ออเจ้าแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่! อินหนักมาก หายสงสัย ‘กระทู้ดังถามห่มสไบ’ กับการใส่ชุดไทยไปถ่ายบัตรประชาชน! (ชมภาพ)

0
531
ออเจ้าแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่! อินหนักมาก หายสงสัย ‘กระทู้ดังถามห่มสไบ’ กับการใส่ชุดไทยไปถ่ายบัตรประชาชน! (ชมภาพ)

กระแสละคร “บุพเพสันนิวาส” แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เกิดเป็นปรากฏการณ์ออเจ้าไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ก็มีออเจ้านุ่งห่มชุดไทยไปตามรอย ศึกษาประวัติศาสตร์ ถ่ายภาพกันสนุกสนาน หรือ จะเป็นอาหารกินกิน อย่างมะม่วงน้ำปลาหวาน กุ้งเผา หมูกระทะ ก็มีคนกินตามกันอย่างอร่อย รวมทั้งหนังสือประวัติศาสตร์ที่ขายดีเป็นพิเศษ โดยล่าสุดสมาชิกพันทิป marupong ได้แชร์กระทู้เรื่อง

“สวมชุดไทยห่มสไบไปทำบัตรประชาชนได้ไหม” โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “คนฝากถามมา ติดกระแสออเจ้าหนักมาก เห็นชุดไทยห่มสไบแบบในหนังสวย อยากใส่ไปต่อบัตรประชาชน ผมจะทักว่าดูเหมือนตานีอาละวาดมากกว่าบุปเพสันนิวาสก็เกรงอันตรายกับตัวเอง เลยขอมาตั้งกระทู้ถาม การใส่ชุดไทยห่มสไบไปถ่ายรูปต่อบัตรประชาชนเจ้าหน้าที่เขาจะทำให้ไหม ขอบคุณทุกคำตอบล่วงหน้า

โดยผู้เข้าไปตอบคำถามกันอย่างคึกคัก โดยเพจ หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ก็ได้แชร์กระทู้ดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยพบว่ามีแฟนเพจเข้ามาตอบกระทู้พร้อมโพสต์ภาพยืนยันว่า สามารถใส่ชุดไทยไปถ่ายภาพได้ แต่ต้องเป็นแบบมีแขนด้วยเท่านั้น #ช่วงตอบคำถามพันทิป Q: สวมชุดไทยห่มสไบไปทำบัตรประชาชนได้ไหม A: ได้สิคะซิส จัดเต็มเลยนะคะ บัตรใบนึงต้องอยู่กับเรา 7 ปี Trick: แต่งหน้าหนาและชัดกว่าปกติสักนิด เพราะไฟจ้ามากค่า #ชุดไทยต้องปิดไหล่นะคะ ขอบคุณสามีที่ถ่ายรูป เบื้องหลังให้ 5555

ความคิดเห็นจากคุณ สมาชิกหมายเลข 4179659 ตามข้อบังคับไม่มี จะแต่งกายอะไรก็ได้ ขอให้สุภาพ ทำได้อยู่แล้ว แต่เวลาถ่ายรูปจะเห็นชุดที่แต่งไม่เต็ม คือ ส่วนเสื้อผ้าจะมีนิดเดียว แค่ปลายๆคอช่วงไหล่ลงมานิดเดียวเอง ไม่คุ้มค่าในการแต่งตัว ครับ ความคิดเห็นจากคุณ สมาชิกหมายเลข 2172020 ใส่ได้มีคนใส่ไปทำบัตรประชาชนมาแล้ว เคยออกข่าวอยู่ค่ะถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นที่ลพบุรี

เป็นช่วงที่เขาจัดงานอะไรซักอย่างพอดีแล้วรณรงค์ให้สวมชุดไทย เขาก็สวมชุดไทยกันเกือบทั้งเมือง แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดไทยไปทำบัตรประชาชนด้วย ความคิดเห็นจากคุณ สมาชิกหมายเลข 1902372 น่าจะได้นะคะ และจะดีมาก ถ้าบัญญัติว่าชุดไทยแบบสไบ ถือว่สเป็นสุภาพ สามารถใส่ติดต่องานราชการได้ แบบนี้คนไทยก็ถือว่าอนุรักษ์ความเป็นไทยไปในตัว เพราะบางทีอยากใส่ชุดไทยใจจะขาด

แต่ต้องรอมีงานมงคลถึงจะกล้าใส่ คราวนี้มีคนที่หนึ่งทำ คนที่สองทำ คราวนี้คงใส่ขุดไทยกันเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว เพราะงั้นใส่ไปเถอะค่ะ เพราะชุดไทยก็ถือว่าเป็นชุดสุภาพ ความคิดเห็นจากคุณ viviblue ชุดเจ้าแม่กวนอิมยังมีคนใส่ไปทำบัตรแล้วเลย คริคริ ความคิดเห็นจากคุณ Quasarus ถ้าห่มสไบอย่างเดียวแล้วเปิดไหล่ คิดว่าไม่น่าจะได้ค่ะ แต่ถ้ามีเสื้อแขนกระบอกแล้วห่มสไบทับ หรือเป็นชุดไทยลูกไม้ ที่ไม่เปิดไหล่ ไม่เกาะอก

ไม่น่าจะมีปัญหา ปล.ไม่ใช่ว่าสไบไม่สุภาพนะคะ แต่เวลาถ่ายรูปบัตรปชช.ออกมา จะเห็นเหมือนเป็นเสื้ิอเปิดไหล่ข้างเดียว ซึ่งเสื้อแบบนั้นถือว่าไม่สุภาพนะคะ ความคิดเห้นจากคุณ สมาชิกหมายเลข 2881936 มันจะเห็นนิดเดียว เคยใส่เสื้อคอกว้างมาก จนถ่ายมาเหมือนไม่ใส่เสื้อ จนท.บอกมันไม่ได้จริงๆ แต่เราไม่อยากไปอีกรอบ ก็จัดเสื้อกันใหม่ ดึงแล้วดึงอีก ถ้าห่มสไบ เปิดไหล่ข้างเดียว อาจจะไม่ได้นะคะ ชุดไทยแบบอื่นไม่น่ามีปัญหาอะไร มันเห็นนิดเดียวจริงๆ

สำหรับการทำบัตรประชาชน เป็นเอกสารราชการที่ออกให้สำหรับคนไทยที่มีชื่อในทะเบียนบ้านเท่านั้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแสดงตน ใช้พิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลในการติดต่อราชการ การขอรับบริการหรือสวัสดิการในด้านต่างๆ จากหน่วยงานของรัฐรวมทั้งใช้ประกอบการทำธุรกรรมต่างๆ ทำนิติกรรม ฯลฯ เช่น การสมัครงาน การขอเปิดบัญชีเพื่อทำธุรกรรมกับธนาคาร การโอนอสังหาริมทรัพย์/อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน 1. มีสัญชาติไทย 2. ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14)
3. มีอายุตั้งแต่ 7 ปี แต่ไม่เกิน 70 ปี สำหรับผู้มีอายุเกิน 70 ปี และผู้ได้รับการยกเว้น จะขอมีบัตรประจำตัวประชาชนได้บุคคลที่กฎหมายยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน 1. สมเด็จพระบรมราชินี 2. พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป 3. ภิกษุ สามเณร นักพรต และนักบวช

4. ผู้มีกายพิการเดินไม่ได้ หรือเป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ 5. ผู้อยู่ในที่คุมขังโดยชอบด้วยกฎหมาย 6. บุคคลซึ่งกำลังศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ และไม่สามารถยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนได้ 1. กรณีขอทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก เมื่อมีอายุ 7 ปีบริบูรณ์ และมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับ ไม่เกิน 100 บาท

หลักฐาน 1. สูติบัตร หรือหลักฐานอื่นที่ราชการออกให้ เช่น ใบสุทธิ สำเนาทะเบียนนักเรียน หนังสือเดินทาง เป็นต้น เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน 2. หากเด็กเคยเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ต้องนำใบสำคัญมาแสดงด้วย และหากบิดา มารดาของเด็กเคยเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสุกล ต้องนำใบสำคัญมาแสดงด้วย 3. หากไม่มีเอกสารตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง

4. กรณีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าว ให้นำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดา มารดามาแสดงด้วย หรือนำใบมรณบัตรของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ถึงแก่กรรมไปแสดง 5. การขอมีบัตรครั้งแรกเมื่ออายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ต้องนำเอกสารหลักฐานที่กำหนดตามข้อ 1,2,3,4 และให้นำเจ้าบ้านและบุคคลที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 2 คน ไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อสอบสวนและให้การรับรอง

* บุคคลน่าเชื่อถือ หมายถึง “บุคคลใดๆ ซึ่งมีภูมิลำเนาที่อยู่แน่นอน มีอาชีพมั่นคงและมีความรู้จักคุ้นเคยกับผู้ขอมีบัตรเป็นอย่างดี อาจเกี่ยวข้องเป็นญาติกันหรือไม่ก็ได้” ไม่เสียค่าธรรมเนียม 2. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ เมื่อบัตรเดิมหมดอายุให้ทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท ผู้ถือบัตรสามารถขอทำบัตรใหม่ก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุก็ได้

โดยให้ยื่นคำขอภายใน 60 วัน ก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุ หลักฐาน 1. บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ 2. หากบัตรเดิมหมดอายุเป็นเวลานาน ต้องนำเจ้าบ้านหรือพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรองด้วย ไม่เสียค่าธรรมเนียม
3. กรณีบัตรหาย หรือถูกทำลาย เมื่อบัตรประจำตัวประชาชนหาย หรือถูกทำลายให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขตเทศบาลหรือเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี

และขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรหายหรือถูกทำลาย หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท หลักฐาน 1. เอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่ที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ หลักฐานการศึกษา หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น 2. หากไม่มีหลักฐานตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท 4. กรณีเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุลแล้วต้องเปลี่ยนบัตร

เมื่อผู้ถือบัตรเปลี่ยนชื่อตัว/ชื่อสกุล ต้องเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่แก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล ในทะเบียนบ้าน หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท หลักฐาน 1. บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ต้องการเปลี่ยน
2. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล แล้วแต่กรณี เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท 5. กรณีบัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญ บัตรถูกทำลาย หากบัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญ บัตรถูกทำลาย

เช่น บัตรถูกไฟไหม้บางส่วน บัตรชำรุด เลอะเลือน เป็นต้น ต้องเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมชำรุดหรือถูกทำลาย หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท หลักฐาน 1. บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ชำรุดหรือถูกทำลาย 2. เอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่ที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ หลักฐานการศึกษา หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น

3. หากไม่มีเอกสารตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท กรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นการมีบัตรประจำตัวประชาชน เช่นพระภิกษุ สามเณร ฯลฯ จะขอทำบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้ หลักฐาน 1. กรณีพระภิกษุ หรือสามเณร ต้องย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของวัดก่อน แล้วแก้ไขคำนำหน้านามในทะเบียนบ้านเป็นพระ สามเณร หรือสมศักดิ์

ก่อนจึงจะขอมีบัตรได้ 2. หลักฐานที่แสดงว่าเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร เช่น หนังสือสุทธิของพระ หรือหนังสือเดินทาง กรณีเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษา ณ ต่างประเทศ ไม่เสียค่าธรรมเนียม  6. กรณีบุคคลที่พ้นสภาพได้รับการยกเว้นขอทำบัตร ผู้ซึ่งพ้นสภาพได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน เช่น ผู้พ้นโทษจากเรือนจำหรือทัณฑสถาน เป็นต้น

ต้องไปขอทำบัตรประชาชนภายใน 60 วัน นับแต่วันพ้นสภาพได้รับการยกเว้น หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท หลักฐาน 1. หลักฐานที่แสดงว่าพ้นสภาพจากการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร เช่น หนังสือสำคัญของเรือนจำหรือทัณฑสถาน (ร.ท.5) หรือหนังสือเดินทางและเอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ มีบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจแล้วแต่กรณี เป็นต้น

2. หากไม่ปรากฏข้อมูลการทำบัตร หรือบัตรเดิมได้หมดอายุนานแล้ว ต้องนำเจ้าบ้านและบุคคลน่าเชื่อถือมารับรองด้วย ไม่เสียค่าธรรมเนียม 7. กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่ เพื่อให้รายการที่อยู่ที่ปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับรายการในทะเบียนบ้านผู้ถือบัตรผู้ใดย้ายที่อยู่จะขอเปลี่ยนบัตรโดยที่บัตรเดิมยังไม่หมดอายุสามารถทำได้แต่หากไม่ขอเปลี่ยนบัตรก็สามารถใช้บัตรนั้นได้ต่อไปจนกว่าบัตรจะหมดอายุ

หลักฐาน 1. บัตรประจำตัวประชาชนเดิม เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท 8. กรณีผู้ซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี ขอมีบัตร คนสัญชาติไทยซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี จะขอมีบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้ หลักฐาน 1. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
2. บัตรประจำตัวประชาชนเดิม (ถ้ามี) 3. หากไม่ปรากฏข้อมูลการทำบัตร หรือบัตรเดิมได้หมดอายุนานมากแล้ว ต้องนำเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้มาแสดง

พร้อมทั้งนำเจ้าบ้านและบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรอง ไม่เสียค่าธรรมเนียม การขอมีบัตรกรณีเป็นบุคคลได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านต้องยื่นขอมีบัตรประจำตัวประชาชนภายใน 60 วัน นับแต่วันที่เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน หากพ้นกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท หลักฐาน 1. เพิ่มชื่อกรณีแจ้งเกิดเกินกำหนด ใช้หลักฐานสูติบัตร และสอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลน่าเชื่อถือ 2. เพิ่มชื่อกรณีชื่อตกสำรวจให้สำเนาทะเบียนบ้านที่ผู้นั้นเคยมีชื่ออยู่ก่อน

หลักฐานการเพิ่มชื่อหรือหลักฐานที่ทางราชการออกให้ และสอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ ไม่เสียค่าธรรมเนียม การขอมีบัตรกรณีบุคคลซึ่งได้สัญชาติไทย หรือได้รับอนุมัติให้มีสัญชาติไทย หรือได้กลับคืนสัญชาติไทย ยื่นคำขอมีบัตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับสัญชาติไทย หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท หลักฐาน1. กรณีได้ได้รับอนุมัติให้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ

หรือได้กลับคืนสัญชาติไทย ใช้หนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย หรือหนังสือสำคัญแสดงการได้กลับคืนสัญชาติเป็นไทยแล้วแต่กรณี 2. หลักฐานอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ และสอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ ขอเปลี่ยนบัตร กรณีเปลี่ยนคำนำหน้านาม หลักฐาน 1. บัตรประจำตัวประชาชนเดิม 2. หลักฐานแสดงการเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนอย่า เป็นต้น ไม่เสียค่าธรรมเนียม

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here