ทันตแพทย์ เตือนคนจัดฟัน หลังคนไข้ปรึกษา เกิดเหตุฉุกเฉิน เลือดกระจายเต็มเตียง!! (รายละเอียด)

0
355

เป็นเหตุการณ์ที่กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใส่เครื่องมือดัดฟัน เมื่อทันตแพทย์ได้ออกมาเผยแพร่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ใส่เหล็กดัดฟัน โดยเพจ “คลินิกทันตกรรมไทยสไมล์ – Thai Smile Dental Clinic” ได้โพสต์ภาพที่เกิดขึ้นกับคนไข้ที่ใส่เครื่องมือดัดฟัน ซึ่งเกิดภาวะฉุกเฉิน หลังจากมีกิจกรรมบนเตียงจนเลือดกระฉูด โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ภาวะฉุกเฉิน ที่เกี่ยวข้องกับ การจัดฟัน …เรื่องมีอยู่ว่า

คนไข้ที่น่ารักของหมอท่านหนึ่ง อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดฟัน ค่ะ คือ ลวดทิ่ม ถ้า ลวดทิ่ม กระพุ้งแก้ม ปกติแล้ว นิดๆ หน่อยๆ หมอไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินนะคะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีศึกษานี้ ถือเป็น ภาวะฉุกเฉิน กับผู้จัดฟัน (ผู้ที่เกี่ยวข้อง) อย่างหนึ่ง ค่ะ เพราะ ลวดไม่ได้ทิ่มแก้ม และ ไม่ได้ทิ่มคนไข้ แต่ ทิ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง และ เลือดออกเยอะมาก

ยังไง หมอฝากคนไข้ และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนใจ ให้ระวัง กันหน่อยนะคะ เป็นมา ดึกๆ หมอ ไม่ไปเอาออกให้นะคะ …หมอบอกแล้ว ห้ามไม่ให้เอาอาหารชิ้นใหญ่ หรือ อาหารเหนียวแข็ง มาดันเหล็กจัดฟัน… ปล. อย่าเอาไปถูด้านข้างกระพุ้งแก้มนะคะ เดี๋ยวลวดทิ่ม แล้วก็ อย่าเพลินมากไปคะ …**หมอขออนุญาต เจ้าของ กรณีศึกษา แล้วนะคะ**”

การจัดฟันสำคัญไฉน มารู้จักประโยชน์และโทษกันสักนิด คำจัดกัดความของ การจัดฟัน การจัดฟันเป็นกระบวนการแก้ไขความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นจากการเรียงตัวของฟัน และการสบฟัน ที่ผิดปกติให้กลับไปสู่ สภาพที่ปกติ ซึ่งโครงสร้างที่ถูกปรับเปลี่ยนรวมทั้งฟันที่ถูกเลื่อนไปจะเกิดจากการใช้แรงที่ละเอียดอ่อนทั้งจากเครื่องมือ ภายนอกและภายในช่องปากเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปรับแต่งใหม่

กระดูกที่ล้อมรากฟันจะเกิดการละลายและเสริมสร้างใหม่ของกระดูกแบบค่อยเป็นค่อยไปและเกิดการเคลื่อนตัวของฟันในอัตราเฉลี่ย 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน ที่มาและสาเหตุของ การจัดฟัน เนื่องจากการเรียงตัวของฟันแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนดซึ่งมีผลต่อขนาด รูปร่าง และ ความสัมพันธ์ระหว่างขากรรไกร และปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเรียงตัวของฟัน ได้แก่ ขนาดของฟัน ใหญ่หรือเล็กจำนวนฟันที่มี อาจมีฟันขาดหายไป หรือมีฟันเกิน นิสัยบางอย่างที่มีผลต่อฟัน เช่น

การดูดนิ้ว กัดเล็บ การกลืนโดยเอาลิ้นดุนฟัน การหายใจ ทางปาก การถอนฟันน้ำนมก่อนเวลาที่สมควร ประโยชน์ของ การจัดฟัน ช่วยแก้ปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยทำให้ใบหน้ามีความสวยงามและแก้ไขความผิดปกติในการทำหน้าที่ของ อวัยวะในช่องปากให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เช่น การเรียงฟันที่ไม่ดี อาจส่งผให้เกิดการปวดของขากรรไกร หรืออาจ ทำให้เหงือกบาดเจ็บ หรืออาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ

หรืออาจจำเป็นต้องจัดฟันเพื่อการรักษา ชนิดอื่นให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น เช่น การใส่สะพานฟัน การครอบฟัน และการใส่ฟันชนิดถอดได้ จัดฟัน คืออะไร สำคัญแค่ไหน ทำไมต้องทำ คนไข้ที่มีปัญหาเรื่องฟันเกหลายซี่ ขากรรไกรบนล่างไม่สัมพันธ์กัน ขนาดของจำนวนของฟันรวมแล้วต้อง การพื้นที่ในขากรรไกรมากกว่าขนาดของขากรรไกร ทำให้ฟันเกซ้อน คุด ที่อาการหนักก็ฟันล่างครอบฟันบนซะเลย แทนที่ปกติฟันบนจะครอบฟันล่าง

การรักษาจะยุ่งยากตามปัญหา แต่คุณหมอก็สามารถแก้ปัญหาให้ได้แต่ละราย ต้องการตรวจจากผู้ชำนาญที่มี ประสบการณ์สูงคนไข้จัดฟันหากได้รับการดูแลตั้งแต่เด็ก เริ่มจากฟันกรามแท้ขึ้น มาจะดี ถ้ามีปัญหาการสบฟันผิดปกติจะได้แก้ไขทัน และง่ายต่อการรักษาต่อไป คุณหมออาจขยายขากรรไกรช่วย ได้ปกติจะเริ่มในคนไข้อายุประมาณ 10 – 11 ปี ใช้เวลาใส่เครื่องมือติดแน่นประมาณ 2 – 3ปี

เครื่องมือมีทั้งติดแน่น ใช้ยางและลวดดึงฟัน และเครื่องมือถอดได้ กรณีคนไข้อายุมากขึ้น ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปอาจต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ และใส่ retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) นานกว่าปกติ อย่างไรก็ตามมักมีคำถามว่ามีการจัดฟันที่ไม่เห็นลวด หรือโลหะ ยางได้หรือไม่ ตอบว่า ได้ค่ะวิธีนี้จะใส่ เครื่องมือซ่อนไว้ด้านหลังฟัน ทำให้มองไม่เห็นเครื่องมือ ระหว่างการรักษา แน่นอน การรักษาวิธีนี้ย่อมยากและ ราคาแพงกว่าปกติ

การดูแลรักษาฟันเพื่อการจัดฟัน ก่อนจัดฟันต้องตรวจสุขภาพฟันทั้งช่องปาก ถ้ามีฟันผุ ก็ต้องอุดฟันก่อน และขูดหินปูนเคลือบฟลูออไรด์และ เคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึกเพื่อป้องกันฟันผุขณะจัดฟัน ใน2–3 ปี คนไข้ต้องได้รับการขูดหินปูน เคลือบร่องฟัน พร้อม เคลือบฟลูออไรด์ทุก 3 – 6 เดือน และทันตแพทย์จะตรวจฟันให้คนไข้ตลอดว่ามีฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีจะได้ทำการรักษาได้ทันทีหลังจัดฟันเสร็จเรียบร้อย

คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟันและใส retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) อย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด หมอเคยพบคนไข้ที่ไม่ใส่retainer ตามทันตแพทย์สั่งเลยต้องเริ่มต้นจัดฟันใหม่เลยนะคะ งานนี้น่าเห็นใจผู้ปกครองมากคับที่ต้อง จ่ายเงินเพิ่มเพราะลูกหลานไม่สนใจใส่ retainer

จัดฟันแฟชั่น มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร จัดฟันแฟชั่น ฟังแค่ชื่อคำว่า “แฟชั่น” ก็คงจะรู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์กับฟันของเรา เพียงแต่จะทำให้ฟันของเรามีสีสันขึ้น ดูเหมือนเด็กแอ็บแบ้ว น่ารัก ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยมมากในกลุ่มเด็กวัยรุ่น เพราะจัดฟันแฟชั่น ไม่ต้องถอนฟัน ไม่ต้องตรวจเอกซ์เรย์ฟัน ทำให้ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก วันนี้เรามาดูข้อดีและข้อเสียของการจัดฟันแฟชั่นกัน ข้อดีของการจัดฟันแฟชั่น ทำให้ดูเหมือนว่าเราจัดฟัน ส่วนอาจจะสวยขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคลล ราคาถูก ทำได้ด้วยตัวเอง

ข้อเสียของการจัดฟันแฟชั่น มีมากมาย หลายอย่าง จนไม่ควรที่เราจะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการจัดฟันแฟชั่นเลย การจัดฟันแฟชั่น ทำให้รูปฟันเปลี่ยนไปเช่นเรียงตัวกันสะเปะสะปะ ซ้ายขวาเข้าหากัน ทำให้ฟันเหยินได้ มีโอกาสสูงที่เหงือกจะติดเชื้อเนื่องจากเหล็กดัดฟันสกปรก ทำให้ปากเบี้ยวเพราะฟันมันยื่นทิ่มริมฝีปาก เจ็บฟันหรือปากตลอดเวลา เพราะเหล็ก ยาง ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้ออกแบบให้เข้ากับฟันเราโดยเฉพาะระยะเวลาทำการจัดฟันแฟชั่นทำลายฟันของเรา

ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ฟันจะเริ่มเรียงตัวสะเปะสะปะ เอียงเข้าหากัน อันตรายที่พบในการจัดฟันแฟชั่น ลวดหรือเหล็กดัดฟันที่ขายตามท้องตลาด เป็นลวดที่ไม่ได้ใช้สำหรับดัดฟันโดยเฉพาะ มีส่วนผสมของ ตะกั่ว โครเมียม สารหนู ฯลฯ ถ้าสะสมในร่างกายมากๆจะทำให้ไตวาย แบลเกต (braces) ที่มีสีสันและนำมาติดฟันของเรา เมื่อเจอน้ำลายที่มีความเป็นกรดและด่าง จะทำให้สารเคมีจากสีเข้าสู่ร่างกายของเรานำไปสู่โรคภัยต่างๆ ได้

ยางยึดฟัน สร้างไม่ได้มาตรฐานไม่มีการฆ่าเชื้อซึ่งจะมีเชื่อโรคสะสมหรือสารเคมี เมื่อเอามาติดในปากของเรา หากเราทำการจัดฟันแฟชั่นด้วยตัวเอง อาจจะทำให้วัสดุในการจัดฟันหลุด เพราะไม่มีความแข็งแรงและเข้าไปในร่างกายหรือหากเป็นชิ้นใหญ่ก็จะติดที่หลอดลม และมีข่าวการเสียชีวิตมาแล้วด้วยครับ จัดฟันแฟชั่นในต่างประเทศ ในต่างประเทศไม่มีการจัดฟันแฟชั่นแบบของไทยเรานะครับ การจัดฟันในต่างประเทศหรือประเทศที่เจริญแล้วจะทำเพื่อสุขภาพฟันและช่องปากเท่านั้น

ไม่ได้เน้นสวยงามเหมือนประเทศไทย อีกอย่างต่างประเทศเขาไม่คิดว่าการจัดฟัน และฟันที่มีสีสันนั้น ไม่ทำให้คนๆนั้นดูดีขึ้นหรือสวยขึ้น เพราะฉะนั้นใครที่ไม่มีปัญหาด้านฟัน หรือมีฟันดีอยู่แล้ว อย่าไปดัดฟันแฟชั่นเด็ดขาดเพราะจะทำให้ฟันเสียรูป เสียโฉม และอาจจะต้องดัดฟันจริงๆ เพื่อแก้ปัญหาฟันเก ฟันเหยิน ฟันโยก จากการจัดฟันแฟชั่น หากมีปัญหาเกี่ยวกับฟันควรปรึกษาทันตแพทย์เท่านั้น

ที่มาและสาเหตุของ การจัดฟัน เนื่องจากโครงสร้างการเรียงตัวของฟันแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นกับกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนดซึ่งมีผลต่อขนาด รูปร่าง และความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างขากรรไกรและปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเรียงตัวของฟัน เราจะทราบได้อย่างไรว่าเราต้องการจัดฟัน มีเพียงทันตแพทย์หรือทันตแพทย์จัดฟันเท่านั้นที่จะสามารถตัดสินได้ว่าคุณควรจะจัดฟันหรือไม่ จากการวินิจฉัยด้วยประวัติการรักษาทางการแพทย์และทันตกรรม การตรวจในคลินิค แบบพิมพ์ฟันของคุณ และภาพเอ็กซเรย์

คุณอาจต้องรับการจัดฟันถ้าคุณมีปัญหาต่อไปนี้: ฟันบนยื่น — ฟันบนยื่นออกมาข้างหน้ามาก ฟันล่างยื่น —ฟันล่างยื่นออกมาข้างหน้ามาก ฟันกัดคร่อม — ฟันบนไม่สามารถขบได้พอดีกับฟันล่าง มีลักษณะขบแบบไขว้ ฟันสบเปิด — เมื่อขบฟันและแล้วมีช่องว่างเปิดระหว่างฟันบนกับฟันล่าง
ฟันกัดเบี้ยว— จุดศูนย์กลางของฟันบนไม่ตรงกับฟันล่าง ฟันห่าง — มีช่องว่างระหว่างฟันอันเกิดจากฟันหลุดหรือฟันที่ขึ้นไม่เต็ม ฟันซ้อน — ฟันที่ขึ้นมามากเกินไปจนเกทับกัน

กรณีคนไข้อายุมากขึ้น ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปอาจต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ และใส่ retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) นานกว่าปกติ อย่างไรก็ตามมักมีคำถามว่ามีการจัดฟันที่ไม่เห็นลวด หรือโลหะ ยางได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ วิธีนี้จะใส่เครื่องมือซ่อนไว้ด้านหลังฟัน ทำให้มองไม่เห็นเครื่องมือ ระหว่างการรักษา แน่นอน การรักษาวิธีนี้ย่อมยากและราคาแพงกว่าปกติ การดูแลรักษาฟันเพื่อการจัดฟัน

ก่อนจัดฟันต้องตรวจสุขภาพฟันทั้งช่องปาก ถ้ามีฟันผุ ก็ต้องอุดฟันก่อน และขูดหินปูนเคลือบฟลูออไรด์และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึกเพื่อป้องกันฟันผุขณะจัดฟัน ใน 2-3 ปี คนไข้ต้องได้รับการขูดหินปูน เคลือบร่องฟัน พร้อมเคลือบฟลูออไรด์ทุก 3 – 6 เดือน และทันตแพทย์จะตรวจฟันให้คนไข้ตลอดว่ามีฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีจะได้ทำการรักษาได้ทันทีหลังจัดฟันเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟันและใส่ retainer (เครื่องมือคงสภาพฟัน) อย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here