ครอบครัว ‘ตาซาเล้ง’ สุดเศร้า เปิดใจฝากถึง ‘จ๊อด’ อย่าทำแบบนี้กับใคร (รายละเอียด)

0
228

จากกรณี นายนราธร หรือจ๊อด โสดติยัง อายุ 21 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เล่นโทรศัพท์มือถือ แล้วไปเฉี่ยวชนรถซาเล้งของ นายจรูญ มีพันธ์ อายุ 82 ปี ก่อนจะล้มคว่ำแต่นายนราธร ตามมากระโดดเตะพร้อมทั้งชกต่อยจน นายจรุญ จนร่วงจากรถซาเล้งหัวฟาดพื้นสลบ จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

และล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ญาติพานายจรูญส่งโรงพยาบาลราชวิถีอีกรอบ เนื่องจากมีไข้และมีอาการแผลกดทับ และล่าสุดเมื่อเวลา 22.50 น.วันที่ 29 มี.ค นายจรูญได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังมีอาการหยุดหายใจ ซึ่งแพทย์พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างเต็มที่อยู่นาน 30 นาที แต่ไม่เป็นผล

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่ ห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นางฉลวย จริตเอก อายุ 71 ปี , น.ส.วนิดา มณีพันธ์ ภรรยาและลูกสาว ของ นายจรูญ มีพันธ์ อายุ 82 ปี เดินทางเพื่อนำศพ ของ นายจรูญ ผ่าชันสูตร ให้ทราบถึงสาเหตุที่เสียชีวิต อย่างละเอียด ก่อนจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา ที่ วัดห่อหมก ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

นางฉลวย กล่าวว่า หลังจากที่ตาเสียชีวิตลง ก็รู้สึกเหงา และเศร้า ที่คู่ชีวิตของตนเองก็จากไป แต่ก็ต้องทำใจ เพราะหากตาไม่ตายวันนี้ ก็ตายวันหน้า ซึ่งก่อนที่ตาเสียชีวิตไม่ได้มีการพูดคุยกับคุณตาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้มีการร่ำลามีเพียงพูดแซวเล่น ว่า นอนสบายจังนะ มีคนป้อนข้าว ป้อนน้ำให้ ตนก็พูดคุยตามปกติ แต่ตาไม่ได้มีการโต้ตอบรับอะไรมาก ตั้งแต่คุณตาเสียตนก็ไม่ได้มีการพูดคุย กับ นายนราธร หรือจ๊อด เลย ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา นายนราธร ได้มาหาตา แต่ตนก็ไม่ได้พบ

“โดยหลังจากเกิดเหตุก็ได้รับค่าเยียวยาจากทางนายนราธร แต่หลังจากที่ตาเสีย ตนก็ไม่ทราบว่าจะได้รับค่าเยียวยาอีกหรือไม่ แต่ตอนจะเรียกร้องค่าทำศพ ซึ่งทางญาติของ นายนราธร บอกผ่านทางลูกสาวตนว่า จะมีการข่วยเหลือในเรื่องของค่าทำศพ และ อยากบอกกับนายธรา ว่า ยายไม่โกรธจ๊อด แต่ต่อไป ดูเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่าง นายนราธร ก็คิดคุก ตาก็ต้องมาเสียชีวิต เงินทองก็เสีย อย่าทำเป็นเด็กใจร้อนเลย ใจเย็นๆ พ่อแม่ก็ต้องลำบาก ลูกจะชั่วจะดี พ่อแม่ก็ตัดไม่ได้ “

“ อยากบอกตาว่า ไม่ต้องห่วงอะไรนะไปสบายแล้วไปสบายเถอะ แต่เหลือยายยายก็ยังไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง อย่าลืมยายนะ และ อยากขอบคุณ คนที่ช่วยเหลือยายขอให้อยู่เย็นเป็นสุขทำมาค้าขึ้นรวยๆ โดยหลังจากที่ตาเสียชีวิตตนก็จะย้ายไปอยู่กับลูกชายที่ จ.ลพบุรี “ นางฉลวยกล่าว ด้าน น.ส. วนิดา กล่าวว่า

หลังจากที่พ่อของก็ไม่ได้มีกาติดใจให้กับทาง นายนราธร เนื่องจาก นายนราธร พาพ่อไปหาหมอ ตรวจสุขภาพกับตนทุกครั้ง มีการเยียวยาตลอด และตนไม่ติดใจสาเหตุกับการเสียชีวิต หลังจากที่พ่อเสียตนก็ก็พูดคุยกับทางนายนราธร ซึ่ง นายนราธรก็แจ้งว่าจะออกค่าทำศพพ่อให้ และจะไปงานศพด้วย โดย หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลในครั้งแรก อาการของพ่อก็ไม่ดีขึ้น ขยับมือ ขยับเท้า ทางด้านขวาไม่ได้ ทานข้าวไม่ได้ และมีอาการซึม

ซึ่งปกติแล้ว พ่อเป็นคนสนุกสนาน ต่อมา พ่อไข้ขึ้น เลยพาส่งโรงพยาบาล และอาการทรุดลง ตนได้คุยกับพ่อครั้งสุดท้าย คือพ่อบอกตนว่า เจี๊ยบขอกินก๋วยเตี๋ยว “ ส่วนตัวแล้ว ตนก็รู้สึกโกรธ แต่อีกใจ ก็คิดว่า พ่ออายุเยอะแล้ว ให้พ่อไปสบายดีกว่า อยากบอกว่า อย่าไปทำแบบนี้กับครอบครัวใคร เพราะมันเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ตนขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้

ขอบคุณจากครอบครัว ขอบคุณจริงๆ” น.ส.วนิดา กล่าว ด้าน นายอิสระพงษ์ บุญญา นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ในวันนี้ ตนมาแจ้งสิทธิเพิ่มเติมกับทางญาติผู้เสียชีวิตตามสิทธิที่ผู้เสียหายควรได้รับในคดีอาญาที่ผู้เสียหายไม่มีส่วนยุ่งเกี่ยวผู้กระทำผิดโดยจะได้รับไม่เกิน 1.1 แสนบาท ในกรณีที่เสียชีวิต เป็นค่าเยียวยา

ส่วนก่อนหน้านี้ ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานแล้ว ไม่เกิน 5 หมื่นบาท ตามสิทธิของผู้ได้รับบาดเจ็บ และต้องพักฟื้น ซึ่งเป็นค่าขาดประโยชน์ทำมาหากิน เป็นค่าครองชีพกรณีที่หยุดงานจนไม่มีรายได้ และค่าช่วยเหลืออื่นๆ อย่างไรก็ตามการเยียวยายังไม่สิ้นสุด ซึ่งในส่วนของค่าเยียวยาใน 2 กรณีนี้ ไม่ได้ไปเรียกกับทางผู้กระทำความผิด

ซึ่งทางญาตสามารถไปเรียกร้องการเยียวยากับทางผู้กระทำผิดได้อยู่ การเยียวยายังไม่สิ้นสุด จะต้องตรวจสอบ ว่ามีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือในด้านไหนบ้าง ทางหน่วยงานจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม งานสวดอภิธรรมศพ ของ นายจรูญ มีพันธ์ จัดขึ้นที่ วัดห่อหมก ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีพิธีรดน้ำศพเวลา 16.00 น

วานนี้ (29 มี.ค.61) แฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้อัพเดทอาการของนายจรูญ มณีพันธ์ หรือ คุณตาซาเล้ง อายุ 82 ปี ซึ่งภายหลังถูกนายจ๊อดทำร้ายร่างกาย ทำให้คุณตาจรูญกลายเป็นคนไข้ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และมีอาการแผลกดทับ ก่อนที่ช่วงค่ำนายจรูญได้ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เนื่องจากการตรวจร่างกายพบมีไข้สูง และมีแผลกดทับเกิดขึ้น อาการอยู่ในขั้นวิกฤตเนื่องจากสภาวะหัวใจหยุดเต้น

ทางทีมแพทย์ได้ช่วยกันปั๊มหัวใจ ขณะที่ ทางญาติของลุงจรูญ ได้ติดต่อกับนายจ๊อด ซึ่งทันทีที่เจ้าตัวทราบเรื่องก็ได้รีบเดินทางมาดูอาการที่โรงพยาบาลราชวิถี ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายนราธร โสตติยัง หรือจ๊อด ได้เดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง พร้อมกับทนายความ เพื่อพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

ในเบื้องต้นนายนราธร ได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่ายังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลุงจรูญ พร้อมรอผลทางการแพทย์ ทางพนักงานสอบสวนจะต้องทำการสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ อีกหลายประเด็น และรอผลสรุปจากทางแพทย์ ในช่วงนี้นายนราธรอยู่ระหว่างการได้รับการประกันตัวชั่วคราวจากศาลแขวงพระนครเหนือ

ทางพนักงานสอบสวนต้องไปขอถอนประกันจากศาลแขวงพระนครเหนือก่อน จากนั้นจะนำตัวผู้ตัองหาไปขอหมายขังจากศาลอาญาต่อไป เนื่องจากข้อกล่าวหาที่แจ้งเพิ่มไปนั้นมีอัตราโทษสูงขึ้น จากการตรวจสอบประวัติ นายนราธร พบว่า เมื่อปี 53 หรือขณะที่ผู้ต้องหามีอายุเพียง 13 ปี มีคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย พื้นที่ สน.ดินแดง และในปี 58 มีคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น พื้นที่ สน.ห้วยขวาง จนล่าสุด ปี 2561 จ๊อดเตะคุณตาซาเล้งตาย ท้องที่สน.ห้วยขวาง เช่นกัน

เวลา 10.00 น.วันที่ 30 มี.ค. บรรดาญาติพี่น้องต่างพากันอยู่ในอาการโศกเศร้าถึงการจากไปของคุณตาซาเล้ง นายจรูญ มณีพันธ์ วัย 82 ปี ที่เสียชีวิตลงเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาที่โรงพยาบาลราชวิถี และช่วงสายวันนี้ทางญาติได้นำร่างอันไร้วิญญาณ คุณตาซาเล้ง ขึ้นรถตู้ของโรงพยาบาลราชวิถีนำมาประกอบพิธี ทางศาสนาที่วัดห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยธุยา

โดยมีชาวบ้านที่รู้ข่าว ต่างพากันโศกเศร้าเสียใจ และได้เดินทางมารอรับศพ คุณตาซาเล้ง ที่วัดกันเป็นจำนวนมาก ญาติเผย คุณตาซาเล้ง เป็นพี่ชายคนโต มีน้องๆ อีก 7 คน เป็นคนขยันขันแข็งรักพี่รักน้อง เตรียมรับร่างไร้วิญญาณหลับบ้านเกิด ที่บางไทรอยุธยา จี้ลงโทษ ไอ้จ๊อด คนทำร้ายให้ถึงที่สุด

นายจ๊อด บันดาลโทสะทำร้ายคุณตาจนตกรถและหมดสติ ชาวบ้านช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะกลับมานอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพราะไม่สามารถลุกเดินได้เหมือนเดิม ทำให้คุณตากลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง จากตอนแรกสภาพเคยเป็นคนที่ไม่มีโรคประจำตัว มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขี่ซาเล้งเก็บของเก่า กลับไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ลุกนั่งหรือยืนไม่ได้ ขณะที่คนก่อเหตุมาขอเจรจาผ่อนจ่ายเดือนละ 3 พันบาท

จนเมื่อบ่ายวันที่ 29 มี.ค.ทางครอบครัว ได้นำตัว คุณตาส่งโรงพยาบาล เพราะมีอาการไข้ขึ้นสูง และเจ็บจากแผลกดทับ แต่อาการของคุณตาซาเล้ง ทรุดหนักลงทางแพทย์พยายามช่วยชีวิต แต่คุณตาได้เสียชีวิตลงในเวลาประมาณ 22.40 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี ทางด้าน นางบุญเรือน เทพภูธร อายุ 65 ปี น้องสาว เปิดเผยว่า ได้ทราบข่าวว่าพี่ชายเสียชีวิตเมื่อคืน

รู้สึกเสียใจและอยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นางบุญเรือนบอกว่าคุณตามีพี่น้อง 8 คน คุณตาเป็นพี่ชายคนโต ส่วนตนเองเป็นคนที่ 7 คุณตาเป็นคนขยันทำมาหากินรักพี่รักน้อง ซึ่งตนและชาวบ้านได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่งานรอรับศพพี่ชายที่วัดสุนทราราม ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา คาดว่าศพจะมาถึงประมาณ 14.00 น.

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here