ส่องรถคันหรู ‘พี่หมื่นโป๊ป’ ใช้นั่งไปพบปะบรรดา ‘ออเจ้า’ เห็นแล้วอลังการ ราคาไม่เบา (ชมภาพ)

0
2378

ด้วยความฮอตของ‘พี่หมื่นโป๊ป ธนวรรธ’ตอนนี้ ไม่ว่าจะไปออกงานหรือโชว์ตัวที่ไหน ต่างมีบรรดาออเจ้าไปรอรับและรอเจอพี่หมื่นกันนับพันคน บางคนไปรอเจอตั้งแต่ตี 4 ตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด โดยการออกงานของพี่หมื่นโป๊ปจะมีผู้จัดการส่วนตัวติดตามไปด้วยตลอด และถือเป็นธรรมเนียมของพี่หมื่นโป๊ปก็ว่าได้ เพราะทั้งขามาและขากลับ เมื่อพี่หมื่นโป๊ปนั่งรถเบนซ์สีขาวคันงามมา จะต้องเปิดกระจกออกมาโบกมือทักทายกับบรรดาออเจ้าที่มารอพบรอเจอ ถือเป็นอีกความประทับใจที่พี่หมื่นโป๊ปทำและมีให้กับบรรดาออเจ้าอย่างไม่ถือตัว

กระแสละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ส่งผลให้พระเอกหนุ่มสุดฮอต โป๊ป ธนวรรธน์ โด่งดังแบบสุดกู่ได้ฉายาใหม่เป็น โป๊ปห้างแตก ไปแล้ว เพราะเวลาเจ้าตัวไปโชว์ตัวที่ไหน จะมีแฟนคลับตามไปกรี๊ดดดเพียบ ชนิดที่ว่าคนแน่นห้างแทบแตกกันเลยทีเดียว แต่ถึงจะได้รับความรักจนล้นก็ดูเหมือนความปลอดภัยของโป๊บจะลดน้อยถอยลงตามไปด้วย

ล่าสุด พี่เติ้ง พี่สาวแท้ๆของหนุ่มโป๊ป ได้โพสต์คลิปวินาทีแฟนคลับรุมโป๊ป พร้อมข้อความระบุว่า “อยากให้ทุกคนที่เห็นคลิปนี้ช่วยตระหนักลงไปที่หัวใจสักนิดนะคะ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความรักความหวังดีต่อกันหรือ วันนี้เป็นวันที่ไปงานกับน้องแล้วรู้สึกแย่และไม่ปลอดภัยมากที่สุด ทั้งเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้กับศิลปินของผู้จัดงานนี้

- Advertisement -

และมารยาทของคนที่มารอส่ง ไม่ว่าจะเป็นการปาของใส่ การทุบรถบ้างทุบกระจกรถบ้าง คืออะไรคะ พฤติกรรมเช่นนี้คือการแสดงความรักและให้กำลังใจที่มีต่อกันจริง ๆ เหรอคะ ปล.เติ้งต้องขอโทษน้องอิ้งกับคุณพ่อมาก ๆ นะคะ เรื่องที่ไม่สามารถเซ็นลายเซ็นที่กระเป๋าน้องและทำกล้องถ่ายรูปของน้องตกท่อด้วย เนื่องจากเหตุสุดวิสัยจากเหตุการณ์ที่เห็นกันตามคลิปค่ะ”

เขาได้ชื่อว่าเป็นพระเอกมากฝีมือคนหนึ่งของวงการบันเทิงที่ไม่ค่อยปรากฏตัวบนสื่อสิ่งพิมพ์บ่อยนัก จึงเป็นโอกาสอันดีที่ โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ มาปรากฏตัวบนปกให้ ซีเคร็ต เนื่องในโอกาสฉบับก้าวขึ้นสู่ปีที่ 9 หลังจากที่เคยขึ้นปกไปเมื่อปี พ.ศ. 2554 พร้อมกับเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานจิตอาสาเพื่อสังคม ครั้งนี้เขามาคุยเรื่องธรรมะที่ไม่เคยให้สัมภาษณ์มากเท่านี้มาก่อน

อยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กเลยหรือคะ ไม่ได้อยากเป็นนักแสดงเลยครับ ไม่มีอยู่ในหัวเลยดีกว่า ตอนเด็กๆ ครูชอบให้ไปเต้นไปรำเวลามีงานโรงเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อนผมเรียนด้านภาพยนตร์กันเยอะ ก็ชอบเอาผมไปแสดงในหนังของพวกเขา จึงเริ่มชอบมาเรื่อยๆ เพราะเดี๋ยวอาจารย์ก็ให้ไปเดินแบบ รุ่นพี่ก็ชวนไปแคสต์งานตลอดเวลา เท่าที่ทราบมา เส้นทางในวงการของคุณโป๊ปขรุขระพอสมควรใช่ไหมคะ

ขรุขระมากครับ ผมมักบอกคนใกล้ชิดเสมอว่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ไม่มีความสำเร็จอะไรที่เราไม่เสียอะไรเลย ถ้าจะทำงานตรงนี้ต้องเสียสละตัวเองหลายอย่าง ต้องอดทน ก่อนจะมาเป็นพระเอกก็ต้องเป็นตัวรอง ต้องไปแคสต์งานมากมาย ตอนที่ไปประกวดเป็น จะเด็ด ผมเริ่มทำงานประจำมาแล้ว 5 เดือน เมื่อได้รับเลือกให้เล่นก็ลาออก แต่กลายเป็นว่า ไม่ได้ถ่ายสักที ได้เป็นพระเอกแล้ว

แต่ยังไม่ได้เล่นสักที ตกลงจะให้เล่นหรือไม่เล่น เวลานั้นคิดเหมือนกันว่า หรือนี่ไม่ใช่ทางของเรา กลับไปทำงานที่เรียนมา (กราฟิกดีไซน์) ดีกว่าไหม ถามว่าท้อไหม ก็ต้องบอกว่าท้อ อยากกลับไปทำงานออฟฟิศธรรมดา ตอนนั้นตั้งใจว่า ถ้าเล่น ผู้ชนะสิบทิศ จบ จะบวช แต่พอโครงการยุบไปไม่ได้เล่น ก็งงอยู่พักหนึ่ง พอตัดสินใจจะบวชปุ๊บก็มีงานเข้ามา เลยยังไม่ได้บวช

แต่ในที่สุดก็ได้บวชใช่ไหมคะ แล้วได้เรียนรู้อะไรจากการบวชครั้งนั้นบ้างคะ ผมบวชหลังจากถ่ายภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ October Sonata จบ บวชเป็นเวลา 3 เดือนจริงๆ ผมสนใจธรรมะมาตั้งแต่ก่อนบวชทำให้เวลาบวชไม่ต้องปรับใจมากเท่าไร สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการบวชคือ เรื่องกิจของสงฆ์วิถีของพระเป็นอย่างไร ได้เห็นทั้งพระป่าพระบ้าน

ได้รู้จักวิถีความเป็นอยู่ที่ต่างจากตอนเป็นฆราวาส และการได้อยู่ในโลกของความเป็นพระทำให้ผมสงบมากกว่าเดิม สนใจธรรมะมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ตอนเด็กๆ แม่เข้าวัดทำบุญ ผมก็ตามท่านไปเหมือนชาวพุทธทั่วๆ ไป ให้ไปช่วยขนของก็ไป แม่ไปปฏิบัติธรรมก็ชวนผมไปด้วย บอกให้ลองไปปฏิบัติ แต่ตอนแรกๆ ผมยังไม่ยอมไป ให้พี่สาวไปก่อน ต่อมาเมื่อคุณแม่ชวนบ่อยๆเข้า

จึงลองไปปฏิบัติดูบ้างเพราะไม่อยากทำให้แม่เสียใจ ถ้าถามว่าเริ่มศึกษาธรรมะจริงจังเมื่อไหร่ ก็ตั้งแต่อายุ 18 ปี ต้องบอกว่าผมโชคดีมากที่ได้เกิดมานับถือศาสนาพุทธ เคยฟังพระท่านเทศน์ว่าการเกิดเป็นคนนั้นยาก เปรียบกับเต่าตาบอดในมหาสมุทร ทุกหนึ่งร้อยปีจึงจะมีโอกาสโผล่ขึ้นมาสักครั้ง แล้วต้องโผล่ขึ้นมาเอาหัวคล้องห่วงเล็กๆ ให้ได้อีก นี่คือความยากของการเกิดเป็นคน

และการได้เกิดกับคุณแม่คนนี้ซึ่งเป็นคนที่สนใจธรรมะ มีคุณธรรม เคี่ยวเข็ญให้เราเป็นคนดี ชักนำให้เราได้มาฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ทำให้เราได้พบพระพุทธศาสนา ก็นับว่าเป็นบุญของผมมากๆ แล้วละ เมื่อมีโอกาสไปปฏิบัติธรรม ได้อะไรบ้างคะได้วิธีคิดครับ เมื่อก่อนผมคิดว่าธรรมะคือการทำบุญ การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่พอไปปฏิบัติธรรมมาแล้ว ได้เข้าใจเรื่องของจิตที่ไม่เคยรู้มาก่อน

เพิ่งได้รู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรามีสติอย่างไร ก่อนหน้านี้ไม่เข้าใจหรอกว่าการมีสติอยู่ทุกเมื่อคืออะไรพอมาปฏิบัติธรรมแล้วจึงรู้ว่า จิตใจของเราวิ่งออกไปคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ตลอดเวลา มันไม่ได้อยู่ในสภาพคงที่ แต่ถ้าเราฝึกสติ รู้ตัวแล้วดูมันบ่อยๆ ดูด้วยความมีสติ ก็จะช่วยให้เข้าใจธรรมะอย่างถ่องแท้ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด มันต้องใช้เวลา ต้องใช้บุญ ต้องใช้ความเพียรหลายอย่างทุกวันนี้ก็ได้ทำบ้าง ลืมบ้าง

แต่ก็ช่วยให้เวลาที่เรามีเรื่องหนักๆ ไม่ว่าเป็นความทุกข์หรือสุข เราจะปล่อยวางได้ง่าย ตอนที่เล่น ดอกส้มสีทอง คนดูพูดถึงนัทกันมาก หลังจากละครอวสานแล้ว ผมไปงานงานหนึ่ง ปรากฏว่ากล้อง ไมค์ มาเต็มมาก เยอะที่สุดในชีวิต มันก็ตกใจปนดีใจรู้สึกว่าเราเจ๋งว่ะ แต่ในวินาทีเดียวกันนั้นก็คิดได้ขึ้นมาทันทีว่า เออ นี่เรากำลังมีความสุขนะ แล้วไอ้ความสุขนี้มันก็อยู่กับเราไม่ได้นานนะ

ถ้าวันหนึ่งไม่มีกล้องมาจับเราอย่างนี้ เราจะมีความสุขไหม และสิ่งที่เราบอกตัวเองต่อไปคือ จำไว้ อย่าหลงกับสิ่งเหล่านี้ ทุกวันนี้นั่งสมาธิทุกวันไหมคะ นั่งบ้าง แต่ไม่ได้นั่งทุกวันครับ เพราะบางทีเหนื่อยมากๆ แล้วมานั่งมันจะหลับส่วนใหญ่ผมเน้นการดูจิตในชีวิตประจำวันมากกว่า แค่ดูให้รู้ว่าจิตมันเปลี่ยนไปเรื่อยแล้วก็ปล่อยวางเสีย ผมเคยนั่งสมาธิแล้วรู้สึกเจ็บขา บางวันก็ทนนั่งต่อไปได้ บางวันก็ไม่ได้

ผมเคยถามพระอาจารย์ว่าจะทำอย่างไรดี ท่านก็บอกว่าทำต่อไป ไหวก็ไหวไม่ไหวก็ไม่ไหว นั่นคือจิต บางทีมันก็ได้บางทีมันก็ไม่ได้ นั่นทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างเป็นอนิจจัง บางวันก็ดี แต่วันนี้มันกลับไม่ดีถ้าเราไปยึดกับคำว่าดีไม่ดี มันก็จะทุกข์ เมื่อมีความทุกข์ ธรรมะช่วยได้อย่างไรคะ เมื่อมีความทุกข์ จริงๆ มีหลักแค่ว่าทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น ทุกข์แสนสาหัสแค่ไหนสุดท้ายแล้วมันจะผ่านไปได้ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ผมจะดูว่าความรู้สึกเราเป็นอย่างไรโกรธแค่ไหน ทุกข์แค่ไหน ดูมันไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะดับไปเอง การดูความทุกข์มันง่ายกว่าการดูความสุข เวลาเราสุข เราดูไม่เห็นหรอก มันยาก มันหลอกเราเนียนมากอย่างเวลาเราฝึก เดินนานๆ หรือนั่งนานๆ รู้สึกเจ็บ เมื่อย มันคือทุกข์กาย ซึ่งเห็นได้ง่าย

แต่พอเป็นความสุขมันทำให้เราหลงไปได้ง่ายกว่า บางทีก็ตามไม่ทัน แต่ถ้ามีสติก็จะพอเห็นบ้าง คิดอย่างไรที่มีคนบอกว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพบาป ผมเคยถามพระอาจารย์ว่า ผมควรทำอย่างไร อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพบาปหรือเปล่า เพราะบางคนที่มุ่งหน้าเข้าสู่ทางธรรมจริงๆ เขาจะไม่ทำ ท่านก็ไม่ฟันธง พูดกลางๆ ท่านบอกว่า ทำได้ แต่พยายามทำให้มันดีๆ

คิดว่ามันคืออาชีพของเราต้องทำด้วยความสุจริต ให้จิตคิดไปในทางที่ดี แล้วก็ปฏิบัติธรรมไปเรื่อยๆ และพยายามเลือกงานที่ดี ไม่ส่อไปในทางที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ใช้อาชีพนักแสดงของเราเป็นสื่อกลางแก่คนที่ชอบเรา ชวนเขาไปทำบุญด้วยกันหรือเวลาที่มีงานกุศล ผมก็ช่วยบอกต่อกันไป เราทำตรงนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เกิดประโยชน์ต่อศาสนา

ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ตอนนี้ก็ยังจะทำอาชีพนี้ต่อไป แต่วันข้างหน้าถ้าผมไม่ได้เป็นนักแสดงแล้ว อาจทำสิ่งที่ตัวเองถนัด เช่น สอนศิลปะ สอนฟุตบอลให้เด็กๆ มันก็ยังเป็นเรื่องไม่แน่นอน ผมไม่ค่อยคิดถึงเรื่องของวันข้างหน้า อยากทำปัจจุบันให้ดีที่สุดมากกว่า จริงๆ แล้วอาชีพไหนก็ตาม ถ้าจิตเราคิดไปในทางที่ดี มันก็เป็นบุญได้ทั้งนั้น ในไอจีคุณโป๊ปมักชวนแฟนคลับไปทำบุญบ่อยๆ กลัวว่าจะถูกมองว่าสร้างภาพไหมคะ

ไม่กลัวเลยครับ แม้แต่จิต เรายังบังคับมันไม่ได้เลย มันวิ่งออกไปข้างนอกตลอด เช่น ทำงานอยู่ เบื่อ อยากกลับบ้าน จิตสั่งให้เราแสดงกิริยาแบบเบื่อๆ เซ็งๆ ออกมา แล้วตอนที่เบื่ออยู่เราจะไปบังคับให้มันมีความสุขก็ทำไม่ได้ แล้วจะไปห้ามคนอื่นไม่ให้เขาคิดกับเราอย่างนั้นอย่างนี้ได้อย่างไร เรารู้อยู่แก่ใจก็พอว่าสิ่งที่เราทำคือความบริสุทธิ์ใจ เวลาผมทำบุญหรือชวนแฟนคลับทำบุญ ผมคิดดีแล้ว ผมก็ทำ ผมมีความสุขกับการทำบุญ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ตอนแรกผมก็ไม่อยากพูดเรื่องธรรมะสักเท่าไร เพราะเราก็มีมุมไม่ดี ยังมีผิดมีถูก ถ้าพูดเรื่องนี้ก็ต้องมีคนคิดว่าสร้างภาพแต่พอคิดอีกมุมหนึ่ง ถ้าการพูดเรื่องธรรมะเป็นประโยชน์แก่คนที่เขาอาจยังหาทางออกให้ชีวิตไม่ได้ ทำให้เขามีแรงกลับมาสู้ชีวิตหรือหันมาศึกษาธรรมะ แม้เพียงแค่คนเดียวก็นับเป็นบุญมหาศาลแล้ว ส่วนใครจะว่าเราสร้างภาพก็ไม่เป็นไร ให้เขาว่าไป

เพราะมีวิธีคิดแบบนี้ใช่ไหม ทำให้หลายคนมองว่าโป๊ปไม่ค่อยทำอะไรตามกระแส ใช่ครับ ผมไม่ได้ทำงานตามใจทุกคน ถามว่าการที่เราไม่ทำงานตามกระแส ไม่กลัวเสียความนิยมหรือ ผมคิดว่าวันหนึ่งเราก็ต้องไม่มีคนนิยมอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่จีรังแต่ผมอยากมีความทรงจำที่ว่า หากช่วงเวลาของผมได้ผ่านไปแล้ว และมองย้อนกลับมาผมจะนึกถึงมันด้วยความรู้สึกที่ว่า

เราไม่ได้ทำงานตามกระแสโลก ไม่ได้กอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างให้มาอยู่กับเรา แต่เวลาทำงาน เราทำอย่างบริสุทธิ์ใจ ตรงนี้มันจะเป็นพลังบุญให้ผมคิดถึงแล้วมีความสุขก่อนตาย ฉะนั้นเวลาผมทำงาน ผมมีจุดยืนชัดเจน และบอกตัวเองเสมอว่า ต้องเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อมั่นในธรรมะ ถ้าสิ่งที่เราทำวันนี้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะไม่ทำ แต่การที่เราเป็นคนแบบนี้ สังคมจะว่าเราไม่ดีไม่เป็นไร คนที่มาเจอเรา สัมผัสเรา เดี๋ยวเขาก็รู้เองว่าเราไม่ใช่คนแบบนั้น

ความสำเร็จในความคิดของคุณโป๊ปคืออะไร สำหรับบางคนอาจมองว่าความสำเร็จคือการได้เป็นพระเอก ได้รางวัลซูเปอร์สตาร์หรือมีคนนิยมชมชอบมากมาย มันอยู่ที่ใครพอใจแค่ไหน แต่สำหรับผมคิดว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเข้าใจธรรมะจริงๆ นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ถ้าผมยังไม่เข้าใจธรรมะอย่างถ่องแท้ ผมก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here