เรือนจำปล่อยตัว ”อริสมันต์” ประกาศยุติการเมือง หลังศาลให้ประกันตัวคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิท (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
217

นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จำเลยที่ถูกศาลสั่งจำคุก 4 ปี ในคดีบุกการประชุมอาเซียนพัทยา ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว หลังศาลให้ประกันตัวระหว่างฎีกา ด้วยวงเงินประกัน 2,200,000 บาท โดยวางข้อกำหนดห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

โดยนายอริสมันส์ สวมเสื้อยืดขาวสีขาว กางเกงขาสั้น ลักษณะผอมลง มี ภรรยาและลูก เจ๋ง ดอกจิก และเพื่อนราว 40 คนมารอรับหน้าเรือนจำ และมีการนิมนต์พระสงฆ์ 2 รูป มาสวด เพื่อปัดเปา เอาน้ำมนต์ล้างหน้า เพื่อเป็นเคล็ดว่าไม่ต้องกลับเข้าไปในเรือนจำอีก จากนั้นได้รับดอกไม้ พวงมาลัย จากญาติ นายอริสมันต์ กล่าวว่า ดีใจได้ออกมา อยู่กับครอบครัว

แต่เราต้องเป็นกำลังใจให้คนข้างใน และต้องช่วยกัน สังคมไทยยังเหลื่อมล้ำอยู่ พร้อมกับกล่าวขอบคุณผู้พิพากษา และศาลที่ทำให้ตนเองได้ประกันตัว โดยนายอริสมันต์ ประกาศยุติบทบาททางการเมือง และจะขอช่วยเหลือสังคมในรูปแบบอื่นต่อไป อริสมันต์ (เดิมชื่อศักดา) เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2507 ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งบิดา-มารดาเคยเป็นพระเอกและนางเอกลิเกมาก่อน อริสมันต์มีพี่สาวคนโตชื่อนภา, พี่ชายคนรองชื่อไชยา และมีน้องชายอีกสองคน คือพัศพงศ์ และอาชาครินต์ (ซึ่งเคยเป็นนักร้องในสังกัดอาร์.เอส. โปรโมชั่นอยู่ช่วงหนึ่ง โดยการสนับสนุนของอริสมันต์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ) อริสมันต์จบการศึกษาชั้นมัธยมตอนต้น

จากโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อำเภอบ้านโป่ง, มัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ, สำเร็จปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครอบครัวพงษ์เรืองรอง เป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อ บริษัท พงศ์เรืองรองก่อสร้าง จำกัด จดทะเบียนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2538

ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มเป็น 5 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 33/1 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยมีนายไชยา พงษ์เรืองรอง ถือหุ้นใหญ่ 6,000 หุ้น นายเฮง พงษ์เรืองรอง 1,000 หุ้น นางน้ำผึ้ง พงษ์เรืองรอง 600 หุ้น นายอริสมันต์ 600 หุ้น ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ระหว่างปี 2549 -2553

บริษัท พงษ์เรืองรองก่อสร้าง จำกัด แจ้งว่ารายได้แต่ละปีรวม 101,467,418 บาท กำไรสุทธิรวม 5,200,144 บาท และพบว่ารายได้จะมากขึ้นในช่วง 2 ปีหลัง โดยเฉพาะปี 2552 รายได้ 23,377,686 บาท และยังมีญาติที่ร่วมทุนทำธุรกิจยางมะตอย ชื่อ บริษัท โซล่า แอสฟัลท์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2542 ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท

โดยผลประกอบการในปี พ.ศ. 2550 มีรายได้ 455.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 10 ล้านบาท ต่อมาในปี 2551 มีรายได้ 428 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 4.2 ล้านบาท รวมสินทรัพย์ 207.1 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ส่วนใหญ่ในปี 2551-2552 พบว่า บริษัท โซล่า แอสฟัลท์ จำกัด รับงานกรมทางหลวงตามที่ต่าง ๆ รวมทั้งหมด 15 สัญญา วงเงินกว่า 27 ล้านบาท

เมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร อริสมันต์เปิดแผงจำหน่ายกางเกงยีนส์ และเสื้อผ้าราคาถูก บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มมีชื่อเสียงจากที่ออกอัลบั้มชุดแรก ความหมายของผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2532 ร่วมกับ อาร์.เอส.โปรโมชั่น โดยมีอิทธิ พลางกูร เป็นผู้ชักชวน และมีชื่อเสียงจากเพลง ไม่เจียม และ เธอลำเอียง

เพราะมีเอกลักษณ์ในการร้องที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเสียงที่กลั้วอยู่ในลำคอ คล้ายกับออกเสียงไม่ชัด ซึ่งเชื่อกันว่าเขาอมลูกอมขณะที่ร้องเพลง จึงมีฉายาว่า นักร้องเสียงอมฮอลล์ ประกอบกับเนื้อหาของเพลง ซึ่งส่วนมากเขาเป็นผู้แต่งเอง ที่ใช้ภาษาต่างไปจากเพลงในตลาดขณะนั้น แต่มีความหมายเฉพาะตัว และสร้างความรู้สึกโรแมนติกได้เป็นอย่างดี

จากนั้น อริสมันต์ยังออกอัลบั้ม ตามมาอีกหลายชุด เช่น เจตนายังเหมือนเดิม, ฝันมีชีวิต, เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง เป็นต้น ซึ่งประสบความสำเร็จทุกชุด และมีหลายเพลง เป็นที่จดจำของผู้ฟัง ตราบจนปัจจุบัน เช่น ยอมยกธง, ทัดทาน, ใจไม่ด้านพอ, เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง, คนข้างหลัง, รักเธอเสมอใจ เป็นต้น ซึ่งในทุกชุด อิทธิ พลางกูร เป็นโปรดิวเซอร์ให้

ต่อมาราวกลางปี พ.ศ. 2536 อริสมันต์มีผลงานแสดงละครโทรทัศน์ของ อาร์.เอส.โปรโมชั่น ซึ่งเสนอฉายทางไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลาบ่าย โดยเขาเล่นเป็นตัวเอกของเรื่องด้วย เป็นละครเรื่องแรกและเรื่องเดียว ของอริสมันต์ตราบจนทุกวันนี้ หลังจากปี พ.ศ. 2540 ไปแล้ว ชื่อเสียงและความนิยม ของอริสมันต์เริ่มสร่างซาลง

และเจ้าตัวก็หันไปมีบทบาท ทางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ แต่ในปี พ.ศ. 2542 อริสมันต์ยังออกอัลบั้มเพลงลูกทุ่ง ชื่อชุด “กังวานทุ่ง” และในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ก็จัดคอนเสิร์ตของตัวเองชื่อ เวทีนี้ยังมีพี่เลี้ยง ขึ้นอีกครั้ง ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 อริสมันต์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก

โดยสังกัดพรรคพลังธรรม ในพื้นที่เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และได้รับการเลือกตั้ง เป็นสมัยแรกเช่นกัน แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 อริสมันต์สังกัดพรรคเดิม และลงสมัครในพื้นที่เดิม แต่กลับไม่ได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นในปี พ.ศ. 2541 สมาชิกพรรคพลังธรรมหลายคน รวมทั้งอริสมันต์ด้วย ย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย

และในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2548 อริสมันต์ก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 56 ของพรรคไทยรักไทย และได้รับมอบหมายให้เป็น เลขานุการของ ประชา มาลีนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในขณะนั้น ในคืนวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2550 อริสมันต์ได้ร่วมกับกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

กลุ่มพีทีวี และ อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ที่รวมตัวยกันในนาม แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ที่ท้องสนามหลวง เคลื่อนย้ายขบวนฝ่าแนวป้องกันของตำรวจไปยังหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น อีกทั้งในคืนวันที่ 18 มิถุนายน ก็ได้ขึ้นรถปราศรัยโดยด่าว่าทหาร และตำรวจที่รักษาความสงบอยู่ด้วย

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2550 อริสมันต์ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร ในเขต 12 (บางพลัด บางกอกน้อย ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา) สังกัดพรรคพลังประชาชน แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมาได้เข้าร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยได้ปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์

เวชชาชีวะและประธานองคมนตรี ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช. เมษายน พ.ศ. 2552 อริสมันต์เป็นแกนนำผู้ชุมนุมที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนำผู้ชุมนุมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและที่สมทบจากกรุงเทพฯ เพื่อปิดล้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน ได้เข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา

เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนอาเซียน และในวันต่อมาได้กลับมาชุมนุมหน้าโรงแรมอีกครั้ง เพื่อกดดันรัฐบาลให้รับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มคนสวมเสื้อสีน้ำเงิน ในช่วงเช้า จนกระทั่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ของไทย ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ขอเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด แล้วพาผู้นำประเทศต่างๆ เดินทางออกจากสถานที่ประชุม

และขึ้นเครื่องบินกลับโดยทันที โดย ในวันที่ 21 มีนาคม 2560 ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้เขามีความผิด จำคุก 4 ปี และไม่ได้รับประกันตัว ก่อนหน้านี้เขาเคยจำคุกในคดีดังกล่าว ในศาลชั้นต้น ในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558 ต่อมาใน วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558 เขาได้รับการประกันตัวในวงเงิน 2 ล้านบาท หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมอริสมันต์

ที่บ้านพักในเขตตลิ่งชัน ขณะกำลังหลบหนี และถูกควบคุมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจังหวัดราชบุรี แต่ต่อมาศาลอนุมัติให้ประกันตัวไป ด้วยวงเงิน 5 แสนบาท และเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขออนุมัติหมายจับอริสมันต์ในข้อหา กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด

อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here