‘นุ่น รมิดา’ หรือ พี่แย้ม ในบุพเพสันนิวาส กับภาพถ่ายแบบที่เด็ด เผ็ด แซ่บ ที่สุดในสามโลก บอกเลยตาลุกวาว(ชมภาพ)

0
462

เรียกว่าดังจนงานล้นมืออีกคน สำหรับนักแสดงสาว นุ่น รมิดา ประภาสโนบล เพราะตั้งแต่ละคร “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ออนแอร์ไปได้สักพัก ก็มีงานติดต่อเข้ามาตลอด ไม่รู้ว่างานนี้จะทำให้มีเวลาสวีตกับหวานใจอย่างนักแสดงหนุ่มลูกครึ่ง หลุยส์ สก๊อต น้อยลงรึเปล่า และจะทำให้ต้องเลื่อนงานแต่งออกไปอีกรึไม่ เจอ นุ่น ในงานแถลงข่าว

“สงกรานต์เดินทางปลอดภัยนะออเจ้า” ณ อาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก ถนนพหลโยธิน เลยถามถึงเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องภาพเซ็กซี่ในอดีตที่มีคนนำมาโพสต์ในโลกโซเชียลด้วย งานเยอะเลยช่วงนี้? “ก็มาจากบุพเพฯ นี่แหละค่ะ มีเรื่อยๆ ค่ะ” มีงานคู่กับหลุยส์เยอะมั้ย? “ก็ประมาณนึงค่ะ จริงๆ ทุกคนมีงานหมดแหละ พี่หยาด้วย นุ่นมีงานกับพี่หยาเยอะมากนะช่วงนี้

แต่เราแค่ไม่ได้อัพเดตงานเฉยๆ ช่วงเดือน เม.ย. ยังมีอยู่ค่ะ เดือน พ.ค.ก็มีประปราย เดี๋ยวแย้มก็จะไปแล้วนะ (ยิ้ม)” ช่วงนี้เรียกว่าเป็นช่วงน้ำขึ้นให้รีบตัก? “ตักตั้งแต่เช้าถึงเย็นแล้วตอนนี้ (หัวเราะ) ก็อย่างที่ว่าแหละค่ะ ช่วงนี้น้ำขึ้นให้รีบตัก เป็นตามกระแสอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเล่นเก่งแล้วอยู่ได้เสมอไป มันเป็นช่วงกระแสที่มา หนักเบาเราก็ต้องเอาช่วงนี้

- Advertisement -

เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่” รับหมดเลยช่วงนี้? “มันก็ต้องอย่างนั้นค่ะ งานมาก็ต้องเอา แต่ก็ไม่ใช่ว่ามาแล้วเอาหมด บางทีเราก็ต้องดูว่าอันไหนมันเหมาะสมกับเราบ้าง” เวลาส่วนตัวน้อยที่จะได้สวีตกับหลุยส์น้อยลงมั้ย? “ก็ยอมรับนะคะว่าพองานเยอะ แล้วเป็นคนรับงานเองด้วย บางทีคุยโทรศัพท์ก็เอ๋อๆ นิดนึง จำอะไรไม่ได้

แม้กระทั่งเพิ่งวางสายก็จำไม่ได้ว่าจะคุยกับใครต่อ มันค้างไปแป๊บนึง เมื่อก่อนไม่เคยเป็น แต่ตอนนี้พอมันเริ่มคุยเยอะๆ ก็เริ่มไม่ได้โทรหาเขา ก็มีงอน มาบ่นว่าไม่โทรหาเลยนะตั้งแต่ดังเนี่ย (หัวเราะ) ก็มาบ่น แต่ไม่ได้งอนจริงหรอกค่ะ แค่ประชดเล่น บอกเนี่ยแย้มดังแล้วนะ เดินใกล้ไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้งอนบ่อยหรอกค่ะ เพราะตอนนี้งานเขาก็เยอะพอสมควรเหมือนกัน

แต่ก็โชคดีที่เรามีงานอีเวนต์คู่ด้วย เดี๋ยวเชียงใหม่ก็กลับไปพร้อมกันเหมือนเดิม” แพลนแต่งต้องเลื่อนไปไกลกว่าเดิมมั้ย? “ก็อย่างที่บอกค่ะ น้ำขึ้นให้รีบตัก จะเอาเงินไปละลายน้ำทำไมล่ะคะ (หัวเราะ) ก็รอมาตั้งนานแล้ว รอได้อีก (หัวเราะ) เรื่อยๆ” เงินได้มาเอามารวมกันเลยมั้ย? “แยกกันค่ะ ของใครของมัน เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ตราบใดที่ยังไม่แต่งงาน

ไม่ได้เป็นผัวเมียกันก็ควรใช้คนละกระเป๋าค่ะ” เห็นหลุยส์เคยบอกว่ามีน้องก่อนค่อยแต่งก็ได้? “ก็เอาตามที่สมควรแล้วกันค่ะ เพราะจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีเลย มันก็เป็นเรื่องของสภาวะร่างกายด้วย ถ้าเราไม่แข็งแรงทั้งคู่ มันก็คงไม่ได้มีลูกหรอกค่ะ คือความรู้สึกอยากมีลูกมันก็เป็นไปตามวัยแหละค่ะ ถามว่าตอน 25 ไม่เห็นคิดเลยว่าอยากจะแต่งงาน

มันยังไม่มีฟีลตรงนั้น แต่พอมัน 33-34 แล้ว นุ่นว่ามันเป็นเรื่องของวัย มันจะคิดได้เองตามธรรมชาติ แต่นุ่นก็ไม่ได้หมกมุ่นถึงขนาดว่าฉันจะต้องมีอะไรขนาดนั้นนะ เพียงแค่ว่าทำไมมันแว้บเข้ามาในหัวว่าอยากพัก อยากมีครอบครัว อยากอยู่กับลูก ไม่อยากออกมาทำงานอย่างนี้ เคยคุยกับผู้ใหญ่นะ เขาบอกว่ามันเป็นช่วงอายุผู้หญิงขนาดนี้ที่ทำงานในวงการมาสักพัก

เพราะมันเป็นช่วงรอยต่อที่เริ่มมีบทแม่เข้ามา เราก็เริ่มเครียดกับการที่เรายังไม่คิดว่าเราจะใช่นะ แล้วเราจะรับมั้ย ผู้ใหญ่ก็เลยบอกว่ามันเป็นภาวะนี้แหละ เจอมาหลายคนแล้วที่พูดแบบนุ่น” แล้วเราอยากมีลูกก่อนมั้ย ? “หลุยส์เขาเป็นคนขี้อายค่ะ เวลาจะพูดอะไรกับนุ่นเขาจะไม่ค่อยพูดเรื่องจริงจัง เราจะไม่พูดเรื่องจริงจังกัน แต่เรารู้ว่าลึกๆ แล้วเขาเป็นคนรักเด็ก

เห็นเด็กเขาก็จะชอบ เวลาเห็นเด็กมาเข้าฉากที่เล่นเป็นลูกฟอลคอน เด็กผู้หญิงนะคะ เขาก็กลับมาเล่าให้ฟังว่าน้องไม่เอาใครเลยนะ วิ่งมานั่งตักหลุยส์คนเดียวเลย เขาก็เหมือนเอ็นดูเด็กผู้หญิงค่ะ คือเราฟังแล้วก็มันไม่ได้เสกเข้าท้องได้เนอะ ก็เออๆ ไป ก็น่ารักดี (ยิ้ม) แต่จริงๆ ก็คงต้องถามครอบครัวนุ่นก่อนค่ะว่ายังไง แต่เหมือนเราก็ออกมาจากพ่อกับแม่แล้วเนอะ

แต่ความห่วงใยมันก็ยังมีอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือ เขารู้ว่า หลุยส์ เป็นคนดี หลุยส์ทำอะไรหลุยส์จะบอกพ่อกับแม่ตลอดค่ะ เขารู้ว่าหลุยส์เป็นคนดี ทีนี้ก็แล้วแต่ลูกแล้วล่ะ ก็แค่ขอให้มันสวยงามแล้วกัน ไม่ใช่ตัดสินใจอะไรผิดๆ ไป” แล้วพ่อกับแม่มีถามหรือยังว่าจะแต่งตอนไหน? “ไม่ได้ถามเลยค่ะ (หัวเราะ) นุ่นไม่ค่อยอยากให้ครอบครัวมาเป็นแรงกดดันในสิ่งนี้

แต่ก็อธิบายให้เขาฟังนะคะ ไม่ใช่ว่าดื้อใส่เขา ไม่เล่าอะไรให้ฟัง คือทุกอย่างมันผ่านสายตาพ่อแม่นุ่นตลอดแหละ เคยคุยกับเขาว่าไม่กดดันได้มั้ย ไม่พูดได้มั้ย เพราะทุกวันนี้เราก็เหนื่อย เขาก็เหนื่อย เขาก็คงรู้แหละ เพราะเราโตๆ กันแล้ว รู้ว่าอะไรคืออะไร” มีภาพเก่าๆ ที่เราเคยถ่ายเซ็กซี่ออกมาด้วย? “มันก็ทำอะไรไม่ได้ ถ่ายไปแล้วก็ต้องยอมรับค่ะ

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนุ่นเคยพูดไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว คือมันมีการรีทัชเยอะมากเหมือนกัน อย่างที่มันล้นออกมา ก็เอาคัพเล็กมาให้ใส่มันก็ล้นสิ (หัวเราะ) คือเราเป็นคนตอบตรง เพราะทุกอย่างที่เราใส่ เราก็ใส่เซฟหมด และทุกสำนักโทรมาถามนุ่นว่าขอลบตรงนั้น ลบตรงนี้ได้มั้ย คือนุ่นเอาความจริงเป็นหลัก ถ้าตัดสินใจทำไปแล้วมันก็ต้องทำ

แต่ในความเป็นจริงเรารู้ว่าเราใส่ทุกอย่าง ความจริงมันอยู่กับเรา นุ่นก็เลยไม่ค่อยแคร์ในวันที่คนขุดรูปออกมา เพราะจะให้ทำยังไง จะให้โทรไปบอกให้ลบรูปหนูได้มั้ยคะ มันก็ทำไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเราเคยถ่ายไป แต่นุ่นก็ไม่ได้ถ่ายหนังสือโป๊เนอะ นุ่นถ่ายหนังสือแฟชั่น ฉะนั้นคนที่ขุดออกมาจะมองไปในรูปแบบไหนก็แล้วแต่เขา”

หลายคนก็ห่วงเรา กลัวเด็กๆ จะเอาเป็นตัวอย่าง? “นุ่นว่าดาราหลายคนก็มีภาพแบบนี้นะ ในวันที่เราวัยรุ่นก็ถ่ายแบบนี้หมดค่ะ อย่าว่านุ่นเป็นตัวอย่างเลย ดาราเราก็ถ่ายกันอยู่แล้ว แค่วันนี้มีกระแส และทุกคนก็พยายามจะเอารูปกระแสออกมา จะว่าเซ็กซี่ก็เซ็กซี่แหละ เพราะทุกวันนี้เราก็ไม่ได้เซ็กซี่ มันเป็นแค่งานที่นุ่นรับเพื่อต้องการเปลี่ยนลุค

พอเปลี่ยนลุคได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเซ็กซี่” มองว่ากระแสทำให้เกิดข้อเสียกับเรามั้ย? “นุ่นไม่ได้มองว่ามันเป็นข้อเสียอะไร กลับมองว่าทำไมตอนที่ถ่ายไม่เป็นกระแสเลยล่ะ ทำไมไม่เป็นเรื่อง เห็นช้าไปมั้ย ตอนนี้หุ่นไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วนะ (หัวเราะ) กลับมานั่งมองว่าเคยขาเล็กขนาดนั้นเลยเหรอ มองเป็นเรื่องปกติค่ะ

นุ่นไม่ค่อยมีเอฟเฟกต์กับคนที่ออกมาพูดอะไรเท่าไหร่ เพราะนุ่นไม่ได้เช็กโซเชียล แม้แต่อินสตาแกรมตัวเองก็ดูๆ ไป ตอนนี้พอทุกคนเริ่มเข้ามาฟอลโลว์เยอะ เมื่อก่อนคุยไดเร็กกับน้องๆ แฟนคลับนะ แต่ตอนนี้ตอบไม่ทันจริงๆ ตาลาย ก็แอบๆ เซ็งนิดๆ ที่ไม่ได้ตอบทุกคน เพราะเราแคร์ความรู้สึกทุกคนนะ” สรุปภาพแย้มก็เซ็กซี่อยู่?

“แย้มก็เป็นคนนั่นแหละ แย้มก็อยากเซ็กซี่บ้าง (หัวเราะ) ณ ช่วงนึงที่แย้มยัง 20 กว่า แย้มก็อยากจะโชว์หุ่นบ้าง เพราะตอน 30 ก็ไม่ได้ทำแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดจะถ่าย นอกเหนือจะกลับมาฟิตหุ่นได้อีกครั้ง อาจจะทิ้งทวน แต่ก็ไม่แน่ รอดู แต่ตอนนี้ก็ไม่มีหนังสือให้ถ่ายแล้วเนอะ มีแต่ออนไลน์ (หัวเราะ)” ถ้ามีจะรับมั้ย? “ยังหรอก นั่งนี่กองเป็น 3 ชั้นเลย

จะรีทัชยังไง (หัวเราะ) อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวคนจะบอกทำไมไม่เหมือนในหนังสือ แต่พอหมด เม.ย.นี้ แย้มก็อาจจะเข้ายิมแล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็น่าจะเริ่มจริงจังแล้ว เพราะคุยกับเทรนเนอร์ไว้ตั้งแต่ต้น ม.ค.แล้ว แต่งานมันเยอะ แต่ถ้ามีติดต่อมาจริงๆ ก็คงต้องดูอีกทีนึง เพราะเราก็ไม่รู้ว่า ณ ตอนนั้นความคิดเราเปลี่ยนไปแบบไหนแล้ว ความคิดเราเปลี่ยนทุกวัน ทำงานด้วย เจอคน เจอนักข่าว เจอคำถามนี้ความคิดเราก็เปลี่ยนค่ะ”.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here