เล่นไม่เข้าท่า!! แฟนคลับ ‘โป๊บ’ สวดยับ! หลัง “เจสซี่ วาร์ด” ยอมรับ เป็นคนแฉ โพสต์ขอโทษ “โป๊ป” ที่ทำให้เสียชื่อเสียง!! (รายละเอียด-ภาพ)

0
2368

มโนเล่น “เจสซี่ วาร์ด” ยอมรับ เป็นคนแฉ โพสต์ขอโทษ “โป๊ป” ที่ทำให้เสียชื่อเสียง! แต่งานนี้กลับมีคดีพลิก!!

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นดังที่พูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ หลังมีเพจชื่อดังเพจหนึ่งออกมาเปิดเผยเรื่องราวของสาวปริศนาที่ออกมาอ้างว่าหนุ่มโป๊ป ธนวรรธน์ หรือ พี่หมื่น ของพวกเรา นั้นมีพฤติกรรมชอบส่งข้อความไปหาสาวๆและมีสัมพันธ์กับสาวมากมายหลายคน ทำแฟนคลับต้องออกมาช่วย จนสามารถจับโป๊ะได้ว่า เพจดังกล่าวและหญิงปริศนานั้นสร้างเรื่องราวโกหกทั้งหมดขึ้นมา ด้วยจุดประสงค์อะไรบางอย่าง

ล่าสุด หนุ่มโป๊ป ก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกผ่านสื่อ ว่า อดีตที่ผ่านมา ตัวเองนั้นเคยมีสัมพันธ์กับสาวมาบ้าง แต่สาวทุกคนที่ตนมีสัมพันธ์ด้วยนั้นต่างยินยอมและไม่เคยบังคับจิตใจสาวคนไหน ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคนที่สร้างเรื่องราวขึ้นมาแฉ สิ่งที่เสียใจที่สุด ไม่ใช่เสียใจเพราะโดนกลั่นแกล้ง แต่เสียใจที่ ในวันที่ละครประสบความสำเร็จ แฟนคลับและสื่อต่างๆคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือ ตัวเองกลับดีพร้อมไม่พอ

ต้องขอโทษสื่อทุกๆคน ทุกๆเพจ ถ้ามันมาขนาดนี้ ก็ถึงเวลาที่เจสซี่ต้องยอมรับค่ะ
-เจสซี่เป็นคนเอารูปที่พี่โป๊ปคุยกับเจสมาแฉต่อสื่อเอง
– พี่โป๊ปยอมรับความจริงทุกอย่าง แล้วขอโทษเจส เจสก็กล้ามาพูดความจริงค่ะ
-ขอโทษพี่โป๊ปด้วยนะคะ ที่ทำให้เสียชื่อเสียง แต่พี่โป๊ปต้องเห็นใจเจสด้วยนะคะ ว่าเจสเป็นผญ เจสเสียมากกว่าค่ะ
– ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นห่วงกันค่ะ เจสก็หนักใจเหมือนกัน เห้อออออออ #ตื่น

ภายหลังเจสซี่ วาร์ด โพสต์ดังกล่าว มีหลายคนที่ไม่ตลกด้วย

ต้องบอกเลยว่า เป็นเน็ตไอดอลที่มีความแซ่บและเซ็กซี่ถึงใจจริงๆ สำหรับสาว “เจสซี่ วาร์ด” นักแสดงสาวสวยมากความสามารถ ที่มีดีกรีความสวยจนหลายคนต้องตะลึง และไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเป็นที่สนอกสนใจของหนุ่มๆ ทำให้มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยคอยติดตามผลงานอยู่ตลอด ล่าสุด สาวเจสซี่ ได้โพสต์ภาพเป็นทาส พร้อมทั้งได้ระบุข้อความอีกด้วยว่า เรือนไหนรับ บ่าว ไปเป็นทาสบ้างเจ้าคะ

เรียกได้ว่าหลังจากนั้นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แต่ก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นกันมากมายเกี่ยวกับภาพสาวคนนี้ ทั้งนี้ยังไม่พอเจ้าตัวยังได้ลงคลิปเต้นที่ทำเอาหัวใจหนุ่มๆสั่นไหวกันเลยทีเดียว แต่จะหัวใจสั่นไหวแค่ไหนเราไปชมคลิปด้านล่างพร้อมพร้อมกันเลยจ้า เป็นสาวในโลกโซเชียลที่ถูกจับตามากที่สุดคนหนึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับ “เจสซี วาร์ด” เน็ตไอดอลและนางแบบสาว ลูกครึ่งอังกฤษ-ไอซ์แลนด์ วัย 20 ปี ที่กำลังมีข่าวดราม่าระอุโลกอินเตอร์เน็ต

ล่าสุด เจสซี วาร์ด มาออกรายการ “เล่นใหญ่จัดใหญ่” โดยมีพิธีกร บุ๋ม ปนัดดา สัมภาษณ์ เริ่มเล่าประวัติของตนเองให้ฟังว่า เกิดที่ไอซ์แลนด์ ก่อนย้ายมาเมืองไทยตามคุณพ่อที่เป็นนักเขียน เมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง จึงเติบโตและเรียนที่เมืองไทย มีพี่น้อง 4 คน ตนเองเป็นคนที่ 3 เมื่อปีที่แล้ว เจสซีพร้อมพ่อ ได้ออกมาถือป้ายประท้วง เพราะไม่ได้รับความยุติธรรม เนื่องจากโดนโกงที่ดิน ปลอมลายเซ็น ปลอมโฉนดที่ดิน เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 65 ล้านบาท

แล้วคดียังไม่คืบ แม้จะผ่านไปถึง 6 ปีแล้วก็ตาม เจสซีเล่าว่า ทุกวันนี้ก็เข้าบ้านไม่ได้ เพราะถูกโกงไปแล้ว เคยลองจะเข้าบ้านก็ถูกตำรวจมาไล่ ก็เลยต้องอาศัยอยู่กับบ้านเพื่อนของพ่อแทน ตอนนั้นไม่มีเงินติดตัวเลย ไม่เคยคิดว่าจะต้องขอเงินใครก็ต้องทำ รู้สึกท้อมาก คนรอบข้างก็เปลี่ยนไป จากที่มีเพื่อนเยอะ ก็เหมือนกับว่าตอนนี้อยู่กับพ่อแค่ 2 คน เน็ตไอดอลสาวยังเผยว่า ตอนเริ่มเรียนได้หนีออกจากโรงเรียนประจำ

เพราะเกิดความรู้สึกอิจฉาเพื่อนๆ ที่มีพ่อแม่มารับ เลยออกจากโรงเรียนไปทำงานเลย ช่วงแรกก็เหลวไหล จนไปทำงานเป็นนักร้องคาเฟ่ โดยย้อมผมสีดำไปทำงาน ก่อนจะมาเป็นนางแบบในปัจจุบัน เจสซีเล่าถึงเรื่องที่เคยถูกลักพาตัวว่า เมื่ออายุ 12 ปี ไปเที่ยวห้างกับเพื่อน เมื่อแยกกับเพื่อน ก็ไปขึ้นแท็กซี่ โดยเจสซีได้ขอยาดมกับคนขับรถ ซึ่งเมื่อเอายาดมมาดมก็สลบไปเลย ตื่นมาอีกทีคืออยู่กับแท็กซี่แล้วที่โรงแรมม่านรูด

เจสซีกล่าวว่า “หนูอยู่นิ่งๆ พยายามไม่ทำให้เขารู้ว่าหนูฟื้นแล้ว ตอนที่เขาเข้าห้องน้ำ หนูเลยโทรหาเพื่อนเพราะหนูกลัวว่าถ้าหนูวิ่งหนีเขาจะตามทัน เพื่อนที่อยู่ละแวกนั้นพอดีก็เลยมาที่โรงแรมได้ทัน แล้วไปรับตัวหนูออกมา” เจสซีกล่าว จากนั้นจึงไปแจ้งความและสามารถจับตัวแท็กซีรายนั้นได้ เจสซีเล่าถึงเรื่องของหัวใจ ที่ตอนนี้กำลังคบหาอยู่กับสาวหล่อ โดยเจสซีเผยว่า ที่มาทางนี้เพราะ ก่อนหน้านี้ เจอผู้ชายไม่ดีมา เลยหันมาคบกับผู้หญิง

ทั้งนี้ ยังเล่าด้วยว่า เจสซีเป็นฝ่ายจีบสาวหล่อก่อน โดยตามไปที่ทำงานหลายๆ แห่ง ไปดูแลตลอด เลยตกลงกันเป็นแฟนกันในที่สุด สำหรับ เรื่องการถ่ายแบบหวาบหวิวที่เป็นที่พูดถึง เจสซีเผยว่า มีลิมิตอยู่ที่การใส่บิกินีเท่านั้น ไม่มีการถอดส่วนบน ไม่มีการแก้จริง ส่วนเรื่องที่มีคนแชร์ไปเยอะๆ ก็รู้สึกชื่นชอบ “ตอนแรกที่คุณพ่อเห็นรูปก็รับไม่ได้ ก็มีการคุยกัน บอกว่ามันโป๊ไปหรือเปล่า พ่อกลับว่าจะกระทบกับคดี ก็บอกพ่อให้ยอมรับไว้ก่อน อะไรที่คือเงินก็ต้องทำไป”

ส่วนเรื่องค่าตัวในการถ่ายแบบของเจสซี สาวหล่อ ที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวและแฟนของเจสซี ระบุว่า “ก็แพงนะคะ ประมาณ 10,000 บาท ขึ้นไป เมื่อก่อนแรกๆ ก็ 5,000-8,000 บาท พอมียอดฟอลโลว์หลักล้าน ปีใหม่ก็จะอัพขึ้นใหม่ ยิ่งมีกระแสบิกีนีแบบนี้ ก็อาจเพิ่มขึ้นอีก” อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ สาวเจสซีอาจจะหยุดถ่ายบิกีนีแล้ว เพราะเจอกระแสวิจารณ์เยอะมาก “ตอนแรกทำใจไม่ได้ กระทบจิตใจหนูมาก

ตอนหนูโดนหนูโดนคนเดียว ไม่มีช่างภาพคนไหนออกมาแก้ตัวให้ เพราะฉะะนั้นคนที่เสียคือหนู หนูโดนด่าเสียหาย ..ไม่ใช่ว่าเราทำงานไปวันๆ แล้วใช้ซื้อเสื้อผ้า ไม่ใช่ แต่เราทำงานแล้สเรามีเป้าหมาย ทุกวันนี้กำลังใจหนูน้อยพออยู่แล้ว ไม่อยากให้ใครซ้ำเติมมากกว่านี้” เจสซีทิ้งท้ายว่า “สำหรับคนที่ไม่ชอบ รู้มั้ยว่าคำหนึ่งในโซเชียลมันสามารถทำลายชีวิตคนๆ หนึ่งได้ ถ้าอยากจะด่าเขา ต้องไปสืบประวัติเขามาดีๆ ว่าเขาทำแบบนี้ไปวันๆ หรือมีจุดหมายในชีวิต ..อย่าด่าหนูแรงไปกว่านี้เลย เพราะวันๆ หนูต้องมาคิดถึงแต่เรื่องนี้ ..หนูเลี้ยงครอบครัวหนูเอง เพราะฉะนั้นหนูไม่อาย”

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ “เจสซี่ วาร์ด” (Jessie Vard) เน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่ที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่จากโลกโซเชียล นางแบบสาวนัยตาน้ำข้าวลูกครึ่งอังกฤษ-ไอซ์แลนด์ แต่หัวใจไทย วัย 20 ปีบริบูรณ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวใหญ่ช่วยคุณพ่อเรียกร้องความยุติธรรมจากการถูกสถาบันการเงินของไทยยึดบ้านที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2553 ทั้งที่เธอและคุณพ่อมีเอกสารและโฉนดที่ดินครอบครองสิทธิ์อย่างถูกต้อง รวมถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจไทยในการดำเนินคดี

จากเหตุการณ์โด่งดังในครั้งนั้นทำให้ชื่อของ เจสซี่ เด็กสาวที่ขณะนั้นอายุเพียง 14 ปี ต้องสู้ชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว ลำบากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีแม้กระทั่งที่จะซุกหัวนอน เงินจะซื้อข้าวกินก็ไม่มี ต้องทำงานสู้ชีวิตสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ให้ผ่านพ้นไปได้แบบวันต่อวัน จนกลายเป็นประเด็นดราม่ามากมายเกี่ยวกับเธอบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง

วันนี้ เจสซี่ กลับมาอีกครั้ง! กับการประกาศตัวเป็น “นางแบบหวิว” มาพร้อมหุ่นฟิตที่แตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…พกแตงโมลูกโต สัดส่วนโค้งเว้ารัญจวนใจ มาขโมยหัวใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้ได้ร้องซี๊ดดด! แซ่บซะจนเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดจนแทบหมดตัว ในวันสบายๆ แบบนี้ เจสซี่ ได้แบ่งเวลามาพูดคุยกับเราในวันที่งานถ่ายแบบเซ็กซี่รัดตัวชนิดที่แทบจะไม่มีเวลาได้หายใจ เพื่อมาอัปเดทชีวิตของเธอตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ชีวิตผกผันจนกว่าจะถึงวันนี้แบบหมดเปลือกไม่มีกั๊ก

เปิดฉากชีวิตสุดรันทด เจสซี่ วาร์ด เจสซี่ เป็นลูกสาวคนที่ 3 ของ โคลิน วาร์ด (Colin Vard) ชายสัญชาติไอซ์แลนด์ เมื่ออายุได้เพียงขวบกว่าๆ เจสซี่ย้ายมาอยู่กับ โคลิน ผู้เป็นพ่อที่ย้ายรกรากมาลงหลักปักฐานในเมืองไทยด้วยการก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งต่อมากลายเป็นธุรกิจใหญ่โต มีหลักทรัพย์และเงินสดไม่ต่ำกว่า 65 ล้านบาท

ชีวิตที่ดูน่าจะสุขสบายกลับต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเมียน้อย (ซึ่งเป็นหญิงชาวไทย) ของโคลินผู้เป็นพ่อ ไปกู้เงินนอกระบบจำนวน 6 แสนบาท เพื่อทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว สุดท้ายสู้ดอกเบี้ยไม่ไหว จึงร่วมมือกับเจ้าหนี้เพื่อปลอมแปลงลายเซ็นต์ “โคลิน” โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นอีกชื่อ ถึงขนาดบ้านก็ถูกขายไปโดยที่นายโคลินไม่เคยรับรู้ มารู้ตัวอีกทีก็ถูกกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับไล่ตนและครอบครัวออกจากบ้านพัก และโดนหมายศาลตามมา ระบุข้อความว่า

“บ้านหลังนี้ขายแล้ว” ร้อนถึง โคลิน ผู้เป็นพ่อ ต้องเสียเงินมากมายจ้างวานทนายความมาเพื่อต่อสู้คดี ทว่าโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งแถมเล่นตลกกับครอบครัววาร์ดเหลือเกิน เมื่อเจอขบวนการต้มตุ๋นรวมหัวกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ที่ดิน ทนายความ นายธนาคาร บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมหัวกันฉ้อโกงจนกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว

เจสซี่ เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นว่า ตอนนั้นเธอยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยอายุแค่เพียง 14 ปี ที่ลุกขึ้นมาช่วยคุณพ่อไม่ให้ต่อสู้โดยลำพัง โดยใช้ช่องทางของโลกโซเชียล ตั้งเพจชื่อ Justice for Jessie เพื่ออัดคลิปและคอยอัปเดตเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคดีเพื่อทวงคืนความยุติธรรมขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ แม้ว่าภาษาไทยของเธอไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่เธอก็ถูๆ ไถๆ อัดคลิปเรียกร้องความยุติธรรม

“ตอนนั้นก็ช่วยพ่อทุกอย่าง ตั้งแต่อัดคลิปเรียกร้องความเป็นธรรมในโซเชียล ตระเวนไปตามหน่วยงานราชการเพื่อขอความช่วยเหลือ เขียนป้ายไปชูประท้วงหน้าสถานที่ต่างๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่เราพอจะทำได้ ซึ่งสุดท้ายก็มีคนยื่นมือเข้ามาช่วย แม้จะไม่ได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไป” ข้างนอกสดใส ภายในสุดเศร้า!! การต่อสู้ที่เนินนาน เงินเก็บที่เหลืออยู่ของโคลินเริ่มร่อยหรอ

วันหนึ่งที่พ่อลูกได้นั่งคุยกัน ทำให้ทราบถึงฐานะครอบครัว เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากโรงรียนประจำที่จังหวัดชลบุรีมาเร่รับจ้างทำงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน เสิร์ฟอาหารในคาเฟ่ นั่งดริ๊ง ร้องเพลง “พ่อโทรมาบอกว่าพ่อไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีเงินส่งเรียนต่อในระดับสูงๆ แถมยังมีหนี้สินติดตัวจำนวนมาก เจสซี่ไม่อยากเป็นภาระของพ่อ นี่คือเหตุผลที่ต้องหนีออกจากโรงเรียนมาทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว” ขวัญใจชาวโซเชียลบอกสาเหตุที่ทำให้ต้องทิ้งการเรียนกระทันหัน

แม้จะรู้ว่าพ่อจะเสียใจกับการหนีออกจากโรงเรียนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เจสซี่ยังคงวิ่งเข้า-ออก ทำงานคาเฟ่นานหลายปี “จริงๆ แล้ว งานเสิร์ฟอาหาร-ล้างจาน มันได้เงินไม่กี่ตังค์หรอกค่ะ 100-200 บาทต่อวันเท่านั้น ก็แค่พอเลี้ยงตัวเองได้ แต่พอทำไปนานๆ ก็ได้มานั่งดริ้ง (เด็กชงเหล้า และนั่งคุยเป็นเพื่อนแขก) แล้วก็ร้องเพลง ตรงนี้ก็ได้เงินมากหน่อย วันไหนโชคดีก็ได้เงินพันกว่าบาท

นอกจากเอาเงินมาใช้เองแล้วยังเหลือพอส่งให้พ่อกับน้องชายบ้าง ซึ่งทุกครั้งที่ส่งเงินให้พ่อ เจสซี่รู้ว่าพ่อไม่อยากรับเงินจากเจสซี่เท่าไหร่ แต่เจสซี่ก็ต้องขอร้องพ่อให้รับไว้ เรารู้ว่าเค้าเสียใจที่เจสซี่ทำงานตามผับตามบาร์ในเวลากลางคืน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเหตุการณ์กำหนดให้ครอบครัวเราต้องพบเจอกับโชคชะตาแบบนี้ เจสซี่ก็ได้แต่ถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้ค่ะ”

ดราม่าซ้อนดราม่า…เกือบเสียตัวให้แท็กซี่ มรสุมชีวิตของนางแบบสาวคนดัง ยังไม่จบ เพราะหลังจากที่พ่อถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว ครอบครัวแตกแยก จนเธอต้องออกมาทำงานเผชิญโลกเพียงลำพัง วันหนึ่งได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ชลบุรี กับเพื่อน เมื่อถึงเวลาก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยเธอเองเรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้าน ระหว่างทางเธอรู้สึกมึนหัว จึงเอ่ยขอยาดมจากคนขับ เมื่อรับมาดมก็หมดสติ มารู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่โรงแรมม่านรูดแล้ว

วินาทีที่รู้สึกตัว เจสซี่บอกว่า ตอนนั้นเธอได้แต่นอนอยู่นิ่งๆ ไม่ให้คนร้ายรู้สึกตัวว่าเธอฟื้นแล้ว เพียงไม่นานคนร้ายก็เดินไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นเธอจึงรีบลุกไปหยิบโทรศัพท์แล้วโทรบอกเพื่อน ให้รู้ว่าถูกฉุดมา โดยเจสซี่ยืนยันว่าเหตุที่ไม่วิ่งหนีออกไปเอง ก็เพราะกลัวว่าถ้าวิ่งหนีแล้วคนร้ายจะตามทัน จึงเลือกวิธีให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาช่วย เมื่อหนีออกมาได้แล้ว จึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ทันท่วงที

“ยอมรับนะคะว่าน้อยใจในโชคชะตา ถามตัวเองมาตลอดทำไมต้องเป็นแบบนี้ จากที่พ่อเราเคยรวยมาก กลายมาเป็นไม่มีอะไรเลย แถมหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็มีแต่เรื่องให้เสียใจ แต่หนูก็ไม่เคยท้อนะคะ หนูแค่รู้สึกเหนื่อยมากกว่า ทุกอย่างเป็นเหมือนบทเรียน บททดสอบ ผ่านเข้ามาให้ได้เรียนรู้แล้วก็สู้กับมัน พยายามคิดแค่ว่าทุกอย่างมันเป็นเวรกรรม คิดเท่านี้เพื่อให้ตัวเองนั้นสบายใจค่ะ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here