ส่องหุ่น ‘จิ๊บ คีตภัทร’ นางเอกชื่อดัง คุณแม่ลูกหนึ่ง บอกเลยขนาดมีลูก หุ่นยังเป๊ะ ปัง แซ่บ ไม่เคยเปลี่ยน (ชมภาพ)

0
322

เรียกได้ว่าหลายๆ คนต้องจำกันได้อย่างดีแน่นอน สำหรับ “จิ๊บ คีตภัทร” ดารานักแสดงมากความสามารถของทางช่องมากสีที่ก่อนหน้านี้เธอได้หายไปจากวงการมาสักพักใหญ่เลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้เธอก็กลับมาแล้วพร้อมมีผลงานที่กำลังถ่ายทำอีกหลายเรื่อง ล่าสุดต้องเลยว่าสวยวันสวยคืนจริงๆ มองกี่มุมก็ไม่เบื่อเลย ไม่ว่าจะผิวที่ข๊าวขาว หุ่นเป๊ะ หน้าปัง บอกเลยว่าเห็นแล้วหัวใจ

เต้นรัวๆเลยจ้า พูดแล้วรออะไรละเราไปชมภาพกันเลยดีกว่าว่าสาวจิ๊บเธอจะแซ่บเวอร์โดนใจขนาดไหน !! จิ๊บ คีตภัทร เผยตอนนี้อยู่ช่อง 7 ด้วยสัญญาใจ ขอบคุณที่ทางช่องป้อนงานให้ตลอด แอบย้อนคิดถึงละครที่เล่นเรื่องแรก จนทำให้มีคนรู้จักมาถึงปัจจุบันนี้ ส่วนเรื่องความรัก รับคุยกับคนนอกวงการนานแล้ว แต่ยังไม่รีบแต่ง อยากใหพร้อมในทุกๆ ด้าน เพราะมองว่าผู้หญิง

ยุคใหม่ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องรีบแต่งงานขนาดนั้น… หากย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อนจนกระทั่งปัจจุบัน แฟนละครช่อง 7 คงไม่มีใครไม่รู้จักนักแสดงสาว จิ๊บ คีตภัทร อันติมานนท์ เพราะเธอเข้าวงการมาเล่นละครเรื่องแรก กว่าจะรู้เดียงสา ก็แจ้งเกิดทันที ด้วยความเป็นน้องสาวของหนุ่ม จิม เจจินตัย อันติมานนท์ ด้วย เลยทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างมากมาย มาวันนี้จิ๊บก็ยังอยู่ในวงการ

- Advertisement -

บันเทิง และยังรับงานละครเหมือนเดิม แม้อาจจะไม่ได้รับบทนางเอกแล้ว แต่เธอก็ยังมีงานละครติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละบทที่ได้รับก็ไม่ธรรมดา บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เธอถึงเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เล่นละครเรื่องแรกจนปัจจุบัน พร้อมกับแง้มหัวใจของสาวจิ๊บสักหน่อย ว่าความรักเป็นยังไงบ้าง มีแพลนแต่งงานรึยัง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดใจในทุกเรื่องว่า เป็นยัง

ไงบ้าง ช่วงนี้มีงานอะไรไหม? “ถ่ายเรื่อง ลูกหลงค่ะ แล้วก็ ทิวลิปทอง ของอาฉลอง ก็ลูกหลงเป็นละครที่เคยเล่นตอนเด็กกลับมาเล่นใหม่ เป็นรีเมคค่ะ แต่ว่าเรื่องนี้กลับมาเล่นเหมือนเดิม แต่ว่าเป็นอีกบทหนึ่ง อีกคาแรกเตอร์หนึ่ง คือคราวนี้จะเป็นคนที่ไปหลงรักบุญหลงเป็นดี้” ก็ไม่ได้เรียกว่าหายหน้าหายตาไป มีงานมาเรื่อยๆ? “ใช่ ก็มีตลอดอะค่ะ มีปีที่แล้วก็ถ่าย 4 เรื่องอะ

มีคู่วุ่นลุ้นแผนรัก แหวนปราบมาร ยมบาลเจ้าขา ภาค2 ละอองดาว ก็ถ่ายอยู่เรื่อยๆ” อันนี้เราเซ็นสัญญากับช่อง 7 หรือเป็นนักแสดงอิสระ? “จริงๆ ก็เหมือนสัญญาใจกับฝั่งช่อง7อะค่ะ ก็คือยังไม่ได้ไปไหน” ก็ยังอยู่ ด้วยสัญญาใจใช่ไหม? “ก็จริงๆ ก็มีสัญญากับช่อง7 แต่ว่าหมดไปแล้ว แต่เราก็ยังอยู่อะค่ะ ยังกตัญญ” เข้าวงการมานานเท่าไหร่ ตั้งแต่เรื่องแรกถึงเรื่องปัจจุบัน?

“14 ปีค่ะ เรื่องแรกคือ กว่าจะรู้เดียงสา” เรื่องนี้จะมีรีเมคอีกไหม? “หนูไม่รู้เลยอ่ะ อยากให้มีรีเมคเหมือนกันนะคะ คือคิดว่าเป็นละครที่สะท้อนชีวิตสังคมได้ดีมากเรื่องหนึ่ง” แฟนๆ อาจจะจำเราได้ในเรื่อง กว่าจะรู้เดียงสา จำการแสดงครั้งนั้นได้ไหม? “จริงๆ มันเป็นเรื่องแรก แล้วหนูยังไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ไม่รู้อะไรเลย เล่นออกมาด้วยความอินโนเซ้นท์จริงๆ ตามกว่าจะรู้

เดียงสาจริงๆอะ คือแบบเหมือนเป็นละครที่ใสที่สุดแล้วอะ” เป็นเรื่องแรกมีการเรียนแอ็กติ้งอะไรไหมตอนนั้น? “ไม่มี ไม่มีเลย งงมากเหมือนกัน ไม่ได้เรียนแอ็กติ้ง ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเลยคืองงเหมือนกัน อยู่ดีๆ เอามาเล่นละครเรื่องนี้ แล้วเป็นละครที่หินพอสมควรเลย โอ้โห ดราม่าสุดๆ อะไรแบบนี้ คืองงมากเล่นออกมาได้ไง(หัวเราะ)” เรื่องทำให้เรามีชื่อเสียงและกลายเป็นที่

รู้จัก? “ใช่ๆ ก็น่าจะใช่(หัวเราะ) ละก็ลูกหลงไง 2 เรื่องนี้ที่แบบชัดเจน ผลตอบรับกระแสดีมากๆ อะไรแบบนี้” คิดถึง 2 เรื่องที่ผ่านมาไหม? “คิดถึงฟิวเก่าๆ อะ คิดถึงเหมือนกัน มี เบญจา คีตา ความรัก อีกเรื่องหนึ่งที่ใครก็จะนึกถึงเราเรื่องนี้อะค่ะ เหมือนเป็นช่วงหนึ่งที่แบบคนยุคนั้นเขาดูกัน ซึ่งคนจะพูดถึงเยอะสุดคือ กว่าจะรู้เดียงสา เบญจาฯ ละก็ลูกหลง ที่คนจะจำได้”

แต่เหมือนจิ๊บก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ความสวยก็ยังคงเดิม หน้าเด็กเหมือนเดิม มีเคล็ดลับอะไรไหม? “(หัวเราะ)เอาจริงๆ จิ๊บสายรักสุขภาพอยู่แล้วไง คือหลักๆ เลยจิ๊บว่า ต้องดูแลจากภายในเลยค่ะคือการทานอาหาร ออกกำลังกาย อะไรแบบนี้ แต่จิ๊บจะไม่ตึง จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คือจะแบบว่ามีความสุขกับการกินด้วย แต่ว่าคือช่วงไหนต้องเตรียมตัวทำงานก็จะทานคลีนอะค่ะ

เหมือนให้ข้างในมันบาลานซ์ คือไม่สบายเยอะด้วยไง ไม่สบายบ่อยขี้โรค ก็เลยการทานคลีน มันนอกจากจะช่วยเรื่องสุขภาพ การทำให้ข้างในเราแข็งแรงอะ มันก็ส่งผลไปถึง คงช่วยเรื่องพวกนี้ด้วยแหละมั้ง ให้เหมือนแบบว่ายังไม่ได้อ้วนเลยไปไหนแบบ ออกกำลังอะไรอย่างนี้ค่ะ” ก็ไม่ได้เรียกว่าหายหน้าหายตาไป มีงานอยู่เรื่อยๆ? “ทำอยู่ตลอดเลยนะ ธุรกิจส่วนตัวก็ทำมีอาหารคลีน

ค่ะ HEALTHY MEAL THAILAND ทำกับพี่ชาย มีสำหรับพวกที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อละก็ต้องไดเอต แล้วก็เพื่อสุขภาพด้วย คือถ้าคนที่ไม่ได้เน้นไม่ได้สร้างกล้ามเนื้อหรือลดอะไรอย่างนี้ คนไม่สบาย คือเป็นอาหารที่คำนวณแคลอรี่ให้แล้ว คือคำนวนให้แล้วในเซตหนึ่งว่าร่างกายควรได้รับมื้อละยังไง วันละเท่าไหร่ คือแบบมันจะบาลานซ์ในการกินอะค่ะ แต่ว่าอย่างหนึ่งคือของเราเมนู

เยอะหลากหลาย แล้วก็อร่อย คืออาหารคลีนคนจะกลัวว่าต้องไม่อร่อยแน่เลย จืดชื่น ต้องไม่ปรุงรสอะไรแบบนี้ แต่ของเราใช้โซเดียมต่ำค่ะ คือจะปรุงรถแต่ปรุงน้อยมาก คือพริกไทยดำอะไรแบบนี้ จริงๆแล้วมันมีประโยชน์ เราจะไม่ได้ใช้น้ำปลา เกลือ ผงชูรส ที่มันไม่ดีต่อสุขภาพ” “แล้วก็มี JB Collagen คอลลาเจนอะค่ะ เป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ที่มาอันนี้อะค่ะคือ อาหารเสริมคอล

ลาเจน จิ๊บแบบคือก่อนหน้านี้หน้าไปใช้ยาที่แบบมันแรงแก้แพ้อะไรแบบเนี้ย แล้วทำให้หน้าเราบางมากเป็นผดเยอะมาก เป็นสิว เหมือนแบบหน้าอ่อนแอไปเลย จนมารักษาอยู่นานมากอะค่ะ จนได้มาทานคอลลาเจน จริงๆ ก็คือเหมือนที่บอกมันคือภายในหรือการทำให้ผิวเรามันแข็งแรงขึ้นอะค่ะ คือตัวคอลลาเจนนี้มันทำให้จิ๊บ จากที่จิ๊บเคยเป็นอาทิตย์เว้นอาทิตย์ มันเลื่อนเวลาไปเรื่อยๆ

อะ แต่มันคือใช้เวลาในการรักษาหน้าของจิ๊บแทบโคม่าเลยอะ” มันรักษาจากภายในหรือเปล่า? “ทั้งสองอย่างเลย จะแค่ภายนอกคือจิ๊บจะใช้อะไรแรงไม่ได้ยาแรงไม่ได้ คือจิ๊บจะต้องหักดิบเหมือนติดยาอะ เหมือนหน้าติดยาอ่ะ ต้องหักดิบไปเลย ละก็ต้องทำให้สุขภาพแข็งแรง สุขภาพผิวแข็งแรง ซึ่งตัวคอลลาเจนนี้ ไปเสริมสร้างทำให้ผิวเราแข็งแรงขึ้น ผดจิ๊บขึ้นแบบโหดร้ายมาก

เลยนะ แบบน่ากลัวมาก แล้วคราวนี้จิ๊บทำตัวนี้มันช่วยจิ๊บได้จริงๆ รู้สึกว่ามันคือเราอยู่ในที่สว่างอะไม่ใช่เอาอะไรก็ได้มาขาย เพราะว่าถ้ามันไม่เห็นผลจริง ไม่ดีจริง จะไม่กล้าขายเพราะว่ามันก็จะเสียชื่อเราไปค่ะ คราวนี้มันช่วยเราได้ ละจิ๊บก็เห็นผลกับตัวเอง แล้วจิ๊บก็เห็นคนติดสารสเตียรอยด์เยอะ บางคนจะไม่ได้ติดเหมือน เหมือนของจิ๊บเกิดจากยาแก้แพ้ ทาสเตียรอยด์บ่อยๆเป็นยา

รักษาสิว เป็นพวกยาทาแก้แพ้รักษาสิวทาบ่อยๆ ก็จะเป็ยสเตียรอยด์สะสม” “แต่ว่าบางคนติดสเตียรอยด์จากพวกครีมออนไลน์ พวกที่มีผสมสารปรอทหรือขาวไว พวกนี้ก็ทำให้เกิดสารสเตียรอยด์เหมือนกัน คือปัญหานี้เกิดขึ้นรอบๆ ตัวให้เห็นอ่ะ แล้วจิ๊บก้รู้สึกว่าถ้าเราดีขึ้นจากตัวนี้ได้ก็อยากทำ คือเป็นธุรกิจด้วยแล้วมันก็ได้ช่วยคนด้วยอ่ะ คือรู้สึกว่าการแพ้นี้ก็ไม่ได้ศูนย์เปล่า

รู้สึกว่าสุดท้ายแล้วเราได้ช่วยคนอื่นนะ ให้แบบดีขึ้นแต่จิ๊บก็ตอบไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คือแต่ละคนต้องช่วยตัวเอง คือตัวนี้เป็นตัวเสริมที่มันดีที่มันช่วยจิ๊บได้จริงๆ อะไรแบบนี้ แต่ว่าเราก็ต้องแบบคือทานอาหารออกกำลังกาย อะไรให้มันแบบทุกอย่างมันสม่ำเสมออะ เหมือนอย่างคนทานยาลดความอ้วนอย่างนี้อะ แต่กินช็อกโกแลตทุกวันมันก็ไม่เห็นผลอยู่แล้ว ต้องแบบช่วยๆ กันไป”

ผลตอบรับเป็นไงบ้างกับ 2 ธุรกิจนี้? “ดีนะ จิ๊บรู้สึกว่าเป็นจังหวะที่ดี มันเป็นช่วงเวลายุคใหม่ที่คนหันมาสนใจสุขภาพและดูแลตัวเองอะค่ะ แล้วของจิ๊บทั้งสองอย่างนี้มันไปในทางดูแลตัวเอง ใส่ใจตัวเอง สุขภาพกายสุขภาพผิวอะไรแบบนี้ แล้วจิ๊บก็แฮปปี้มีความสุขค่ะ อาหารคลีนทำกลับพี่เจ ส่วนผลิตภัณฑ์ทำกับเพื่อนสนิท” คนมองว่าเรากับพี่เจ เป็นคู่พี่น้องที่รักกันมาก? “ค่ะ”

ตอนนี้พี่เจมีหลานแล้ว ช่วยเลี้ยงกันยังไง? “หลังๆ มาเจอน้อยลงเพราะเขาดูแลลูกเยอะ จริงๆ จิ๊บกับพี่เจเป็นปาท่องโก๋เลยอะมาตลอด แต่พอเขามีแฟนเริ่มมีน้องอะไรแบบนี้ก็จะไปทุ่มเทกับน้อง คือถ้ามีโอกาสจิ๊บก็จะไปช่วยได้ แต่ว่าน้องยังเล็กมากไง เขายังไม่เอาออกมาเท่าไหร่ คือแล้วจิ๊บก็ทำงานแต่ก็คือมีไปเจอ มีไปบ้างอย่างนี้อะค่ะ” เหมือนพี่เจเป็นคนพาเข้าวงการด้วย?

“คือจังหวะเหมือนกับ อ้าวน้องเจเหรอสนใจอะไรแบบนี้อะค่ะ แต่คือพี่เราไม่ได้เป็นคนดึงเราเข้ามา เพราะพี่เราไม่ใช่สไตล์อยากให้น้องเราเป็นดารา แต่คือจังหวะที่เขารู้จักเราว่าเราเป็นน้องพี่เจเขาก็เลยสนใจ” ตอนนี้พี่ยังหวงน้องอยู่ไหม? “ก็ปกติค่ะ ห่วงใยกันอยู่เหมือนเดิมเพราะว่ายังไงเราก็คือเด็กในสายตาเขาตลอด(หัวเราะ) จะโตแค่ไหนเขาก็ยังห่วง” ความรัก พี่ชายช่วยสแกน

ไหม? “คือจริงๆ พี่เจเนี้ยเหมือนเป็นเพื่อนสนิทจิ๊บด้วยนะ จิ๊บแบบกับเขาคือทุกคนอะจะมองว่าพี่สนิทแน่เลยมีอะไรไม่กล้าเล่า จิ๊บแบบไม่นะมีอะไรจิ๊บเล่าหมดเลย (หัวเราะ) ผู้ชายหรือใครมาจีบ จิ๊บจะปรึกษาเขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ชายเขาคงอ่านอะไรมากกว่าเรา บางทีเราคิดคนเดียว มันก็มุมมองเดียว ก็ปรึกษากันค่ะคุยกันปกติ วันนี้เป็นยังไง คือจิ๊บเล่าให้เขาฟังหมด แฟน อะไร

แบบนี้เวลามีก็จะเล่า ทุกคน เพื่อน เขารู้เรื่องจิ๊บหมดเขาเหมือนเป็นเพื่อนสนิทอะ อยากเล่าอะอยากคุย เพราะไม่ค่อยคุยเรื่องส่วนตัวกับคนอื่นไง คือครอบครัวจิ๊บจะเหมือนแบบคุยกันเองแค่นี้ ไม่ค่อยคุยกับใคร ก็เลยกลายเป็นแบบคุยกันทุกเรื่อง เพราะว่าก็มีกันอยู่แค่นี้” แล้วความรักของเราเป็นยังไงบ้าง? “ก็ดีค่ะ แต่จิ๊บไม่ได้รีบแต่งงานอะไรอย่างนั้น คือไม่รู้ดิ ค่อนข้างกลัวนิดนึง

คือรอบตัวมันเห็นอะไรมาเยอะ” ไม่รีบแต่งงานคือเรามีแฟนแล้วแต่ไม่รีบ? “ก็มีคนศึกษาเหมือนกัน ศึกษากันมานานอะค่ะ แต่เราไม่รีบที่จะแต่ง” ทำไมถึงมองว่ากลัวการแต่งงาน? “คือ จิ๊บโตมากับครอบครัวที่ไม่ได้แบบ คือหย่าร้างอะค่ะ แต่พ่อกับแม่เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์บางทีเขากลายเป็นเพื่อนกัน แล้วเขารักกันมากกว่าเดิม แต่คือเราอยู่กับครอบครัวที่

ไม่ประสบความสำเร็จในความรักเท่าไหร่อะ เราก็เลยไม่ได้แบบเป็นผู้หญิงที่แบบ โหยย…อยากแต่งงาน ไม่ได้มีภาพนั้นอะ คือถ้าแฟนจิ๊บ เขายังรอจนกว่าเราจะพร้อมได้ ก็คงจะเกิดขึ้น แต่ตอนนี้คือแบบยังหลายๆ อย่างอะ ยังโฟกัสทำงาน นี้มันยุคใหม่แล้วอะ ไม่ต้องรีบขนาดนั้น” เราก็เหมือนเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่รีบเรื่องการแต่งงาน? “ไม่เลย เรารู้สึกว่าถ้ามีแล้วต้องดีขึ้นใน

ทุกๆ เรื่อง ถ้ามีแล้วทำให้ทุกข์ใจหรือไม่ได้ส่งเสริมกันไปในทางที่ดี อยู่คนเดียวเพราะว่าดูแลตัวเองได้อะ เป็นคนที่มีความสุขได้ด้วยตัวเอง ถ้ามีแล้วต้องดีถ้าดีไม่ได้ก็ไม่เอา” เป็นผู้หญิงสมัยใหม่พอสมควร? “ใช่ๆ คือทำงานอะไรเองมาตั้งแต่เด็กอะค่ะ ก็เลยเหมือนแบบดูแลตัวเองได้ ให้เกียรติตัวเอง เคารพตัวเอง พ่อแม่เราเลี้ยงมาดี แล้วเราก็ดูแลตัวเองให้มันดี แล้วคือถ้าเขามา

เขาต้องทำให้เราดีขึ้น ถ้าเขาไม่ได้มาส่งเสริม เขามาทำให้เราเหนื่อยใจหรือมีอะไรจุ๊กจิ๊ก หรือตัวเขาเองเขาไม่พัฒนา คือจิ๊บต้องการผู้นำค่ะ ถ้าเขายังนำไม่ได้ ไม่ได้ดีพอละไม่มีความสุข ไม่สบายใจ ก็ไม่เอา” เขามีถามบ้างไหมเรื่องแต่งงาน? “มีค่ะ แต่เราก็นั้นแหละ ถ้ารอได้ก็รอ” เราให้เหตุผลไป เขาเข้าใจ?

“ใช่ ขอทำอะไรมากกว่านี้ เพราะรู้สึกว่าถ้าไปมีครอบครัวไปมีลูกเลย จิ๊บก็ไม่ได้ทำอะไรแล้ว จิ๊บเหมือนกำลังสนุกกับการทำงานทำธุรกิจอะไรแบบนี้ ขออีกนึดนึง ถ้ามันแบบคือยังไม่แก่ขนาดที่จะต้องรีบแต่งไง ละคือพี่เจก็มีหลานแล้ว เราก็ไม่ต้องรีบให้แม่ แม่ก็แฮปปี้กับหลานละ ไม่มีแรงกดดัน ก็แฮปปี้แบบนี้”.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here