อดีตเศรษฐี สู่คนเก็บขยะ เปิดชีวิต คุณตาซาเล้ง ถูกวัยรุ่นหัวร้อนซ้อมปางตาย (ชมภาพ)

0
687

ชีวิตมนุษย์อย่างกับในละครตอนแล้วตอนเล่า เหมือนหนังน้ำเน่าหลังข่าวในทีวีไม่มีผิดเพี้ยน มิใช่แค่บทบาทที่ถูกแต่งเสริมขึ้นใหม่ ยิ่งเรียนรู้อยู่ใช้ชีวิตยิ่งเข้าใจ สูงได้ต่ำได้ จนได้ก็รวยได้ อย่าหมายคิดไปเองว่าสิ่งที่มีอยู่จะยั่งยืนตลอดไป อย่างเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ “นายจรูญ มณีพันธ์” อายุ 82 ปี อาชีพเก็บขยะขาย อาศัยนอนหน้าเซเว่น ถูกวัยรุ่นหัวร้อนซ้อมปางตาย

ปมเหตุจากควบ จยย. เกี่ยวชนกับซาเล้งลุงจนล้มคว่ำ ให้เหตุผลเพราะโมโหโทษคุณตาผิดไม่ยอมรับ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นภายในซอยชานเมือง 2 เขตพื้นที่ สน.ห้วยขวาง “ผมเห็นคลิปที่ทางเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำนำมาลงหลายๆ มุมกล้องวงจรปิด รู้สึกตกใจมากที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง รีบจัดทีมตำรวจ สายสืบลงพื้นที่หาข่าว และสามารถคุมตัวคนร้ายได้ภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ไม่นาน ซึ่งต้องขอขอบคุณแหม่มโพธิ์ดำที่นำเสนอเรื่องราวช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง สำหรับที่ผู้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าผมไม่อยากให้นิ่งนอนใจคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน หากพบเรื่องราวลักษณะนี้อีกให้รีบแจ้งที่โรงพักทันทีไม่ต้องรอ” พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง

ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นหนุ่มวัยรุ่น คือนายนราธร โสดติยัง อายุเพียง 21 ปี ผมลงพื้นที่หาข่าวก่อนเดินทางไปเชิญตัวยังบ้านพัก ซึ่งเขาก็ยอมรับสารภาพโดยดีว่าเป็นคนก่อเหตุขึ้น และรู้สึกผิดมากจนเก็บมาคิดและนอนไม่หลับ อยากจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นดูแลจนกว่าคุณตาหายดีทำงานได้ พร้อมไปขอขมาในสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ เพราะโกรธที่คุณตาชนแล้วหนีไม่ลงมาถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมยืนยันไม่ได้เล่นมือถือขณะขี่ จยย.

“พ่อชอบใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่นอกบ้าน ยึดอาชีพเก็บขยะและของเก่าขายมานานหลายปี ตั้งแต่ พ.ศ.2544 ยุคฟองสบู่แตก ตอนนั้นหนูเรียนชั้น ป.1 พ่อเคยหุ้นกับเพื่อนลงทุนร่วมกันทำกิจการภายใต้ชื่อ “ศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย” กันสาดผ้าใบ ช่างเชื่อม ต่อเติมส่วนต่างๆ ของอาคารบ้านเรือน ถือเป็นยุครุ่งเรืองของครอบครัว กระทั่งล้มละลาย แม่ต้องไปเข็นรถขายมันทอด ขนมไข่หงส์ หรือประเภทของทอดต่างๆ ส่วนพ่อหันไปปั่นซาเล้งเก็บขยะขาย ห้ามพ่อ พ่อก็ไม่ฟัง จนชาวบ้านมาบอกว่าพ่อชอบไปนอนอยู่หน้าเซเว่น พอไปตามกลับก็ไม่กลับ ซ้ำพ่อยังด่าไล่ใส่ ทางครอบครัวจึงปล่อยให้พ่อใช้ชีวิต แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ทิ้งขว้าง” น้องเจี๊ยบ วนิดา มณีพันธ์ ลูกสาว

“ศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย” นี่คือแห่งเดียวกับที่กำลังเปิดกิจการอยู่ตอนนี้ใช่มั้ยคะ? “ใช่ค่ะอันเดียวกันเลย พ่อเป็นคนก่อตั้งร่วมกับเพื่อน ต่อมาเศรษฐกิจไม่ดีขาดทุนยับเยิน ต้องขายกิจการต่อ หลังจากนั้นพ่อก็ออกมารับซื้อของเก่า รับซื้อขยะขาย หาเงินส่งหนูเรียนจนจบ ป.ตรี พ่อหาเงินเก่งมาก ส่วนแม่ก็ไม่ท้อ หลังจบปริญญาตรีหนูทำงานเป็นลูกจ้างประจำในกระทรวง ตอนนี้ลาออกแล้ววางโครงการไว้ว่าจะเปิดร้านกาแฟค่ะ”

ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่พ่อเคยเป็นเจ้าของกิจการ ตอนนี้รู้สึกอย่างไร? ไม่รู้สึกอะไรค่ะ ปกติดี เข้าใจในโชคชะตามีขึ้นมีลงเราห้ามอะไรไม่ได้ มันจะเกิดต้องเกิด พ่อแม่ถึงเขาจะมีอาชีพอะไรเขาก็เลี้ยงดูเรามาจนเรียนจบนะ ส่วนหุ้นส่วนพ่อที่เคยร่วมกิจการด้วยกันตอนนี้อยู่เมืองนอก ไม่มีใครท้อ ครอบครัวหนูไม่ท้อ ครอบครัวเพื่อนพ่อก็ไม่ท้อเราต้องมีชีวิตที่สู้ต่อไป ดูแลกันให้ดีที่สุด ฝากเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนที่กำลังท้อถอยด้วยนะคะ ล้มแล้วยังไงก็ต้องลุกค่ะ “สำหรับคนที่ทำร้ายพ่อเรา พอได้มาดูในกล้องวงจรปิดถึงรู้ว่าเป็นคนรู้จัก ทางครอบครัวเขามาไกล่เกลี่ย ขอจ่ายเงินค่ารักษา

ตอนแรกโกรธมากอยากเห็นหน้าคนลงมือทำคนแก่ แต่พอน้องเขามาขอโทษขอโพย ก็ยอมรับว่าให้อภัยนะ บ้านเขาทำเสื้อผ้าขายอยู่ประตูน้ำ ครอบครัวเขาก็ยืนยันจะดูแลเยียวยาจนถึงที่สุด ในส่วนของตำรวจจะดำเนินคดีอะไรต่อก็ว่าไปตามนั้น ถึงจุดนี้เชื่อว่าเป็นบทเรียนให้น้องเขาได้คิด ว่าต่อไปอย่าอารมณ์ร้อนแล้วทำเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ” ต้องขอขอบคุณ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง ที่ช่วยตามคดีให้ค่ะ ก็รู้สึกว่าตำรวจยุคนี้กระตือรือร้น พอทราบเรื่องก็ติดตามทันที หากทำธุระเสร็จจะเข้าไปขอบพระคุณที่โรงพัก ในส่วนของพ่อตอนนี้รู้สึกตัวแล้วแต่ยังพูดไม่รู้เรื่อง เหมือนหลงลืมอะไรไป แพทย์ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้าน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่สน.ห้วยขวาง มีรายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง จับกุมตัว นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ผู้ต้องหา กรณีที่มีเพจเฟชบุ๊ก แห่งหนึ่งได้โพสต์คลิปวีดีโอพร้อมข้อความ ระบุว่า “คุณตาอายุ 80 เก็บขยะ ขี่ซาเล้งมาดีๆ มีเด็กเปรตเล่นมือถือไปด้วยขี่มอไซค์ไปด้วยมาเกี่ยวรถแกล้ม แกก็งงชำเลืองมาดูเห็นไม่เป็นไร แกก็ขี่ต่อ ไอ้เด็ก.. วิ่งตามมากระโดดถีบคุณตาหัวฟาดพื้นแน่นิ่งไปเลย ไม่…ทำไม่ได้นะ

พิกัดเกิดเหตุ ซอยชานเมืองแยก 2 ประชาสงเคราะห์ ดินแดง #ฝากแชร์ตามหามันด้วยค่ะ” โดยสามารถจับกุมได้เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยจากการสอบสวน นายนราธร ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้องกล่าวหา ว่าสาเหตุที่ทำไปเพราะโมโห เนื่องจากว่า คุณตาชนแล้วหนี เรียกก็ไม่หยุด ทั้งนี้ ตนเองยืนยันไม่ได้เล่นโทรศัพท์ ขับมาดีดี แถมพอรถล้มลุงยังไม่ไถ่ถามเหลียวแล ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

จึงบันดาลโทสะ ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และตนยอมรับผิด จะขอช่วยรักษาพยาบาล ดูแลลุงจนกว่าจะหายดี ยอมรับทำไปเพราะบันดาลโทสะ พรุ่งนี้ถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอขมาลุง ภายหลังก่อเหตุนอนไม่หลับเลย รู้สึกสำนึกผิด ถือเป็นบทเรียนชีวิต และจะไม่ทำอีก ขณะที่ด้านน.ส.วนิดา มณีพันธ์ ลูกสาวผู้บาดเจ็บได้มาให้การเพิ่มเติมที่ สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า ขณะนี้คุณลุงจรูญ มีพันธ์ นั้นปลอดภัยแล้ว

แต่แพทย์ขอตรวจเชคสมองเพื่อความแน่ใจ ส่วนคุณพ่อยังไม่สามารถให้การอะไรได้ เพราะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้แล้ว และหลังเกิดเหตุที่คุณพ่อไม่ยอมลงไปดูนั้นเนื่องจากหลังจากที่ผู้ต้องหาชนแล้วล้มลง พ่อได้หันไปดู แต่ผู้ต้องหาก็ลุกขึ้น ประกอบกับตาพ่อไม่ค่อยดี จึงคิดว่าคงไม่เป็นอะไรจึงไม่ลงไปดู ทั้งนี้ได้เจอผู้ต้องหาแล้ว ทางผู้ต้องหาก็กล่าวข้อโทษ

ตอนแรกก็รู้สึกไม่อยากจะยกโทษให้ แต่เห็นน้องมาขอโทษด้วยต้นเองจึงยอม ส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางผู้ต้องหาจะเป็นฝ่ายดำเนินการทั้งหมด ทั้งนี้อยากเตือนวัยรุ่นเวลาเกิดเหตุอะไรอย่างใจร้อน ให้คิดว่าหากคนที่โดนทำร้าย เป็นพ่อแม่หรือญาติตนเองจะรู้สึกอย่างไร เบื้องตนเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา”ทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้อันตรายแก่กาย และจิตใจ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้กำกับมาร์ค จัดทีมลงพื้นที่ล่าตัวหนุ่มหัวร้อน จับตัวได้แล้ว! ที่แท้ หนุ่มวัย 21 กระทืบคุณตาขี่ซาเล้งเก็บขยะขายปางตาย ระบุทำลงไปเพราะโมโห ลุงขับรถชนไม่ลงมาดู ปัดเล่นมือถือขณะขี่จยย.ยอมรับผิด อยากขอขมาคุณตา จากกรณีเพจเฟชบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความ ระบุว่า คุณตาอายุ 80 เก็บขยะ ขี่ซาเล้งมาดีๆ มีเด็กเปรตเล่นมือถือไปด้วยขี่มอไซค์ไปด้วยมาเกี่ยวรถแกล้ม

แกก็งงชำเลืองมาดูเห็นไม่เป็นไร แกก็ขี่ต่อ ไอ้เด็กเวร วิ่งตามมากระโดดถีบคุณตาหัวฟาดพื้นแน่นิ่งไปเลย ไม่เหี้ยทำไม่ได้นะ พิกัดเกิดเหตุ ซอยชานเมืองแยก 2 ประชาสงเคราะห์ ดินแดง #ฝากแชร์ตามหามันด้วยค่ะ ขณะที่อีกข้อความระบุว่า #คลิปคุณตาถูกเด็กแว้นกระทืบตอนสาม #คุณตาหลับยาวน่าสงสารมาก สรุปเหตุเกิดเมื่อวานนะ คุณตาหัวแตก แต่ไม่เป็นอะไรมาก

มีคนเอาเงินมาให้คุณตาเมื่อวาน น่าจะไกล่เกลี่ย ตอนนี้คนแถวนั้นช่วยกันตามหาคนก่อเหตุกันแบบพลิกฟ้า มั่นใจว่าเดี๋ยวก็เจอ ตอนนี้มีนักข่าวไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังไงรอติดตามข่าวได้ในสื่อหลัก ส่วนคนส่งเรื่องมา ถ้านางตื่น ควีนจะมาอัพเดทหน้าเพจ ไม่ต้องทักมาในแชทส่วนตัว กูตอบไม่ทัน โอเคนะมึง ต่อมาเวลา 23.00 น. ทางผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง ทราบเบื้องต้นว่า

ได้มีการสั่งเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบลงหาข่าวตลอดทั้งวัน ขณะนี้สามารถจับกุมตัวได้แล้ว พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า ภายหลังเห็นจากในคลิปรู้สึกสะเทือนใจและรับไม่ได้ที่คุณลุงถูกกระทำอย่างสาหัส ทราบชื่อคุณลุงต่อมาคือนายจรูญ มีพันธ์ อายุ 82 ปี อาชีพเก็บขยะขาย อย่างไรก็ตามเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ปี คุมตัวมายัง สน.ห้วยขวาง ณ เวลานี้

“ผมขอขอบพระคุณเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ ที่นำคลิปวิดีโอดังกล่าวมาแชร์เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงให้คุณลุงอีกทางหนึ่ง อยากให้แหม่มโพธิ์ดำ และแฟนเพจ รวมถึงประชาชนที่กำลังติดตามข่าวไว้วางใจในตำรวจห้วยขวาง ว่า ไม่เคยนิ่งนอนใจในเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องคดีนี้คุณตาถูกรังแก ผมลงพื้นที่ดูแลคดีอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด ยืนยันดำเนินคดีถึงสุด”

ขณะที่ นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ปี กล่าวว่า สาเหตุที่ทำลงไปเพราะโมโห เนื่องจากว่า คุณตาชนแล้วหนี เรียกก็ไม่หยุด ทั้งนี้ ตนเองยืนยันไม่ได้เล่นโทรศัพท์ ขับมาดีๆ แถมพอรถล้มลุงยังไม่ไถ่ถามเหลียวแลว่า เป็นอย่างไรบ้างจึงบันดาลโทสะ ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ผู้ต้องหา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม

ขอสารภาพทุกข้อกล่าวหา และยอมรับผิด จะขอช่วยรักษาพยาบาล ดูแลลุงจนกว่าจะหายดี ยอมรับทำไปเพราะบันดาลโทสะ พรุ่งนี้เป็นไปได้ อยากจะขอขมาลุง ภายหลังก่อเหตุ นอนไม่หลับเลย รู้สึกสำนึกผิด ถือเป็นบทเรียนชีวิต และจะไม่ทำอีก ทั้งนี้ ข้อมูลจากตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเคยมีเรื่องทะเลาะกับคู่กรณีมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่มีแม่มาเคลียร์ไกล่เกลี่ยจนเรื่องเงียบ

มาตรการจับจริงจอมแชท หยิบโทรศัพท์มาใช้ขณะขับรถมีความผิดทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่ตอนรถติดไฟแดง จากการบังคับใช้มาตรการ จับจริงจอมแชท ซึ่งเริ่มบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2557 แต่ก็ยังเกิดความกังขาว่าเกณฑ์การตัดสินว่าพฤติกรรมใดบ้างที่เข้าข่ายผิดตามกฎจราจรข้อนี้ ถ้าอย่างนั้นลองมาดูกันชัด ๆ เลยว่า พฤติกรรมใดต้องห้ามและแบบใดจึงถูกต้อง

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการดูแลงานจราจร กทม. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการ “จับจริงจอมแชท” ว่า การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 43 (9) ซึ่งระบุว่าห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์ขณะรถเคลื่อนที่ เว้นแต่อุปกรณ์เสริมช่วยการสนทนา โดยต้องไม่จับหรือถือโทรศัพท์

โดยกฎนี้บังคับใช้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทตามความหมายที่ พ.ร.บ. จราจรทางบก ระบุไว้ ยกเว้นรถไฟและรถราง ส่วนการใช้โทรศัพท์ในกรณีรถติดหรือติดไฟแดงนั้น ก็ถือว่ามีความผิดในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการกดหมายเลขโทรออก รับสาย เล่นเกม ดูหรือพิมพ์ข้อความ ดูภาพ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่โทรศัพท์สามารถทำได้ เพราะถือว่ายังอยู่ระหว่างการขับขี่ เครื่องยนต์ยังติดอยู่ ผู้ขับยังต้องควบคุมรถอยู่

หากผู้ใดมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ให้จอดข้างทางในบริเวณที่จอดได้หรือจอดในปั๊มน้ำมัน แล้วจัดการธุระทางโทรศัพท์ให้เรียบร้อยก่อนออกสู่ถนนอีกครั้ง หรือให้ใช้อุปกรณ์เสริมช่วยคุยโทรศัพท์ เช่น หูฟังบลูทูธ หรือใช้วิธีวางโทรศัพท์แล้วปิดลำโพงคุยได้ แต่ห้ามคุยโทรศัพท์แบบหนีบไว้กับคอหรือให้ผู้อื่นถือให้ ส่วนเรื่องพฤติกรรมอื่น ๆ ที่กระทำกับโทรศัพท์มือถือ นอกจากการคุยโทรศัพท์และการแชทแล้ว การดูข้อมูลใด ๆ จากอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือก็มีความผิดเช่นกัน

รวมถึงการใช้แสตนดี้ยึดโทรศัพท์กับพวงมาลัยเพื่อใช้โทรศัพท์ก็เข้าข่ายกระทำผิด เพราะเป็นการรบกวนสมาธิขณะขับรถเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องละสายตาจากท้องถนนและยังต้องละมือจากควบคุมพวงมาลัยรถไปจิ้มหน้าจอ ทั้งนี้ผู้ที่ละเมิดตามข้อกำหนดที่ได้กล่าวไว้ หากถูกจับได้ มีโทษปรับ 400-1,000 บาท หากมีข้อสงสัยต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามได้ที่ 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง

หมดยุค ยอมจ่าย 500 แล้วขอตบซักป้าบ! ‘ทนายเจมส์’ ระบุ กฎหมายใหม่เพิ่มโทษ ค่าปรับ ตบตีทำร้ายร่างกาย เจอคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ โทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท นายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) หลายมาตรา

เช่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 372 ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน จากเดิมโทษปรับอยู่ที่ไม่เกิน 500 บาท แต่ได้มีแก้ไขใหม่ เพิ่มโทษเป็นปรับไม่เกิน 5,000 บาท ขณะที่ในมาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ตัวอย่างเช่น การตบตีกัน โทษจากเดิมคือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก็มีการแก้ไขใหม่

โดยเพิ่มโทษปรับเป็นไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ หากมีการถ่ายคลิปวิดีโอและนำไปเผยแพร่ ทั้งการไลฟ์สดบนเฟซบุ๊ก (facebook live) หรือเผยแพร่ลงที่ใดก็ตาม จะมีโทษเพิ่มด้วย เนื่องจากเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท นอกจากนี้ กรณีที่ทะเลาะวิวาทตบตีกัน และมีการถอดเสื้อผ้า ก็ผิดกฎหมายอาญามาตรา 278 ผู้ใดกระทำอนาจาร

โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ไม่สามารถขัดขืนได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าหากผู้ถูกกระทำเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ก็มีโทษหนักกว่าเดิมอีกด้วย ทนายเจมส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นับเป็นเรื่องดีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อจะได้มีความเกรงกลัวการกระทำผิดกฎหมายมากขึ้น การเกิดเหตุร้ายต่างๆ ก็จะสามารถลดลงได้ ซึ่งทางที่ดี การทำร้ายร่างกายและตบตีกัน ก็ไม่ใช่วิธีการหาทางออกที่ดีอยู่แล้ว

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here