อยู่แค่ 3 วัน! นักร้องยุค 90 “โจอี้ บาซู” อ้างเคยเป็นสายให้เจ้าหน้าที่ล่าสุดพ้นคุกแล้ว (รายละเอียด)

0
246

หลังจากถูกจับดำเนินคดีเสพยาเสพติด ซึ่งเจ้าตัวอ้างเสพยาเพราะเป็นสายให้เจ้าหน้าที่ ล่าสุด โจอี้ บาซู ออกจากเรือนจำแล้ว หลังเข้าไปได้เพียง…เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โจอี้ บาซู นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต หรือ ชื่อเดิมนายสุรเดช ทับทิมใส อายุ 49 ปี อดีตนักร้องชื่อดังวงบาซู ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำกลางคลองเปรม

แดน 13 สถานบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2561 โจอี้ บาซู ถูกพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย นำตัวส่งฟ้องศาลคดีเสพยาเสพติด แล้วมีคำสั่งส่งตัวเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ทั้งนี้ หลังจากโจอี้ บาซู ถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดญาติได้ทำเรื่องขอยื่นประกันตัวตามกระบวนการจนนำมาสู่การปล่อยตัวดัง

กล่าว ขณะที่ พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สนโชคชัย เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า กรณีดังกล่าว หมดหน้าที่ของตำรวจแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ ในวันที่ถูกควบคุมตัวส่งฟ้องศาล โจอี้ บาซู อ้างว่า ยืนยันเสพยาครั้งแรกเท่านั้น และเหตุผลที่ต้องเสพ เพราะเข้ามาช่วยราชการเป็นสายเพื่อจับพ่อค้ายาเสพติด ขณะตำรวจปฏิเสธว่า ไม่มีกรณี

- Advertisement -

ตามที่ถูกกล่าวอ้าง โจอี้ บาซู ยังเคยให้สัมภาษณ์เรื่องของตนเอง พร้อมเปิดใจถึงชีวิตครอบครัว ซึ่งได้บอกว่าตัวเองนั้นเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียว 5 คน โดยมีลูกบุญธรรม 4 คน และลูกสาวแท้ๆ 1 คน หลังจากภรรยาเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หลังจากโจอี้ บาซู ได้รับการปล่อยตัว ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงจากโจอี้ บาซู ถึงกรณีต่างๆ

แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้. ซึ่งก่อนหน้านี้“โจอี้ บาซู”ซีด ศาลสั่งบำบัดยาเสพติด ตร. คุมตัวส่ง เรือนจำคลองเปรม ฟื้นฟูผู้เสพยาประมาณ 45 วัน นักร้องดังเผย เพิ่งลองเสพครั้งแรกก็ถูกจับ เหตุเพราะเป็นสายให้ตร. เลยต้องลงเสพดู ด้านผกก.สน.โชคชัย ยัน ไม่เคยมีสายชื่อ”โจอี้” ชี้แค่คำอ้างของผู้ต้องหา เผยตร. บุกรวบนักร้องคาห้องพัก ขณะเสพไอซ์

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว “โจอี้ บาซู” นักร้องชื่อดัง วง “บาซู” หรือนายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต หรือชื่อเดิมนายสุรเดช ทับทิมใส อายุ 49 ปี ที่ถูกจับกุมขณะเสพยาไอซ์ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 22 มี.ค. ส่งฟ้องศาล โดยนักร้องดังมีสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด “โจอี้ บาซู” กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะถูกควบคุมตัวว่า

เป็นครั้งแรกที่ถูกจับครับ “ผมยินดีที่ได้ร่วมงานกับทางราชการ ผมยอมทุกอย่างครับ ร่วมงานกับทางราชการมันก็อย่างนี้ มันเป็นเกม ขึ้นอยู่กับว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ ผมช่วยเต็มที่แล้ว” ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ได้คุมตัว “โจอี้ บาซู” ผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาไอซ์

โดยไม่ได้รับอนุญาต มายื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งส่งตัว “โจอี้ บาซู” ในฐานะเป็นผู้บำบัดฟื้นฟูการเสพยาเสพติดด้วยโดยระหว่างที่คุมตัว “โจอี้ บาซู” ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ยืนยันว่าเป็นการเสพยา ครั้งแรกเท่านั้น และที่ต้องเสพเพราะเข้ามาช่วยราชการเป็นสายให้กับตำรวจเพื่อจับคน จึงต้องเสพยาเสพติด ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถาม

ผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงมีคำสั่งให้ส่งตัวเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูฯ ได้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย จึงนำตัว “โจอี้ บาซู” ไปส่งที่เรือนจำกลางคลองเปรมแดน 13 ซึ่งเป็นสถานบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดโดยจะใช้เวลาบำบัดประมาณ 45 วัน สำหรับการจับกุม “โจอี้ บาซู” เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 22 มี.ค. พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย

พร้อมด้วย พ.ต.ท.พรทวี สมวงศ์ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.กันตภณ โพธิ์อ๊ะ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.อภิโชค ขนบดี สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้ร่วมกันจับกุมนายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต อายุ 49 ปี หรือ “โจอี้ บาซู” นักร้องสมาชิกวงชื่อดัง “บาซู” พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดชนิดไอซ์ ถุงพลาสติกใสใช้บรรจุยาเสพติด

และไฟแช็ก 1 อัน โดยจับกุมได้ภายในห้องพัก เลขที่ 5/314 ชั้น 8 อาคารอี ดุริยาเพลสแมนชั่น ซอยนาคนิวาส 37 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ที่ห้องพักดังกล่าวมีดารานักร้องมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อเปิดเข้าไปภายในห้องพักพบ “โจอี้ บาซู” กำลังนอนอยู่บนที่นอน

ข้างกันพบอุปกรณ์การเสพติดอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ใช้แต่งเพลง จึงควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมกับตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นพบว่าเป็นสีม่วง จึงได้นำตัวไปตรวจที่ร.พ. นพรัตนราชธานี เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง ปรากฏว่า มีสารเสพติดประเภทเมตแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาว่า

“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้านพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย กล่าวถึงกรณี “โจอี้ บาซู” อ้างทำงานให้ตำรวจ ว่า จากการตรวจสอบกับทาง สน.โชคชัย ตามที่โจอี้ บาซู ระบุว่าเป็นสายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบกับทางสถานีตำรวจในท้องที่อื่นๆ

ก็ไม่พบว่าโจอี้ บาซู เป็นสายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาเท่านั้น สำหรับ “โจอี้ บาซู” ก่อนหน้านี้เคยได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของตนเอง โดยระบุว่าตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกสาวแท้ๆ 1 คน อายุ 19 ปี และลูกบุญธรรมที่อุปการะอีก 4 คน ส่วนสาเหตุที่อุปการะเด็กถึง 4 คนว่า เริ่มจากความเป็นพี่น้อง

เป็นเพื่อน แล้วบางทีน้องๆ ที่เขามีปัญหาครอบครัว ไม่รู้จะช่วยยังไงเลยช่วยได้เท่านี้ “ผมไปเซ็นเป็นพ่อ อุ้มออกมาจากโรงพยาบาลเลย ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนลูกสาวตัวเองนั้นผมมีก่อนเป็นบาซูอีก จริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยปิด แต่ไม่มีใครเคยถามเลย เพราะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด แฟนคลับที่สนิทก็รู้ ถามว่าหวงลูกสาวมั้ย ก็หวงในสิ่งที่อยู่ในกรอบ

ถ้านอกกรอบเราก็จะสอนให้เขารู้วิธีว่าเขาจะรับผิดชอบยังไง” โจอี้กล่าว โจอี้กล่าวด้วยว่า “สิ่งสำคัญคือเราสอนเขาตั้งแต่เด็ก ในเรื่องที่ควรจะมี นั่นก็คือจิตสำนึกที่ดีที่ควรจะมี ถ้าคุณมีในส่วนนี้คุณจะลืมเรื่องที่เป็นลบทั้งหมด ผมไม่อยากให้เขามาเป็นเหมือนเรา เราอาจจะมีปมเล็กๆ ในวัยเด็ก อาจจะเป็นเรื่องผิว เรื่องความกำพร้า ถามว่าคิดจะตามหาพ่อมั้ย

มันไม่มีผล เพราะการตามหามันมีแค่ 2 คำ ซึ่งถ้าเป็นวัฒนธรรมไทยเราไม่มีตรงนี้ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศเขาจะถามกลับมาเลยว่า So What? แล้วยังไง เจอแล้วทำยังไงเหรอ?” โจอี้ยังกล่าวถึงอดีตภรรยาว่า เราทำบริษัทที่เกี่ยวกับอาหารเสริม คอสเมติก ทำสบู่ แล้วแฟนผมเป็นคนดูแล การที่เราทำพวกโรงงานหรือผลิตแบบนี้มันจะต้องมีการเทสต์สินค้า

ลูกค้ามีเป็นร้อยเจ้า แฟนตนจะเป็นคนที่ลองเทสต์เอง ที่จริงเรามีฝ่ายเทสต์ ฝ่ายดูแล แต่ด้วยความที่เขาจะต้องเอารายละเอียดไปคุยกับลูกค้า เขาจะต้องเป็นคนเทสต์เอง เราจะพลาดไม่ได้เลย ทั้งนี้ โจอี้สูญเสียภรรยาไปเมื่อปี 2559 โดยโจอี้ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เป็นโรคประจำตัว โรคหัวใจครับ ความจริงเขาเป็นมานานแล้ว”

“ประมวลประวัติ โจอี้ บาซู ซึ่งถูกตำรวจ สน.โชคชัย จับกุมในคดีเสพยาไอซ์ โดยในยุค 90 หรือประมาณปี 2540-2545 วัยรุ่นยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก… เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงประวัติและผลงานของ “โจอี้ บาซู” หรือ นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต ชื่อเดิม นายสุรเดช ทับทิมใส อดีตนักร้องดัง

ซึ่งถูกตำรวจ สน.โชคชัยจับกุมในคดีเสพยาไอซ์ โจอี้ บาซู เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2511 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เคยมีผลงานในวงการบันเทิง ทั้งนักร้อง นักแสดงและนายแบบ แต่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเจ้าตัวมากที่สุด คือ การเป็นนักร้องสมาชิก 1 ใน 3 คน ของวงบาซู เจ้าของแนวเพลงป๊อป-แดนซ์ ที่วัยรุ่นในยุค 90 หรือราว พ.ศ.2540-2545

ไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยเพลงและท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับผลงานเพลงของวงบาซู ที่โจอี้ มีส่วนและเป็นที่รู้จักฮิตระเบิดเถิดเทิง เช่น เพลงโธ่เอ๊ย ซึ่งมีท่อนฮิตติดหูว่า “โธ่เอ๊ย ไหนบอกให้แม่มาขอ ไอ้เราก็รอๆๆ ซะจนอ่อนใจ” เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้ เพลงรักน้องพรและเพลงผีฟ้าปาร์ตี้ ซึ่งมีท่อนฮิตติดหูว่า “ผีฟ้าเอย พวกเราเต้นรำ”

อย่างไรก็ตาม โจอี้บาซู ยังเคยได้โกอินเตอร์ร่วมกับสมาชิกออกอัลบั้มเพลงที่ไต้หวันอีกด้วย นับว่า โด่งดังทั้งในไทย และเป็นยุคแรกๆ ของนักร้องไทยโกอินเตอร์ แต่หลังจากนั้น ราว พ.ศ.2546 กระแสความดังของวงเริ่มลดลงจึงมีการประกาศยุบวง สมาชิกแยกย้ายกันไปทำงานตามแนวทางของตนเอง.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here