหมายกันว่าจะเดินทางไปวลาดิวอสต็อก รัสเซีย และมองโกเลีย มีคนสมัครร่วมเดินทางด้วย 24 คน ที่สุดแล้วมีคนชาติต่างๆ ร่วมเดินทาง 7 คน ผมเป็นคนไทยคนเดียว นอกนั้นเป็นอเมริกัน นอร์เวย์ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ยูเครน อังกฤษ

ประสบการณ์ตอนนั้นเป็นยังไง ตอนไปมองโกเลีย หลายคนบอกว่าจะพักที่เมืองหลวงสามคืน แต่ผมมาจากเมืองหลวง ผมก็เลยปลีกตัวออกมาไปนอนกับชาวบ้าน แล้วไปเจอกันที่ชายแดน การเดินทางคนเดียวทำให้ผมได้คุยกับผู้คนตลอดเวลา เพราะการเดินทางกลุ่มจะคุยกันเอง ผมไปเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม และเราเป็นคนลุย ชอบบรรยากาศดิบๆ กางเต้นท์นอนริมน้ำ ตอนขี่มอเตอร์ไซค์เข้าชายแดนรัสเซีย ผมไม่มีที่นอน ตอนนั้นอยู่ในเมือง ซื้อเบียร์และถั่วมานั่งกิน มืดแล้วไม่รู้จะไปไหน ผู้หญิงคนหนึ่งเห็นผมไม่มีทีี่นอน ก็เลยชวนผมไปนอนบ้าน ทั้งๆ ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง ครอบครัวนี้มีลูกสองคน เด็กๆ เห็นก็ตกใจ กลัวผม และผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามจีน ไปที่ราบสูงทิเบตลงไปทางแชงกรีลา

ทำไมไม่มีคนไทยร่วมเดินทางกับคุณในครั้งนั้นผมก็อยากรณรงค์ในเรื่องนี้ อยากให้คนไทยตั้งใจที่จะทำอะไร แล้วมีความมุ่งมั่น พูดแล้วต้องทำ ถ้าทำแล้วจะมีอีกหลายอย่างตามมา ทำให้เชื่อในศักยภาพของตัวเอง เป็นคนที่มีความมั่นคงขึ้น ไม่อย่างนั้นทริปเดินทางรอบโลกของผมจะไม่เกิด

ไม่กลัวถูกปล้น ถูกทำร้ายหรือถ้ากลัว ก็ไม่ต้องทำอะไร เราต้องมีความพร้อมและเอาความกลัวมาเป็นประสบการณ์ เราก็ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความกลัว ผมเคยเจอเหตุการณ์ มอเตอร์ไซค์เสียกลางทาง น้ำมันหมด เข็นรถไปสี่ห้ากิโลเมตร ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า สิ่งที่ต้องมีติดตัว คือ ความใจเย็น เดี๋ยวก็ไปต่อได้

การเดินทางรอบโลก 2 ปี 7 ทวีป คุณตัดสินใจนานไหมเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน เส้นเลือดในสมองแตก จักรยานล้ม ซี่โครงไหปลาร้าหัก กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ภรรยาผม จึงบอกว่า ถ้าผมอยากทำอะไรให้รีบทำ ผมก็บอกว่า อยากไปขี่มอเตอร์ไซค์รอบโลก เธอก็บอกว่าให้ไป หลังจากนั้นค่อยๆ เตรียมตัว เตรียมข้อมูลไปเรื่อยๆ ขอสปอนเซอร์ ทำเพจ ตอนแรกว่า จะเดินทางด้วยทุนตัวเอง คือ 10 ล้านบาท แต่ผมเป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่ได้มีเงินขนาดนั้น

ผมคิดว่า ถ้าตายไปแล้ว ก็เอาอะไรไปไม่ได้เลย ทุกคนรู้แต่ก็ยังตกอยู่ในอำนาจของวัตถุ แต่ผมเลือกทำแบบนี้ ลางาน ไม่เอาเงินเดือนสองปี ต้องจากภรรยาและลูกอายุ 4 เดือน การเดินทางแบบนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา บางประเทศไม่พูดภาษาอังกฤษ ก็ใช้ภาษาใบ้ ผมเคยนั่งคุยดื่มเหล้ากับชาวบ้านสี่ห้าชั่วโมงโดยใช้ภาษามือ แต่ผมก็มีความสุข

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here