แชทสยิว! ‘เปรี้ยว-หั่นศพ’ คุยกับหนุ่ม ให้คำมั่นสัญญา เก็บขวดไว้ด้วยนะ ถ้าได้ออกไป จะเอาขวดมาทำโจ๋! (ภาพ-รายละเอียด)

0
335
แชทสยิว! ‘เปรี้ยว’ กับหนุ่ม ให้คำมั่นสัญญา เก็บขวดไว้ด้วยนะ ถ้าได้ออกไป จะเอาขวดมาทำโจ๋! (ภาพ-รายละเอียด)

เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อมีแชทหลุดของ”เปรี้ยว”ปรียานุช โนนวังชัย ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ”น้องแอ๋ม” ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น แต่ล่าสุดกลับมีการเผยแชทหลุดผ่านโปรแกรมแมสเซ็นเจอร์ของเฟซบุ๊คระหว่างเปรี้ยวกับเพื่อนสนิท โดยมีการโชว์ภาพล่าสุดของเปรี้ยวซึ่งตัดผมสั้น เซลฟี่กันในเรือนจำแล้วส่งให้เพื่อนๆดู

โดยเปรี้ยวยังบอกให้เพื่อนๆ เขียนจดหมายมาหาเพราะคิดถึงมาก โดยให้ที่อยู่เป็นเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น เปรี้ยวยังบอกเพื่อนๆ ว่า “ขอบคุณที่ไม่รังเกียจฆาตกรอย่างเค้า” เพื่อยังปลอบว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวได้อภัยโทษ แต่เปรี้ยวกลับบอกว่า “ประหารมั้ง”

- Advertisement -

อีกทั้งยังได้มีแช็ตหลุดการสนทนาระหว่าง “เปรี้ยว” กับคนที่ชื่อว่า “เชค” ที่คาดว่าเป็นเพื่อนชายคนสนิท บอกว่า “เปรี้ยวไม่เคยลืมเชค” อีกทั้งคนที่ชื่อ “เชค” ยังได้พิมพ์มาอีกว่า ใจเปรี้ยวแข็งมาก พี่ยอมรับ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี โดย เปรี้ยว ได้พิมพ์ตอบกลับไปว่า “ที่สุดอ้ะ แข็งไม่สู้อันนั้นเชคหรอก น้ำหอมที่ให้ใช้หมดยัง เก็บขวดไว้ด้วยนะ ถ้าเปรี้ยวได้ออกจะไปเอาขวดคืน จะเอามาทำโจ๋”

นอกจากนี้ เปรี้ยวยังได้ เซลฟี่โชว์ผมสั้นส่งให้เพื่อน บอก ขอบคุณที่ไม่รังเกียจฆาตกรอย่างเค้า โดยเปรี้ยวยังบอกให้เพื่อนๆ เขียนจดหมายมาหาเพราะคิดถึงมาก โดยให้ที่อยู่เป็นเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น เปรี้ยวยังบอกเพื่อนๆ ว่า “ขอบคุณที่ไม่รังเกียจฆาตกรอย่างเค้า” เพื่อยังปลอบว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวได้อภัยโทษ แต่เปรี้ยวกลับบอกว่า “ประหารมั้ง” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแชทคุยกันครั้งนี้ คาดว่าเป็นมือถือของ เบนท์ เพื่อนร่วมแก๊งที่เข้าไปเยี่ยมเปรี้ยวแล้วเปรี้ยวก็เอามา

แชทคุยกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีมสวยหั่นศพ หน้าตาสดใส ‘เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้’ นั่งรถเรือนจำ เหมือนร่างกายสมบูรณ์มีน้ำมีนวลขึ้น ส่วน เบนซ์สารภาพรับของโจร ซิ่งชอปเปอร์มากับพ่อ ขึ้นศาลสืบพยานจำเลยนัดแรก เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาล จ.ขอนแก่น ได้ขอเบิกตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา

หรือ เอิร์น และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ จากเรือนจำกลางขอนแก่น นายวศิน นามพรม จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม เข้าสืบพยานจำเลยนัดแรก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างโจทย์ คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น

และ จำเลย คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย พร้อมพวก โดยพนักงานอัยการ พร้อมด้วยนายนพดล สีดาทัน ทนายฝ่ายโจทก์ร่วม ได้เดินทางมาตามการนัดหมายของศาล เช่นเดียวกับ นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก, นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย และนายอมรพงษ์ จันทร์กวี ทนายฝ่ายจำเลย ได้เดินทางมาตามการนัดหมายของศาลเช่นกัน ทันทีที่รถยนต์ของเรือนจำกลางขอนแก่นควบคุมตัวผู้

ต้องหาเข้ามาในเขตอำนาจศาล น.ส.เปรี้ยว, น.ส.เอิร์น และ น.ส.แจ้ ซึ่งเดินทางมาด้วยรถยนต์ 6 ล้อนั่งปะปนมากับผู้ต้องหาในคดีอื่นๆ โดยผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีอยู่ในชุดนักโทษหญิง มีสีหน้าที่สดใส ไม่มีท่าทีกังวลแต่อย่างใด ขณะที่ นายวศิน เดินทางมากับรถยนต์ของเรือนจำกลางขอนแก่นอีกคัน โดยนั่งปะปนมากับผู้ต้องหาชายในคดีอื่นๆ ส่วน น.ส.เบนซ์

ซึ่งอยู่ในระหว่างการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าแฟนทอม สีบรอนซ์ เดินทางมาพร้อมกับบิดา เพื่อร่วมในการสืบพยานฝ่ายจำเลยในวันนี้ ทั้งนี้ ยังคงมีคำสั่งห้ามสื่อมวลชนถ่ายภาพในเขตอำนาจศาล และห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาสังเกตการณ์หรือรับฟังการสอบคำให้การของศาล ในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด

และจำกัดพื้นที่ให้สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่มาติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อยู่บริเวณพื้นที่เรือนพักญาติด้านหน้าศาล จ.ขอนแก่น เท่านั้น โดยบริเวณด้านหน้าห้องพิจารณาคดี มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่โดยตลอด เพื่อตรวจสอบผู้ที่จะเข้าไปในห้องพิจารณาคดีทุกคน นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความของ น.ส.แจ้ กล่าวว่า

ในช่วงเช้าวันนี้จะเป็นการสืบพยานฝ่ายโจทก์ที่คงค้างจากเมื่อวาน คือ พ.ต.ท.ศุภฤกษณ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง ในฐานะพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการสืบพยานฝ่ายจำเลย ที่มีการเบิกตัวเพื่อให้การต่อศาลเพียง 4 ปาก คือผู้ต้องหาทั้ง 4 เท่านั้น โดยจะขอเบิกตัว น.ส.เปรี้ยว ขึ้นเบิกความเป็นคนแรก

ด้าน นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ น.ส.เบนซ์ กล่าวว่า ฝ่ายจำเลยวันนี้ ทีมทนายความฝ่ายจำเลยจะขอเบิกตัวผู้ต้องหารายสำคัญในคดี คือ น.ส.เปรี้ยว ขึ้นเบิกความเป็นคนแรก จากนั้นจะขอเบิกตัว น.ส.เบนซ์ เข้ารับการสืบประกอบคำรับสารภาพต่อเนื่องทันที ในข้อกล่าวหารับของโจร เพื่อให้การในรายละเอียดในรูปคดีและเป็นไปตามกระบวนการของศาล

ซึ่งทีมทนายความจะดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ อย่างเต็มที่ เนื่องจาก น.ส.เบนซ์ ให้การรับสารภาพในข้อหาดังกล่าวในชั้นศาลเรียบร้อยแล้ว. ซึ่งก่อนหน้านี้นับเป็นเรื่องราวที่สะเทือนขวัญผู้คนเป็นอย่างมาก สำหรับ คดีฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” หรือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ คดีดังกล่าวตกเป็นข่าวดังทันที เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 ชาวบ้านในพื้นที่ บ.โนนสง่า ม.9

ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน จากนั้นมือฆ่าได้นำศพฝังดิน ขณะนั้นยังไม่มีใครทราบว่าผู้ตายคือใคร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน ก่อนจะทราบว่า ผู้ตายคือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 23 ปี เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

เบื้องต้นหลังพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมในการสังหารไว้คือ ขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว รวมไปถึงลวงฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้าย และเมื่อทำการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการกดเงินออกจากบัญชี โดยมีสาวทอมชื่อน้ำฝน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเป็นคนไปส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวน้ำฝนเข้าให้ปากคำ

น้ำฝนให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนพาน้องแอ๋มไปกดเงินที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 23 พ.ค.60 จากนั้นได้พาน้องแอ๋มไปส่งที่หน้าปากซอยหอ ส่วนตนก็กลับหอพักตัวเอง และเมื่อตนถึงห้องก็วิดีโอคอลคุยกับผู้ตาย ขณะวิดีโอคุยกันนั้น น้องแอ๋มอยู่ด้านล่างหอพัก และขาดการติดต่อนับแต่นั้น

ตนมาทราบข่าวว่าน้องแอ๋มเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยมีน้องชายทักแชทเฟซบุ๊กมาบอก สำหรับการคบหากับแอ๋มนั้น น้ำฝนระบุว่า รู้จักกันประมาณ 1 อาทิตย์เท่านั้น โดยเป็นการรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก พบกันประมาณ 3-4 ครั้ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เรียกตัวป๊อปปี้ ทอมเพื่อนสนิทอีกคนของน้องแอ๋มมาสอบปากคำ เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่น้องแอ๋มสนิทด้วย

อีกทั้งทั้งคู่ยังพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ป๊อปปี้ระบุว่า ตนติดต่อน้องแอ๋มได้ครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 06.22 วันที่ 23 พ.ค.โดยผู้ตายบอกว่ายังอยู่กับเพื่อน จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย สำหรับป๊อปปี้นั้นเคยคบหากับผู้ตายมาประมาณ 3 ปี จนกระทั่งผู้ตายไปแต่งงานกับ นายศักดิ์ชัย อายุ 35 ปี ชาว จ.หนองคาย โดยช่วงที่ผู้ตายไปแต่งงานก็ได้เลิกคบกันไป

แต่ก็มีการโทรพูดคุยกันบ้างตามประสาคนรู้จัก แต่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ติดต่อมาว่าจะมาทำงานที่ จ.ขอนแก่น และสุดท้ายผู้ตายก็เดินทางมาทำงาน จึงตัดสินใจเช่าอพาร์ทเมนท์และพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายถูกเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด รวมไปถึง นายศักดิ์ชัย สามีของน้องแอ๋ม เย็นวันที่ 26 พ.ค.นายศักดิ์ชัย

สามีของผู้ตายได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสวนกวาง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสยองนี้อย่างแน่นอน สำหรับความสัมพันธ์กับผู้ตายนั้น นายศักดิ์ชัย เผยว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมาตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ กทม. ส่วนตัวทราบดีว่าผู้ตายเคยคบหาสาวหล่อมาก่อน ซึ่งตนทราบว่าชื่อ ป๊อปปี้

หลังแต่งงานตนต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ๆ เพราะทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แฟนสาวจึงไปอยู่กับญาติที่ จ.ชัยนาท จากนั้น แฟนสาวก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่าง กทม. กับ จ.ชัยนาท จนกระทั่งแฟนสาวขอมาอยู่กับญาติที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะห้ามแล้วไม่ฟัง และทราบดีว่าแฟนสาวมาอยู่กับสาวทอมชื่อ ป๊อปปี้ แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และยังติดต่อกันอยู่เสมอ

โดยครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค.เวลา 23.47 น. ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้อีกเลย *** หลังจากทั้ง 3 คนถูกเรียกตัวมาสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ไม่พบพิรุธหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ขณะที่แนวทางการสืบสวนพบรถต้องสงสัยที่ผู้ตายขึ้นไปก่อนพบกลายเป็นศพ แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้คน

ในส่วนของโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าใครคือฆาตกรฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มกันแน่ และช่วงเช้าของวันที่ 29 พ.ค. ดูเหมือนอะไร ๆ ค่อย ๆ คลี่คลายลง เมื่อมีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้น ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ

โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน ประกอบด้วย นายวศิน อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์อายุ 21 ปี , น.ส.ปรียานุช อายุ 24 ปี และ น.ส.กวิตา อายุ 25 ปี และช่วงเย็นของวันที่ 29 พ.ค. นายวศิน 1 ในผู้ต้องหา ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ในช่วงเที่ยงวัน แต่แล้วเมื่อถึงเวลานัดหมายก็ไม่มีการเข้ามอบตัว

จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภาค 4 สามารถทำการจับกุมตัว นายวศิน ที่เกสต์เฮาส์ ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว จากการสอบสวนนายวศินให้การเบื้องต้นว่ารู้เห็นกับการฆาตกรรมจริง โดยซัดทอด น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว เป็นผู้ลงมือฆ่าและทำลายศพ โดยก่อนเกิดเหตุไปเช่ารถซีอาร์วีมาให้ตนเป็นคนขับ

จากนั้นได้ลักพาตัวน้องแอ๋ม โดยระหว่างทาง น.ส.เปรี้ยวได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวน้องแอ๋มแล้วซ้อม ซึ่งน้องแอ๋มก็พูดออกมาว่า ซ้อมเลย ถ้ารอดไปได้จะมาเอาคืน ปรากฏว่า น.ส.เปรี้ยวซ้อมและบีบคอน้องแอ๋มจนขาดใจตายบนรถ นายวศินระบุ เปรี้ยวบอกให้พาไปยังที่ดินของตนเองใน อ.เขาสวนกวาง เพื่อนำศพน้องแอ๋มไปทิ้ง

ระหว่างทางได้ซื้ออุปกรณ์พวก เลื่อย ใบมีด ถุงพลาสติก ปูนซีเมนต์ และเสียม ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ส่วนผู้ที่ลงมือหั่นศพคือ น.ส.เปรี้ยว ตนเองไม่ได้ทำ เพียงแค่มีหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น ก่อนจะขับรถไปที่รีสอร์ต ในพื้นที่บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แล้วลงมือหั่นศพแอ๋มด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุมาจาก น.ส.เปรี้ยวมีความแค้นส่วนตัวกับน้องแอ๋ม โดย น.ส.เปรี้ยวอ้างว่าน้องแอ๋มเป็นสายชี้เป้ากับตำรวจให้จับกุม เปรี้ยวในคดียาเสพติด เมื่อมีโอกาสจึงคิดแก้แค้น

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here