หลายคนสงสัย!! ‘สตรีชุดสีม่วง’ ฉากแข่งเรือใน ‘บุพเพสันวาส’ คือใครช่างงดงาม เผยเป็นซีนที่รักของผกก.!! (ชมคลิป)

0
908
หลายคนสงสัย!! ‘สตรีชุดสีม่วง’ ฉากแข่งเรือใน ‘บุพเพสันวาส’ คือใครช่างงดงาม เผยเป็นซีนที่รักของผกก.!! (ชมคลิป)

เป็นฉากที่ ใหม่ ภวัต ผู้กำกับ บุพเพสันนิวาส โพสต์ว่าเป็นซีนที่รักซีนหนึ่ง กับฉากแข่งเรือ ที่แม่หญิงการะเกดไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เมื่อคืน (15 มี.ค.) โดยเจ้าตัวโพสต์คลิปและแคปชั่นด้วยว่า “#บุพเพสันนิวาส #แข่งเรือยาว#พระเจ้าเสือแข่งเรือยาว เป็นอีกซีนนึงที่ชอบ ดีใจที่ได้ทำซีนนี้ อ่านบทอ่านบทประพันธ์พอถึงซีนนี้…อ่ะ น่าสนุก แต่ที่น่าสนุกและน่าสนใจยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าในจำนวนฝีพายนั่นมี 1 บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเปิดตัว

มะเดื่อ(อนาคตพระเจ้าเสือ)ร่วมขบวนอยู่ด้วย ความอยากทำซีนนี้หนักเข้าไปอีกทั้งๆที่พระเจ้าเสือหามีไดอะล็อกใดๆไม่ 1ในซีนที่รัก” โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึง สตรีในชุดไทยสีม่วงที่นั่งอยู่กับเด็กชาย เจ้าจอมหม่อมห้าม มาร่วมดูการแข่งขันด้วย ทำเอาคนดูสงสัยว่า เจ้าจอมหม่อมห้าม คือ ใคร ซึ่งในประวัติศาสตร์ มีการอธิบายว่า เจ้าจอมหม่อมห้าม หมายถึงหญิงสามัญที่เป็นภรรยาของเจ้านาย เจ้าจอมมารดา คือ ฐานันดรศักดิ์ของพระสนมเอกกับพระสนมโท

ที่มิใช่สมาชิกแห่งพระราชวงศ์ แต่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา สนองพระเจ้าแผ่นดินกับสมเด็จพระบวรราชเจ้า เจ้าจอม คือ ฐานันดรศักดิ์พระสนมกับสนมที่มิใช่สมาชิกแห่งพระราชวงศ์ แต่ไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา สนองพระเจ้าแผ่นดินกับสมเด็จพระบวรราชเจ้า มีคำเรียกเจ้าจอมที่เคยได้ยิน ดังนี้ เจ้าจอมหม่อมห้าม หมายถึงภรรยาที่มิได้เป็นเจ้าของ พระมหากษัตริย์หรือของพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าจอมอยู่งาน

หมายถึง เจ้าจอมที่มีหน้าที่อยู่งานรับใช้พระมหากษัตริย์ในวันนั้นๆ ซึ่งอาจอยู่งานพัด อยู่งานนวด เป็นต้น ทั้งนี้ คำว่า “เจ้าจอมอยู่งาน” เป็นคำที่ใช้กันเฉพาะภายในราชสำนัก เจ้าคุณจอมมารดา ตำแหน่งของภรรยาที่มิได้เป็นเจ้า ของรัชกาลก่อน ซึ่งเป็นเจ้าขรัวยายของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า ส่วนคำว่า พระสนม หรือ พระสนมเอก ถือเป็นยศของเจ้าจอมหรือเจ้าจอมมารดา ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมยกย่องขึ้นสุดแต่พระราชอัธยาศัย

นับว่าละคร บุพเพสันนิวาส ยิ่งเข้มข้นทุกวัน จนมีข่าวออกมาว่ามีต่อ ภาค 2 ด้าน นางสาวจันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือ รอมแพง ผู้ประพันธ์ ละครบุพเพสันนิวาส และ นางสาวอรุโณชา ภานุพันธุ์ ผู้จัดได้ออกมาสปอยถึงภาค 2 เรียกน้ำย่อยซะแล้ว เริ่มที่ทาง ผู้จัดอย่างพี่หน่อง เผยว่า ขั้นตอนการถ่ายทำมีความยากลำบาก และยอมรับว่า หลายฉากก็มีข้อจำกัด แต่ทีมงานก็พยายามหาข้อมูล และถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละคน ผ่านการหาข้อมูลทางเอกสารและภาพถ่ายโบราณที่สามารถค้นหาได้

กระทรวงวัฒนธรรม จัดเสวนา ย้อนรอยต่อยอด บุพเพสันนิวาส เพื่อกระตุ้นให้ประชาชน และเยาวชนรุ่นใหม่ ได้ร่วมสืบสานเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิถีวัฒนธรรมของไทย โดยมีนักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดละคร ผู้แต่ง และนักแสดงร่วมเสวนา โดย นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมในงานด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม

กล่าวว่า ยอมรับในความสามารถของผู้เขียนบท ที่นำเสนอเรื่องราวได้น่าติดตามและสอดแทรกความรู้ ซึ่งถือเป็นละครน้ำดีอีก 1 เรื่องที่ช่วยกระตุ้นความสนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ซึ่งทางกระทรวงยินดีที่จะให้การสนับสนุนละครลักษณะนี้ โดยได้มีกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยที่จะช่วยผลักดันกระแสความนิยม ไม่เพียงเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังเผยแพร่สู่สายตาของชาวต่างชาติด้วย

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากกระแสของละคร กรมศิลปากร ต้องให้ความรู้ด้านประวัติศาสตรแก่คนรุ่นใหม่ เพราะละครมีตอนอวสาน แต่ประวัติศาสตร์จะต้องยังคงอยู่ ดังนั้นจึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เดินทางไปศึกษาหรือตามรอยละคร นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

อธิบายว่า การใช้ภาษาของตัวละครเช่นคำว่า ออเจ้า กลายเป็นคำยอดนิยมในยุคปัจจุบัน และทำให้หลายคน หันมาสนใจด้านภาษามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของชาติไทย โดยเฉพาะหนังสือแบบเรียน จินดามณี ทำให้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้มีการจัดพิมพ์หนังสือจินดามณี ขึ้นมาใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

ด้านนางสาวจันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือ รอมแพง ผู้ประพันธ์ บุพเพสันนิวาส และ นางสาวอรุโณชา ภานุพันธุ์ ผู้จัดละครบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ผลิตละคร บุพเพสันนิวาส ร่วมในเวทีเสวนาครั้งนี้ด้วย ผู้จัดละครฯ เปิดเผยว่า ขั้นตอนการถ่ายทำมีความยากลำบาก ยอมรับว่า หลายฉากก็มีข้อจำกัด แต่ทีมงานก็พยายามหาข้อมูลและถ่ายทอดเรื่องราวในแต่ละคนผ่านเอกสารและภาพถ่ายโบราณที่สามารถค้นหาได้

ขณะที่ รอมแพง ยืนยันเตรียมเขียนนวนิยายภาค 2 ต่อจากบุพเพสันนิวาส ชื่อว่า พรหมลิขิต เป็นละครโรแมนติกคอมเมดี้เหมือนเดิม ต้องใช้เวลาหาข้อมูล ที่คิดไว้ จะเป็นเรื่องราว ช่วงรุ่นลูก และมีเรื่องของ มนต์กฤษณะกาลี เป็นตัวเชื่อมต่อเนื่องจากในยุคของพระเพทราชา พระเจ้าเสือ พระเจ้าท้ายสระ และ พระบรมโกศ ซึ่งยังคงมีตัวละคร ขุนศรีวิสารวาจา (พี่หมื่น) และ แม่หญิงการะเกด

“โดยการะเกด จะได้อัพเดตข้อมูลข่าวสาร ในยุคปัจจุบัน จากคนที่เข้าไปใหม่ด้วย รอติดตามเซอร์ไพรส์ดีกว่า ยังไม่อยากจะบอกพลอต รายละเอียดให้เยอะมากนัก” รอมแพง ผู้ประพันธ์ บุพเพสันนิวาส กล่าว ฟินต่อ! รอมแพง แย้มเตรียมเขียน บุพเพฯ ภาค 2 ใช้ชื่อ พรหมลิขิต เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่โรงละครเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)

โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดเสวนา “ย้อนรอย ต่อยอด บุพเพสันนิวาส” โดยเชิญผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ผู้ประพันธ์ละคร ทีมผู้สร้าง นักแสดง จากละครบุพเพสันนิวาส นำโดย นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด อำภา ภูษิต ผู้รับบท ปริก

และ วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ ผู้รับบท จวง รวมถึง จันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือ รอมแพง ผู้ประพันธ์ละครบุพเพสันนิวาส ตลอดจนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีและประวัติศาสตร์ มาร่วมเสวนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภาพรวมของการจัดงานเป็นรูปแบบย้อนยุคไปสู่กรุงศรีอยุธยา มีการจำลองตลาดโบราณ ออกร้านขายของ นำอาหารและขนมที่ปรากฏในละครมาโชว์และให้ชิม ทั้ง มะม่วงน้ำปลาหวาน

แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน ขนมทองกีบม้า หรือขนมทองหยิบ ขนมฝอยทอง ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้เซตแบ็กดรอปฉากพายเรือผ่านวัดไชยวัฒนารามมาตั้งไว้ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ให้เข้ากับละครบุพเพสันนิวาส ขณะที่ผู้ร่วมงานต่างร่วมแต่งกายชุดไทย มาร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์กันอย่างสนุกสนานคึกคัก นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตนยังขอย้ำชื่นชมละครเรื่องบุพเพสันนิวาส

ในการส่งเสริมความเป็นไทยครบถ้วนทุกประการ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิติ อาหาร ภาษา และการแต่งกาย เป็นกระแสถึงขั้นที่มีหลายคนกล่าวว่า ถ้าใครไม่ได้ดูละครเรื่องนี้แล้วจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ซึ่งในส่วนของ วธ. พร้อมสนับสนุนการผลิตสื่อละคร รายการโทรทัศน์ รวมภาพยนตร์ที่มีคุณภาพทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ซึ่งผู้ผลิตสื่อที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพ สามารถขอรับการสนับสนุนเงินทุนการในผลิตสื่อได้ และ วธ.ก็จะผลักดันการสร้างตลาดเผยแพร่สื่อคุณภาพออกสู่เวทีนานาชาติ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีแนวทางให้มีการขยายผลเพิ่มเติมในการรณรงค์การแต่งกายเข้าเที่ยวชมโบราณสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดกระแสการแต่งกายผ้าไทย

ต่อยอดส่งเสริมการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเสนอให้ชาวบ้านนำเครื่องแต่งกายมาบริการให้นักท่องเที่ยวได้เช่า หรือจำหน่าย รวมถึงการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกด้วย “ผมเชื่อว่ากระแสละครบุพเพสันนิวาสจะมีอีกนาน จนกว่าละครจบ ซึ่ง วธ.ก็จะถือโอกาสนี้ส่งสัญญาณให้ผู้จัด ผู้สร้าง ผู้ผลิต ได้ร่วมกันสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพต่อเนื่องเรื่อยไป ขณะเดียวกัน ก็จะขับเคลื่อนการรณรงค์ให้คนไทยได้เห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์

และรักความเป็นไทยทุกมิติ ซึ่ง วธ.จะต้องขอความร่วมมือในการระดมความคิดจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จเห็นผลในระยะยาว และหลังจากนี้ วธ.ก็พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ผลิตละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2 ซึ่งทราบว่าใช้ชื่อว่า พรหมลิขิต ทั้งในส่วนข้อมูลเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ภาษา ตลอดจนสถานที่ถ่ายทำที่เกี่ยวข้องด้วย” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ (ภาษาและวรรณกรรม) กล่าวว่า ขอชื่อชมด้วยความจริงใจในการสร้างสรรค์ละครออกมาได้อย่างดี รวมทั้งขอชื่นชม รอมแพง ในฐานะนักสร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมอีกรุ่นหนึ่งที่มีคุณภาพ ขณะที่ผู้จัดสร้าง ได้ศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ และถ่ายทอดเนื้อหาผ่านบทสนทนาของตัวละครออกมาได้อย่างละเอียด ทั้งนี้ อยากให้ผู้ชมเข้าใจด้วยว่า

ละครก็คือละคร ผู้ประพันธ์ได้ประพันธ์ละครอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ผู้สร้างก็มีข้อจำกัดในการสร้าง ทั้งระยะเวลาในการทำงานเป็นปัจจุบัน ฉากที่ไม่สามารถทำให้เหมือนจริงได้ทั้งหมด ดังนั้นผู้ชมควรแยกส่วนข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสังคม กับเรื่องราวที่สอดแทรกเข้าไปในตัวละครนั้นๆ ทั้งในด้านอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

นายประวิทย์ กล่าวว่า ในยุคนี้เป็นยุคปฏิรูปสื่อ ทุกช่องพยายามที่จะร่วมกันพัฒนาสื่อให้ดีขึ้น แต่เมื่อต้องพบกับสถานการณ์การแข่งขันกันหนัก หลายช่องก็คิดทำเรื่องแผลงๆ จึงเป็นไม่บรรลุผลของการส่งเสริมสื่อที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม นาทีนี้ต้องขอขอบคุณ รอมแพง ผู้ประพันธ์ละครที่ใจกล้า และยอมเสียเวลาในการค้นคว้าเพื่อประพันธ์ละคร ใช้เวลานานถึง 3 ปี และนับเป็นจังหวะ

และความโชคดีที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ของกระแสละครที่โด่งดัง ซึ่งแม้ว่าทุกปีก็จะมีปรากฏการณ์ลักษณ์เช่นนี้ แต่ก็ไม่ดังและมีผลกระทบต่อเนื่องเท่าเรื่องบุพเพสันนิวาส อย่างไรก็ตาม ตนได้ทาบทามให้ รอมแพง สร้างภาพยนตร์ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และอยากให้เขาได้รับรางวัล หยิบโกยเงินได้เป็น 100 ล้าน แต่สร้างละครใช้เวลานานร่วมปี นอกจากนี้ตนอยากมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตสื่อที่ดี

ผลักดันให้นำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านอาหารไทย เอกลักษณ์ของประเทศด้าน จันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือ รอมแพง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ละครบุพเพสันนิวาสที่ได้รับความนิยมอย่างมากและกระแสการตอบรับเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ อย่างที่อยู่ในละครแม้แต่ไก่ของจ้อยที่อยู่ในฉากของละคร หรือหลวงศรียศที่ออกมาเพียงฉากเดียวก็เป็นที่ชื่นชอบของแฟนละครไปแล้ว

โดยส่วนตัวแปลกใจและคิดไม่ถึงว่าจะได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอารมณ์ร่วมของคนดูที่จะอินไปกับการตัวละครของเกศสุรางค์ ที่เป็นตัวเอกของเรื่อง ที่เป็นคนในปัจจุบันแต่ได้เข้าไปอยู่ในร่างของคนในอดีต เป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ จึงทำให้คนที่ชมคิดภาพตามได้ง่าย จากกระแสความนิยมที่เกิดขึ้น ก็ได้มีการพูดคุยกับทางผู้บริหารสถานีโทรทัศน์และทางผู้จัดละครเกี่ยวกับงานที่จะมีต่อเนื่องหลังจากนี้

เบื้องต้น อาจจะเป็นละครเวที หรือภาพยนตร์ จะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ได้เตรียมในส่วนของการเขียนบทประพันธ์ภาค 2 ในชื่อเรื่องพรหมลิขิตไว้แล้ว แต่จะต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลอีกระยะหนึ่ง แต่ที่คิดเอาไว้ จะเป็นเรื่องในช่วงรุ่นลูก และมีเรื่องของมนต์กฤษณะกาลี เป็นตัวเชื่อมเกิดขึ้นในช่วงยุคของพระเพทราชา-พระเจ้าเสือ-พระเจ้าท้ายสระ และอาจจะถึงพระบรมโกศ

ขณะเดียวกันก็ได้มีการพูดคุยถึงการแปลนิยายเป็นภาษาอังกฤษและจีนไว้บ้างแล้ว “แรงบันดาลใจของการเขียนมาจากความชอบประวัติศาสตร์อีกทั้งส่วนตัวก็ชอบดูละครอิงประวัติศาสตร์ อย่างเช่น เรื่องสายโลหิต ทวิภพ จึงอยากใช้ความรู้ที่มีรากฐานเกี่ยวกับโบราณคดี และประวัติศาสตร์ของไทยที่เรียนมาต่อยอดนำเสนอในรูปแบบเข้าถึงได้ง่าย ให้คนอ่านแล้วเข้าถึงและมีความสุข

และที่ผ่านมางานเขียนส่วนใหญ่ก็เป็นแนวโรแมนติกปนคอมเมดี้ ซึ่งเรื่องต่อเป็นก็เขียนในลักษณะนี้เช่นกัน ส่วนกระแสยอดขายนิยายบุพเพสันนิวาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดพิมพ์ครั้งที่ 73 แล้ว ซึ่งรู้สึกดีใจมาก เพราะถือว่าละครทำให้นิยายอิงประวัติศาสตร์ขายดีไปด้วยกระตุ้นวงการหนังสือให้มีความคึกคักมากขึ้น สืบเนื่อข่าวที่ผ่านมา มีประเด็นที่ว่า ‘รอมแพง’ กร้าวเอาผิดมือดีปล่อยหนังสือ ‘บุพเพสันนิวาส’ แชร์ว่อนเน็ต ล่าสุดปิดเพจหนี ยันแต่งต่อภาค 2

จันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือรอมแพง ผู้เขียนบทประพันธ์บุพเพสันนิวาส ละครดังทางช่อง 3 โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กหลังพบโลกออนไลน์มีการนำเนื้อหาในหนังสือตั้งแต่หน้าแรก-หน้าสุดท้ายไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ สร้างความเสียหายให้กับผู้แต่งและสำนักพิมพ์ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความว่า “ประกาศค่ะขณะนี้มีเพจหรือทวิตหรือไดร์ฟกูเกิ้ลอะไรก็ตามที่ละเมิดลิขสิทธิ์นิยายบุพเพสันนิวาส

หากผู้ใดพบเจอ รบกวนช่วยกดรีพอร์ตกดสแปมให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ หมดแรง ขอเลื่อนบุพเพภาคสองไปอีก20ปี อ่ะ!! ยังจะมาตลกได้อีกเนอะ5555 ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของผู้กระทำ และแน่นอนว่าเขาจะได้รับผลจากการกระทำแน่นอน ส่วนตัวแล้วเชื่อมั่นว่าผู้ที่ได้อ่านบุพเพสันนิวาสทุกคน ย้ำว่าทุกคน จะมองเห็นคุณค่าของนิยายเล่มนี้และเปลี่ยนใจมาซื้อหนังสือเก็บไว้เป็นของรักส่วนตัว

ได้แต่หวังค่ะว่ายังมีความดีงามซ่อนอยู่ในจิตใจของคนผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านั้น และหวังว่านิยายบุพเพสันนิวาสที่เขาได้อ่านจะยกระดับความคิดของเขาได้” ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง3ไปแล้วนะคะ ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ยอดแชร์เท่าไหร่เอาราคาปกคูณ ตามด้วยค่าเสียเวลาของทางสำนักพิมพ์ ก็ต้องจ่ายเท่านั้น และทางอาญาก็เอาด้วยค่ะ เขาถามด้วยอ่ะว่ามีผลต่อการผลิตผลงานของเราไหมเรื่องนี้

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here