ไอเดียเรียกรอยยิ้ม! หนุ่มจับหมึกเขียนตัวสุนัขที่เลี้ยง ประกาศให้รู้ว่าหมาฉันปลอดภัย เซฟตัวเอง เซฟสังคม!(ชมภาพ)

0
316
ไอเดียเรียกรอยยิ้ม! หนุ่มจับหมึกเขียนตัวสุนัขที่เลี้ยง “กูฉีดยาแล้ว” ประกาศให้รู้ว่าหมาฉันปลอดภัย เซฟตัวเอง เซฟสังคม!(ชมภาพ)

ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อว่าทุกคนสามารถช่วยกันหยุดยั้งได้ เพียงแค่ทุกคนนำสัตว์เลี้ยงอย่าง หมา หรือแมว ของตัวเองไปฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไว้ก่อน เพราะไม่เพียงจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวตนเองแล้ว ยังถือเป็นการป้องกันอันตรายแก่บุคคลรอบข้างด้วยเช่นกัน  วันนี้ (16 มีนาคม 2561) หนุ่มเจ้าของเฟซบุ๊ก นพรัตน์ แก่นพรหม ได้มีการโพสต์ภาพสุนัขที่เจ้าตัวเลี้ยงไว้ โดยมีการใช้หมึกสีน้ำเงินเขียนลงบนตัวว่าฉีดยาแล้ว

หลังสถานการณ์ปัจจุบัน พบโรคพิษสุนัขบ้าระบาดหนักเกือบทั่วประเทศไทยขณะนี้ และนี่ถือเป็นไอเดียที่เรียกรอยยิ้มเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ จากการตรวจสอบพบว่า คุณนพรัตน์ แก่นพรหม ได้โพสต์ข้อความต่อต้านการ Set Zero หรือการกำจัดสุนัขจรจัด ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากจะแก้ให้มองไปที่ต้นเหตุที่มนุษย์เมื่ออยากได้ก็ซื้อมาเลี้ยง แต่พอไม่ต้องการก็ปล่อยทิ้ง จนเป็นภาระของสังคม ถือได้ว่าเจ้าตัวมีจิตสาธารณะและเป็นคนที่รักสัตว์มากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ก่อนหน้านี้มีประเด็นที่ว่า หมา-แมวในกรุงเทพฯ นับล้าน ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า แค่ 2.5 แสนตัว  กระทรวงเกษตรฯ เผย คนกรุงเลี้ยงหมา-แมว กว่า 1.1 ล้านตัว แต่กรมปศุสัตว์ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าไปเพียง 2.5 แสนตัว ซ้ำยังพบมีเชื้อหมาบ้าแล้ว 16 ตัว แมวติดเชื้ออีก 1 วันที่ 14 มีนาคม 2561 นายสรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรฯ และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ

กล่าวว่า จากผลการติดตามโครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า” พบว่ามีประชากรสัตว์ทั้งหมด 1,136,185 ตัว ขึ้นทะเบียนแล้ว 6,233 ตัว ทำหมันแล้ว 1,266 ตัว ฉีดวัคซีนแล้ว 5,193 ตัว โดยมีการเก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังเชิงรุกตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ และในปีนี้ กทม. ได้งบซื้อวัคซีน 4 ล้านบาท ประมาณ 2.5 แสนโดส ให้กับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรค

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสุนัข 16 ตัว แมว 1 ตัว รวม 17 ตัว ส่วนมาตรการแก้ปัญหาการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน คือ การเร่งขึ้นทะเบียนสัตว์ เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ และการเลี้ยงสัตว์ด้วยความรับผิดชอบ พาสัตว์ไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าตามช่วงอายุที่กำหนด ฉีดครั้งแรกที่อายุ 2-4 เดือน และฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 1 ปี รวมถึงต้องสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า

และให้หน่วยงานบูรณาการร่วมกันในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ นายสรวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประชุมก็ได้มีการเสนอให้ไปฉีดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ในพื้นที่โรคระบาดด้วย รวมถึงยังได้พูดถึงปัญหาโรคแพร่ระบาดในสัตว์มากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่อยากฉีดซ้ำ จนอาจมีวัคซีนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังให้ไปคุยในเรื่องผลิตวัคซีนใช้เอง เพื่อความมั่นคงของชาติ

โดยให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุขไปหารือเรื่องการผลิตแล้ว นอกจากนี้ มีรายงานว่าหลังจากที่มีข่าวออกไป ทาง กทม. ได้ลงมือฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าตามที่โฆษกกระทรวงเกษตรฯ แจ้งไว้แล้ว คือ กว่า 2.5 แสนตัว ทำให้เหลือสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว ประมาณกว่า 850,000 ตัว ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ดังนั้นควรป้องกัน วัคซีนพิษสุนัขบ้า ฉีดล่วงหน้าป้องกันโรคกลัวน้ำได้

โรคพิษสุนัขบ้า ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าไว้ตั้งแต่ก่อนถูกกัด แถมยังไม่ต้องฉีดเซรุ่มให้เจ็บตัวเหมือนกับกรณีโดนกัดแล้วค่อยมาฉีดวัคซีน โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เราต้องเฝ้าระวังไว้ให้มาก เพราะจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มียารักษา เป็นขึ้นมาแล้วก็แทบจะเสียชีวิตทุกรายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และแม้จะมีชื่อเรียกว่า “พิษสุนัขบ้า” แต่จริงๆ แล้วโรคนี้เกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเลย

ไม่ว่าจะเป็นคน สุนัข แมว หนู ลิง กระรอก ฯลฯ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ตัวเราแทบทั้งนั้นค่ะ บางคนอาจไม่ได้ถูกสัตว์เหล่านี้กัดโดยตรง แต่เพียงแค่ถูกข่วน เลียที่นัยน์ตา ริมฝีปาก หรือน้ำลายมาสัมผัสกับบาดแผลของเรา ก็สุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าไปแล้ว ฉะนั้น หากใครคิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่าย ๆ แนะนำให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไว้ล่วงหน้าก่อนดีกว่า แต่จะต้องฉีดแบบไหน อย่างไร เรานำข้อมูลมาบอกแล้ว

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ใครควรฉีดล่วงหน้า ? ในคนบางกลุ่มจะสุ่มเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ง่ายกว่าคนอื่น ดังนั้นถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบก่อนสัมผัสโรคไว้ ก็ช่วยให้อุ่นใจกว่า อย่างเช่น – เด็กหรือคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมภายในบ้าน เช่น สุนัข แมว กระรอก – คนที่อาศัยหรือต้องเดินผ่านบริเวณที่มีสุนัขจรจัด หรือไม่มีเจ้าของอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก – คนที่อาศัยอยู่ในเขตที่มีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า

– บุคลากรทางการแพทย์ สัตวแพทย์  – เกษตรกรที่ต้องคลุกคลีกับสัตว์  – คนที่ทำงานกับสัตว์ เช่น ครูฝึกสอนสัตว์เลี้ยง ผู้ดูแลสัตว์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้ที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดสัตว์ป่า – บุรุษไปรษณีย์ พนักงานส่งของ – นักท่องเที่ยวหรือคนที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรค  วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต้องฉีดกี่เข็ม ? การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าสามารถฉีดได้ทั้งแบบเข้ากล้ามเนื้อและฉีดเข้าผิวหนัง

โดยหากเป็นการฉีดป้องกันล่วงหน้าจะฉีดเพียง 3 เข็ม คือ ฉีดในวันที่ 0 (วันที่เริ่มฉีดวัคซีน), วันที่ 7 (เข็มที่ 2) และวันที่ 21 หรือ 28 (เข็มที่ 3) และเมื่อถูกสุนัขกัด ก็จะฉีดกระตุ้นอีก 1-2 เข็มเท่านั้น ฉีดวัคซีนล่วงหน้าดีกว่ามาฉีดหลังถูกกัดอย่างไร ? หากเราถูกกัดขึ้นมาแล้วไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไว้ เราจะต้องมาฉีดวัคซีน 5 เข็ม ในวันที่ 0 (วันที่เริ่มฉีดวัคซีน) วันที่ 3, 7, 14 และ 28

และในบางคนที่แผลมีเลือดออกก็จำเป็นต้องฉีดเซรุ่ม (อิมมูโนโกลบูลิน) รอบ ๆ แผลทุกแผลด้วย ซึ่งการฉีดเซรุ่มจะรู้สึกเจ็บปวดกว่าการฉีดวัคซีนทั่วไปมาก และอาจมีอาการแพ้ด้วยนะคะ แต่ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าไว้แล้ว ก็จะเป็นการเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ดังนั้น ถ้าวันไหนถูกสัตว์กัดขึ้นมา เพียงแค่ฉีดวัคซีนกระตุ้นอีก 1-2 ครั้ง ร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทานที่สูง

พอจะป้องกันโรคได้ โดยไม่จำเป็นต้องฉีดเซรุ่มอีก จึงไม่ต้องเสี่ยงกับการแพ้เซรุ่มและเจ็บปวดจากการถูกฉีดด้วย อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการฉีดเซรุ่ม นอกจากนี้การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าล่วงหน้ายังอาจป้องกันการเกิดโรคได้ในกรณีที่สัมผัสหรือรับเชื้อพิษสุนัขบ้าโดยไม่รู้ตัว เช่น กรณีเด็ก ๆ เล่นกับสัตว์แล้วถูกข่วน ถูกเลีย ถูกกัดเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ได้บอกผู้ปกครอง

ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าล่วงหน้า มีผลข้างเคียงอันตรายไหม ? ต้องบอกว่าวัคซีนแบบนี้ไม่มีอันตรายใด ๆ ค่ะ เพราะทำจากเซลล์เพาะเลี้ยงที่มีความบริสุทธิ์สูง เป็นวัคซีนตัวเดียวกับที่ฉีดหลังถูกกัด อาการแพ้วัคซีนพบได้น้อยมากและไม่ได้รุนแรงอะไร บางคนอาจเพียงแค่มีอาการเหมือนฉีดวัคซีนทั่วๆ ไป เช่น มีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว เป็นตุ่มบวมแดง คันบริเวณที่ฉีด ซึ่งกินยาลดไข้ก็ช่วยบรรเทาอาการได้

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าสามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 2 เดือนเป็นต้นไป เมื่อฉีดครบ 3 เข็มแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นเพิ่มเติมใด ๆ อีกหากไม่ได้ถูกสัตว์กัดหรือข่วน จะไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าได้ที่ไหน ?สถานพยาบาลหลายแห่งทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิก อนามัย สถานเสาวภา มักสำรองวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไว้อยู่แล้ว แต่เพื่อความมั่นใจ แนะนำให้สอบถามก่อนไปรับบริการ

และควรแจ้งให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ทราบด้วยว่ากำลังใช้ยาอะไรอยู่หรือไม่ เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน ในช่วงที่มีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน หากบ้านใครมีสัตว์เลี้ยง อยากแนะนำให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้ รวมทั้งนำสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน เพื่อที่ทั้งคนและสัตว์จะได้ปลอดภัยจากโรคอันตราย

5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ โรคพิษสุนัขบ้า ที่กำลังระบาดตอนนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ประกาศให้ 22 จังหวัดในประเทศไทย เป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวในขั้น “น่าเป็นห่วง” หลังพบจำนวนสัตว์ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1. สถานการณ์เป็นอย่างไร ? ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีสัตว์ที่ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่าเท่าตัว (จาก 160 เป็น 341 ตัว) ตามข้อมูลจากสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์

มากกว่าครึ่งของสัตว์ที่ตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า เป็นสัตว์ทีมีเจ้าของ ซึ่งขัดกับความเชื่อที่ว่าสัตว์เร่ร่อนเป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า โดยสัตว์ที่พบว่าติดเชื้อมากที่สุดคือ สุนัข (89.40%) ตามมาด้วยวัว (6.47%) และแมว (3.42%)  2. โรคพิษสุนัข เป็นอย่างไร ? โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท จากการได้รับเชื้อไวรัสจากน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ

เช่น แมว หนู ลิง ค้างคาว และที่พบได้บ่อยที่สุดคือ สุนัข เชื้อพิษสุนัขบ้ามีระยะเวลาฟักตัวระหว่าง 2-8 สัปดาห์ และมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเริ่มแรก เช่น กังวล ปวดหัว และเป็นไข้ เมื่อเชื้อแพร่กระจายไปยังส่วนประสาทส่วนกลางจะก่อให้เกิดการอักเสบในสมองและกระดูกสันหลัง ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตหากไม่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ทัน ผู้ป่วยส่วนมากได้รับเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า

จากน้ำลายของสัตว์ที่ป่วย ซึ่งกรณีหลักจะเกิดขึ้นเมื่อสัตว์ที่ป่วยกัด ข่วน หรือเลีย ทำให้น้ำลายเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือบริเวณริมฝีปากและนัยน์ตา 3. ทำอย่างไรเมื่อโดนกัดหรือข่วน? หากถูกสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดหรือเลียบาดแผล ต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่โดยเร็วที่สุด ก่อนจะเดินทางไปพบแพทย์ และควรขังสัตว์ตัวนั้นไว้เพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 10 วัน

ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้ อย่างไรก็ตามแพทย์สามารถป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เกือบ 100% ข้อสำคัญคือผู้ติดเชื้อจะต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และฉีดวัคซีนตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เพราะหากปล่อยให้ติดเชื้อจนถึงขั้นที่แสดงอาการผู้ป่วยมักจะเสียชีวิต วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนควรนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

4. สัตว์ที่ป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้ามีอาการอย่างไร? สภากาชาดไทย อธิบายอาการของสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าไว้ 2 แบบ คือ แบบดุร้าย สัตว์มีอาการหงุดหงิด ตื่นเต้น วิ่งพล่าน ไล่กัดคนและสัตว์ตัวอื่น โดยสุนัขจะแสดงอาการเช่นนี้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นจะอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และเสียชีวิตในที่สุด แบบเซื่องซึม สังเกตได้ยากกว่าเพราะสัตว์จะมีอาการเหมือนโรคอื่นๆ เช่น ไข้หวัด หรือ โรคหัด

โดยจะมีอาการลิ้นห้อง ปากอ้าหุบไม่ได้ ตัวแข็งเป็นอัมพาต บางตัวมีอาการชักและตายในที่สุด ทั้งนี้หากไม่แน่ใจควรนำสัตว์ไปให้สัตวแพทย์ดูอาการ เพราะสัตว์บางตัวอาจมีเชื้อพิษสุนัขบ้าแต่ไม่แสดงอาการ  5. เหตุใดปีนี้จึงแย่กว่าทุกปี ? ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายพื้นที่ได้หยุดฉีดวัคซีนให้กับสัตว์ ในช่วงกว่า 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

ทักท้วงว่า อปท. ไม่ได้มีภารกิจจัดหาวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับประชาชนและเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมาย ประชาไท และ Hfocus รายงานว่า นายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศมนตรีนครรังสิต จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ของเขาได้รับผลกระทบจากการท้วงติงจาก สตง. ค่อนข้างมาก และอาจเป็นเหตุที่ทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าในปีนี้รัฐบาล

ได้จัดสรรงบให้ท้องถิ่นฉีดวัคซีนเอง ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทำให้ปัญหาทุเลาลง อย่างไรก็ตาม นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่า สตง. แถลงว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจาก อปท. สามารถดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ และเคยมีทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งไปทางทุกจังหวัดตั้งแต่กลางปี 2558 แล้ว

ขณะที่ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง. ตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวกับ ไทยพีบีเอส ว่าเมื่อปี 2559 สตง. เคยตรวจสอบการจัดซื้อวัคซีนควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าแทบทุกจังหวัด เนื่องจากการสุ่มตรวจในช่วงโรคระบาด หรือ ฤดูร้อน ได้พบปัญหาว่า หน่วยงานท้องถิ่นมักมีการจัดซื้อวัคซีนจำนวนมาก ที่ไร้คุณภาพและในราคาแพงหลายเท่าตัว โรคพิษสุนัขบ้าสามารถเกิดได้ทุกฤดูกาล แต่กรมควบคุมโรคได้เตือนด้วยว่าช่วงหน้าร้อนมีส่วนเพิ่มความเสี่ยง เพราะนอกจากสัตว์หงุดหงิดง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นช่วงเด็กนักเรียนปิดเทอม จึงทำให้มีผู้เสี่ยงถูกกัดมากขึ้น

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here