มหาเศรษฐีไทย ติดอันดับรวยสุดในโลกในปี 2018 ของฟอร์บส์มีถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากเมื่อปี 2017 (รายละเอียด)

0
4946

เอเจนซีส์ – เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระดับโลก “แอมะซอน” คว้าบัลลังก์มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกแซงหน้า บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ในการจัดอันดับประจำปี 2018 ของนิตยสารฟอร์บส์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 มี.ค.) มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก อยู่อันดับ 5 ของตาราง ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของประเทศไทยนั้น จากข้อมูลของฟอร์บส์พบว่าในปีนี้มีมหาเศรษฐีติดอันดับรวยสุดในโลกของฟอร์บส์ถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากเมื่อปี 2017 ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ร่วงชั้นลงไปอยู่ที่อันดับ 16 ของประเทศด้วยทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ แต่ยังเพิ่มขึ้น 100 ล้านดอลลาร์จากปีที่ผ่านมา

- Advertisement -

20. ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ (พฤกษาเรียลเอสเตท) มีทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,561 ของโลก ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท คนส่วนใหญ่รู้จักชายวัย 59 ผู้นี้ในฐานะมหาเศรษฐีหมื่นล้าน เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรรายใหญ่ นักเล่นหุ้นมือฉมัง พ่อพระผู้ใจดีที่ช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่เด็กๆผู้ด้อยโอกาส สักกี่คนจะรู้ว่าชีวิตเขาเริ่มต้นจากศูนย์ ลูกพ่อค้าขายกระเพาะปลา เรียนจบแค่ป.4ก็ต้องออกมาทำงานช่วยครอบครัว แต่ด้วยความใฝ่ดีจึงขวนขวายร่ำเรียนจนจบปริญญา ไต่เต้าจากมนุษย์เงินเดือน ขยับเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เผชิญวิกฤตจนเกือบล้มละลายหลายครั้ง ก่อนก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย

19. คีรี กาญจนพาสน์ (บีทีเอส) มีทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,561 ของโลก คีรีค้นพบโฟกัสของตัวเองที่เมืองไทย นั่นก็คือโครงการรถไฟฟ้าในยามที่รถในกรุงเทพฯ ติดนิ่งสนิทเป็นแพบนถนน ราวกับโชว์รูมรถขนาดใหญ่ ในปี 2533 กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดประมูลโครงการทางด่วน และระบบรถไฟฟ้าเหมือนกับ MTR (Mass Transit Railway) ในฮ่องกง โดย กทม. แบ่งโครงการที่เปิดประมูลออกเป็นสามระบบและธนายงก็ชนะประมูลสัมปทานหนึ่งในสามระบบนั้น บางกอกแลนด์ชนะประมูลได้สัมปทานไประบบหนึ่ง และ Hopewell Holdings ของมหาเศรษฐีของฮ่องกง Gordon Wu ก็ประมูล ชนะอีกระบบหนึ่ง แต่ทั้งโครงการ Hopewell และของบางกอกแลนด์ก็ต้องพับไปนานก่อนที่รถไฟฟ้าของคีรีจะเริ่มเปิดดำเนินการ

18. วิชัย ทองแตง (นักลงทุน) มีทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,394 ของโลก จริงๆเป็นทนาย หรือที่ใครๆต่างรู้จักในนามว่า ‘ทนายวิชัย ทองแตง’ แต่ด้วยความเก่งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เล่นหุ้น ทนายคนนี้ก็ควบตำแหน่งนักธุรกิจไปด้วย ซึ่งนอกจากจะผนึกกำลังกับลูกๆ บริหาร โรงพยาบาลแล้ว เขายังได้รับฉายาเพิ่มมาอีกว่าเป็น’ทนายนักช้อป’ และ’พ่อมดตลาดหุ้น’ อีกด้วย

17. ประยุทธ มหากิจศิริ (เนสกาแฟ,ขนส่ง) มีทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,394 ของโลก นักธุรกิจชาวไทย ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท พีเอ็มส์ กรุ๊ปส์ เจ้าของบริษัทไทยน็อคซ์ สเตนเลส และไทย คอปเปอร์ เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟเลควูด จากฉายา”เจ้าพ่อเนสกาแฟ”ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าเขาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ และ บริษัท เนสท์เล่(ไทย)จำกัด แต่ความจริงเขาเป็นผู้ถือหุ้นโรงงานผลิตเนสกาแฟ โดยถือหุ้นอยู่ 50% มิได้มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟหรือบริษัท เนสท์เล่(ไทย)จำกัด

16. ทักษิณ ชินวัตร (นักลงทุน) มีทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,339 ของโลก เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2544 ถึง 2549 และเป็นพี่ชายของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 28 เคยเป็นนักธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสาร ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทโทรคมนาคมและการสื่อสารขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อดีตข้าราชการตำรวจ (ชั้นยศสูงสุดที่ พันตำรวจโท) อดีตเจ้าของและประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี และอดีตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ปัจจุบันถือสัญชาติมอนเตเนโกร

15. เกียรติ เจียรวนนท์ (ธุรกิจอาหาร) มีทรัพย์สิน 1,900 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,284 ของโลก “เจียรวนนท์” หนึ่งในบรรดาตระกูลใหญ่ไม่กี่ตระกูลในเมืองไทยที่ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ใครไม่รู้จัก“ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นไม่มี ใครไม่รู้จัก “วัลลภ เจียรวนนท์” รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นไม่มี หรือแม้แต่รุ่นลูกรุ่นหลานอย่าง “มนู เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด “ศุภชัย เจียรวนนท์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

14. ชูชาติ-ดาวนภา เพชรอำไพ (ธุรกิจสินเชื่อรถจักรยานยนต์) มีทรัพย์สิน 2,000 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,215 ของโลก สองสามีภรรยาทำงานเก็บเงินได้ 100 ล้าน ตั้งแต่อายุไม่ถึง 40 ทั้งคู่เดิมพันชีวิตสร้างธุรกิจด้วย “เงินต่อเงิน” ปล่อยเงินกู้ในนาม เมืองไทย ลิสซิ่ง จนเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ที่เกิดมาเพื่อดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อ กว่า 24 ปีที่ทั้งคู่เดินหน้าขยายอาณาจักรเงินกู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขยายสาขาจนมีลูกหนี้อยู่ทั่วประเทศ แม้ว่าบริษัทจะเผชิญหน้ากับปัญหารอบด้านของประเทศ ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตสินเชื่อซับไพร์มของสหรัฐฯ น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ราคาข้าวตกต่ำ ภัยแล้ง กำลังซื้อถดถอย จนถึงหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น แต่ บมจ.เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) มีลูกค้าหลักคือ เกษตรกร กลับสวนกระแส ด้วยพอร์ตปล่อยกู้โตวันโตคืน และมีหนี้เสียเพียง 0.9% ซึ่งต่ำที่สุดของผู้ประกอบการในตลาด และยังมีแนวโน้มในอนาคตที่สดใส

13. ฮารัลด์ ลิงค์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 2,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,215 ของโลก ใครที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับ “มร.ฮาราลด์ ลิงค์” ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม กลุ่มธุรกิจสัญชาติเยอรมันยักษ์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อายุเก่าแก่กว่า 135 ปี ซึ่งเป็นเจ้าแห่งธุรกิจพลังงาน, โรงไฟฟ้า, อุปกรณ์การแพทย์, เครื่องปรับอากาศ, คมนาคม และอสังหาริมทรัพย์ คงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ซีอีโอใหญ่วัย 58 ปี มีความเป็นไทยยิ่งกว่าคนไทยหลายคนซะอีก ไม่เพียงเพราะเขาพูดภาษาไทยชัดเปรี๊ยะทุกถ้อยคำ แต่หัวใจของหนุ่มใหญ่เลือดเยอรมันผู้นี้ ยังรักและผูกพันกับเมืองไทยไม่ต่างจากบ้านเกิดเมืองนอน

12. วิลเลียม ไฮเน็ค (โรงแรม) มีทรัพย์สิน 2,100 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,157 ของโลก ตำนานของนักธุรกิจผู้สร้างตัวขึ้นมาจากมันสมองและสองมือ จากเงินเพียงหลักพันจนกลายเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านในทุกวันนี้ แต่เชื่อได้ว่าในชีวิตนี้อย่างน้อยคุณต้องเคยได้ยินหรือเป็นลูกค้าใช้สินค้าและบริการของบริษัทเขามาแล้วอย่างแน่นอน ธุรกิจในมือของเครือไมเนอร์ กรุ๊ป (Minor Group) ของวิลเลียมนั้นมีมากกว่า 30 บริษัทในเครือ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม แบรนด์แฟชั่น ฯลฯ เป็นทั้งผู้นำเข้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย รวมไปถึงสร้างแบรนด์สัญชาติไทยขยายออกไปสู่ตลาดอินเตอร์ด้วย โดยปัจจุบันนี้ไมเนอร์ กรุ๊ป มีธุรกิจอยู่ทั่วโลก ดูแลโรงแรมและรีสอร์ตอยู่กว่า 80 แห่ง ร้านอาหารกว่า 1,300 สาขา และร้านค้าอีกกว่า 200 ร้านทั้งในเอเชีย แอฟริกาและออสเตรเลีย

11. กฤตย์ รัตนรักษ์ (ช่อง 7) มีทรัพย์สิน 2,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 887 ของโลก จัดเป็นเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มีบุคลิกเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ชอบเป็นข่าว ไม่เคยแถลงข่าว จะเปิดเผยตัวต่อสาธารณะในวันประชุมผู้ถือหุ้นบ้าง เป็นประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และเป็นประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อดีตเจ้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา

10. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (ธุรกิจโรงพยาบาล) มีทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 791 ของโลก หากเป็นคนในแวดวงธุรกิจ แวดวงการลงทุนหุ้น คงเป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัดฯ คือ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ ตระกูล “ปราสาททองโอสถ” ที่มี นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ เขาคือ มหาเศรษฐีแชมป์หุ้น ปี 2558 ที่ผ่านนี้เอง

9. วาณิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์ อันดับ 703 ของโลก นับจากที่การประกันชีวิตเริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาดำเนินกิจการ และตั้งสำนักงานตัวแทนเสนอขายประกันชีวิตแบบตลอดชีพ พร้อมกับมี สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เอกอัครมหาเสนาบดี เป็นผู้ถือกรมธรรม์ฉบับแรกนั้น อาจเรียกได้ว่าการประกันชีวิตยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่หลังจากที่ได้มีการก่อตั้งกองประกันภัย สังกัดกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมขึ้นในปี พ.ศ. 2472 ธุรกิจประกันชีวิตก็เริ่มเป็นที่แพร่หลาย มีบริษัทประกันชีวิตต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2485 อันเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีกลุ่มบุคคลคนไทยได้ก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตที่เป็นของคนไทยขึ้นเป็นครั้งแรก

8. สมโภชน์ อาหุนัย (ธุรกิจพลังงาน) มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์ อันดับ 679 ของโลก หากไม่เอ่ยชื่อ “สมโภชน์ อาหุนัย” เศรษฐีหุ้นใหญ่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ (EA) ในตลาดหุ้นถือว่าตกกระแสความแรงของหุ้น EA จากกระแสไฟความแรงนี้เองที่ทำให้ EA ทำ ALL TIME HIGH ได้อย่างต่อเนื่อง “สมโภชน์” แม้ว่ารวยเข้าขั้นติดอันดับเศรษฐี ความรวยเพิ่มขึ้น จากราคาหุ้นที่สูงขึ้น ๆ แต่เขากลับปิดตัวเงียบที่จะคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหญ่ๆ ให้กับธุรกิจ

7. สารัชถ์ รัตนาวะดี (ธุรกิจพลังงาน) มีทรัพย์สิน 3,600 ล้านดอลลาร์ อันดับ 629 ของโลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ (GULF) หลังจบพิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สัมภาษณ์โดย คุณสุภชัย ปกป้อง บรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ

6. มนตรี เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 4,100 ล้านดอลลาร์ อันดับ 527 ของโลก เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. เติบโตเคียงคู่สังคมไทยมายาวนานเกือบ 1 ศตวรรษ ซึ่งไม่เพียงผลิตสินค้าและบริการที่ดีสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่การดำเนินธุรกิจการค้าอย่างมืออาชีพและมีคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ชื่อเสียงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

5. จรัญ เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 4,100 ล้านดอลลาร์ อันดับ 527 ของโลก จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2464 โดยบรรพบุรุษตระกูลเจีย ผู้รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากซัวเถา ซีพีกรุ๊ปในวันนี้แม้เพิ่งจะเข้าสู่รุ่นที่ 2 ภายใต้การชี้นำของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ก็นับว่ามาไกลมาก ๆ แล้ว ไม่ว่าจะพิจารณาจากปริมาณของธุรกิจหรือคุณภาพขององค์กร

4. สุเมธ เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลาร์ อันดับ 514 ของโลก การที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างมั่นคง เป็นเพราะดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในนโยบาย 3 ประโยชน์ กล่าวคือ คำนึงถึงประโยชน์ต่อทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในประเทศที่เข้าไปลงทุน และคำนึงถึงประโยชน์ต่อบริษัทซึ่งหมายถึงผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และพนักงาน

3. วิชัย ศรีวัฒนประภา (คิง เพาเวอร์) มีทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 388 ของโลก นายวิชัยถือเป็นมหาเศรษฐีไทยคนที่ 2 ที่เข้าไปครอบครองสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร บุกเบิกซื้อทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2550 ก่อนเทขายหุ้นให้นักธุรกิจชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตในปีต่อมา ขณะที่ “เจ้าสัววิชัย” เข้าซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2553 สมัยทีม “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ยังอยู่ในลีกรองอย่างเดอะ แชมเปี้ยนสชิป โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการ “ปิดดีล” กับนายมิลาน แมนดาริช เจ้าของและประธานสโมสรคนเดิม เขาต้องจ่ายเงินเข้าสโมสรทันทีงวดแรก 40 ล้านปอนด์ (ราว 2,000 ล้านบาท) ก่อนทยอยจ่ายจนครบ 100 ล้านปอนด์ (5,000 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการเข้าถือหุ้นร้อยละ 51

2. ธนินท์ เจียรวนนท์ (ซีพี/ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 14,900 ล้านดอลลาร์ อันดับ 95ของโลก โดยนายธนินท์เป็นบุตรคนสุดท้อง ในตระกูลที่ทำมาค้าขายเกี่ยวกับอาหารสัตว์ โดยคุณพ่อของเขาเป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านการเกษตรมากพอสมควรทั้งด้านการขายและผสมอาหารสัตว์ ธนินท์ได้เข้าเรียนประถมที่โรงเรียนสารสิทธิ์วิทยา จังหวัดราชบุรี และได้ไปเรียนต่อที่ซัวเถาประเทศจีนเพื่อให้ได้ฝึกภาษาจีน และเมื่ออายุได้ 16 ปีก็ได้เลือกเรียนต่อในฮ่องกงเพื่อต้องการรู้จักเรื่องการค้าได้มากขึ้น เพื่อมาช่วยเหลือครอบครัวที่มีกิจการที่เริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเขามองเห็นอนาคตของฮ่องกงตั้งแต่วัยเด็ก

1. เจริญ สิริวัฒนภักดี (เบียร์ช้าง) มีทรัพย์สิน 17,900 ล้านดอลลาร์ อันดับ 65 ของโลก คือนักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีน ประกอบธุรกิจหลายแขนง อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เฯลฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ จำกัด ประธานกรรมการบริษัท บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของบริษัทเบียร์ช้างและบริษัทในเครือ นอกจากนั้นยังเข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เจ้าของกิจการ โรงแรม พลาซ่า แอททินี่ ในกรุงเทพมหานคร และในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จากการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บ เจริญ สิริวัฒนภักดี มีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 10,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของประเทศไทย

21. พงษ์เทพ เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,867 ของโลก 22. ฤทธิ์ ธีระโกเมน (ธุรกิจร้านอาหาร) มีทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,867 ของโลก 23. มนัส เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,999 ของโลก 24. ยุพา เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,999 ของโลก 25. ประทีป เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) มีทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,999 ของโลก

26. ฉัตรชัย แก้วบุตตา (ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์) มีทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,999 ของโลก 27. นิติ โอสถานุเคราะห์ (นักลงทุน) มีทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับที่ 1,999 ของโลก 28. พิชญ์ โพธารามิก (โทรคมนาคม) มีทรัพย์สิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันดับที่ 2,124 ของโลก 29. เสถียร เศรษฐสิทธิ์ (คาราบาวแดง) มีทรัพย์สิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันดับที่ 2,124 ของโลก 30. สุรินทร์ อุปพัทธกุล (โทรคมนาคม, ลอตเตอรี่,ประกันภัย) มีทรัพย์สิน 1,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 2,124 ของโลก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here