คำว่าแม่สุดยิ่งใหญ่ ! เด็กชายวัย 10 ขวบ พิการขอร้องให้ช่วยทั้งน้ำตา! วอนสงสารแม่สู้งานหนักเพียงคนเดียว เลี้ยงดูลูกพิการ 2 คนลำพัง (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
161

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดู เพจ “นางฟ้าซาลอน” ซึ่งได้มีการลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ คุณแม่หัวใจแกร่งที่สู้ทำงานหนัก-รับจ้าง หารายได้เลี้ยงดูลูกพิการสองคน แม้ลำบากแค่ไหนก็กัดฟันสู้ โดยนางฟ้าซาลอน ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมเล่าเรื่องราวระบุข้อความว่า” น้องบูมบอกว่า ผมสงสารแม่ น้องร้องไห้ น้ำตาน้องไหล พี่นี่ ทรมานใจมากๆ

พี่อยากช่วยหนู ให้ได้มากกว่านี้จริงๆ น้องบูม น้องเปิ๊ล หนูสงสารแม่ ช่วยแม่หนูหน่อยนะครับ เสียงคำขอร้องพร้อมน้ำตาของเด็กพิการอายุ 10 ขวบ น่าสงสารมากๆ แม่ต้องไปรับจ้างทำงานโรงงานเลี้ยงลูกพิการ2 คน นางฟ้าซาลอน ได้รับข้อความขอความช่วยเหลือ จึงเดินทางมาพบ ครอบครัวผู้พิการที่ จ.นครปฐม เมื่อมาถึงก็พบ นาง สำราญ จันทะมัด สำราญ อายุ52

มีอาชีพรับจ้าง เลี้ยงดูลูกพิการ จากโรคกระดูกผิดรูป ตั้งแต่กำเนิด ถึง 2 คน คนโตชื่อ นส.บุษยา ชาวโพธิ์สระ หรือเปิ้ล อายุ33 ปี คนเล็กชื่อ ด.ช พีระพัฒน์ ชาวโพธิ์สระ น้องบูม อายุ10ขวบ โดยเปิ๊ล นั้น ยังสามารถคลานหรือถัดก้นไปมาได้ จึงต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ ทำความสะอาดอุจจาระปัสวะ ให้น้องบูม เพราะน้องบูม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

- Advertisement -

ต้องนอนอยู่แบบนี้ตั้งแต่เกิด และไม่สามารถขยับช่วงล่างได้เพราะจะเจ็บปวดกระดูกทรมานมากๆ โดยเปิ๊ลและน้องบูมมีปัญหาเกี่ยวกับปอด ภูมิแพ้ หายใจไม่ค่อยสะดวก ส่วนแม่เป็นโรคไมเกรน มีอาการปวดหัวจิ๊ดๆ แล้วคอยจะวูบไป ส่วนพ่อของน้องนั้น ได้แยกทางไป ตั้งแต่น้องบูมคลอดได้เพียง 4 เดือน พวกเขาต้องอาศัยเช่าบ้านอยู่ ชีวิตลำบาก

แต่ก็ต้องกัดฟันทนสู้ #ช่วยกันแชร์นะคะ #เรื่องเล่าชาวบ้าน #ช่อง5 #นางฟ้าซาลอน #คนค้นฅน ผู้ใจบุญท่านใดสงสารสามารถส่งข้าวสาร อาหารแห้ง นมกล่องได้ทุกรส น้ำดื่ม เสื้อผ้าเด็ก ของเล่นเด็ก ส่งมาช่วยพวกเขาได้ที่ 77/1 หมู่3 ต.ไผ่หูช้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม 73130 โทรสอบถาม090-7863009,092-3580981 เบอร์เปิ้ลค่ะ

เดี๋ยวเรามาดูและศึกษาเกี่ยวกับโรคปอดกันต่อเลยนะค่ะ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคปอด เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด ที่นำผู้ป่วยมาหาแพทย์ และเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของการตายของประชากรโลกสูงมาก อยู่ในอันดับต้นๆ นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นโรคที่สร้างปัญหา ทางเศรษฐกิจของครอบครัว และของประเทศ ที่ต้องให้การรักษา อาการป่วยเรื้อรัง

เนื่องจากปอดพิการ ทำให้มีอาการเหนื่อย หอบหายใจลำบาก เป็นผลมาจาก ผู้ป่วยมารักษาช้าไป ในสหรัฐฯ เพียงแค่โรคหลอดลม อักเสบเรื้อรัง และถุงลมปอดโป่งพอง เพียงโรคเดียว ประเมินว่า ต้องเสียค่าใช้จ่ายถึงปีละ US$ 20,000 ล้าน ถ้าจะคิดเป็นเงินไทย ก็คูณด้วย 40 บาท ในประเทศไทยก็มีแนวโน้มแบบเดียวกัน

หน้าที่ของปอด

ร่างกายต้องใช้ออกซิเจน เพื่อการดำรงชีวิต ออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศ จะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้าไป ออกซิเจนจะไหลผ่าน จมูก ลำคอ หลอดลม เข้าไปถึงปอด และซึมเข้าสู่กระแสเลือด ที่ไหลมายังปอด เพื่อนำไปเลี้ยงร่างกาย นอกจากนั้น เลือดยังนำของเสีย ที่ร่างกายสร้างขึ้น คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มายังปอด และขับถ่ายทิ้งไปทางลมหายใจออก

การแลกเปลี่ยนก๊าซทั้งสอง ต้องอาศัยปอด ต้องทำงานได้ตามปกติ ถ้าปอดพิการทำงานไม่ได้ตามปกติ เราจะมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก เพราะต้องออกแรงหายใจเพิ่มขึ้น เพื่อให้ร่างกาย ได้รับออกซิเจนให้พอใช้ และในที่สุด เราอาจตายได้ จากร่างกายขาดออกซิเจน หรือจากคาร์บอนไดออกไซด์ คั่งในเลือด ซึ่งทำให้เกิดม ีภาวะกรดเกิน เพราะหายใจได้ไม่พอ

ระบบทางเดินหายใจ และปอด เป็นอวัยวะที่เสี่ยง ต่อการเกิดโรค และเสื่อมสมรรถภาพ ระบบทางเดินหายใจ และปอด ก็เหมือนอวัยวะอื่นๆ คือ มีการเสื่อมลง ตามอายุขัย ปกติเราหายใจเข้าออก ครั้งละประมาณ 300-500 ลบ.ซม. หายใจนาทีละ 10-20 ครั้ง หรือนาทีละ 5-10 ลิตร

ประมาณว่า เราหายใจเข้าออกวันละ 8000-12000 ลิตร โชคไม่ดี ที่อากาศที่เราหายใจ เข้าไป ไม่บริสุทธิ์ ที่เรียกว่ามี มลภาวะเป็นพิษ โดยที่ในอากาศมีสาร และก๊าซที่เป็นอันตราย ต่อทางเดินหายใจ และปอดเมื่อหายใจเข้าไป ยิ่งเราอาศัยอยู่ในเมือง ยิ่งได้รับพิษนี้มากขึ้น นอกจากนั้น การสูบบุหรี่ นัดยานัตถุ์ และทำงาน ในโรงงานอุตสาหกรรม หลายประเภท

ก็ทำให้มีมลภาวะ เป็นพิษเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบ และทำให้ทางเดินหายใจ และปอดเสื่อมเร็วกว่าที่ควร หรือทำให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะในปอด นอกจากนั้น ในอากาศยังมีเชื้อโรค เชื้อไวรัส และเชื้ออื่นๆ ที่เมื่อหายใจเข้าไป ทำให้เกิด โรคในปอดที่พบบ่อย คือ เชื้อวัณโรค

อาการของโรคปอดเป็นอย่างไร และทำไมควรต้องตรวจพบในระยะแรก

อาการของโรคปอด คือ อาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเอกซเรย์ และตรวจคลื่นหัวใจแล้วพบว่า หัวใจปกติ ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ และอาจมีไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก แต่บ่อยๆ ที่โรคปอด จะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อแสดงอาการ ก็อาจสายเกินไป อาจรักษาไม่หายขาด หรือแม้ว่าจะหาย แต่มีการทำลายเนื้อปอดมาก ทำให้มีอาการปอดพิการได้ โดยเฉพาะถ้ารักษาช้าไป

หรือรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยพวกนี้ ถึงแม้จะหายจากโรค แต่ก็ต้อง ทนทุกข์ทรมาน จากปอดทำหน้าที่ได้ไม่เพียงพอ โรคปอดเรื้อรังที่เมื่อเป็นแล้วมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อมีอาการ ก็มักจะสายเกินไป ที่จะรักษาให้หายขาดได้ หรือให้ปอด กลับมาทำงานได้ตามปกติ ที่พบบ่อย 4 โรค คือ

1.วัณโรค (Tuberculosis)

2.หลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมปอดโป่งพอง (Chronic bronchitis and Emphysema หรือ COPD)

3.มะเร็งในปอด (Lung cancer)

4.โรคหอบหืด (Bronchial asthma)

ปัจจุบันโรคภูมิแพ้พบมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย อุบัติการของโรคหืดสำหรับผู้ใหญ่ในคนไทยที่เคยสำรวจเมื่อ 20 กว่าปีก่อน พบประมาณร้อยละ 2.5 สำหรับในเด็กเมื่อ 10 ปีก่อน พบว่าเด็กในกรุงเทพมหานคร เป็นโรคหืดร้อยละ 4.2 ในปัจจุบันพบเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 13 สำหรับโรคแพ้อากาศ จากการสำรวจในผู้ใหญ่และเด็ก พบประมาณร้อยละ 20

และมีแนวโน้มจะพบสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่วนผื่นแพ้ทางผิวหนังที่พบบ่อยในเด็ก มีอุบัติการไม่เพิ่มขึ้นมากนัก พบประมาณร้อยละ 10-15 การที่พบโรคภูมิแพ้ของระบบการหายใจเพิ่มขึ้นในประเทศไทยก็เพราะวิถีของคนไทยเปลี่ยนไป ประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อยู่กันอย่างแออัด บ้านเรือนจากเดิมที่มีลักษณะโปร่ง โล่ง มีการถ่ายเทอากาศดี

เปลี่ยนไปเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น มีเพดานเตี้ย ประดับประดาไปด้วยเครื่องเรือน ปิดหน้าต่างตลอดเวลา เปิดเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องนอนมีพรมซึ่งมีไรฝุ่นมาก มีต้นไม้ประดับ ซึ่งมีเชื้อรา นิยมเลี้ยงสุนัข แมวในบ้าน บางคนถึงกับเอาไปนอนด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นสารก่อภูมิแพ้ทั้งสิ้น คนก็ได้แต่สูดเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา

ยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิแพ้ขึ้น ปัจจุบันนี้ยังมีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วย เช่น มลพิษในอากาศ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกซด์ ฝุ่นละอองตามถนน ควันจากท่อรถยนต์ และจากโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีควันบุหรี่ การติดเชื้อ เป็นต้น ล้วนเป็นปัจจัยทำให้อุบัติการของโรคภูมิแพ้ในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น

-ขอขอบคุณ นางฟ้าซาลอน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here