รับสมัครหนุ่มไทยหัวใจหมัดมวย เป็นแฟนให้สาวๆ จากประเทศญี่ปุ่น รายได้วันละ 3,800 – 40,000 บาท (รายละเอียด)

0
937

งาน Part Time ปี 2018 กับบริการเต็มรูปแบบ รับจ้างเป็นแฟนให้สาวๆจากประเทศญี่ปุ่น!! รายละเอียดการทำงาน รายได้ ..วันล่ะ 3,800 – 40,000 บาท/วัน ระยะเวลาทำงาน 4/8/10 ชม ให้บริการลูกค้าผู้หญิงเท่านั้น อายุ 20 -50 ปี หน้าตาดีมีสามารถด้านการต่อยมวยไทยหรือสอนมวยไทยได้จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ สถานที่ทำงาน : แหล่งท่องเที่ยวไทย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา

กรณีงานต่างจังหวัด น้องๆพักโรงแรมคนล่ะห้องกับลูกค้า รายได้ขึ้นอยู่กับ หน้าตา บุคคลิกภาพ ภาษา การศึกษา รวมถึง… #พื้นดวงชะตาและโหวงเฮ้ง… บริการทุกรูปแบบห้ามเสนอซื้อขายบริการทางเพศ ข้อมูลจำเป็นสำหรับผู้สนใจสมัคร โปรไฟล์แนะนำตัว /ผลงาน(ถ้ามี) รูป 4-6 และ คลิปแนะนำตัวสั้นๆ 30วินาที 1คลิป ข้อมูลการศึกษา เบอร์ติดต่อ วันเดือนปีเกิด #เวลาเกิดและสถานที่เกิดระบุจังหวัด

สนใจทำงาน ติดต่อได้ที่ ส่งรายล่ะเอียดมาที่ Line ไอดี :0646696888 โทร :061 494 0498 /064 669 6888 ณัทกร พงศ์ชวนิศ (เนล) ปล: #สำหรับหนุ่มหล่อที่สนใจรับงานแบบพิเศษ รับจ้างกอด ชั่วโมงล่ะ 3,000 บาท ทำงานในสถานที่ ที่ระบุให้ได้( ไม่ใช่สถานที่ปิด ) ลูกค้าผู้หญิง และเพศที่ 3 (เลือกเพศที่จะบริการได้) สามารถบินไปประเทศ ญี่ปุ่น / จีน / เยรมัน ฯลฯ ได้ กรณีไปต่างประเทศรายได้ x2 หรือ 10 เท่า บริการนี้ยังไม่เปิดให้บริการลูกค้า #ชายแท้ทุกๆกรณี สนใจสมัครงานด้านใด .. ระบุมาได้ตามช่องทางด้านบน ขอบคุณครับ ^_^

รับสมัครหนุ่มไทยหัวใจหมัดมวยเป็นแฟนให้สาวๆ จากประเทศญี่ปุ่น ขอบอกว่างานนี้รายได้ดีเว่อร์ๆ เฉลี่ยวันละ 3,800-40,000 บาท พิกัดทำงานแถวกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา เรียกได้ว่าสร้างกระแสให้โลกโซเชียลฯกระเพื่อมได้ไม่เบาเลย กับการจ้างงานที่แปลกแหวกแนวจนหนุ่มๆ ชาวไทยที่รักความขาวอวบและคิขุอาโนเนะต้องครางฮือ

ดยเว็บไซต์ parttimecandy.com ได้ลงประกาศหางาน ‘จ้างเป็นแฟนให้สาวๆ จากประเทศญี่ปุ่น รายได้ดีเว่อร์ๆ เฉลี่ยวันละ 3,800-40,000 บาท’ โดยลงรายละเอียดว่า ถ้ามีความสามารถด้านการต่อยมวยไทยหรือสอนมวยไทยได้จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ หนุ่มๆ คนไหนสนใจ อ่านรายละเอียดได้เลยค่ะ

ในยุคก่อนๆ มวยไทยอาจถูกบัญญัติไว้ว่าเป็นกีฬาของการต่อสู้ ฝึกซ้อมเพื่อขึ้นชกบนสังเวียน เป็นกีฬาที่ทุกคนเข้าใจว่าเล่นได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ในช่วงหลังทัศนคติเหล่านี้เปลี่ยนไป มวยไทยถูกจัดประเภทใหม่ให้เป็นกีฬาสำหรับออกกำลังกาย เป็นเทรนด์ใหม่ที่มาพร้อมกับความสวยความงาม เพราะผู้หญิงมีความเชื่อว่าคนสวยต้องหุ่นดี จึงหันมาเล่นมวยไทยจำนวนมาก จนเกิดเป็นธุรกิจยิมมวยเปิดไว้รองรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ

เมื่อ 30 ปีที่แล้วในช่วงเวลาที่ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แผ่ขยายอิทธิพลในวงการกีฬาศิลปะการต่อสู้ไปทั่วโลก แต่มวยไทยซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมวยแนวตั้งสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก กลับหลบอยู่ในมุมมืดไร้แสงสปอตไลต์ใดๆ ไปโฟกัสให้เจิดจรัสเหมือนเช่นมวยอื่นๆ แม้กระทั่งคนไทยด้วยกันเองก็มีน้อยคนนักที่อยากจะเรียนมวยไทย

แต่เวลานี้กระแสความนิยมในมวยไทยกำลังทะยานขึ้นสู่ความนิยมของคนทั้งโลก เพราะมีชาวต่างชาติมากมายเหลือเกินที่มีความประสงค์อยากจะเรียนมวยไทยมากกว่าศิลปะการต่อสู้อื่น ซึ่งสิ่งที่เรากล่าวนั้นไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย เพราะที่ อีโวลฟ์ มิกซ์ มาร์เชี่ยล อาร์ต (Evolve Mixed Martial Arts) ประเทศสิงคโปร์ ผู้เรียนกว่า 95% ของที่นี่เลือกที่จะเรียนมวยไทยเป็นอันดับหนึ่ง

ทั้งที่มีบราซิลเลียนยิวยิตสู มวยปล้ำ และอื่นๆ ให้เลือกเรียนพร้อมกัน เป็นสิ่งชี้ชัดได้เป็นอย่างดีว่ามวยไทยได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ มีจำนวนผู้เรียนมวยไทยเต็มทุกวัน ทุกช่วงเวลา ทำให้โซนการสอนศิลปะการต่อสู้อื่นเงียบเหงาลงไปถนัดตาเลยทีเดียว ครูมวยรายได้หลักแสน ชาตรี ตรีศิริพิศาล เจ้าของฉายา ชาตรี ศิษย์ยอดธง นักธุรกิจหมื่นล้าน ผู้มีอดีตเป็นนักมวยไทยเก่าและเจ้าของธุรกิจอีโวลฟ์ มิกซ์ มาร์เชี่ยล อาร์ต ประเทศสิงคโปร์ เล่าว่า

ที่จริงแล้วมวยไทยในต่างประเทศนั้นได้รับความนิยม มีคนสนใจเข้ามาเรียนมวยไทยเป็นจำนวนมาก ในประเทศสิงคโปร์ความนิยมในการเรียนมวยไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2552 หลังจากตั้งค่ายมวยอีโวลฟ์แห่งนี้ คนที่มาเรียนมวยไทยก็มีตั้งแต่ลูกๆ ของเจ้าของธุรกิจ คุณหมอที่อยากจะเรียนมวยไทย ไปจนถึงคนแก่อายุ 60 กว่าปีก็มาเรียนมวยไทยที่นี่

สาเหตุที่ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่สนใจมาเรียนมวยไทยมากกว่าศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวชนิดอื่น ก็เพราะมวยไทยมีอาวุธทั้งหมัด เข่า ศอก แข้ง แทบทุกส่วนของร่างกายใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้หมดและใช้ได้จริง เขามาเพื่อเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเอง ออกกำลังกาย และต้องการลดน้ำหนักด้วยในตัว อีกอย่างหนึ่งก็คือชาวต่างชาติต่างรู้กิตติศัพท์ของมวยไทยเราเป็นอย่างดี

จนเวลานี้เรียกได้ว่ามวยไทยกลายเป็นเทรนด์ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกไปแล้ว ครูมวยไทยที่มาสอนที่นี่เป็นคนไทยทั้งหมด และล้วนแต่เป็นฝีมือระดับแชมป์ที่มีประสบการณ์ขึ้นชกมวยไทยมากกว่า 200-300 ครั้ง ที่เมืองไทยนักมวยไทยเหล่านี้เมื่อแขวนนวมก็จะไปประกอบอาชีพอื่นๆ อย่าง ขับแท็กซี่ เป็น รปภ. บ้างก็เป็นบอดี้การ์ด

หรือกลับไปทำเรือกสวนไร่นา และทิ้งความฝันของพวกเขาที่เคยรุ่งเรืองไว้เบื้องหลัง แต่กับที่นี่นักมวยไทยทุกคนคือมาสเตอร์ เป็นปรมาจารย์ด้านมวยไทยที่ชาวต่างชาติให้ความเชื่อถือยกย่อง เพราะเขาได้เรียนมวยไทยกับคนไทยที่เป็นต้นตำรับมวยไทยอย่างแท้จริง “รายได้ครูมวยไทยในต่างประเทศที่รับสอนตามยิมต่างๆ เมื่อตีเป็นเงินไทยส่วนมากจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทขึ้นไป

แต่ที่อีโวลฟ์พวกเขามีรายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 1.2 แสนบาท สูงสุดอยู่ที่ 5 แสนบาท/เดือน ถือว่าเป็นเงินเดือนที่สูงสุดในโลก และไม่มียิมไหนกล้าให้กับครูมวยไทยได้เท่านี้ แต่มีข้อกำหนดเพียงข้อเดียวก็คือคุณต้องเป็นแชมป์ในเวทีใหญ่ของเมืองไทยเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้ามาเป็นครูมวยไทยของที่นี่ได้ “สาเหตุที่ผมให้เงินเดือนกับครูมวยไทยเหล่านี้สูง เพราะผมเคยรับรู้ถึงความลำบากความยากจนของนักมวยไทยเหล่านี้ดี

สมัยผมอายุ 13 ผมได้มีโอกาสไปเรียนมวยไทยกับครูยอดธงที่พัทยา เด็กๆ คนอื่นในค่ายมวยล้วนแต่เป็นเด็กยากจนที่มาฝึกมวยไทยด้วยความฝันว่าวันหนึ่งจะลืมตาอ้าปากได้ในสังคม ตอนนั้นครอบครัวของผมยังดีอยู่ จนถึงวันหนึ่งที่ธุรกิจครอบครัวล้มละลาย ผมกลายเป็นเด็กยากจน ผมต้องใช้มวยไทยหาเลี้ยงชีพสมัยเรียนที่อเมริกา มวยไทยในอเมริกานั้นเป็นที่ชื่นชอบอย่างมาก ถ้าไม่มีมวยไทยหาเลี้ยงชีพ ถ้าไม่มีมวยไทยที่สอนให้ผมใจสู้ก็คงไม่มีวันนี้

“ในสมุดบันทึกความฝันของผมเมื่อตอนอายุ 19 ผมอยากมีค่ายมวยไทยเป็นของตัวเอง วันนี้เมื่อผมมีค่ายมวยเป็นของตัวเองถึงจะเป็นเอ็มเอ็มเอ แต่ผมก็ไม่ลืมมวยไทยและให้ผลตอบแทนคุ้มกับค่าตัวของพวกเขาเหล่านี้” นักมวยไทยในต่างแดน “เมื่อตอนผมอายุ 28 ผมเริ่มคิดว่าเส้นทางมวยไทยคงเดินมาถึงจุดสิ้นสุดในสายอาชีพนี้แล้ว เพราะค่าตัวเราเริ่มตก ขึ้นชกน้อยลงรายได้ก็น้อยลง

จนกระทั่งมีชาวญี่ปุ่นชวนผมไปชกมวยคิกบ็อกซิ่งที่ญี่ปุ่น ผมจึงตอบตกลงและเดินทางไปชกในฐานะนักมวยไทยเต็มตัว คราวนั้นผมเตรียมเสื้อผ้าไปแค่ชุดเดียว คิดว่าขึ้นชกเสร็จก็จะเดินทางกลับเมืองไทยเลย แต่ปรากฏว่าพอชกชนะ ทางญี่ปุ่นขอให้เราอยู่ต่อในฐานะครูสอนมวยไทย เลยอยู่สอนมวยไทยที่ญี่ปุ่น 6 ปี ก่อนที่จะย้ายมาเป็นครูมวยไทยที่อีโวลฟ์ สิงคโปร์

“ตอนที่สอนมวยไทยที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเขาค่อนข้างสนใจเรียนมวยไทยอย่างมาก แม้จะมีศิลปะป้องกันตัวประจำชาติของเขาเองก็ตาม แต่ชาวญี่ปุ่นก็รู้ดีว่ามวยไทยนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนก็สนใจอยากจะเรียน ไม่เพียงแค่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่สนใจเรียนมวยไทย ชาวจีนก็มีความสนใจเรียนมวยไทยไม่แพ้ประเทศอื่นเหมือนกัน มีเพื่อนนักมวยไทยหลายคนหลังแขวนนวมแล้วก็ไปสอนมวยไทยอยู่ที่ประเทศจีน

ถือว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับนักมวยไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการในยิมมวยหลายประเทศ” “หรือทางหนึ่งที่ทำให้นักมวยไทยมีที่ยืน เมื่ออายุมากขึ้นก็คือการขึ้นชกในรายการอื่นนอกจากมวยไทยอย่างคิกบ็อกซิ่งของญี่ปุ่น หรือการต่อสู้ในรูปแบบเอ็มเอ็มเอ เพียงแค่เราปรับตัวให้เข้ากับกฎ กติกา เรียนรู้การป้องกันตัวจากศาสตร์อื่นแล้วกลับเข้ามาสู้ในรูปแบบมวยไทยที่เราได้เปรียบก็สามารถสู้ได้ทุกรายการแข่งในโลก”

ธำรง ทองใย หรือ “เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค” เจ้าของฉายา “ไอ้ตาดุ” เจ้าของแชมป์เวทีมวยลุมพินี 3 สมัย และแชมป์มวยเอ็มเอ็มเอ รายการ วัน แชมเปี้ยนชิพ (ONE Championship) รุ่นสตอว์เวท 115 ปอนด์ วัย 38 ปี เล่าชีวิตการเป็นนักมวยและครูมวยไทยในต่างแดน สอนต่างชาติต้องทำให้ง่าย ธีระ พงษ์วัน หรือคนไทยรู้จักกันในชื่อ ยอดสนั่น 3เค แบตเตอรี่ อดีตแชมป์มวยสากล เจ้าของฉายาไมค์ ไทสัน เมืองไทย หรือ เงาปีศาจ ซึ่งเวลานี้เขาเป็นครูสอนมวยไทยและมวยสากลให้กับอีโวลฟ์ เล่าชีวิตการเป็นครูมวยไทยในสิงคโปร์ว่า

“ตอนแรกก็ค่อนข้างยากในเรื่องของการปรับตัว โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่จะสื่อสารกับลูกศิษย์ แต่ยังดีว่ามวยไทยเป็นกีฬา สามารถสื่อสารทางภาษากายได้ง่าย การสอนมวยไทยให้กับชาวต่างชาติจะสอนแบบที่เราเคยฝึกมาไม่ได้ อย่างสมัยผมฝึกมวยไทยต้องไปกินนอนอยู่กับครูมวย ตื่นเช้าตี 5 วิ่ง 6 กม. กลับมาที่ค่ายซ้อมชกกระสอบทราย พอตกบ่ายลงนวมต่อ คงรับไม่ไหวแน่ๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here