ระทึก! คลอดลูกกลางทะเลแดง คลิป! สาวท้องแก่ลงเล่นน้ำ เจ็บท้องกลั้นไม่อยู่คลอดลูก (ชมคลิป)

0
274

ระทึก! คลอดลูกกลางทะเลแดง คลิป! สาวท้องแก่ลงเล่นน้ำ เจ็บท้องกลั้นไม่อยู่คลอดลูก (ชมคลิป)

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 61 เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ “เดลี่ มิรเรอร์” รายงานข่าวสุดน่าทึ่ง คุณแม่ท้องแก่สวมชุดบิกินี่คลอดลูกกลางทะเลแดง ท่ามกลางความช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยว ภาพที่น่าทึ่งนี้ ได้บันทึกช่วงเวลาของผู้หญิงคนหนึ่ง ได้ให้กำเนิดทารกน้อยใต้น้ำในทะเลแดง โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยว จากภาพจะเห็นว่ามีชาย 2 คน โดยชายคนหนึ่งเป็นพ่อของทารกน้อย และเชื่อว่าชายอีกคนเป็นหมอชาวรัสเซีย กำลังช่วยกันอุ้มทารกแรกเกิดผ่านคลื่นทะเล ในเมืองดาฮับ เมืองตากอากาสยอดนิยมของอียิปต์

จากรูปภาพจะเห็นว่า รกของทารกถูกวางอยู่ในชาม ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันพาทารกขึ้นบนฝั่ง ทั้งที่ยังมีสายสะดือติดอยู่ โดยบนชายหาดมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังยืนรออยู่อย่างใจจดใจจ่อ จากนั้น ผู้เป็นแม่ได้เดินตามเข้ามา ทั้งนี้ รูปภาพดังกล่าว ถูกถ่ายลงมาจากระเบียงห้องพักโดยนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง ที่พักอยู่ในโรงแรมใกล้กับชายหาด และถูกโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ซึ่งหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ทำให้สื่อสังคมออนไลน์ได้กล่าวยกย่อง ในความสวยงามและความเรียบง่ายของการคลอดทารกในครั้งนี้

การคลอดลูกในน้ำเป็นวิธีการคลอดลูกแบบธรรมชาติ และนิยมทำกันมากในต่างประเทศ ซึ่งในประเทศไทยก็มีการคลอดลูกในน้ำเหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะเป็นที่นิยมทำกันนัก ส่วนมากเป็นเพราะว่าการคลอดลูกในน้ำมีจำกัดเพียงแค่ไม่กี่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคุณแม่หลายคนที่ต้องการและสนใจการคลอดลูกในน้ำอยู่พอสมควร..

เหตุผลที่ดีสำหรับการคลอดลูกในน้ำมีดังนี้ การคลอดลูกในน้ำ จะช่วยลดอาการเจ็บปวดจากการปวดท้องคลอดแบบปกติ น้ำที่ใช้ในการคลอดเป็นน้ำอุ่นจะช่วยลดความเจ็บปวดจากการคลอดได้ดีกว่าการนอนรอคลอดปกติ คุณแม่สามารถขยับตัวได้ตามที่ต้องการอย่างอิสระ น้ำช่วยกระตุ้นให้ฮอร์โมนที่ทำให้มดลูกหดตัวเร็วขึ้น เวลาเจ็บปวดท้องของคุณแม่ลดน้อยลง น้ำอุ่นจะทำให้คุณแม่หลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมา

ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บปวดน้อยลง ลูกจะปรับตัวได้เร็วเนื่องจากตอนอยู่ในท้องก็อยู่ในน้ำคร่ำ ออกมาก็เจอน้ำ ทำให้ลูกปรับตัวและปรับอุณหภูมิในร่างกายได้เร็ว การคลอดลูกในน้ำมีประโยชน์หลายอย่างจริงๆค่ะ แต่ก็ใช่ว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนจะสามารถคลอดในน้ำได้นะคะ เพราะมีข้อจำกัดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนที่ไม่สามารถคลอดลูกในน้ำได้ดังนี้ค่ะ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะคลอดก่อนกำหนด หรือคุณแม่ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ค่ะ

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดไม่สามารถคลอดลูกในน้ำได้ค่ะ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ทารกอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม เช่น อยู่ในท่าก้น คุณแม่ที่น้ำคร่ำแตกเกิน 24 ชั่วโมงไปแล้วค่ะ คุณแม่ที่ใช้ยาเร่งคลอด คุณแม่ที่มีเลือดออกช่องคลอดมากผิดปกติ การคลอดลูกในน้ำเป็นวิธีธรรมชาติ ที่ดีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆท่านเลยนะคะ ดังนั้นถ้าคุณแม่สนใจการคลอดลูกในน้ำคุณแม่ควรปรึกษากับคุณหมอที่ดูแลครรภ์ได้เลยค่ะ

คลอดลูกในน้ำ คืออะไร คลอดลูกในน้ำดียังไง มีข้อมูลมาเป็นทางเลือกให้กับคุณแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติมาฝากกันค่ะ การคลอดในน้ำ ถือเป็นวิธีการคลอดโดยธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมาก ๆ ในต่างประเทศ และกำลังเข้ามาในประเทศไทย สำหรับการคลอดโดยวิธีนี้นั้นก็เพียงแค่เปลี่ยนจากการคลอดบนเตียง มาเป็นคลอดในน้ำแทน ซึ่งว่ากันว่าจะช่วยลดความเจ็บปวดของคุณแม่ระหว่างคลอดได้

แต่ทั้งนี้หลาย ๆ คนก็มีความกังวลว่าการคลอดด้วยวิธีนี้นั้นจะปลอดภัยหรือไม่ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีข้อมูลสำหรับบรรดาคุณแม่ที่อยากคลอดด้วยวิธีนี้มาฝากกันค่ะ ทำความรู้จัก “วิธีคลอดลูกในน้ำ” การคลอดลูกในน้ำ (Water Birth) เป็นการคลอดลูกวิธีธรรมชาติ โดยคุณแม่จะลงไปคลอดลูกในอ่างน้ำอุ่นที่มีการควบคุมอุณหภูมิไว้ประมาณ 35-37 องศาเซลเซียส โดยน้ำจะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของคุณแม่ผ่อนคลายและบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการคลอดให้ลดลง

สำหรับการคลอดโดยวิธีนี้คุณแม่จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ แต่ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะเมื่อศีรษะของทารกพ้นจากช่องคลอดแล้ว ก็จะลอยตัวอยู่ในน้ำได้ ซึ่งน้ำจะช่วยรองรับแรงกระแทก และป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย รวมถึงคุณแม่เองก็จะรู้สึกเบาสบาย ผ่อนคลาย และเจ็บน้อยลง นอกจากนี้ยังเป็นการคลอดที่พ่อ แม่ ลูก จะได้อยู่ใกล้ชิดกันมาก ๆ อีกทั้งไม่ต้องคอยกังวล

เพราะจะมีสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา คลอดลูกในน้ำดียังไง ? คลอดลูกในน้ำ คุณแม่จะรู้สึกสบายตัว และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อเชิงกรานขยายตัวและช่องคลอดเปิดได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การฉีกขาดของช่องคลอดก็จะน้อยกว่าการคลอดด้วยวิธีธรรมดา ทำให้คุณแม่เจ็บน้อยลง ระยะเวลาคลอดสั้นลง อีกทั้งยังฟื้นตัวได้เร็วกว่าคลอดด้วยวิธีธรรมดาอีกด้วย คลอดลูกในน้ำ อันตรายหรือไม่ ?

เชื่อว่าคงมีคุณแม่หลาย ๆ คนเกิดความสงสัยกันอย่างแน่นอนว่าคลอดลูกในน้ำนั้นจะมีอันตรายหรือไม่ และเมื่อทารกคลอดออกมาจะจมน้ำหรือเปล่า สำหรับเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงค่ะ เนื่องจากในอ่างน้ำจะมีการควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 35-37 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิน้ำคร่ำในท้องแม่ อีกทั้งน้ำในอ่างยังผ่านการฆ่าเชื้อโดยรังสีอัลตราไวโอเลตมาแล้ว

จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย และเมื่อทารกคลอดออกมาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะจมหรือสำลักน้ำเลยค่ะ เพราะในขณะที่คลอดออกมาทารกยังจะได้รับออกซิเจนจากเลือดที่ผ่านจากรกเข้ามาทางสายสะดืออยู่ อีกทั้งน้ำจะช่วยพยุงให้ลอยตัวให้ความรู้สึกเหมือนตอนอยู่ในถุงน้ำคร่ำของแม่ ซึ่งจะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 40-60 วินาทีโดยไม่เป็นอันตรายค่ะ

กรณีไหนที่คุณแม่ไม่ควรใช้วิธีคลอดลูกในน้ำ การคลอดลูกในน้ำ คุณแม่จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ รวมถึงจะต้องไม่เป็นโรคติดต่อ เช่น เริม งูสวัด ที่ผิวหนังหรืออวัยวะเพศ เนื่องจากเชื้อจะสามารถกระจายได้ง่ายในน้ำ ทำให้เป็นอันตรายกับทารก นอกจากนี้กรณีที่ไม่ควรใช้วิธีคลอดลูกในน้ำอีก ได้แก่ ทารกมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ครรภ์เป็นพิษ ท้องแฝด เด็กทารกไม่กลับหัว คุณแม่มีเลือดออกมาก

หรือมีอาการเจ็บท้องต้องคลอดก่อนกำหนดประมาณ 2 สัปดาห์หรือมากกว่า เป็นต้น สำหรับการคลอดลูกในน้ำปัจจุบันนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในประเทศไทยเท่าไรนัก และโรงพยาบาลที่ให้บริการคลอดในน้ำนั้นมีอยู่น้อย อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการคลอดก็ค่อนข้างสูงกว่าเมื่อเทียบกับการคลอดด้วยวิธีปกติ ซึ่งหากคุณแม่คนไหนที่กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะใช้วิธีคลอดในน้ำดีหรือไม่ แนะนำให้ไปปรึกษากับแพทย์ เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจจะดีที่สุดค่ะ

ข้อควรระวังและข้อดีสำหรับการ คลอดลูกในน้ำ สำหรับการคลอดโดยวิธีนี้คุณแม่จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ แต่ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะเมื่อศีรษะของทารกพ้นจากช่องคลอดแล้ว ก็จะลอยตัวอยู่ในน้ำได้ ซึ่งน้ำจะช่วยรองรับแรงกระแทก และป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย เป็นการคลอดที่พ่อ แม่ ลูก จะได้อยู่ใกล้ชิดกันมาก ๆ อีกทั้งไม่ต้องคอยกังวล เพราะจะมีสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา

คุณแม่จะรู้สึกสบายตัว และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อเชิงกรานขยายตัวและช่องคลอดเปิดได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การฉีกขาดของช่องคลอดก็จะน้อยกว่าการคลอดด้วยวิธีธรรมดา ทำให้คุณแม่เจ็บน้อยลง ระยะเวลาคลอดสั้นลง อีกทั้งยังฟื้นตัวได้เร็วกว่าคลอดด้วยวิธีธรรมดาอีกด้วย ช่วยให้เจ็บน้อยกว่าการคลอดแบบอื่น เพราะการอยู่ใต้น้ำจะทำให้คุณแม่รู้สึกว่าเบาสบาย ไม่อึดอัดเหมือนอยู่ในห้องคลอด สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

น้ำอุ่นช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนเชิงกรานและทำให้ช่องคลอดขยายเปิดให้ทารกออกมาได้ง่าย ลดการฉีกขาดของช่องคลอด ลดความกังวลเมื่อคุณแม่เจ็บน้อยลง ความกลัว ความกังวลต่าง ๆ ก็จะลดน้อยลง ความดันโลหิตก็จะคงที่ แรงหดรัดตัวของมดลูกก็น้อยตามลงไปด้วย แรงต้านหรือแรงลอยตัวในน้ำช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณมดลูกได้ออกซิเจน เลือดไหลเวียนดี ทำให้ระยะเวลาในการคลอดสั้นลง

ไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมือนการผ่าตัดคลอด คุณแม่จะได้ใช้เวลาแห่งความสุขกับเจ้าตัวน้อย โดยไม่ต้องทรมานบาดแผลผ่าตัด และยังตักตวงความภูมิใจที่ได้เป็นแม่ตามธรรมชาติโดยสมบูรณ์เมื่อเสร็จสิ้นวิธีการคลอดลูกแล้ว ทารกจะถูกกระตุ้นการดูดนมแม่ และแพทย์จะทำการตัดสายสะดือ จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการคลอดรกบนเตียง โดยเลือดจะออกหลังจากคลอดรกออกไปแล้ว คุณแม่มือใหม่จึงลดความกังวลในเรื่องของการติดเชื้อและเบาใจได้

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่เกรงว่าการคลอดลูกในน้ำจะทำให้ทารกจมน้ำนั้นไม่เป็นความจริง เมื่อทารกคลอดออกจากท้องแม่และอยู่ในน้ำอุ่นยังคงได้รับออกซิเจนผ่านทางสายสะดือ อีกทั้งน้ำอุ่นนั้นมีอุณหภูมิเหมือนในน้ำคร่ำทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัยเหมือนยังอยู่ในท้องแม่ แรงดันในน้ำยังช่วยพยุงตัวของทารกเอาไว้ให้ลอย เมื่อคุณแม่อุ้มขึ้นมาจากผิวน้ำทารกจึงจะเริ่มหายใจ นอกจากนี้แล้วน้ำยังช่วยล้างเมือกและคราบน้ำคร่ำที่ติดตัวทารกในเบื้องต้นอีกด้วยค่ะ

สำหรับการคลอดลูกในน้ำปัจจุบันนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในประเทศไทยเท่าไรนัก และโรงพยาบาลที่ให้บริการคลอดในน้ำนั้นมีอยู่น้อย อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการคลอดก็ค่อนข้างสูงกว่าเมื่อเทียบกับการคลอดด้วยวิธีปกติ ซึ่งหากคุณแม่คนไหนที่กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะใช้วิธีคลอดในน้ำดีหรือไม่ หรือไม่ว่าคุณแม่จะคลอดวิธีไหนก็ตาม ที่สำคัญควรฟังคำแนะนำจากสูติแพทย์ที่คุณแม่ฝากท้องไว้ดีกว่า เพราะสิ่งที่แพทย์จะคำนึงอย่างแรกในการทำคลอดคือ ทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดมารอด และแม่ต้องปลอดภัย

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here