ไอเดียบรรเจิด! สร้างบ้านตัว L ใช้ได้ทุกตารางวา พื้นที่ว่างก็มีความหมาย บอกเลยสวยเวอร์ กับสไตล์สุดเก๋ (ชมภาพ)

0
1688

บ้านตัว L ใช้ได้ทุกตารางวา พื้นที่ว่างก็มีความหมาย ถ้าพูดถึงบ้านรูปตัว L คงจะนึกถึงบ้านที่มีรูปร่างเหมือนแท่งมาต่อกัน แล้วเหลือพื้นที่ตรงกลางจัดสวนหรือทำชานบ้านโล่ง ๆ แต่บ้านที่ “บ้านไอเดีย” จะพาไปชมวันนี้รับรองได้ว่าไม่ใช่รูปแบบบ้านที่เคยเห็น ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ ประการทำให้ต้องสร้างบ้านในพื้นที่ตรอกแคบ ๆ

โอบล้อมภายนอกอาคารเอาไว้เป็นรูปตัว L ซึ่งท้าทายนักออกแบบเป็นอย่างมากว่า ด้วยรูปร่างและพื้นที่แสนแปลกนี้จะทำอย่างไรให้ดูไม่แคบ และใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับ 6 คน ให้อยู่ได้สะดวกสบายที่สุดค่ะ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหูต่ง หรือชุมชนเมืองโบราณใจกลางของกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นบ้านรูปตัว L ที่ขนาบล้อมรอบระหว่างกำแพงเมืองเก่าและอาคารสองชั้น

ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ที่อยู่อาศัย 43 ตารางเมตร กลายเป็นพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกและทันสมัยสำหรับครอบครัว 6 คน แม้จะแคบแต่ก็มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน งานนี้ได้รับความร่วมมือจากนักออกแแบบชาวจีนและญี่ปุ่น Lingzi Liu, huhei Aoyama,Yoko Fujii ที่เป็นจ้าวแห่งการสร้างสรรค์บ้านในพื้นที่แคบมาช่วยกันทำให้บ้านนี้น่าอยู่

- Advertisement -

ทั้งทางเข้าบ้านและด้านหลังเป็นตรอกแคบ ๆ ทำทางเดินคอนกรีตทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นำทางเข้าไปถึงข้างใน ฟาซาดที่หันหน้าไปทางสวนหลังบ้านทำจากกรอบไม้ใส่กระจกโปร่งใสขนาดใหญ่สามารถเปิดเป็นประตูขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยภายในและสนามหลังบ้านจึงถูกเชื่อมต่อขอบเขตระหว่างพื้นที่ในร่มและกลางแจ้งให้ลื่นไหลต่อเนื่องกัน

ตัวบ้านประกอบด้วยอาคารที่สร้างเป็นเหมือนกล่องไม้ต่อเนื่องกัน 7 กล่อง ขนาดและความสูงของแต่ละกล่องจะถูกกำหนดตามลักษณะกิจกรรมของคนในบ้านที่แตกต่างกันออกไป เช่น ทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน ห้องทำงาน และห้องน้ำ พร้อมทั้งสร้างพื้นที่เปิดโล่ง (open space)

เพื่อให้ง่ายในการติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัวในเวลาเดียวกัน และสร้างความมั่นใจว่าทั้ง 6 คนจะมีพื้นที่อยู่อาศัยที่เป็นอิสระไม่อึดอัด แปลนแสดงลักษณะการจัดวางตัวบ้านเป็นกล่อง ๆ โอบรอบนอกตัวอาคารขนาดใหญ่เอาไว้ ทางเดินจัดเอาไว้ด้านหนึ่งของบ้าน ซึ่งไม่ได้ใช้เชื่อมต่อพื้นที่ภายในเท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่สาธารณะภายนอกของหูต่งผ่านเพดานที่เจาะ

ช่องแสงสกายไลท์ยาวไหลผ่านบ้านตลอดแนวเหมือนลำธารแสงธรรมชาติ ที่เพียงพอจะช่วยสร้างความสว่าง โปร่ง โล่ง และให้ความรู้สึกของการอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง (แม้จะอยู่ในตัวอาคารก็ตาม) ส่วนหัวมุมโค้งของตัวที่ดินเป็นส่วนที่มีพื้นที่กว้างที่สุด นักออกแบบเลือกจัดให้เป็นสวนกระถางเล็ก ๆ เลือกใช้กระถางคอนกรีตหลากรูปทรงมาวางประดับให้เกิดมิติทางสายตาและสร้าง

ความสดชื่น เติมม้านั่งไม้ตัวยาวเข้าไปอีก 1 ตัว ก็เป็นสวนสไตล์มินิมอลที่ช่วยลดความแข็งกระด้างของพื้นที่ เมื่อแสงจากช่องสกายไลท์สาดส่องยิ่งเหมือนยกเอาสวนกลางแจ้งเข้ามาไว้ภายใน ทำให้บ้านไม่ขาดชีวิตชีวาแม้จะไม่มีพื้นดินให้ทำสวนก็ตาม วิธีหนึ่งที่จะบริหารพื้นที่ให้ดูไม่แคบคือ การจัดฟังก์ชั่นการใช้งานหลัก ๆ ไว้ด้านหนึ่งของผนัง อย่างเตียงนอน มุมนั่งเล่น

ที่บิวท์ขึ้นมาจากไม้อัดลายธรรมชาติ และเหลือพื้นที่ว่างไว้อีกข้าง ทำให้ยังมีความโล่งให้หายใจได้สบาย มีช่องแสงที่ช่วยเพิ่มความโปร่ง และใช้สีขาวช่วยส่องสะท้อนแสงพรางสายตาให้บ้านดูกว้างขึ้น ระหว่างกล่องพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นมีช่องทางลับ ที่ปิดกั้นบันไดทางขึ้นชั้นสองเอาไว้อย่างแนบเนียน การออกแบบสเปซภายในได้รับอิทธิพลมาจากการจัดพื้นที่ของบ้านแบบ

ดั้งเดิมของหูต่ง ซึ่งเป็นบ้านที่เป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมมีพื้นที่เปิดโล่งอยู่และโถงทางเดินรอบ ๆ บ้านที่ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะในบ้าน ซึ่งทำให้บ้านเป็นศูนย์กลางเชื่อมความสัมพันธ์ของคนที่อาศัยอยู่ภายในและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม ห้องนั่งเล่นบิวท์เป็นห้องง่าย ๆ ตกแต่งด้วยชุดโซฟาสั่งทำรูปตัว U ขนาดพอดีกับพื้นที่

ตกแต่งด้วยหมอนสีเอิร์ธโทนไม่ฉูดฉาด ดูกลมกลืนไปกับบริบทแวดล้อมที่เน้นลุคธรรมชาติ ด้านบนเจาะช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เชื่อมวิสัยทัศน์ระหว่างห้องนั่งเล่นกับพื้นที่สวนจำลองด้านบน จึงสามารถมองเห็นกันได้แม้จะอยู่คนละชั้น ด้านข้างก็เจาะช่องหน้าต่างมองเห็นห้องทานอาหาร ซึ่งจัดเฟอร์นิเจอร์เป็นแบบถอดโมดูลที่เก็บและประกอบได้แบบไม่เปลืองพื้นที่

พื้นที่เปิดโล่งบนชั้น 2 เป็นห้องนอนและสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก ปูพื้นด้วยพรมสีเขียวคล้ายหญ้าเทียม ติดตาข่ายสีขาวคล้าย ๆ โกลในสนามฟุตบอลแทนผนังกั้นตกเพื่อความปลอดภัย ทำให้เด็ก ๆ มีพื้นที่เล่นสนุกผ่อนคลายในบ้านที่ผู้ใหญ่ก็ใช้พื้นที่ร่วมกันได้ด้วย สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและใกล้ชิด มุมนั่งทำงานเล็ก ๆ ตกแต่งด้วยไม้อัด

มีช่องหน้าต่างเปิดให้แสงธรรมชาติและลมไหลเข้ามาด้านใน พร้อม ๆ กับเปิดวิสัยทัศน์ของคนที่อยู่ข้างในออกไปชมความเคลื่อนไหวภายนอกได้ชัดเจน ทุกส่วนของบ้านดูเป็นธรรมชาติอย่างกลมกลืน และใช้พื้นที่แคบๆ ให้เกิดประโยชน์ทุกตารางวา ทุกพื้นที่ว่างก็มีความหมายค่ะ บ้านเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ให้ความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัย

เป็นศูนย์รวมของสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ครอบครัว หมายถึง หน่วยหนึ่งของสังคม ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไปอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ให้การศึกษา อบรมเลี้ยงดู ความหมายของคำว่า บ้าน ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน บ้าน ความหมาย ที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อาศัย เช่น

บ้านพักตากอากาศ บ้านเช่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อาศัยซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง และหมายรวมถึง แพ หรือ เรือ ซึ่งจอดเป็นประจำ ความสำคัญของครอบครัว ให้การศึกษา อบรมเลี้ยงดู ถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆและสร้างเสริมประสบการณ์ต่างๆ ให้กับสมาชิกที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่เกิดจนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ให้ความรัก ความเมตตา การเอาใจใส่

ห่วงใย อาทร สร้างความเข้าใจ พยายามเข้าใจ และสร้างสมาชิกในครอบครัวให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สังคมต้องการ ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัวหมายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ได้แก่ปัญหาระหว่างสามีภรรยา ความขัดแย้งระหว่างพ่อกับแม่ พี่กับน้อง พ่อกับลูกหรือแม่กับลูก ปัญหาการติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว ปัญหาความสัมพันธ์

ความไม่เข้าใจกัน อาการ ปัญหาในครอบครัวอาจแสดงอาการออกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น บางคนมีความเครียด ปวดหัว ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า เบื่อหน่ายท้อแท้ชีวิต จนอาจถึงคิดอยากตาย อาจมีการขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ ปัญหาอาจลุกลามใหญ่โต หรือเรื้อรัง จนอาจทำให้สมาชิกครอบครัวเกิดอาการทางจิตเวช

หรือป่วยทางจิตเวชกันได้หลายคน เช่น โรคจิต โรคประสาท โรคซึมเศร้า โรคติดสารเสพติด โรคบุคลิกภาพแปรปรวน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาครอบครัวตั้งแต่ต้น จึงช่วยป้องกันปัญหาทางจิตเวช และความเจ็บป่วยทางกายได้ การรักษา การแก้ไขปัญหาครอบครัว สามารถให้การรักษาได้หลายระดับ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาครอบครัว ไปจนถึงการรักษาแบบครอบครัวบำบัด

ซึ่งมีหลักการรักษา คือ สมาชิกครอบครัวทุกคนมีส่วนร่วมในการเข้าใจปัญหา หาทางคลี่คลายหรือแก้ไขปัญหาร่วมกัน ช่วยกันปรับเปลี่ยนตนเอง โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายหนึ่งแก้ไขก่อน การรักษาวิธีนี้ แพทย์จะไม่ค้นหาตัวปัญหา หรือ คนผิด ไม่ตัดสินว่าใครผิดถูก การช่วยกันปรับความสัมพันธ์ระหว่างกัน การวางตัวต่อกัน

เพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน บนพื้นฐานของความรัก ความอบอุ่นความห่วงใย ความปรารถนาดีต่อกัน ในกรณีที่ความขัดแย้งมีสะสมมานาน การรักษาจะไม่ขุดคุ้ยความขัดแย้งเก่าๆขึ้นมาอีก แต่จะวิเคราะห์เฉพาะปัญหาในปัจจุบัน หากลยุทธ หรือวิธีการใหม่ๆ เพื่อคลี่คลายปัญหาหรือความขัดแย้ง สร้างคุณภาพชีวิตครอบครัวเพื่อให้ทุกคนมีความสุข

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here