มากกว่ารัก! เมื่อสาวสวยวัย 25 ปี ต้องเป็นเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวรุ่นคุณปู่วัย 87 ปี ! บอกเลยน่ารักเวอร์ (คลิป-ชมภาพ)

0
177

เกิดเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้สร้างความประทับใจไปตามๆกัน กับการแต่งงานที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่เกินกว่าคำว่าความรัก ระหว่างเจ้าสาววัย 25 ปี กับเจ้าบ่าววัย 87 ปี โดย China Xinhua News เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 ได้มีการเผยชุดภาพงานแต่งงานระหว่างคู่รักต่างวัยคู่นี้ ซึ่งได้เคยถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกสังคมออนไลน์ของจีนมาได้ไม่นาน พร้อมเผยถึงที่มาที่ไปซึ่งเป็นเรื่อง

คลิป

ซึ้งที่น่าเศร้า ของการจับคู่กันครั้งนี้ที่หลานสาวต้องมาแต่งงานกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นปู่แท้ๆของเธอ อันเป็นเรื่องราวที่เริ่มต้นมาจากในปี 2015 นายฝูฉีฉวน (คุณปู่ของเธอ) ได้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ฝูเสว่เวย ผู้เป็นหลานสาว เลยเริ่มหวาดกลัวว่าปู่ของเธอ ที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เล็ก เพราะพ่อแม่แยกทางกัน จะไม่มีวันได้เห็นภาพวันแต่งงานของเธอ จนกระทั่งในเดือนกันยายน

ปี 2017 อาการของคุณปู่ก็ย่ำแย่ลงอีกจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งคู่จึงได้ตัดสินใจถ่ายภาพในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมกัน เมื่อต้นเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา จนออกมาเป็นภาพที่งดงาม และอบอุ่นดังที่เห็น ฝูเสว่เวย กล่าวว่าแรงจูงใจในการถ่ายภาพครั้งนี้ของเธอ ก็คือความรัก “ที่ไม่มีเงื่อนไข” ที่คุณปู่มีให้กับเธอ ซึ่งเธอได้พูดถึงคุณปู่ว่า”ท่านเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดใน

ชีวิตของเธอ” นอกจากนี้ ฝูเสว่เวย ยังกล่าวอีกด้วยว่า ฉันคิดว่าแต่ละคนมีวิธีการแสดงความรักที่แตกต่างกัน อาจจะมีคนที่ไม่เข้าใจวิธีการของฉัน คิดว่าฉันทำเกินไปหรือเปล่า แต่ฉันก็คิดว่านี่เป็นวิธีการแสดงความรักแบบหนึ่งเท่านั้นเอง เดี๋ยวเราจะพาทุกคนไปดูความหมายการแต่งงานกันนะค่ะ การแต่งงานนั้น เป็นขั้นตอนที่คู่หนุ่มสาวทั้งสองที่ได้คบหากันมาสักระยะหนึ่ง

จนสามารถเข้ากันได้ เข้าใจอุปนิสัยใจคอซึ้งกันและกัน และตกลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน สร้างครอบครัวใหม่ของตนร่วมกัน จึงอยากจะบอกกล่าวให้สังคมได้รับรู้ อาจจะเป็นเครือญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง ตลอดจนคนรอบข้างที่ตนรู้จัก ซึ้งการจัดงานแต่งงานนั้นก็ถือว่าเป็นการประกาศหรือบอกกล่าวให้สังคมได้รับรู้อีกวิธีการหนึ่ง

จัดงานแต่งงานเพื่ออะไร

การจัดงานแต่งงาน นอกจากจะเป็นการประกาศให้สังคมได้รับรู้ว่า คู่บ่าวสาวตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ยังถือว่าเป็นวัฒนธรรมสากลที่ถือปฎิบัติกันทั่วไปอีกด้วย ซึ่งการจัดพิธีแต่งงานจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของท้องถิ่นหรือประเทศนั้นๆ

สำหรับประเทศไทยนั้น การจัดงานแต่งงานถือว่าเป็น พิธีการที่เป็นมงคล แต่ก็จะมีความแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละท้องถิ่น เช่นทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ก็จะมีความแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย ซึ้งโดยภาพรวมแล้วจะมีขั้นตอนคล้ายๆกัน ซึ้งผมขอสรุปได้ดังนี้ครับ..

ขั้นตอนการแต่งงานของไทย โดยทั่วไป จะมีลำดับ 3 ขั้นตอนดังนี้

-การสู่ขอ ซึ้งฝ่ายชายก็จะให้ญาติผู้ใหญ่ที่ตนให้ความเคารพ ไปสู่ขอผู้หญิงกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง
-การหมั้น หลังจากที่มีการสู่ขอแล้ว ขั้นต่อไป ฝ่ายชายก็จะจัดขบวนขันหมากไปที่บ้านของฝ่ายหญิง

-พิธีแต่งงาน ตอน เช้าจะทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระ รดน้ำสังข์เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่ ที่นับถือได้เป็นสักขีพยานในการแต่งงาน จากนั้นก็มักจะมีการกินเลี้ยงกัน
-ชุดวิวาห์ ชุด ที่ใส่ในพิธีแต่งงานโดยชุดดังกล่าวนั้นจะสวมใส่เฉพาะฝ่ายหญิงหรือสตรีผู้ เป็นเจ้าสาวเรียกว่าชุดวิวาห์ ซึ่งมีหลากหลายสีตามชนชาติ และวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ แต่ส่วนมากจะเป็นสี ขาว ครีม งาช้าง ชมพู แดง ทอง ล้วนแต่เป็นสีมงคลที่จะนำมาสวมใส่ ไม่นิยมสวมใส่สีที่ไม่เป็นมงคล เช่น สีดำ สีม่วง

กล่าวโดยสรุป

การแต่งงาน เป็นวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฎิบัติกันมาอย่างยาวนานแทบจะทุก ประเทศทุกภาษา และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความเหมาะสมของยุคสมัย เป็นงานพิธีที่เป็นมงคล จึงมักจะมีพิธีกรรมทางศาสนาร่วมอยู่ด้วย สำหรับในประเทศไทยนั้น การจัดงานแต่งงานตามประเพณีไทย

โดยส่วนตัวแล้ว พิธีแต่งงานของเราเป็นวัฒนธรรมที่สวยงาม แฝงไปด้วยความอ่อนช้อยผสมกับความสนุกสนานรื่นเริงที่ค่อนข้างจะลงตัวโดย เฉพาะพิธีหลั่งนํ้าพระพุทธมนต์ หรือพิธีรดนํ้าสังข์อย่างที่เราๆรู้จัก เป็นขั้นตอนที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นชุดอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในพิธีล้วนมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่มีใคร

เหมือนและไม่เหมือนใคร อีกทั้งสวยงามอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ฉะนั้นพิธีแต่งงานตามประเพณีไทยเราจึงยังเป็นที่นิยมและยึดถือปฎิบัติกันสืบ ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ และผมเชื่อว่ายังคงปฎิบัติสืบต่อกันไปอีกนาน ไม่ว่าสภาพทางสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม

การแต่งงาน คือ การเข้าร่วมพิธีของชายหญิงที่ตกลงปรงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อให้เป็นสามีภรรยาอันถูกต้องตามประเพณีหรือกฎหมายของสังคม ซึ่งแสดงถึงวัยหรือช่วงเวลาอันเหมาะสมของชายหญิงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยาในการสร้างครอบครัวใหม่ พร้อมกับเป็นที่ยอมรับของสังคม การแต่งงานเป็นขั้นตอนหนึ่งของชีวิต เป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่พร้อมที่จะเริ่มต้น

สร้างครอบครัวของตนเอง ขั้นตอนการแต่งงานนั้น ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ การสู่ขอหรือการหมั้นหมาย และสุดท้ายเป็นการสมรสหรือเข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งเป็นกลไกที่สังคมกำหนดขึ้นเพื่อให้หญิงชายมีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน และ สร้างครอบครัวขึ้นใหม่เป็นของตนเอง การหมั่นหมาย คือ การที่ฝ่ายชายมาทำการสู่ขอเจ้าสาวกับบิดามารดาของฝ่ายจ้าวอย่างเป็นพิธีการ

โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงเป็นการตกลงเรื่องสินสอด และหาฤกษ์ยามอันดีในวันที่จะเข้าพิธีแต่งงาน การหมั่นหมายหรือการสู่ขอนั้น ผู้ใหญ่ทางฝ่ายชายจะเป็นผู้นำพูดถึงวัตถุประสงค์ของการมาครั้งนี้ให้แก่ผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าสาวรับทราบ หากผู้ใหญ่ทางฝ่ายจ้าวสาวตกลงในเรื่องการแต่งแล้ว ทางผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะสอบถามถึงสินสอดที่ต้องการ

ซึ่งอาจจะเป็นฝ่ายบิดามารดาของจ้าวสาวเป็นผู้เรียกหรือผู้ที่เป็นจ้าวบ่าวกับจ้าวสาวเป็นผู้ตั้ง ทั้งนี้ ในสมัยก่อนจะเป็นบิดามารดาของฝ่ายจ้าวสาวเป็นผู้เรียกเองเท่านั้น ซึ่งสินสอดนั้น มักประกอบด้วยเงิน และทองเป็นหลัก แต่อาจมีทรัพย์อื่นที่ตกลงกันได้ เช่น ที่ดิน หรือ อาคารบ้านพัก เป็นต้น เมื่อตกลงสินสอดจนได้ข้อยุติแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็จะหาฤกษ์ยามเพื่อทำพิธีแต่งงาน

ซึ่งมักจะมีผู้ใหญ่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีความรู้เรื่องโหรมาร่วมด้วย แต่บางครั้ง หากทั้งสองฝ่ายไม่รู้วันที่แน่นอน ก็จะบอกแค่ช่วงเดือนกว้างๆก่อน แล้วจึงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปหาฤกษ์วันที่ชัดเจน แต่โดยส่วนมากจะหาวันมาก่อนหรือให้โหรผู้รู้มาด้วย เพื่อให้ได้วันที่ชัดเจนในวันนั้นเลย สำหรับฤกษ์วันแต่งนั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของฝ่ายจ้าวบ่าวเป็นสำคัญ

เพราะจะต้องเตรียมสินสอดมาให้ครบทันตามเวลาที่กำหนด ซึ่งบางคู่อาจตกลงกันได้หลังจากสู่ขอแล้วเพียงไม่กี่วัน หรืออาจเป็นเดือน หรืออาจถึงข้ามปีก็เป็นไปได้ สำหรับสินสอดที่จะมาแต่ง เมื่อในอดีตนั้นมักจะเป็นฝ่ายชายที่เป็นคนหาเท่านั้น แต่ปัจจุบันสังคมพัฒนา และเปลี่ยนแปลงมากขึ้น จึงมักพบว่า ทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงจะร่วมกันหาสินสอดช่วยกัน

วิวาหมงคล คือ ประเพณีแต่งงานที่นิยมทำกัน ณ บ้านฝ่ายหญิง หรืออาจไม่ใช่บ้านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการแต่งงานที่ฝ่ายชายเป็นผู้สู่ขอฝ่ายหญิง และต้องเข้าพิธีกรรมทางศาสนา โดยฝ่ายชายจะเดินทางเข้าพิธี ณ บ้านฝ่ายหญิงหรือที่ใดที่หนึ่งที่จัดขึ้น

ซึ่งก่อนเข้าบ้านฝ่ายหญิงหรือสถานที่ทำพิธีก็จะต้องผ่านประตูเงิน ประตูทอง เพื่อให้ญาติฝ่ายเจ้าสาวยินยอมก่อน หลังจากนั้น ค่อยเข้าสู่พิธีกรรมต่อไป จนถึงแล้วเสร็จพิธี และหลังจากแต่งงานแล้วเสร็จ ฝ่ายชายจะพักอาศัยที่บ้านจ้าวสาวร่วมกับบิดามารดาของฝ่ายจ้าวสาวโดยตลอดหรือแยกพักกับเจ้าสาวเพียงลำพัง

การแต่งงานประเภทนี้ ได้แก่ การแต่งงานตามประเพณีไทย ส่วนการแต่งงานตามประเพณีของชาวคริสต์ ก็ต้องทำพิธีเหมือนกัน คือ ทำการแต่งงานโดยมีบาทหลวงเป็นผู้ทำพิธี ซึ่งนิยมทำพิธีที่โบสถ์หรืออารมในคริสต์ศาสนา ซึ่งก็จัดเป็นวิวาหมงคล เหมือนกับการแต่งงานตามประเพณีไทย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here