เผยทำไมคืนเงินครึ่งเดียว! หลังไฟไหม้ ‘เจ้าของปอร์เช่ 10 ล้าน’ เหลือแต่ซาก แต่ประกันจ่าย 6 ล้าน เข็ดไม่กล้าใช้! (ภาพ-รายละเอียด)

0
335
เผยทำไมคืนเงินครึ่งเดียว! หลังไฟไหม้ ‘เจ้าของปอร์เช่ 10 ล้าน’ เหลือแต่ซาก แต่ประกันจ่าย 6 ล้าน เข็ดไม่กล้าใช้! (ภาพ-รายละเอียด)

สืบเนื่องจาก เจ้าของปอร์เช่ 10 ล้าน ช็อกชาร์จแบตไฟไหม้เหลือแต่ซาก แต่ประกันจ่าย 6 ล้าน สำหรับประกันภัยนั้น หากเหตุการณ์รถไฟไหม้ประกันคุ้มครองอะไรบ้าง? ข่าวรถไฟไหม้ยังมีให้เห็นกันบ่อยๆ กรณีนี้ประกันชั้น 1,2+ และ 2 จะคุ้มครองการเกิดไฟไหม้รถยนต์ในทุกกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ส่วนประกันชั้น 3 และ 3+ จะไม่คุ้มครองในส่วนนี้ แต่จะได้รับความคุ้มครองอย่างไร

รถไฟไหม้ ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันในกรมธรรม์นั้น ไม่ว่าจะเป็นไฟไหมที่เกิดจากตัวของรถยนต์เอง หรือไหม้เพราะสาเหตุใดๆ ก็ตาม ความรับผิดชอบที่ประกันจะดูแลให้แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ รถเสียหายสิ้นเชิงหรือรถเสียหายหนัก จนไม่สามารถซ่อมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ โดยความเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์ขึ้น ถ้าทุนประกันภัยรถยนต์ต่ำกว่า 80%

- Advertisement -

ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้แก่บริษัททันที และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุดลงสำหรับค่าสินไหมทดแทน บ. ประกันจะจ่ายเต็มจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ รถยนต์ได้รับความเสียหาย คือรถที่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้เอาประกันว่าจะให้ซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นรถที่มีสภาพเดียวกัน

หรือจะให้ชดเชยเป็นเงินแทนก็ได้ แล้วแต่ข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์ที่เกิดเหตุด้วยสำหรับรถยนต์ติดแก็สหากเกิดไฟไหม้มีประกันชั้น 1,2+ และ 2 ที่ให้ความคุ้มครอง โดยตอนที่ตกลงทำประกันต้องทำเอกสารแจ้งให้บ. ประกันทราบว่ารถยนต์ติดตั้งแก็สไว้ รวมถึงแจ้งไปยังกรมขนส่งทางบกด้วย และต้องติดตั้งถังแก็สที่ได้มาตราฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) และอื่นๆ ที่บอกไว้ในกรมธรรม์

ความคุ้มครองรถยนต์กรณีไฟไหม้ ไฟไหม้รถยนต์ กับความคุ้มครองของประกันรถยนต์ หลายๆ คนอาจเคยได้ยินข่าวที่ว่า กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรืออัคคีภัยขึ้น และไฟลุกลามไปไหม้รถยนต์นั้น และหากรถยนต์คันดังกล่าว ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นที่ 1 ซึ่งมีความคุ้มครองครอบคลุมถึงเรื่องของ “ไฟไหม้รถยนต์” เอาไว้ จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และต้องเคลมอย่างไร พี่หมีเอาความรู้ดีๆ มาฝากกัน

ซึ่งหากว่ากันตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ กรณีรถยนต์ไฟไหม้ บริษัทประกันที่ผู้เอาประกันทำประกันไว้นั้น จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของยานพาหนะเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องจากสาเหตุใดๆ ก็ตามที่ลุกลามมา โดยหากเกิดเหตุไฟไหม้อัคคีภัยขึ้นจริงๆ ให้แยกกรณีออกเป็น 2 กรณีเพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของบริษัทประกันต่อผู้เอาประกันดังนี้

ไฟไหม้รถยนต์ ประกันรถยนต์ ชดเชยแบ่งเป็น 2 กรณี ในส่วนของ ไฟไหม้รถยนต์ นั้น กรณีแรก กรมธรรม์ใช้คำว่า “รถเสียหายสิ้นเชิง” หรือ “รถเสียหายหนัก” ในกรณีนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์นะครับ ส่วนใครที่สงสัยว่า คำว่า “รถยนต์เสียหายสิ้นเชิง” หมายความว่าอย่างไร? คำนี้ หมายถึง รถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้กลับมาอยู่ในสภาพคงเดิมได้อีก หรือเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์ขึ้น

โดยหากทุนประกันภัยรถยนต์ต่ำกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้แก่บริษัททันที และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุดลง ในกรณีที่สอง ในกรมธรรม์ระบุว่า หากรถยนต์ได้รับ “ความเสียหาย” จากไฟไหม้รถยนต์แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัยอาจตกลงกันได้

ให้มีการจัดซ่อมรถให้กลับมาสภาพคงเดิม หรือเปลี่ยนรถยนต์ซึ่งมีสภาพเดียวกันแทนได้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์นั้น หรือชดใช้เงินเพื่อทดแทนความเสียหายนั้นก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการตกลงกันของผู้เอาประกันภัยรถยนต์ และบริษัทประกันนั่นเอง กล่าวโดยสรุปสั้นๆ ก็คือ หากเกิด ไฟไหม้รถยนต์ ขึ้น และคุณมีประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมถึงกรณีไฟไหม้นั้น คุณสามารถเคลมประกันได้นะครับ ตามแต่กรณีต่างๆ ข้างต้นนั่นเอง

ถ้าหากคุณสนใจความคุ้มครองรถยนต์ในกรณี น้ำท่วม ลองเข้าไปอ่านได้เลยครับ ที่นี่ หรือถ้าหากเพื่อนๆ ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมด้านความคุ้มครองของประกันรถยนต์ในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของ ไฟไหม้รถยนต์ เข้าไปอ่านได้ที่หน้าของความคุ้มครองประกันรถยนต์เลยครับ ส่วนใครที่กำลังจะต่อประกันรถยนต์ ก็อย่าลืมเปรียบเทียบประกันรถยนต์ก่อนต่อด้วย

เงื่อนไขประกันภัยรถยนต์” ที่หลายยคนยังไม่เข้าใจ! หลายคนมีรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสิ่งที่จะมาคู่กับรถนั่นก็คือ “ประกันภัย” และ “ใบขับขี่” แน่นอนว่าทั้ง 2 อย่างนี้จะเป็นตัวช่วยเราได้ เวลาเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้นและยังช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้เราด้วย เช่น เกิดอุบัติเหตุ,ขับรถชน,ชนประตูบ้าน,มีรอยขีดข่วน เป็นต้น หลายคนคงเคยคิดว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จะเรียกประกันมา แต่ไม่มีใบขับขี่ควรทำไงดี บางคนก็อาจจะใช้วิธีผิดๆด้วยการ ยัดเงินพนักงานเคลม หรือ เปลี่ยนคนขับ

1.) เมาสุรากับประกันภัย ไม่ต้องกังกลใดๆครับ เงื่อนไขของประกันภัย จะไม่รับผิดชอบให้ท่านต่อเมื่อท่านเมาในระดับแอลกอฮอล์ เกิน 150 เพราะฉะนั้นถ้าท่านเมาไม่มากสิ่งที่ต่องระวังมากที่สุดคือ ตำรวจ พยายามหลีกเลี่ยงขี้นโรงพัก เป่าแอลกอฮอล์ เมื่อเกิดเหตุรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาล อย่าให้พยาบาลเจาะเลือดท่าน ถ้าไม่มีหลักฐานประกันต้องจ่ายสถานเดียว 2.) โดนชนแล้วหนีท่านทีมีประกันชั้น 1 หรือ 2-3 พลัส

หากโดนชนแล้วหนีท่านต้องจำทะเบียนรถคันนั้นให้ได้ แล้วเตรียมใบขับขี่ ถ้าไม่มี ให้หาคนที่มีใบขับขี่เอาไปแจ้งความที่ ส.น ท้องที่นั้น นำใบแจ้งความมาแล้วโทรแจ้งประกัน ประกันจะส่งพนักงาน เครมมาเครมให้เรา ถ้าท่านไม่ทราบเลขทะเบียนของคันที่ชนท่าน สำหรับประกันชั้น 1 ให้แจ้งเป็นชนโน่นชนนี่ไม่มีคู่กรณี ตามสภาพบาดแผลที่น่าจะเป็น สำหรับ 2-3 พลัส อดไป 3.) เลขทะเบียน เลขเครื่อง สีรถ ภาษีขาด

อธิบายสั้นๆง่ายๆว่าประกันยึดถือตัวเลขถึงรถเป็นหลัก ไม่ว่าป้ายไม่ตรง เลขครื่องไม่ตรง สีไม่ตรง ภาษีขาดต่อ ไม่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ไม่ต้องซีเรียสไม่ต้องกลัว ประกันไม่จ่าย หากเลขตัวรถท่านตรงเป็นอันแฮปปีั้ ยกเว้นกรณีที่ประกันหาตัวเลขถังรถท่านไม่เจอ ประกันอาจขุดเลขเครื่องของท่านแทน 4.) ใบขับขี่โดนยึด หมดอายุ หาย หากใบขับขี่โดนยึดให้แสดงใบสั่งแทน ประกันจะยึดถือแค่ว่าจะไม่คุ้มครองผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้น

หากหมดอายุก็แสดงไปใช้ได้ไม่มีปัญหา หากโดนยึดก็แสดงใบสั่ง หากหายถ้ามีสำเนาก็แสดงสำเนาหรือหากไม่มีในวันนั้นในวันที่เอารถเตรียมเข้าซ่อมก็เอาไปด้วยไม่งั้นอดซ่อม และหากหายไม่มีสำเนาก็ไปทำมาซะแต่ตอนเกิดเหตุต้องแจ้งว่ามีไว้ก่อน ไม่ได้เอามาหรืออะไรก็ว่าไป มีเวลาๆเรื่อยๆจนกว่าท่านจะเอารถเข้าซ่อม 5.) เวลาเกิดเหตุกลางถนนหากตกลงกันได้ว่าใครผิดใครถูก คนผิดยอมรับผิด

ให้เคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุทันที อย่าไปจอดเกะกะชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องรอประกันมาถึง หากไม่รู้ใครผิดให้ตำรวจตัดสินแล้วย้ายรถออกได้ หรือไม่มีตำรวจหากบังเอิญพกสีสเปร์มา ให้พ่นต่ำแหน่งที่ล้อทั้ง2คัน ที่บริเวณหน้า+ท้าย+ข้าง ของรถทั้ง 2 คัน ไม่จำเป็นต้องไปโรงพักหากคุยกันได้ ยกเว้นการชนคู่กรณีที่มีมากกว่า 2 คัน ถึงต้องไปโรงพัก และคนที่ผิดต้องโดนปรับข้อหาขับรถโดยประมาท

6.) ช่างล่างกระแทกพัก แม็กซ์ดุ้ง ยางระเบิด และ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ประกันชั้น 1 ต้องจ่ายให้ท่านทุกกรณีแต่ต้องมีใบขับขี่ หากท่านมีอุปกรณ์ตกแต่งราคาแพงต้องการคุ้มครองกรณีสูญหายให้ท่านเตรียมใบเสร็จจากร้านที่ติดตั้ง เช่น แม็กซ์ เครื่องเสียง แล้วโทรสอบถามเงื่อนไขประกันภัย ให้ประกันเพิ่มสลักหลังคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งนั้นๆ ประกันจะคิดเบี้ยท่านเพิ่มแต่ไม่มาก แต่ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องหายก็ไม่ต้อง

เพราะหากเสียหายก็ยังเหลือซากให้เห็นอยู่แล้ว ยางที่ถูกกระแทกจนระเบิดประกันจะจ่ายแค่ครึ่งเดียวพวกยางแพงๆขอบ 19-20 ก็จัดไปส่วนที่เป็น 2-3พลัส อดครับ เว้นแต่การเสียหายนั้นสืบเนื่องมาจากการชนกับของรถที่มีทะเบียน -เช่น รถท่านโดนปาดหน้าจนเสียหลักพึ่งชนต้นไม้ ตกคลอง กระแทกฟุตบาต แบบนี้ประกันก็ต้องซ่อมให้ท่านครับไม่ใช่แค่แผลที่เกิดการประทะกันระหว่างรถกับรถ

7.) ประกันภัยชั้น 1 เคลมสีรถแล้วจะเปลี่ยนสีสามารถทำได้ครับโดยให้แจ้งประกันว่าจะเปลี่ยนสี ประกันยึดหลักว่าเกิดเหตุจริง ซ่อมจริง หากคุณจะเปลี่ยนสีก็ไม่ใช่ปัญหา 8.) เคลมอะไหล่แล้วอยากเปลี่ยนเป็นอะไหล่แต่งสามารถทำได้ เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย กันชน สเกิร์ต โดยการเพิ่มเงินส่วนต่าง ถ้าอู่นั้นโอเคกับท่าน หรือมีอู่ที่ใช้ประจำก็ให้อู่ทำใบเสนอราคาแล้วนำรถไปที่บริษัทไปคุมราคา (ตกลงราคา) แล้วก็จัดซ่อมเอง ทีนี้อยากจะเปลี่ยนอะไรก็ตามสบายเลย เสร็จแล้วประกันจะโอนเงินค่าซ่อมคืนให้แก่ท่าน

9.) ทุกครั้งที่รับใบแจ้งความเสียหาย หรือใบเคลม ท่านต้องตรวจสอบความเสียหายให้ตรงตามจำนวนชิ้นให้แน่นอนก่อนเซ็นรับ ผิดหรือถูกให้แย้งและแก้ไขในรายการทันที ไม่งั้นส่วนที่ไม่ได้ลงท่านต้องซ่อมเองนะ ในกรณีที่ในชิ้นนั้นมีบาดแผลมาก่อนไม่เกี่ยวกับเหตุการครั้งนั้น ประกันจะวงเล็บว่า (แผลเก่า) แปลว่าประกันจะให้ครึ่งราคาเพราะชิ้นส่วนนั้นไม่สมบูรณ์ประกันจะไม่รับผิดชอบเต็มท่านต้องร่วมจ่ายด้วย

ประกันภัย…ความลับที่ประกันภัยไม่ยอมบอกคุณ แต่..คุณต้องรู้ บ่อยครั้งที่ผู้เอาประกันซื้อกรมธรรม์ประกันภัยด้วยความเชื่อและเครดิต มากกว่าที่จะตั้งใจอ่านสัญญาในกรมธรรม์ซึ่งเต็มไปด้วยภาษากฏหมายเข้าใจยาก ด้วยเหตุนี้ความรู้เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ที่หลายคนยังไม่ทราบจึงยังคง เป็นปริศนาต่อไป การเข้าใจกรมธรรม์แบบง่ายๆ จึงน่าจะสามารถช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ของคุณไว้ได้อย่างเต็มที่

1. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีผลทันทีที่ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันภัยให้ กับบริษัท (รวมไปถึงนายหน้าผู้เอาประกันด้วย) ดังนั้นแม้การซื้อผ่านนายหน้าถ้ามีใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องก็จะปฏิเสธความ รับผิดชอบมิได้ 2. ในกรณีที่รถคุณเสียหายอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถซ่อมกลับคืนได้ บริษัทต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันเต็มทุนประกัน และรถคันนั้นจะตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกันภัย

3. ค่าแอกเซ็ปต์ หรือค่าใช้จ่ายส่วนแรกนั้น ในกรณีไม่มีคู่กรณีจะจ่ายเพียง 1,000 บาท เท่านั้น แต่ถ้าคนอื่นขับไปทำให้เกิดความเสียหาย ต้องจ่าย 6,000 บาท 4. ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม ผู้เอาประกันสามารถเรียกร้องเป็นเงินตามราคาประเมินเพื่อนำไปจัดหาเองได้ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าจะได้อะไหล่แท้หรือไม่ 5. หากภายในรถของคุณมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับระบบก๊าซ NGV หรือ LPG

เจ้าของรถมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บริษัททราบ เพราะหากเกิดเหตุและรถคันเอาประกันเป็นฝ่ายผิด ความคุ้มครองที่จะได้รับจากการประกันอาจไม่สมบูรณ์ 6. หากคุณขับรถชนกับรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันภัยและรถของท่านเป็น “ฝ่ายถูก” คุณควรตรวจสอบไปที่บริษัทประกันภัยว่าตามรายงานอุบัติเหตุนั้น รถของคุณเป็นฝ่ายถูกจริงเหรอ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์7. การดูแลขนย้ายรถที่เสียหายเนื่องจากอุบัติเหตุเพื่อไปซ่อมที่อู่เป็นหน้าที่ของบริษัท

แม้ว่าจะต้องย้ายรถไปโรงพักหรือที่ใดก็ตามตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนกระทั่งซ่อม เสร็จ บริษัทประกันภัยจะต้องรับภาระส่วนนี้ แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อม 8. ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน และคุณไม่แน่ใจว่าเป็นฝ่ายถูกหรือผิด คุณไม่จำเป็นต้องเซ็นรับผิดในใบเครม เพราะไม่ใช่กติกาหรือข้อกฏหมายแต่เป็นหน้าที่ที่บริษัทซึ่งคุณทำประกันจะไป ทำการตกลง 9. อย่าคิดหนีในกรณีที่ขับรถชนคน ให้ช่วยเหลือคนเจ็บให้เต็มที่

และถ่ายรูปหลักฐานที่เกิดเหตุไว้ต่อสู้คดี เพราะศาลจะพิจารณาจากความมีน้ำใจที่คุณช่วยเหลือผู้อื่น บางทีโทษทางอาญาอาจเหลือแค่การรอลงอาญา และตกลงค่าเสียหายกันตามสมควรแต่ถ้าคุณหนีจะติดคุกทันที 10. ประกันภัยจะไม่คุ้มครองความเสียหายในขณะที่รถของคุณถูกลากจูง หรือขับรถขณะที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150mg% หรือขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เว้นแต่ในกรณีที่ทำประกันประเภทระบุชื่อคนขับ และความเสียหายนั้นเกิดขึ้นในขณะที่คนระบุชื่อเป็นผู้ขับขี่

จากเหตุการณ์เมื่อวันนี้ (16 มี.ค.) ที่ผ่านมาพื้นที่จุดเกิดเหตุ ที่บ้านพักหลังหนึ่งย่านตลิ่งชัน พบรถยนต์หรู ยี่ห้อปอร์เช่ สีขาว สภาพถูกไฟไหม้ด้านท้ายของตัวรถ ลุกลามไปถึงที่นั่งด้านหน้าคนขับ นอกจากนี้ห้องโฮมเธียเตอร์ ซึ่งอยู่ด้านหลังของรถ ได้ถูกไฟไหม้ทั้งห้อง สภาพเหลือแต่โครงเฟอร์นิเจอร์ ทั้งยังมีกลิ่นเขม่าควันไฟคละคลุ้ง นายณัฐวุฒิ กริตยอานนท์ ลูกชายของเจ้าของรถ

เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น หลายครั้ง จึงวิ่งลงมาดูหน้าบ้าน พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ตัวรถจากด้านหลัง ลุกลามไปยังห้องโฮมเธียเตอร์ ซึ่งอยู่ติดกัน โดยรถคันดังกล่าว เป็นรถปอร์เช่ ระบบไฮบริด ซึ่งต้องชาร์จไฟทุกวัน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มี.ค.) ได้เสียบปลั๊กเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ไว้ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. จนมาเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งตนคาดว่า น่าจะเกิดจากหม้อแปลงตัวชาร์จระเบิด

โดยไฟได้ไหม้ลุกลามไปถึงห้องโฮมเธียเตอร์ ได้รับความเสียหายทั้งหมด มีทั้งเก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ ชุดโฮมเธียเตอร์ ส่วนตัวรถพัง ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ ได้เข้ามารับผิดชอบส่วนของตัวรถ ประเมินราคา 6,800,000 บาท ส่วนทางโชว์รูม ย่านรามอินทรา ได้เข้ามาดูความเสียหาย โดยกำลังติดต่อกับเจ้าของแบรนด์ที่ต่างประเทศ

ซึ่งทางโชว์รูม สงสัยว่า เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร เพราะน่าจะเป็นเหตุการณ์แรก ตั้งแต่รถรุ่นนี้ผลิตออกมา ทั้งนี้รถคันดังกล่าวเป็นของแม่ตน เพิ่งซื้อมาได้เพียง 6 เดือน โดยซื้อมาราคา 9,000,000 บาทอย่างไรก็ตาม ตัวไม่อยากฟันธงว่า สาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ เกิดจากอะไร แต่อยากให้ทางบริษัทตรวจสอบให้ดี ว่าเกิดจากตัวรถหรือไม่ รวมถึงผู้ที่กำลังจะซื้อรถแบบนี้ ก็อยากให้ศึกษาให้ดีว่าคุ้มค่าหรือไม่

สำหรับค่าเสียหายของบ้าน ยังไม่ประเมินราคา โดยคาดว่า น่าจะแพงกว่าตัวรถ ซึ่งกำลังพูดคุยกับทางบริษัทว่า จะรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งเหตุการณ์นี้ ตนอาจจะเป็นหนึ่งในล้านคน แต่คงต้องรอให้ระบบรถ ผลิตออกมาให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้ จึงจะกล้าซื้อคันใหม่ ส่วนรถคันดังกล่าวซื้อมาจากโชว์รูม นำเข้ามาทั้งคันไม่ใช่การจดประกอบ สืบเนื่องจากกรณี ไฟไหม้รถปอร์เช่ป้ายแดง

ก่อนลามบ้านตระกูลกริตยอานนท์ เจ้าของ “ตราสมอ” เมื่อวันที่ 16 มีนาที่ผ่านมา  เมื่อเวลา 07.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยบรมราชชนนี 55 แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงบางขุนนนท์ ไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านหรู 2 ชั้น พบว่า เพลิงไหม้รถยนต์สปอร์ตหรู ยี่ห้อปอร์เช่ สีขาว ป้ายแดง ที่บริเวณส่วนท้ายรถ

และลุกลามไปยังตัวบ้าน บริเวณห้องรับแขกและห้องโฮมเธียเตอร์ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดจนเพลิงจนสงบรถยนต์ปอร์เช่ได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยขณะนี้กำลังหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ทั้งนี้ มีรายงานว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุ เป็นของตระกูล “กริตยอานนท์” นักธุรกิจและเป็นเจ้าของชุดนักเรียนตราสมอ โดยธุรกิจของเขา เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ชุดนักเรียนตราสมอ โดยได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พศ. 2500

 

truststoreonline

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here