คนว่างงานเตรียมตัวให้พร้อม! รับสมัครชายไทยไปฝึกงานญี่ปุ่น มีเงินสนับสนุนประกอบอาชีพให้ถึง 600,000 พร้อมเบี้ยเลี้ยง! (ภาพ-รายละเอียด)

0
1030
คนว่างงานเตรียมตัวให้พร้อม! รับสมัครชายไทยไปฝึกงานญี่ปุ่น มีเงินสนับสนุนประกอบอาชีพให้ถึง 600,000 พร้อมเบี้ยเลี้ยง! (ภาพ-รายละเอียด)

โอกาสดีๆไม่ได้มีบ่อยๆ ใครว่างงาน และรู้ตัวว่ามีคุณสมบัติฟังทางนีเลย เตรียมตัวให้พร้อม รับสมัครแค่ 7 วัน เท่านั้น !! เงินเดือนดี รอบนี้รับเยอะมาก ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการสมัครใดๆทั้งสิ้น กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้รับการฝึกอบรมเพื่อจัดส่งไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2561 โดยผ่านองค์กร IM Japan ตำแหน่งคนงานทั่วไป ระยะเวลาฝึกงาน 3 ปี

มีเบี้ยเลี้ยงตลอดการฝึกงาน ผู้ที่ฝึกครบจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และจะได้รับเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ 600,000 เยน (หรือประมาณกว่า 176,000 บาท) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย สมัครฟรี 26 มีนาคม – 3 เมษายน 2561 (ในวันและเวลาราชการ) นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน

กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน จะเปิดรับสมัครคัดเลือกผู้รับการฝึกอบรมเพื่อจัดส่งไปฝึกงานปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2561 โดยผ่านองค์กร IM Japan ตำแหน่งคนงานทั่วไป ระยะเวลาฝึกงาน 3 ปี โดย IM ประเทศญี่ปุ่น จะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ (กรุงเทพฯ – โตเกียว – กรุงเทพฯ) และได้รับเบี้ยเลี้ยงตลอดการฝึกงาน ระยะเวลาฝึกปฏิบัติงานเทคนิคและค่าตอบแทนที่จะได้รับ

– IM ญี่ปุ่น จะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบิน ไป-กลับ (กรุงเทพ-โตเกียว-กรุงเทพ) – IM ญี่ปุ่น กำหนดระยะเวลาฝึกงาน 3 ปี (36 เดือน) ในสถานประกอบการที่ IM จัดให้เท่านั้น – โดยในเดือนแรก ได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 80,000 เยน หรือประมาณกว่า 23,000 บาท และรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ยกเว้นค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

– เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะฝึกปฏิบัติงานเทคนิคภายใต้สัญญาจ้างตามกฎหมายแรงงานญี่ปุ่น ได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคจะต้องรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ และค่าประกันสังคม รวมทั้งค่าภาษีตามที่กฎหมายกำหนด – เมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติงานแล้ว จะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน

พร้อมเงินสนับสนุนในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยอีกจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณกว่า 176,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 15 มีนาคม 2561) คุณสมบัติ – เป็นเพศชาย อายุ 20 – 30 ปี– จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา – ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.

น้ำหนักได้สัดส่วนกับส่วนสูง สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ – สายตาปกติ และตาไม่บอดสี – พ้นภาระการรับราชการทหาร – ไม่มีรอยสัก หรือความผิดปกติทางร่างกาย – ไม่มีความประพฤติเสียหาย – และไม่เคยเข้าเมืองหรือทำงานโดยผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นๆ และไม่เคยไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคที่ประเทศญี่ปุ่นโดยใช้วีซ่าประเภท Technical lntern มาก่อนหรือเป็นผู้ต้องห้ามในการเข้าประเทศญี่ปุ่น

ผู้สนใจ สามารถสมัครได้ด้วยตนเองพร้อมหลักฐาน ได้แก่ – ใบสมัครสอบคัดเลือก – รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน– หลักฐานการศึกษา – หลักฐานการพ้นภาระการรับราชการทหาร – ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าสุขภาพแข็งแรง สายตาปกติและตาไม่บอดสี– ประวัติส่วนตัว ใบผ่านงาน (ถ้ามี) ทั้งนี้

หากตรวจพบว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติ ข้อใดข้อหนึ่งจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการทันที เปิดสมัครระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 3 เมษายน 2561 (ในวันและเวลาราชการ) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สมัครได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 – 10 หรือที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ

อาคารสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ชั้น 8 ภายในกระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี ดินแดง กรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 245 1186 หรือ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 แชร์ประสบการณ์ จากคนที่เคยไปฝึกงานในโครงการ (คุณ artzabwer จากพันทิป) “ผมเองนี่แหละเด็ก IMM JAPAN แต่ไปแล้วกลับมา 8 ปีแล้ว ขอเล่าตอนนั้นแล้วกันครับ

สรุปง่ายๆคือไปทำงาน ฝึกงานเป็นคำพูดเลี่ยงกฎหมาย เพราะกฎหมายญี่ปุ่นไม่รับแรงงานไร้ฝีมือ จะไปทำงานต้องมีใบส่งตัวหรือใบรับรองประกอบอาชีพนั้นๆ จึงต้องเลี่ยงมาใช้คำว่าฝึกงานแทนมีหลายบริษัท หลายที่ แล้วแต่ทางบริษัทญี่ปุ่นจะร้องขอมาที่รัฐบาลญี่ปุ่น แล้วญี่ปุ่นก็ประสานมาที่ไทย แล้วไทยก็จัดสอบคัดเลือกส่งไป ก่อนไปต้องเรียนภาษา 3 เดือน ทุกอย่างฟรีหมด

เรียนภาษา ค่าเครื่องบิน ไป จนถึงกลับ ไปญี่ปุ่นแล้ว ก็แยกย้ายไปตามบริษัทต่างๆ ที่จะถูกกำหนดก่อนเรียนจบภาษาญี่ปุ่นในไทย ไปถึงญี่ปุ่น เรียนอีก 1 เดือน แล้วบริษัทต่างๆก็จะมาตัวรับที่ศูนย์ในญี่ปุ่น เงินเดือนปีแรก จะได้ตามที่กฏหมายญี่ปุ่นกำหนดประมาณ 80,000เยน หรือ 20,000 หมื่นกว่าบาทเพราะห้ามทำโอที แต่บางที่ก็แอบทำ(คือดีนะถ้ามีโอเงินเยอะชอบ) เงินเดือน ปี 2,3

เป็นไปตามกฏหมายแรงงานญี่ปุ่นกำหนดไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่นี่แหละไม่แน่ใจผมได้ประมาณ 3-4 หมื่นบาทมีโบนัสด้วย ส่วนค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ แล้วแต่บริษัท บางที่ฟรี แต่เงินเดือนถูก บางที่เสียแต่เงินเดือนแพง พูดง่ายๆคือ กฏเกณฑ์ในแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน ก็เหมือนบริษัทในไทยและครับ ขอแรงงานต่างด้าวมาทำงานเหมือนกันเลย งานที่ไปทำก็มีหลากหลายสถานที่

แล้วแต่ที่ไหนจะเรียกแรงงานต่างชาติ จากชาติไหนมาใช้ มีทั้งอินโด เวียดนาม ไทย อยู่ที่การทำตัวของรุ่นพี่ว่าดีหรือไม่ ถ้าอยู่ครบสามปี กลับมาไทย จะได้ประมาณ 200,000 บาท ส่วนตอนอยู่ญี่ปุ่น จะกลับก็ได้ถ้าไม่เสียดายค่าเครื่องบิน(ออกเอง) สรุป ทำงานที่ไทย 3 ปี กับทำงานที่ญี่ปุ่น 3 ปี เลือกไปทำที่ญี่ปุ่นดีกว่า ใช่ว่าใครจะไปอยู่ญี่ปุ่นและทำงาน 3 ปีได้ง่ายๆ ที่ไปได้นี่เพราะกรมแรงงานรับรองให้เราครับ

กลับมาได้ภาษา เป็นล่ามเงินเดือนเกิน 5 หมื่นไปแล้วไม่รู้กี่คน รวมถึงผมด้วย เงินเก็บก็มี อยู่ไทยเงินเดือนคงประมาณ 17,000 บาท เงินเก็บคงไม่มี ไปทำญี่ปุ่นดีกว่ามั้ยครับ ลองคิดดูนะ ตอนอยู่ญี่ปุ่นถ้ามีปัญหา ไม่ต้องกลัวเพราะโทรหากรมแรงงานวันสองวันก็ไปหาที่บริษัทแล้วครับ เขาคุ้มครองเราดี แล้วคนญี่ปุ่นก็มีมาตฐานสูงครับ น้อยที่ที่จะเจอคนแย่ๆทำงานบริษัทเมืองไทยก็เจอคนแย่ๆก็มีเยอะแยะครับ มนุษย์เหมือนกันครับ

ตอนสัมภาษณ์ เขาจะดูคนตั้งใจ คนมุ่งมั้นยอมอดท ลำบาก เพราะต้องห่างบ้านห่างครอบครัวไปนานๆ จะมารักสะดวกสะบายไม่ได้ พวกขี้โม้ขี้คุย อวดเก่ง ตกหมด ตอนเรียนที่ไทยสามเดือนเพื่อทดสอบว่า จะห่างเมีย ห่างครอบครัวได้มั้ย ถ้าสามเดือนยังทนไม่ได้ สามปีจะทนได้ยังไง นี่แหละถึงต้องเข้ามาเรียนที่ศูนย์ในไทยสามเดือน เรียนทุกวันเช้ายันเย็น หยุดวันอาทิตย์มั้งครับ ลืมแล้ว ตัดผมสกินเฮด

ได้รุ่นพี่รุ่นน้องรักใคร่กลมเกลียว พอไปอยู๋ญี่ปุ่นวันหยุดก็เดินทางไปเที่ยวหากัน ไม่ต้องเปลืองค่าที่พักพักบ้านเพื่อน จังหวัดเพื่อนมีอะไรสวยๆก็ให้เพื่อนพาเที่ยว ข้อเสียคือ บริษัทที่ตัวเองจะได้ไปทำงานนั้น หนัก เบา สบาย ลำบาก อันนี้เราเลือกไม่ได้ แล้วแต่กรมแรงงานเขาจะแบ่งๆไป ขึ้นอยู่กับบุญ หรือกรรมเก่าล้วนๆครับ ถ้าได้ที่ดี เงินดี ก็ดีไป ถ้าได้งานหนักหน่อยก็ต้องทำใจ อันนี้กำหนดบริษัทเองไม่ได้ครับ”

ผู้อ่านท่านที่เคารพครับ เครื่องมือที่จะให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนามมีชีวิตอยู่บนโลกของเราใบนี้ได้อย่างมีความสุขก็คือ “งาน” มนุษย์บางชาติทำงานเก่ง มนุษย์จากบางชาติรัฐทำงานไม่ได้เรื่อง ไม่มีความสามารถ ขาดทักษะ เรื่องอย่างนี้มีหลายสาเหตุและปัจจัยครับ อันดับแรกเลยก็คือ ความสามารถทางอาชีพที่ได้รับการถ่ายทอดต่อยอดมาจากครอบครัว ปัจจุบันทุกวันนี้ เยาวชนคนไทยไม่ค่อยได้ช่วยครอบครัวทำงาน

มนุษย์บางคนทั้งชีวิตไม่เคยเห็นพ่อแม่ในขณะทำงานซะด้วยซ้ำ จึงไม่มีองค์ความรู้ทางด้านการงานของครอบครัว แหล่งที่สอง ก็ต้องพึ่งความรู้จากสถานศึกษา ทว่าผู้อ่านท่านที่เคารพก็คงทราบนะครับ ว่าสถานศึกษาไทยหลายแห่งสนใจแต่แค่เงิน สร้างแต่หลักสูตรประเภทจ่ายครบจบแน่ โดยไม่แคร์ว่าต่อไปภายภาคหน้า ผู้เรียนจะมีความรู้เพียงพอที่จะไปทำงานหรือไม่ บ้านเมืองของเราจึงเต็มไปด้วยบัณฑิตและมหาบัณฑิตขยะที่ไม่มีงานทำ

แหล่งที่สาม ก็เป็นความรู้ที่ได้จากการฝึกงาน การที่กรมการจัดหางานของอธิบดีจีรศักดิ์จัดให้ชายไทยไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น 1-3 ปี โดยให้ IMM ญี่ปุ่นออกค่าใช้จ่ายหลายอย่างให้นั้น ต้องถือว่านี่เป็นการสร้างทรัพยากรมนุษย์ชั้นยอดเยี่ยมกระเทียมดองให้ประเทศ เมื่อผู้ฝึกงานเหล่านั้นกลับมาถึงเมืองไทย นอกจาก IMM ญี่ปุ่นมีเงินสนับสนุนก้อนหนึ่งในการเริ่มอาชีพแล้ว

ผมเชื่อว่าบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยต่างอ้าแขนรับให้กลับเข้าไปทำงานในหน่วยงานของตน เรื่องกลับมาประเทศไทยแล้วตกงาน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ผู้อ่านท่านที่เคยเดินทางไปในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในบางประเทศในภูมิภาคแอฟริกา และเอเชียใต้ ท่านจะเห็นขอทานบานเบอะเยอะแยะ บางแห่งมีขอทานมากขนาดเดินชนกันตายวันละหลายศพ เอาไปเผากันไม่ทัน

บางทีก็ไม่ใช่เพราะขอทานพวกนี้ขี้เกียจ แต่เป็นเพราะไม่มีความรู้ ไม่มีโอกาส แถมขาดประสบการณ์ มนุษย์เราจึงต้องขวนขวายหาทั้งความรู้และประสบการณ์ ชายใดสนใจจะไปหาอภิพญามหาประสบการณ์จากญี่ปุ่น ก็ลองติดต่อกรมการจัดหางานของอธิบดีจีรศักดิ์ดูซี สำหรับองค์กร IM (Association for International Manpower Development of Medium and Small Enterprises,Japan)ประเทศญี่ปุ่น เป็นข้อตกลงระหว่างกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานกับ IM

ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการให้แรงงานไทยได้รับการเรียนรู้การฝึกงานและรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศร่วมกัน โดยกรมการจัดหางานและ IMจะร่วมกันคัดเลือกเบื้องต้นจากใบสมัคร การสอบข้อเขียน การทดสอบสมรรถภาพด้านร่างกาย และการสัมภาษณ์ ตามลำดับ ซึ่งในการดำเนินการคัดเลือกนี้กรมการจัดหางานจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ของกรมการจัดหางานดำเนินการคัดเลือกผู้ฝึกงานในรูปของคณะกรรมการโดย IM

ได้จัดส่งผู้แทนเข้าร่วมการคัดเลือกด้วย ซึ่งผู้ฝึกงานต้องผ่านการอบรมในประเทศไทยก่อนเดินทางเป็นระยะเวลา 4 เดือน และเมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น ผู้ฝึกงานต้องเข้าฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของ IMประเทศญี่ปุ่นนายอารักษ์ฯ กล่าวต่อว่า กรมการจัดหางานและIM ญี่ปุ่นยังได้มีการประสานกับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยที่เป็นสมาชิก IM ประเทศญี่ปุ่นในการสัมภาษณ์งานผู้สำเร็จการฝึกปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทในประเภทกิจการต่าง ๆ อาทิ การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนโลหะ

ผลิตและซ่อมแซมแม่พิมพ์ ผลิตเหล็กสำหรับงานแม่พิมพ์ การออกแบบอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เป็นต้น โดยมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร หากผู้ใดสนใจไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านองค์กร IM สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดส่งไปทำงานประเทศญี่ปุ่น (IM)สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ โทร. 0 2245 1021,0 2245 9428 สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางาน จังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here