คนไทยครึ่งประเทศไม่เคยเห็น! เปิดกรุสมบัติกระเป๋า รองเท้า นางเอกตลอดกาล ‘แอน ทองประสม’ บอกเลยไม่ธรรมดา! (คลิป-ชมภาพ)

0
278

วันนี้เราจะพาทุกคนไปชม กรุสมบัติกระเป๋ารองเท้า ของเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงอย่าง “แอน ทองประสม” ที่เธอสะสมและใช้เป็นประจำ ขอบอกว่างานนี้โชว์แบบไม่มีกั๊กเลยล่ะค่ะ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ชอบของเก่า อย่างพวกกระเป๋า – รองเท้า ชอบสไตล์คลาสสิค เวลาไปข้างนอกชอบกระเป๋าใบใหญ่เพราะจะใส่ทุกอย่าง แต่หากไปงานจะใช้ใบเล็กๆ

คลิป

ใส่พวกตลับแป้ง ไหมขัดฟัน ลิปสติก ลูกอม กระเป๋าที่มีจะใช้อย่างเต็มที่ ใช้คุ้ม วางพื้นไม่มีระวัง ตนชอบกระเป๋าแบรนด์หลุยส์โดยเฉพาะมือ 2 เพราะยิ่งเก่าจะยิ่งสวย ส่วนรองเท้าจะบ้ามาก มี Prada บางคู่ที่ใส่สบายซื้อมาถึง 3 สีอีกด้วย เดี๋ยวเรามาดูประวัติกันต่อเลยนะค่ะ แอน ทองประสม เกิดวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 เป็นนักแสดงและนางแบบชาวไทย

ถือเป็นนักแสดงหญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากทุกสถาบันอย่างเป็นเอกฉันท์จากภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน คือนอกเหนือจากได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี, รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ และรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงแล้ว ยังได้รับรางวัลคมชัดลึกอวอร์ด และสตาร์ เอนเตอร์เทนเม้นต์ อวอร์ด

- Advertisement -

จากบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก ในปี พ.ศ. 2547 ความสำเร็จในวงการบันเทิง นอกจากรางวัลทางการแสดงที่ได้รับหลายปีติดต่อกัน รวมถึงรางวัล Popular Vote ที่จัดโดยองค์กรและนิตยสารบันเทิงต่าง ๆ อีกมากมาย ยังได้รับเกียรติให้เป็นต้นแบบหุ่นปั้นของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซต์ กรุงเทพ ในหมวด TV Stars ในปี พ.ศ. 2553

และในปี พ.ศ. 2556 ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการตัดสินรางวัล รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 ให้รับรางวัลบันเทิงเทิดธรรม รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แอน ทองประสม เกิดวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 เป็นลูกครึ่งไทย-สวีเดน โดยมารดาเป็นคนไทย ส่วนบิดาเป็นชาวสวีเดน แอนเป็นลูกคนกลาง

มีพี่ชายและน้องชายอย่างละหนึ่งคน เมื่อตอนเด็ก แอนอาศัยอยู่กับยาย โดยแม่จะส่งค่าเทอมค่าใช้จ่ายมาให้ ซึ่งตอนนั้นยายของแอนมีอายุประมาณ 70 ปี แอนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเทพลีลา และมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนบางกะปิ จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และระดับปริญญาโท

จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สาขาการบริหารสื่อสารมวลชน) แอนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเป็นนางแบบโฆษณาสินค้าในนิตยสาร และถ่ายแบบลงนิตยสารเล่มแรกคือ วัยน่ารัก เพื่อนบ้านของแม่ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้า ทำงานให้กับนักร้องค่ายอาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด ได้พกรูปแอนวัย 13 ขวบ ไปเทสต์งานมิวสิกวิดีโอ

แล้วแอนก็ได้แสดงมิวสิกวิดีโอของเจี๊ยบ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร เพลง พร้อมจะยอมแพ้ ก่อนหน้านั้น แอนสมัครเป็นสมาชิกไฟว์สตาร์แฟนคลับ เพื่อจะได้ส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ในการดูภาพยนตร์ เลยส่งเงิน 20 บาทพร้อมรูปถ่ายไป เมื่อไฟว์สตาร์เห็นรูปถ่ายก็เลยเรียกให้มาเทสต์หน้ากล้อง จากนั้นในปี 2534 แอนก็ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ เมื่ออายุได้ 15 ปี

โดยมีสันติสุข พรหมศิริ, วรุฒ วรธรรม และ จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ ร่วมแสดง ถือเป็นจุดเริ่มต้นในอาชีพการแสดง ก่อนที่จะก้าวมาแสดงละครโทรทัศน์ จนกลายมาเป็นผู้ผลิตรายการทีวีและผู้จัดละครในเวลาต่อมา แอนประเดิมผลงานทางจอแก้วเรื่องแรกกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ปี 2535 ในละครเรื่อง เวลาในขวดแก้ว จากนั้นปี 2536

ก็โด่งดังและแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับละครเรื่อง หมูแดง ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 แสดงคู่กับ ไพโรจน์ สังวริบุตร จากนั้น ได้แสดงละคร เรื่องเจ้าจอม คู่ จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ และละคร ชิงช้าชาลี สัญญาณลวง ให้กับค่ายกันตนา ก่อนที่จะกลับมาดังอย่างถาวรกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยมีผลงานโดดเด่นจากการรับบทฝาแฝดเรื่อง สองนรี ในปี 2540

จนเริ่มกวาดรางวัลด้านการแสดงมาตั้งแต่ พ.ศ. นั้น และยังมีพระเอกคู่ขวัญ คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ซึ่งโด่งดังในผลงานทุกเรื่องที่แสดงคู่กัน ได้แก่ แรงเงา ปี 2544 อุ้มรัก ปี 2549 สวรรค์เบี่ยง ปี 2551 สูตรเสน่หา ปี 2552 และ 365 วันแห่งรัก ปี 2553 กว่าจะมีวันนี้ของเจ้าหญิงของวงการบันเทิง “แอน ทองประสม” ไม่ใช่ง่ายๆ เลย

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2561 เรามาฟังจากปากของเจ้าตัวว่าเคยผ่านอะไรมาบ้าง ในวัยเด็ก แอน ทองประสม ใช้ชีวิตอยู่กับคุณยายซึ่งมีอาชีพเก็บผักขาย แถวหนองแขม ซึ่งบางครั้งก็ต้องไปช่วยคุณยายเก็บผักหลังเลิกเรียน แม้ในตอนนั้นเจ้าตัวจะบอกว่าไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตตัวเองลำบากอะไร และเมื่อคิดถึงคุณยายที่จากไป ก็ยังอมยิ้มได้อยู่เสมอ เพราะตอนเด็ก สาวแอนต้องใส่รองเท้า

นักเรียนไปเที่ยวห้าง เนื่องจากคุณยายไม่มีเงินซื้อรองเท้าแฟชั่นให้ใส่ และรู้สึกว่าไม่จำเป็น ซึ่งเมื่อเห็นว่าหลานอายและเขินที่จะใส่รองเท้านักเรียนไปเที่ยว คุณยายก็สละรองเท้าตัวเองให้ใส่ ส่วนตัวเองยอมเดินเท้าเปล่า ซึ่งรองเท้าใหญ่ๆ คู่นี้ หากไม่ได้ไปงานวัดหรือตลาด หรือไม่ใช่โอกาสพิเศษ ก็จะถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งเรื่องราวที่ แอน ทองประสม

ได้เคยถ่ายทอดไว้ในวัยเด็ก บอกเลยว่าอ่านแล้วประทับใจมาก “อยู่ ป.6 เรียนโรงเรียนวัดได้เงินไปกินโรงเรียนวันละ 10 บาท รวมค่ารถเมล์ ค่าขนมไม่พอกิน รับจ้างครูล้างชามก๋วยเตี๋ยวแลกกับได้กินมื้อเที่ยงที่โรงเรียนฟรี ชุดนักเรียนซื้อใหม่บ้าง รอขอชุดใช้แล้วจากรุ่นพี่บ้าง รอรัฐบาลแจกบ้าง รองเท้าแตะมีคู่เดียวแบ่งกันใส่กับยาย ถ้าวันนี้แอนใส่ยายจะเดินเท้าเปล่า

แต่แอนก็มีความสุขกับชีวิตในตอนเด็กนะคะ” “ต้องขอบคุณยายที่เลี้ยงมาแบบอดบ้าง มีบ้าง อยากได้อะไรก็ต้องรู้จักรอ อยากได้ของเล่นต้องหาเงินเอง ความลำบากเหล่านี้เป็นวัคซีนความอดทนที่ดี ที่ทำให้เราเผชิญโลกภายนอกได้เองในวันที่ยายไม่อยู่แล้ว ที่เล่าให้ฟังแค่จะบอกว่า ขอให้เด็กที่พร้อมและมีโอกาสดีๆ ในชีวิตอยู่แล้ว เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนให้เต็มที่นะคะ

เพราะมีเด็กที่ลำบากกว่าเราอีกเยอะค่ะ สุขสันต์วันเด็กนะคะ” แม้ต้นทุนชีวิตจะไม่ดีเหมือนใคร แต่เมื่อความขยันบวกกับคว้าโอกาสที่เข้ามาในชีวิตได้ดี จึงทำให้ “แอน ทองประสม” กลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการในทุกวันนี้ กลายเป็นประเด็นดราม่าในโซเชียลมีเดียเบาๆ หลังจากที่นางเอกสาว “แอน ทองประสม” ได้โพสต์ฉลองกับกลุ่มเพื่อนๆ แก๊งโยคะ ด้วยการต่อแถวนั่งทานข้าว

แกงริมทาง บริเวณทางเท้าข้างถนน เป็นร้านที่มีเพียงแต่เก้าอี้นั่ง ถือจานทานอาหารไปด้วย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเวลาต่อมา เนื่องจากบางฝ่ายมองว่า สาวแอน ให้การอุดหนุนและสนับสนุนการทำผิดกฎหมายตั้งร้านค้าบนทางเท้า ที่ทางการเฝ้าจัดระเบียบอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าบางฝ่ายก็มองเห็นว่าเป็นการใช้ชีวิตง่ายๆ ของคนดัง ที่ไม่ต้องติดหรูตลอดเวลาก็ตาม

ล่าสุดเจอตัว สาวแอน ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ว่า… “คือแอนเห็นประเด็นนี้แล้วค่ะ สังคมก็แบ่งตัดสินไปใน 2 ทางนะคะ แอนเข้าใจในทุกมุมมองเลยค่ะ เพราะต่างคนต่างมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกันกับสิ่งที่เห็น ก่อนจะวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรเลยค่ะ แอนก็แค่หิวข้าวและก็ไปทานข้าวง่ายๆ ไม่ได้คิดหรือมีเจตนาอะไรเลย

เอาเป็นว่าแอนเข้าใจว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตค่ะ” “แอนไม่อยากไปขยี้ประเด็นเข้าไปอีก เพราะทุกคนต่างก็มีชีวิตของแต่ละคน คนทำกับคนคิดก็มีมุมมองที่ต่างกัน แอนไม่ได้มีความรู้มากพอในเรื่องเหล่านั้น เราไปตัดสินไม่ได้ว่าควรจะไปเข้าข้างฝ่ายไหน แต่เข้าใจว่าทุกคนทุกฝ่ายนะคะว่าคิดยังไงกันกับเรื่องนี้” “โดยเฉพาะตอนนี้สังคมโซเชียลค่อนข้างเปิดกว้าง

ใครรู้สึกอะไรก็แสดงความคิดเห็นได้ เราก็ได้แค่รับฟังเอาไว้ ตัวเราเองมากกว่าที่ต้องรู้ว่าควรจำอะไรต่อไป หลังจากนี้ก็คงต้องระวังตัวมากขึ้นค่ะ (หัวเราะ) แอนก็ยังใช้ชีวิตปกติทั่วไปของตัวเองแหละค่ะ ไม่ปรับเปลี่ยนอะไร” นอกจากนี้ สาวแอน ยังได้กล่าวถึงข่าวการเสียชีวิตของ โจ บอยสเก๊าท์ ซึ่งถือเป็นเพื่อนศิลปินที่แจ้งเกิดในช่วงไล่เลี่ยกันด้วยว่า “เศร้ามากค่ะ คือโจเป็นเพื่อน

พวกเรามาตั้งแต่เล่นหนัง อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป เราก็เป็นเพื่อนกันเรื่อยมา จนกระทั่งโตขึ้นมาหน่อยก็แยกย้ายกันไปคนละทาง แอนก็เป็นนักแสดง โจก็ไปเป็นนักร้องชัดเจน ก็ไม่ได้เจอโจอีกเลย แต่ตอนนั้นเราก็เป็นเพื่อนสนิทกัน เป็นแก๊งเดียวกับต๊ะ ฌานิศ เลยค่ะ” “พอวันนี้เราเห็นข่าวแล้ว เราก็พูดไม่ออกเลยค่ะ

รู้สึกใจหายเหมือนตอนที่เกิดขึ้นกับ ธรรม์ โทณะวณิก ก็เป็นเพื่อนเราเหมือนกัน แต่สมัยนั้นเขาอายุน้อยกว่าโจอีก มันเลยตกใจและเสียใจแทนครอบครัวด้วยค่ะ เพราะเขาจากไปเร็วเหลือเกิน เขาเป็นคนดี โจเป็นคนน่ารักมาก เป็นเพื่อนที่พร้อมซัพพอร์ตเพื่อนๆ คนอื่นเสมอมาค่ะ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here