สั่งฟ้องเพิ่ม ชุด 2 ข้อหา ‘กบฏ-อั้งยี่-ขวางเลือกตั้ง’ แนวร่วม กปปส.เพิ่ม ‘พุทธะอิสระ’ โดนด้วย (รายละเอียด)

0
132

วันที่ 14 มีนาคม 61 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา“พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ”หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม แกนนำเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ ผู้ต้องหาร่วมสนับสนุนการเป็นกบฏ , กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน

หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ จากการร่วมชุมนุม “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการ กปปส.พร้อมพวกรวม14คน ได้เดินทางมาพบอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เพื่อฟังคำสั่งฟ้องคดี ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มกราคม61 อัยการได้ยื่นฟ้อง “นายสุเทพ”

พร้อมแกนนำไปแล้ว 9 คน รวม 8 ข้อหา โดยวันนี้ นอกจาก “หลวงปู่พุทธะอิสระ” แล้ว ยังมีแนวร่วม อาทิ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อดีตแกนนำ พธม. , นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ และแนวร่วมอีกรวม 14ราย มาพบอัยการ กระทั่งเวลา 10.00 น.เศษ อัยการสำนักงานคดีพิเศษ จึงนำตัว “หลวงปู่พุทธะอิสระ” พร้อมแนวร่วม รวม 14 คน

- Advertisement -

มายื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ขณะที่กลุ่มแนวร่วมเตรียมหลักทรัพย์ไว้ยื่นแระกันตัวแล้ว รายละ 600,000 บาท ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ได้นำตัวพระพุทธะอิสระ อดีตแกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ และแนวร่วม กปปส. รวม 14คน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันเป็นกบฏ,

กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่นๆ จากการร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มกราคม

ที่ผ่านมา อัยการได้ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำไปแล้ว 9 คน รวม 8 ข้อหา โดยมีน.ส.อัญชะลี ไพรีรัก เเละ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์2ในผู้ต้องหาร่วมที่ถูกอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในวันนี้เดินทางมาสบทบภายหลังรวมเป็นมีผู้ต้องหา 16คน โดยในวันนี้นายสุเทพเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจแนวร่วม กปปส.

ที่มารายงานตัวในวันนี้ โดยมีมวลชนหลายสิบคนเดินทางมาให้กำลังใจนายสุเทพและแนวร่วม กปปส. ที่บริเวณหน้าศาลอาญาด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่อัยการนำตัวมาฟ้องในวันนี้เป็นผู้ต้องหาชุดที่ 2 ที่อัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องคดีร่วมกันเป็นกบฏ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนกับแกนนำทั้ง 9 คน ได้มารายงานตัวต่ออัยการและยื่นคำร้องขอให้อัยการดำเนินคดีแกนนำทั้ง 9 ก่อน เนื่องจากเห็นว่าบุคคลที่ถูกนำมาฟ้องชุดที่ 2 เหล่านี้ ที่โดนข้อหาร่วมกับตนและพวกทั้ง 9 ก่อกบฏ จึงเห็นว่าหากอัยการใจกว้างก็ควรจะฟ้องตนกับพวก 9 คนว่ามีความผิดฐานกบฏ ก่อการร้ายจริงหรือไม่

ซึ่งหากจริงก็ยังไม่สายที่จะฟ้องผู้ต้องหาชุดที่ 2 ในภายหลัง กรณีนี้ตนก็ไม่ทราบว่าอัยการใช้ดุลพินิจอย่างไร เพราะจะเห็นว่าผู้ต้องหาบางคนอย่างนายแก้วสรร อติโพธิ เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย ขึ้นเวทีให้ความรู้ทางวิชาการ ไม่เคยปลุกระดมให้บุกรุกสถานที่ราชการหรือขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องถูกลากตัวเข้ามาฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้

ซึ่งคดีเหล่านี้ก็ต้องใช้ระยะเวลา 4-5 ปี กว่าจะเสร็จสิ้น มันก็เป็นการเสียประโยชน์ แทนที่จะได้ไปสอนนักศึกษาก็ต้องมาขึ้นศาล “ผมขอฝากไปถึงอัยการสูงสุดและอัยการคนอื่นว่าท่านเคยใช้สิทธิสั่งไม่ฟ้องบุคคลบางกลุ่ม โดยอ้างว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยตอบผมหน่อยว่าฟ้อง อ.แก้วสรร ฟ้องคุณอัญชะลี คุณรังสิมา หลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นประโยชน์อะไรกับสังคม”

และว่า นี่จึงเป็นสาเหตุที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นประเด็นที่ประชาชนเรียกร้อง เราเห็นกันแล้วว่าตำรวจ ดีเอสไอเป็นยังไง และวันนี้เราเห็นแล้วว่าอัยการเป็นยังไง การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยน้ำมือประชาชน มิฉะนั้นไม่มีทางที่จะเห็นประเทศนี้ดีขึ้นได้ ประชาชนต้องรวมพลังกันให้มีการปฏิรูปประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ต้องหาชุดที่ 2 ในวันนี้มารายงานตัวครบตามที่อัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังมีอีก ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าอัยการเหวี่ยงแหฟ้องทุกคนหรือไม่ มีคนมาชุมนุมเป็นล้านคนจะฟ้องทั้งล้านคนหรือไม่ ถ้าคนล้านคนมาศาลพร้อมกันไม่ได้ คนพวกนี้ก็ต้องมารายงานตัวที่ศาลทุกวัน พระพุทธอิสระไม่ต้องไปเทศนาสั่งสอนคน

นายแก้วสรรก็ไม่ต้องไปสอนลูกศิษย์ เรื่องนี้ก็เป็นปัญหา โดยผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวฟ้องวันนี้มี 17 คน ส่วนที่เหลือจะต้องมารายงานตัวส่งฟ้องอีกกี่คน ตนไม่ทราบ ต้องไปถามอัยการ ให้อัยการตอบคำถามมา “ผมไม่ได้เป็นอัยการ ผมตอบคำถามไม่ได้ และผมก็ไม่เข้าใจดุลพินิจของอัยการ” ส่วนเรื่องการประกันตัว นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หนักใจ ผู้ต้องหาบางคน

เพื่อนฝูงก็ต้องไปวิ่งหาเงินมาค้ำประกัน บางคนไม่มีหลักทรัพย์ไปขอกองทุนยุติธรรมก็ไม่ได้ ตนต้องให้บริษัทวิริยะประกันภัยมาประกันให้ โดยเสียเงินจำนวน 7 หมื่นบาทเป็นค่าหลักทรัพย์ในการประกัน ในการฟ้องแกนนำ 9 คนคราวก่อน ศาลตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้คดี นายสุเทพ กล่าวว่า สู้ตามความเป็นจริง เรามีความบริสุทธิ์ใจ

ความจริงใจ เราไม่ใช่พวกนอกกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรผิด เราจะเอาหลักฐานความเป็นจริงไปสู้คดีภายในศาล แต่ที่สำคัญคือกว่าคดีจะสิ้นสุดต้องใช้เวลาหลายปี ตนให้ความร่วมมือกับศาลทุกอย่าง ศาลมีคำสั่งอย่างไรเราทำอย่างนั้น เมื่อถามว่าหากอัยการยื่นคำร้องขอรวมสำนวนกับ 9 แกนนำ จะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า

หากเป็นไปได้เราจะยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาแยกสำนวน ด้านพระพุทธะอิสระ กล่าวว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ หากการสืบสวนสอบสวนที่ไม่เกี่ยวกับจำเลยคนใด แล้วจำเลยคนนั้นไม่ต้องมาศาล ตนอยากจะขอความกรุณาต่อศาลให้มีการแยกสำนวนกับพฤติการณ์ของจำเลย ไม่ใช่เหมากันมานั่งฟังทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา

ซึ่งตนก็จะปรึกษาทนายว่าจะยื่นคำร้อง ก็ต้องดูว่าศาลจะเมตตาอย่างไร ทั้งนี้ในวันเดียว “นายสาธิต ปิตุเดชะ” อดีต ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมเหตุการณ์ชุมนุมฯ ซึ่งอัยการสั่งฟ้อง ในข้อหากระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตาม ม.215 นั้น ก็ได้เข้าพบอัยการด้วย ซึ่งอัยการเตรียมแยกฟ้องเป็นอีกสำนวนเพียงคนเดียว จึงนัดให้มาพร้อมฟ้องคดีต่อศาลอาญา อีกครั้ง 19 เมษายนนี้ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือที่รู้จักในนามว่า พระพุทธะอิสระ หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ

เป็นเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พระสุวิทย์เกิดที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2499 เป็นบุตรของนายชมภู และนางอัมพร ทองประเสริฐ อุปสมบทครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี ที่วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย จากนั้นได้สึกไปรับราชการทหาร และอุปสมบทอีกครั้งจังหวัดพัทลุงเมื่อ พ.ศ. 2526 มีฉายาว่า “พระสุวิทย์ ธมฺมธีโร”

เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดอ้อน้อยจากที่ดินบริจาคที่ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยเมื่อ พ.ศ. 2538 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง แทนเจ้าคณะรูปเดิมที่มรณภาพไปเมื่อ พ.ศ. 2542 พระสุวิทย์ ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง พร้อมกับสึกและอุปสมบทใหม่

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 มีฉายาใหม่ว่า “พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม” ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 พระสุวิทย์ยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้อายัดทรัพย์พระธัมมชโย ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 พระสุวิทย์ ได้เข้าร่วมกับกปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์

เป็นประมุข) ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยได้ขึ้นเวทีแสดงธรรมและให้กำลังใจผู้ชุมนุมหลายครั้ง ในหลายสถานที่ ทั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557 ที่ทางกปปส.ได้เริ่มให้มีการชุมนุมแบบปิดการจราจรในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร

และแยกเวทีชุมนุมออกเป็นหลายเวที พระสุวิทย์ได้เป็นแกนนำของผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะอีกด้วย โดยถือเป็นเวทีที่อยู่ห่างไกลเวทีอื่นและแกนนำคนอื่น ๆ มากที่สุด ในวันที่ 14 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา โดยมีชื่อของพระสุวิทย์รวมอยู่ด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here