นั่งให้สุดสาย!’กระเป๋ารถเมล์นางฟ้าสาย 68′ ที่ถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียล จนอยากจะนั่งรถเมล์สายนี้ทุกวันเลยทีเดียว! (คลิป)

0
1021
นั่งให้สุดสาย!’กระเป๋ารถเมล์นางฟ้าสาย 68′ ที่ถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียล จนอยากจะนั่งรถเมล์สายนี้ทุกวันเลยทีเดียว!(คลิป)

อีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียลอย่างมากมายในเวลานี้คือ กรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nan Ladapim ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพโดยระบุว่า “เออนั่งรถเมล์มากี่ปีๆ เพิ่งเจอกระเป๋ารถเมล์ 68 น่ารัก 5555555” สำหรับรถประจำทางสาย 68 นั้นเป็นรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ วิ่งระหว่างต้นสาย บางลำพู ถึงปลายสาย ท่ารถสมุทรสาคร ซึ่งกระเป๋ารถเมล์คันดังกล่าวนั้นถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าอยากจะนั่งรถเมล์สายนี้ทุกวันเลยทีเดียว

เห็นกระเป๋ารถเมล์สวยน่ารักแบบนี้ หลายคนอยากรู้ชีวิตกระเป๋ารถเมล์และคนขับว่าเป็นยังไง เราตามไปส่องชีวิตกระเป๋ารถ-คนขับกันต่อเลย เชื่อว่าในใจของคนไทยหลายคน คงตั้งความหวังกับระบบขนส่งสาธารณะไทยไว้ว่าสักวันหนึ่งว่าจะมีคุณภาพ จนสามารถเพิ่มจำนวนคนใช้มากขึ้น ลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลลง และคลีคลายปัญหาจราจรในที่สุด โดยเรื่องแรกๆ ที่ผู้โดยสารอยากให้มีการปรับปรุง

- Advertisement -

ก็คือตัวพนักงานขับรถและกระเป๋า ที่ควรให้บริการด้วยความสุภาพ ในสภาพรถที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี สะอาดสะอ้าน แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้การขนส่งประเภทนี้ไม่ประสบความสำเร็จเป็นเพราะการขาดแรงงาน เนื่องจากค่าตอบแทนพนักงานชั้นผู้น้อยนั้น ยังมีอัตราน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ คือเริ่มที่ 6,810 บาทต่อเดือน ทว่าความรับผิดชอบกลับสูงมาก จนทำให้พนักงานสู้ไม่ไหว และขอลาวงการ

ไปขับรถประเภทอื่น เช่น แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่รายได้ดี อิสระมากกว่าแทน ทำให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หนึ่งในรัฐวิสาหกิจ 37 แห่งของไทยที่เตรียมขานรับ นโยบายขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ ให้เริ่มสตาร์ทเงินเดือนแรกเข้าอยู่ที่9,040บาทต่อเดือน เพื่อหวังดึงดูดคนเข้าร่วมทำงาน นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ยอมรับว่าทั้งขสมก.

และบริษัทรถร่วมบริการกำลังขาดแคลนคนขับรถอย่างหนัก เนื่องจากค่าตอบแทนน้อยและกฏเกณฑ์การทำงานที่สูง ปัจจุบันรถเมล์ปรับอากาศสีเหลือง(ยูโร)และรถร้อนแดงขาวของขสมก.ที่มีกว่า2,700 คัน นั้นไม่สามารถเดินรถได้เต็มที่ ส่วนรถร่วมบริการที่มีกว่า3,800 คัน สามารถเดินรถได้จริงเพียง2,500 คันเท่านั้น ขสมก.จึงเร่งแก้ปัญหาโดยอยู่ในระหว่างการดำเนินการปรับอัตราเงินจากเดิม 6,810บาท เป็น9,040บาทต่อเดือน

ขณะที่รถร่วมก็จะพยายามหา สวัสดิการดูแลพนักงานให้มากขึ้น หวังจูงใจให้คนที่คุณสมบัติพร้อมเข้ามาน่วมงาน ซึ่งตัวเลขล่าสุดของพนักงานขับรถขสมก.ตอนนี้ มีจำนวน5,300 คนขณะที่พนักงานเก็บเงินมีจำนวน 5,000คน เท่านั้นแล้วที่ผ่านมาพนักงานชั้นผู้น้อยของขสมก.อยู่กันได้อย่างไร เพื่อค้นหาความจริง เราจึงเดินทางไปยังอู่รถเมล์ขนาดใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่รวมตัวของรถสายเมล์ปรับอากาศสายต่างๆ

และเต็มไปด้วยพนักงาน รถเมล์สีเหลืองหม่นปรับอากาศหรือที่เราคุ้นในชื่อ “รถยูโร” หลายคันกำลังแล่นตัวออกจากอู่รถเมล์ขนาดใหญ่ เมืองปากน้ำ ขณะที่กระเป๋ารถเมล์กำลังสาละวนอยู่กับการเก็บสัมพาระกระเป๋าและตรวจเช็คกระบอกเงินอยู่ ไม่ทันจะได้พักหายใจ ประตูก็เปิดออกตอนรับผู้โดยสารแรกของเที่ยวเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปากน้ำ สมุทรปราการ เดินทางส่งผู้โดยสารคนสุดท้ายที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ของรถเมล์สาย142 ไปมาระหว่าง3 จังหวัด วันละ3-4 เที่ยว ในถนนเส้นเดิมที่การจราจรคับคั่ง ยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็นด้วยแล้ว ภาระหน้าที่หลังพวงมาลัย และในกำมือที่ถือกระบอกตั๋วดูจะหนักหนาเอาการที่เดียว “รถห่าง รถไม่มี อย่างเวลาเร่งด่วน 7โมงเช้ากับเลิกงาน 5โมง จากปากน้ำไปสำโรง ระยะทางแค่12 กิโล รถติดจนต้องใช้เวลา 2ชั่วโมงกว่า คำเเรกที่ต้องเจอผู้โดยสารบ่นทันทีเลย

คือ รถมาช้ามาก! ผู้โดยสารกระแทกเสียงใส่ บางคนหนักกว่านั้น ด่าเลยครับ แม่ง ไปไหนหมด กูรอตั้งนาน! ”ประยูร ทิพเจริญ พนักงานขับรถเมล์ปรับอากาศสาย 142 ได้โอกาสระบายประสบการณ์ต่างๆ นาๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานเป็นโชว์เฟอร์มามากว่า 14ปี ให้ฟัง ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะกินเงินเดือนกว่า 13,400 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับรายได้อื่นๆ เช่น ควงกะตั้งแต่ตี5 ถึง4ทุ่ม

ที่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าในทุกวันๆ แล้ว ทำให้เขามีรายได้รวมมากกว่า2หมื่นบาทต่อเดือน กระนั้นชายวัยกลางคนยังส่ายหัวกับเรื่องสุขภาพร่างกายที่ทรุดลง เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ขณะที่อายุก็มากขึ้นเรื่อยๆ“เขาน่าจะเข้าใจว่ารถมันติด บางครั้งมันก็ท้อนะ ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดี รถติด เมื่อย ไม่ได้กินข้าว มันก็จะทะเลาะกันได้นะ กระเป๋ากับผู้โดยสาร” ประยูรกล่าวอย่างเข้าใจเพื่อนร่วมเส้นทางและชะตากรรม

“อย่างเราถ้ายังไม่ได้กินข้าว ก็ต้องรีบอัดๆ รีบกินรีบไป ผมเข้าใจนะ เรามีหน้าทีต้องไปให้บริการ ต้องรับผิดชอบหมด เมื่อไม่มีคนขับเราก็ต้องทำให้ เพราะรถมันจะทิ้งช่วงนาน แล้วผู้โดยสารก็จะร้องเรียนเข้ามาว่า ทำไม่รถถึงขาด ทำไมรถถึงไม่มี ก็เพราะเขาไม่รู้ว่าไม่มีพนักงานมาเปลี่ยนกะ บางทีเราติดอยู่บนถนน เจอผู้โดยสารที่รอนานๆ ขึ้นมาแล้วเขาก็ใส่อารมณ์ถามเราว่าไปตายที่ไหนกันหมด?

เราก็อยากจะบอกนะ เราไม่ได้ตายที่ไหน เราตายอยู่บนถนนนี่แหละ แต่เราก็ได้แต่เงียบๆ ถ้ามีพนักงานพอ เราก็ยังสามารถไปพักผ่อนได้บ้าง รถไม่ทิ้งช่วงนานแบบนี้ ตอนนี้เราก็พยายามช่วยเต็มที่ ถามว่าผมได้โอ ผมดีใจมั้ย แน่นอนผมชอบ แต่พอมันหนักเข้า นานเข้า ร่างกายมันก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ”พอได้ยินว่ารายได้ต่อเดือนตก 2 หมื่นกว่าบาท เราจึงยิงคำถามกลับไปทันทีว่า จำนวนเงินที่ไม่ได้ขี้เหร่แบบนี้

ทำไมพนักงานถึงผุดเข้าผุดออกอยู่เรื่อยๆ ศรีไพร เลาหพันธ์ กระเป๋ารถเมล์หญิงร่างเล็ก ผมสีดอกเลารวบตึงในชุดยูนิฟอร์มที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ก็รีบรับคำทันที พร้อมบอกว่าพนักงานขับรถ-เก็บเงินที่ รายได้เงินเดือนหนึ่งๆ กว่า2 หมื่นต่อเดือนนั้น จะเป็นกลุ่มที่รวมฝ่าฟันทำงานกันมาไม่ต่ำกว่า10 ปีขึ้นไป กระนั้นเงินก้อนเหมาะมือ กว่า2 หมื่นบาทก็ยังต้องแลกด้วยการควงกะ ทำโอทีแบบถึงลูกถึงคนเช่นกัน

“ป้าเริ่มทำงานเมื่อ22 ปีที่แล้ว กินเงินเดือนตั้งแต่ 3,770 บาท จนตอนนี้เงินเดือนรวมแล้วกว่า 21,250 บาท เราก็เป็นคนธรรมดาค่ะ บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ลูกต้องเรียน ทุกคนไม่มีใครพอ ถ้าเขาปรับเงินให้แต่คนที่เข้าใหม่ คนเก่าไม่ปรับ เราก็คงได้แต่น้อยใจ จริงๆ น่าขึ้นเป็นกำลังให้เราบ้างนิดๆหน่อยๆก็ยังดี ถ้าคิดว่าเงินเดือนเยอะเเล้วไม่ปรับ แต่ลองคิดดูสิคะว่า กว่าเงินเดือนจะขึ้นมาขนาดนี้

เราอดทน ไต้เต้ามาขนาดไหน” ศรีไพรเล่าพร้อมรอยยิ้มบางๆ ลองมาดูรายเอียด รายได้ต่อเดือนของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บเงินขสมก. (ทั้งปรับอากาศและรถร้อนแดง ขาว) กันว่ามาจากแหล่งใดได้บ้าง 1.เงินเดือนเริ่มที่ 6,810 (เงินเดือนเริ่มต้น ที่ขสมก.ยังไม่ได้ปรับ) ตามอายุงาน 2.ค่าล่วงเวลาหรือOT อัตราตามจำนวนเงินเดือน ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน13,000 หาร 8 (จำนวนชั่วโมงทำงานแต่ละวัน)

ตามด้วย หาร30 (จำนวนวันใน1เดือน) ตกชั่วโมงล่ะ50 กว่าบาท 3.ค่าขายตั๋วใบละ5 สตางค์ (เดือนหนึ่งได้ประมาณ300 บาท) 4.เบี้ยเลี้ยงวันละ50 บาท สำหรับคนขับ , 20 บาทสำหรับพนักงานเก็บเงิน 5.ค่าครองชีพเดือนล 1,500 บาท สำหรับพนักงานที่เงินเดือนไม่เกิน17,000 บาท 6.ขายตั๋วรายเดือน -สัปดาห์ส่วนแบ่งราคา ใบละ5 บาท ทั้งนี้ ยังมีสวัสดิการคร่าวๆ เช่นการเบี้ยเลี้ยงส่งลูกเรียนจบปริญญาตรี

สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ พนักงานรายละ 7 หัว แบ่งออกเป็นพ่อ-เเม่ ลูก 3คน สามี-ภรรยาอีก1คน รวมทั้งตนเอง ลาป่วย30 วัน ลากิจ20วัน ลาพักร้อน10วันต่อปี หากไม่ติดโทษทางวินัย ลางานไม่เกินกำหนด ขยันขันแข็ง ปรับขั้นปีละ1-2ขั้น แม้สวัสดิการดีเยี่ยม ก็ไม่สามารถรั้งคนใจไม่รัก…ไว้ได้ จะเห็นได้ว่าการทำงานกับองกรณ์นี้ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ดูมั่งคง แต่ก็ไม่สามารถฉุดรั้งพนักงานรายใหม่ๆ

ที่เข้าออกกันเป็นว่าเล่นไว้ได้ นอกจากจำนวนเงินเดือนที่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำแล้ว แรงกดดันของการทำงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง “มีคนใหม่ๆ เข้าๆ ออกๆ ผมบอกเลย ถ้าไม่รักงานบริการจริงๆ ก็ทำไม่ได้ เพราะต้องมีความรับผิดชอบสูง แต่เงินกลับไม่พอใช้ เข้างานปุ๊บผมต้องไปตรวจเช็ครถก่อน เพราะถ้ารถออกเลยป้อมยามอู่ไปแล้ว ถือเป็นความรับผิดชอบของคนขับทั้งหมด คนขับทุกคนต้องดูว่ามีรถรอยมั้ย

มีเเผลหรือป่าว ไปเฉี่ยวไปชน อะไรมาบ้าง ถ้ายังอยู่ในอู่ก็ยังพอเคลียร์กันได้ ประกันชั้น3 ที่มีอยู่ ถ้าเกิดอุบัติเหตุชนกันขึ้นมาเราต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองหมด ไปจนถึงค่าสินไหมทดแทน ของคู่กรณีด้วย กระจกแตกทีบานหนึ่งก็8 พันกว่า ความรับผิดชอบเยอะมากครับ เพื่อนคนขับที่เข้ามาทำงานใหม่ ทำงานเต็มที่ก็ได้ประมาณ11,000-13,000 บาท เท่านั้น ถึงจะเข้าตี5 ควงกะถึง4ทุ่มตลอด

เต็มที่ก็ไม่เกิน 13,000 นี่แบบเกือบตายเลยนะ จะทำอย่างไงให้ดึงดูดคนเขามาทำงานผมว่าให้เงินเขาเดือนเยอะหน่อย ประกันขอประกันชั้นหนึ่งเถอะครับ หรือช่วยเบี้ยเลี้ยงสักวัน100 บาทก็ยังดี ”ประยูรกล่าวทิ้งท้าย ขณะที่ศรีไพรช่วยเสริมอีกว่า “ถ้าใจไม่รัก ก็อยู่ไม่ได้ จริงๆ บางคนไปเจอรถติดก็เครียดแล้ว ยิ่งถ้าเจอผู้โดยสาร หลากอารมณ์ บางคนไม่เข้าใจทั้งๆ ที่เราบริการเต็มที พูดจาเพราะด้วย

เขากลับพูดจาใส่อารมณ์ เดินขึ้นกระเเทกเท้าใส่ก็เยอะ แต่ป้าอยากให้ช่วยแก้ไขเรื่องการจราจรมากกว่านะ ส่วนป้ารักในงานตรงนี้ เราก็ทำงานมาจนอายุปูนนี้แล้ว ออกจากตรงนี้ก็ไม่รู้จะไปทำที่ไหนที่ได้เงินเท่านี้ สวัสดิการดี ถึงป้าเรียนน้อย ความรู้ไม่มี แต่ป้ามีใจรักบริการ ก็จะทนถึงแม้บางครั้งต้องทนหิวข้าว ยืนขาไม่มีเรี่ยวแรง แต่ก็ได้อาศัยนั่งบ้างตอนที่ไม่มีผู้โดยสารเอา” ศรีไพรกล่าวเสริม

เปิดใจกระเป๋ารถเมล์ หลังขสมก.เตรียมจ้างออก 1 ล้านบาท “จิรวรรณ จันทสร” พนักงานเก็บค่าโดยสาร ขสมก. เร่งทำความสะอาด เตรียมพร้อมต้อนรับผู้โดยสารชุดใหม่ ซึ่งต้องแข็งกับเวลาที่มีอยู่น้อยนิด เธอบอกกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ยึดอาชีพพนักงานเก็บค่าโดยสาร หรือกระเป๋ารถเมล์มากว่า 10 ปี แต่ละวันใช้เวลาอยู่บนรถ ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง แม้ว่างานจะค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับรายได้

เฉลี่ยต่อเดือนเพียง 16,000 บาท ขณะที่โครงการเออร์ลี่รีไทร์ พร้อมค่าชดเชย 1 ล้านบาท ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เธอมองว่า โครงการดังกล่าวอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แม้จำนวนเงินจะมาก แต่บางคนมีภาระหนี้สินไม่เท่ากัน หากใช้จ่ายหมด โอกาสที่จะสมัครงานใหม่ค่อนข้างยาก เนื่องจากอายุมากและวุฒิการศึกษาไม่สูง สำหรับโครงการนี้เป็นหนึ่งในแผนปฏิรูป

ของ ขสมก. เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ คือ การลดพนักงานเก็บค่าโดยสาร 2,000 คน และให้ทดแทนการจัดเก็บค่าโดยสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-ticket แต่เธอมองว่า หากระบบนี้เข้ามา อาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้โดยสารที่ไม่เข้าใจระบบและเกิดความผิดพลาดเรื่องเส้นทางได้สอดคล้องกับ วีระพงษ์ วงแหวน ประธานสหภาพฯ ขสมก. มองว่า ระยะแรกที่ ขสมก.จะนำระบบ e-ticket มาใช้

จำเป็นต้องมีพนักงานเก็บค่าโดยสาร เพื่อให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารอยู่ ขณะที่เดือนตุลาคมนี้ ขสมก.จะเริ่มนำรถเมล์ 800 คันที่เริ่มติดตั้ง e-ticket เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วมและบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย และคาดว่าจะสามารถติดตั้ง e-ticket ครบ 2,600 คันในช่วงกลางปี 2561 ซึ่งจะเป็นช่วงที่เริ่มโครงการลดพนักงาน

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here