วิจารณ์ยับ ‘ขนเพชร-เจสซี่’ จ่อปรับ! ทำคลิปเข้าข่ายอนาจาร (ชมคลิป)

0
1586

เรียกได้ว่าตอนนั้นสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลสุดๆจนตอนนี้ไม่ว่าใครจะอยู่ใกล้ขนเพชรต่างก็กลัวกันทั้งนั้นเพราะว่า บ้าจี้ทีไรอันตรายทุกที ล่าสุดซึ่งงานนี้ก็มีคลิปใหม่ออกมาบอกเลยว่าฮาและเซ็กซี่มากๆกับการที่ขนเพชรนั้นเล่นจับหน้าอก เจสซี่ ขยำบีบทั้งนี้ยังไม่พอยังโชว์ จิมิชนิดที่หนุ่มๆเห็นแล้วอ่อนระทวยไปทั้งโซเชียลเลยทีเดียว เอาเป็นว่าคลิปเต็มๆจะเป็นยังไงและแซ่บมากแค่ไหนเราไปชมพร้อมพร้อมกันเลย

เปิดใจ “ขนเพชร บ้าจี้” ชีวิตจริงไม่ได้ตลก!! อดีตหาเช้ากินค่ำ ได้ของดีบูชาชีวิตพลิกมโหฬาร! เคยผ่านชีวิตลำบากหาเช้ากินค่ำมาก่อน สำหรับ เพชร หรือ ขนเพชร บ้าจี้ พยายามทุ่มเทและตั้งใจทำงานในวงการทั้งวงการบันเทิง วงการเน็ตไอดอล ที่มอบความบันเทิงความสุขให้กับแฟนๆมาตั้งนานแต่ก็ไม่ดังไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับ เพชร หรือ ขนเพชร บ้าจี้ รวมถึงคู่หูอย่างสุดหล่อ น้องก๊อต ที่เปิดใจว่า

ก่อนหน้าทาง เพชร พยายามมากที่อยากจะมีงานมีเงินมีชื่อเสียง รวมถึงไปประกวดเวทีร้องเพลงแต่ทำอะไรมันก็ไม่สุดสักที มันก็ไม่ประสบความสำเร็จสักทีเหมือนมันมีอะไรติดขัดตลอดเวลา มีแฟนคลับบอกว่า รู้จัก จริงๆ เพชร หรือขนเพชร มานานแล้วเพราะชื่นชอบในความสามารถร้องเพลงเพราะแต่ก็ไม่ได้ดังหรือมีชื่อเสียง โดย เพชร นั้นบอกเลยว่าเป็นเด็กที่สู้ชีวิตพยายามประกวดเวทีเพลงชุมทางเสียงทอง

จนขนาดได้แชมป์ ได้เงินมาจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่มีใครจำได้ ไม่มีผลงานคือไม่ดัง แล้วลงประกวดอีกในรายการเสียงสวรรค์พิชิตฝัน ขนาดได้แชมป์ช่วงแรกๆก็ไม่ดัง แล้วไปอีกต่อหลายๆรายการ จนคนพอจำได้แต่ก็ยังไม่ดัง คือไปไม่สุดสักที ได้มีโอกาสไปเป็นนักร้องในวงของ เอกชัย ศรีวิชัย หรือที่เพชร เรียกวงป๋า ได้มีผู้ใหญ่คนหนึ่งเอาของมาให้บูชา 2เหรียญ

บอกว่าเป็นเหรียญแก้ชงเสริมดวงพลิกฟ้าที่ลงยันตร์ปลุกเสกมาจากฮ่องกงศักดิ์สิทธิ์มาก คือส่วนตัวก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเลยแบ่งให้น้องก๊อตไปอีกเหรียญแบ่งกัน ผู้ใหญ่บอกว่าพกติดตัวไว้เพชรเลยเก็บไว้ในกระเป๋าตลอดเลย เราลองเปิดใจรับและบูชาดูมันไม่ได้เสียหายอะไร เราบูชาตลอดแบ่งใหก๊อตไปบูชาอีกเหรียญ ซึ่งตอนแรกก็ท่าทางเขาก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ตอนแรกนะ

แต่เชื่อมั้ย อันนี้โครตมหัศจรรย์!! พูดแล้วขนลุก!! รู้สึกเหมือนมันมีอะไรที่แบบคลิกกันก๊อตหรือแบบจูนกันติด เหมือนดวงมันถูกกัน เหมือนมีพลังดีๆอะไรเกิดขึ้น รู้สึกว่าพอบูชาเริ่มมีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เริ่มมีงานเข้ามากขึ้น เริ่มมีแม่ยกเข้ามาชื่นชอบ มีแฟนคลับ มีคนติดตามทำคลิปอะไรมาก็มีคนแชร์ โอ้โห้คือแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเหมือนที่ทุกคนเห็นเลยตอนนี้มีงานทุกวันคิวแน่น

อันนี้ที่เพชรบอกเป็นความเชื่อ ใครรู้สึกติดๆขัดๆ ทำอะไรก็ไม่สุด หรือเจออุปสรรค อยากขจัดสิ่งชั่วร้าย คุณไสย์ มนต์ดำ แก้กรรม แก้ชง อยากให้ลองหาไปบูชากันดูครับ เหรียญแก้ชงเสริมดวงพลิกฟ้า จากวัดกังหัน ปลุกเสกจากประเทศฮ่องกง ก่อนที่เริ่มธุรกิจเริ่มงานหรืออะไรก็ตามแนะนำไปหามาบูชาเป็นการเปิดดวงชะตาตัวเองก่อน เหมือนที่เหรียญช่วยพลิกชีวิตเพชร

อยากขอบคุณผู้ใหญ่ที่เอาเหรียญแก้ชงเสริมดวงพลิกฟ้ามาให้เราบูชา ข้างหลังเหรียญจะมียันต์อยู่ข้างหลังนะขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก ใครอยากพลิกจชีวิต ใครอยากลองเปลี่ยนดวงชะตาเหมือนที่เราสองคนมาประสบความสำเร็จต้องหามาบูชาให้ได้เลยนะเป็นของดีที่ผมเอามาบอกมาแนะนำ อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของเราทั้งสองคนนะครับ

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ “เจสซี่ วาร์ด” (Jessie Vard) เน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่ที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่จากโลกโซเชียล นางแบบสาวนัยตาน้ำข้าวลูกครึ่งอังกฤษ-ไอซ์แลนด์ แต่หัวใจไทย วัย 20 ปีบริบูรณ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวใหญ่ช่วยคุณพ่อเรียกร้องความยุติธรรมจากการถูกสถาบันการเงินของไทยยึดบ้านที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2553 ทั้งที่เธอและคุณพ่อมีเอกสารและโฉนดที่ดินครอบครองสิทธิ์อย่างถูกต้อง รวมถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจไทยในการดำเนินคดี

จากเหตุการณ์โด่งดังในครั้งนั้นทำให้ชื่อของ เจสซี่ เด็กสาวที่ขณะนั้นอายุเพียง 14 ปี ต้องสู้ชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว ลำบากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีแม้กระทั่งที่จะซุกหัวนอน เงินจะซื้อข้าวกินก็ไม่มี ต้องทำงานสู้ชีวิตสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ให้ผ่านพ้นไปได้แบบวันต่อวัน จนกลายเป็นประเด็นดราม่ามากมายเกี่ยวกับเธอบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง

วันนี้ เจสซี่ กลับมาอีกครั้ง! กับการประกาศตัวเป็น “นางแบบหวิว” มาพร้อมหุ่นฟิตที่แตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…พกแตงโมลูกโต สัดส่วนโค้งเว้ารัญจวนใจ มาขโมยหัวใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้ได้ร้องซี๊ดดด! แซ่บซะจนเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดจนแทบหมดตัว ในวันสบายๆ แบบนี้ เจสซี่ ได้แบ่งเวลามาพูดคุยกับเราในวันที่งานถ่ายแบบเซ็กซี่รัดตัวชนิดที่แทบจะไม่มีเวลาได้หายใจ เพื่อมาอัปเดทชีวิตของเธอตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ชีวิตผกผันจนกว่าจะถึงวันนี้แบบหมดเปลือกไม่มีกั๊ก

เปิดฉากชีวิตสุดรันทด เจสซี่ วาร์ด เจสซี่ เป็นลูกสาวคนที่ 3 ของ โคลิน วาร์ด (Colin Vard) ชายสัญชาติไอซ์แลนด์ เมื่ออายุได้เพียงขวบกว่าๆ เจสซี่ย้ายมาอยู่กับ โคลิน ผู้เป็นพ่อที่ย้ายรกรากมาลงหลักปักฐานในเมืองไทยด้วยการก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งต่อมากลายเป็นธุรกิจใหญ่โต มีหลักทรัพย์และเงินสดไม่ต่ำกว่า 65 ล้านบาท

ชีวิตที่ดูน่าจะสุขสบายกลับต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเมียน้อย (ซึ่งเป็นหญิงชาวไทย) ของโคลินผู้เป็นพ่อ ไปกู้เงินนอกระบบจำนวน 6 แสนบาท เพื่อทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว สุดท้ายสู้ดอกเบี้ยไม่ไหว จึงร่วมมือกับเจ้าหนี้เพื่อปลอมแปลงลายเซ็นต์ “โคลิน” โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นอีกชื่อ ถึงขนาดบ้านก็ถูกขายไปโดยที่นายโคลินไม่เคยรับรู้ มารู้ตัวอีกทีก็ถูกกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับไล่ตนและครอบครัวออกจากบ้านพัก และโดนหมายศาลตามมา ระบุข้อความว่า

“บ้านหลังนี้ขายแล้ว” ร้อนถึง โคลิน ผู้เป็นพ่อ ต้องเสียเงินมากมายจ้างวานทนายความมาเพื่อต่อสู้คดี ทว่าโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งแถมเล่นตลกกับครอบครัววาร์ดเหลือเกิน เมื่อเจอขบวนการต้มตุ๋นรวมหัวกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ที่ดิน ทนายความ นายธนาคาร บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมหัวกันฉ้อโกงจนกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว

เจสซี่ เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นว่า ตอนนั้นเธอยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยอายุแค่เพียง 14 ปี ที่ลุกขึ้นมาช่วยคุณพ่อไม่ให้ต่อสู้โดยลำพัง โดยใช้ช่องทางของโลกโซเชียล ตั้งเพจชื่อ Justice for Jessie เพื่ออัดคลิปและคอยอัปเดตเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคดีเพื่อทวงคืนความยุติธรรมขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ แม้ว่าภาษาไทยของเธอไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่เธอก็ถูๆ ไถๆ อัดคลิปเรียกร้องความยุติธรรม

“ตอนนั้นก็ช่วยพ่อทุกอย่าง ตั้งแต่อัดคลิปเรียกร้องความเป็นธรรมในโซเชียล ตระเวนไปตามหน่วยงานราชการเพื่อขอความช่วยเหลือ เขียนป้ายไปชูประท้วงหน้าสถานที่ต่างๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่เราพอจะทำได้ ซึ่งสุดท้ายก็มีคนยื่นมือเข้ามาช่วย แม้จะไม่ได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไป” ข้างนอกสดใส ภายในสุดเศร้า!!

การต่อสู้ที่เนินนาน เงินเก็บที่เหลืออยู่ของโคลินเริ่มร่อยหรอ วันหนึ่งที่พ่อลูกได้นั่งคุยกัน ทำให้ทราบถึงฐานะครอบครัว เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากโรงรียนประจำที่จังหวัดชลบุรีมาเร่รับจ้างทำงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน เสิร์ฟอาหารในคาเฟ่ นั่งดริ๊ง ร้องเพลง “พ่อโทรมาบอกว่าพ่อไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีเงินส่งเรียนต่อในระดับสูงๆ แถมยังมีหนี้สินติดตัวจำนวนมาก

เจสซี่ไม่อยากเป็นภาระของพ่อ นี่คือเหตุผลที่ต้องหนีออกจากโรงเรียนมาทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว” ขวัญใจชาวโซเชียลบอกสาเหตุที่ทำให้ต้องทิ้งการเรียนกระทันหัน แม้จะรู้ว่าพ่อจะเสียใจกับการหนีออกจากโรงเรียนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เจสซี่ยังคงวิ่งเข้า-ออก ทำงานคาเฟ่นานหลายปี

“จริงๆ แล้ว งานเสิร์ฟอาหาร-ล้างจาน มันได้เงินไม่กี่ตังค์หรอกค่ะ 100-200 บาทต่อวันเท่านั้น ก็แค่พอเลี้ยงตัวเองได้ แต่พอทำไปนานๆ ก็ได้มานั่งดริ้ง (เด็กชงเหล้า และนั่งคุยเป็นเพื่อนแขก) แล้วก็ร้องเพลง ตรงนี้ก็ได้เงินมากหน่อย วันไหนโชคดีก็ได้เงินพันกว่าบาท นอกจากเอาเงินมาใช้เองแล้วยังเหลือพอส่งให้พ่อกับน้องชายบ้าง ซึ่งทุกครั้งที่ส่งเงินให้พ่อ

เจสซี่รู้ว่าพ่อไม่อยากรับเงินจากเจสซี่เท่าไหร่ แต่เจสซี่ก็ต้องขอร้องพ่อให้รับไว้ เรารู้ว่าเค้าเสียใจที่เจสซี่ทำงานตามผับตามบาร์ในเวลากลางคืน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเหตุการณ์กำหนดให้ครอบครัวเราต้องพบเจอกับโชคชะตาแบบนี้ เจสซี่ก็ได้แต่ถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้ค่ะ” ดราม่าซ้อนดราม่า…เกือบเสียตัวให้แท็กซี่

มรสุมชีวิตของนางแบบสาวคนดัง ยังไม่จบ เพราะหลังจากที่พ่อถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว ครอบครัวแตกแยก จนเธอต้องออกมาทำงานเผชิญโลกเพียงลำพัง วันหนึ่งได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ชลบุรี กับเพื่อน เมื่อถึงเวลาก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยเธอเองเรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้าน ระหว่างทางเธอรู้สึกมึนหัว จึงเอ่ยขอยาดมจากคนขับ เมื่อรับมาดมก็หมดสติ มารู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่โรงแรมม่านรูดแล้ว

วินาทีที่รู้สึกตัว เจสซี่บอกว่า ตอนนั้นเธอได้แต่นอนอยู่นิ่งๆ ไม่ให้คนร้ายรู้สึกตัวว่าเธอฟื้นแล้ว เพียงไม่นานคนร้ายก็เดินไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นเธอจึงรีบลุกไปหยิบโทรศัพท์แล้วโทรบอกเพื่อน ให้รู้ว่าถูกฉุดมา โดยเจสซี่ยืนยันว่าเหตุที่ไม่วิ่งหนีออกไปเอง ก็เพราะกลัวว่าถ้าวิ่งหนีแล้วคนร้ายจะตามทัน จึงเลือกวิธีให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาช่วย เมื่อหนีออกมาได้แล้ว จึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ทันท่วงที

“ยอมรับนะคะว่าน้อยใจในโชคชะตา ถามตัวเองมาตลอดทำไมต้องเป็นแบบนี้ จากที่พ่อเราเคยรวยมาก กลายมาเป็นไม่มีอะไรเลย แถมหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็มีแต่เรื่องให้เสียใจ แต่หนูก็ไม่เคยท้อนะคะ หนูแค่รู้สึกเหนื่อยมากกว่า ทุกอย่างเป็นเหมือนบทเรียน บททดสอบ ผ่านเข้ามาให้ได้เรียนรู้แล้วก็สู้กับมัน พยายามคิดแค่ว่าทุกอย่างมันเป็นเวรกรรม คิดเท่านี้เพื่อให้ตัวเองนั้นสบายใจค่ะ”

พบรักแฟนทอมในโลกออนไลน์ เจสซี่ ออกมาใช้ชีวิตบนเส้นทางอาชีพด้วยการทำงานในคาเฟ่ พร้อมกับอยู่เคียงข้าง “พ่อ” เพื่อต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลามีคนแวะเวียนเข้า-ออกชีวิตเธอมากมาย หนึ่งในนั้นก็มี นุช-นุชนาฎ อุดม สาวทอมหน้าตาดีที่ได้ทราบเรื่องราวของเธอผ่านทางโลกออนไลน์และคอยตามติดชีวิตสาวลูกครึ่งนัยตาน้ำข้าวอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ สุดท้ายทนเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองไม่ไหว สาวทอมจึงเป็นฝ่ายทักแชตหญิงสาวไป จนก่อเกิดเป็นความรักความเข้าใจ และกำลังใจที่ดีต่อกันและกัน

“เจสซี่เจอนุชในเฟสค่ะ คุยกันแล้วถูกใจ เวลาที่เราท้อแท้เค้าเป็นกำลังใจที่ดีให้เจสซี่คอยอยู่ใกล้ๆ คอยให้คำแนะนำทุกอย่างทั้งเรื่อง เสื้อผ้า-หน้า-ผม พฤติกรรม และมารยาทค่ะ ด้วยความที่เราออกมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ บางทีเจสซี่ก็จะลืมตัว ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเอง เวลาจะทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง พอมีนุชเข้ามาช่วยดูแล ก็ทำให้เราได้โตขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น

รวมถึงแนะนำให้เสริมสวยด้วยการไปทำจมูกด้วย (หัวเราะ) รวมถึงนุชยังคอยช่วยวางแผนชีวิตให้เจสซี่ทุกอย่าง” นางแบบสาวพูดจบก็ส่งสายตาหวานไปยังสาวทอมคู่ใจที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะแตะแขนแนะนำให้แฟนสาวหล่อของเธอให้รู้จักเรา สาวหล่อยิ้มทักทายก่อนจะเริ่มบอกว่า ตอนนี้ตัวเขาเองนั้นมีธุรกิจขายครีมทาหน้าเป็นของตัวเอง

เมื่อมีเวลาว่างก็จะเข้ามาช่วยดูงานและรับงานให้แฟนสาวลูกครึ่ง ที่เข้ามาช่วย เพราะหลายครั้งที่เจสซี่เค้ายังมีอารมณ์เป็นเด็กฮะ ทั้งการพูดตลอดจนความคิดของเค้ายังเป็นเด็กมาก ต้องค่อยๆเตือน ค่อยๆ สอนเค้า ช่วยตัดสินใจในบางเรื่อง อย่างตอนนี้น้องมีงานถ่ายแบบ โชว์ตัวตามผับ

นุชก็เข้ามาช่วยดูช่วยรับงาน ว่าถ่ายแบบอย่างนี้ควรจะได้ค่าตัวเรทเท่าไร ไปโชว์ตัวตามผับก็ควรแค่โชว์ตัวเท่านั้น เงินที่ได้ก็ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้พ่อโคลีนส่วนหนึ่ง ที่เหลืออีกส่วนให้เจสซี่นำเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเจสซี่เองเก็บไว้ใช้เวลาที่จำเป็น ส่วนเราไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเงินของเค้า เพราะเราเองก็มีงานของเรามีรายได้ของเราเองไม่ได้มาเกาะน้องเค้าอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน” นุชกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here