“พล.ต.อ.ศรีวราห์” โยน “กรมอุทยานฯ” พิจารณาโทษ “หัวหน้าวิเชียร” ปมงดเว้นค่าธรรมเนียม 20 บ. ‘เจ้าสัว เปรม ชัย’ เข้าป่าทุ่งใหญ่! (ฟังคลิปสด)

0
352

เมื่อเวลา 06.20 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่ท่าอากาศญาณกองทัพอากาศ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการสอบปากคำนายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ว่า

จากการสอบปากคำนายวิเชียรให้การเบื้องต้นว่า เป็นผู้ทำเรื่องอนุญาตให้นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล็อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) เข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท และค่าธรรมเนียมพาหนะ 30 บาท รวมแต่อย่างใด

- Advertisement -

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า โดยนายวิเชียรให้การว่า ได้รับการประสานจากผู้อำนวยการฯ ให้ทำเรื่องอนุญาตให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปโดยงดเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อไปศึกษาธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ นายวิเชียรยืนยันว่า มีความพยายามในการติดสินบนเจ้าพนักงาน จึงให้นายวิเชียรร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกล่าวโทษนายเปรมชัย กับพวก ฐานให้สินบนเจ้าพนักงานแล้ว โดยจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องสินบนทุกราย

ทั้งนี้ สำหรับตามปกติการเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ จะต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 20 บบาท และค่านำรถยนต์เข้าพื้นที่ 30 บาท แต่กรณีนี้พบว่าไม่มีการทำหนังสือขออนุญาต แต่มีการให้เข้าโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม

กาญจนบุรี – ทนายส่วนตัวเปิดปาก เปรมชัย แค่มาพักผ่อน ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรจะอธิบาย ให้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากศาลจังหวัดมีคำสั่งให้ประกันตัว นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกอีก 3 คน โดยใช้วงเงินประกัน คนละ 150,000 บาท ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามนายเปรมชัย CEO บริษัทอิตาเลียนไทย และ และทนายประจำตัว ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร โดยนายเปรมชัย กล่าวว่าไม่มีอะไร ส่วนเรื่องทางศาลนั้น โดยทางศาลให้ประกันตัวเป็นเงินสดคนละ 150,000 บาท

สำหรับการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ก็ได้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่และได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้อง โดยการเดินทางเข้าไปนั้น เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทางและมืด โดยเห็นว่าบริเวณดังกล่าวมีแหล่งน้ำและสามารถพักอาศัยได้ หากเดินทางต่อไปอาจจะได้รับอันตราย ที่สำคัญเส้นทางยังคตเคี้ยวไม่ชำนาญทาง และไม่เคยมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว และขณะนี้อายุมากแล้วจึงขอมาเที่ยวและพักผ่อนซักครั้ง

หรับพื้นที่บริเวณดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้อนุญาตให้เข้าไป ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปสอบถามเจ้าหน้าที่คนนั้นเองว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาต ส่วนเรื่องคดีทราบว่าเบื้องต้น นายเปรมชัย ให้การปฏิเสธ โดยเรื่องคดีนั้นอยู่ในสำนวนการสอบสวนอยู่

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มนึง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง จากการตรวจสอบ พบว่านักท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มนี้ คือ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทยเดเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกอีก 3 คน ประกอบด้วย นายยงค์ นางนที เรียมแสน โดดเครือ และนายธานี ทุมมาศ เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบบริเวณเต๊นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง จึงได้ทำการขยายพื้นที่ตรวจสอบพบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และ ปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกมาก ใกล้กับที่พบอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบ ซากเสือดำ ถูกชำแหละ และ ถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก จึงทำการจับกุมเพื่อส่งคดี สภอ.ทองผาภูมิ ลำดับเหตุการณ์ กรณีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน เข้าไปท่องเที่ยวในเส้นทางสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก-หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง-หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช โปรแกรม 2 วัน 1 คืน (เส้นทางที่เปิดให้ท่องเที่ยวชื่อ ทินวย-ทิคอง-มหาราช ระยะทาง 30 km)

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชว่า คณะของนายเปรมชัย กรรณสูต ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ค่าพิกัด 47 P 485821 E 1678956 N ซึ่งเป็นจุดที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ ประเด็นความผิดที่พบ

1. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

4. ฐานนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

5. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

6. สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในฐานะองค์กรสิ่งแวดล้อมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กำลังติดตามรายละเอียดของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยทางเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์ครั้งนี้

เปิดค่านิยมล่าสัตว์ป่าเกมคนรวย ด้านนายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เบื้องต้นนายเปรมชัย ยังให้การภาคเสธ แม้ว่าจะมีการจับ และยึดของกลางทั้งซากสัตว์ป่า อาวุธปืน กระสุนจำนวนมาก กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะข่าวคนรวย และนักธุรกิจ คนมีชื่อเสียงในสังคมที่ยังที่มีค่านิยมในการล่าสัตว์ป่า ทั้งจะเพื่อกีฬา การบริโภค และความเชื่อที่ต้องล่าเสือเพื่อความมีอำนาจ หายไปหลายปีแล้ว

ขณะนี้ข้อมูลการสอบสวนพบว่า นายเปรมชัย กับพวก เดินทางมาที่ทุ่งใหญ่นเรศวร โดยไม่ใช่การลักลอบ เนื่องจาก มีการผ่านจุดตรวจค้นหลัก ที่สำนักงานเขตใหญ่อุทยานแห่งชาติฯ ทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ขณะนั้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เห็นผิดสังเกตว่า เนื่องจากคณะของนายเปรมชัย ยังไม่เข้าที่พักแคมป์บริเวณจุดมหาราช จึงออกตามหา และพบว่านายเปรมชัย และพวก ได้ตั้งแคมป์ ในบริเวณที่หลบตาเจ้าหน้าที่ และเป็นพื้นที่ห้ามตั้งแคมป์ ซึ่งห่างจากจุดเข้าพักหลักประมาณ 5 กิโลเมตร

“ถ้าให้ประเมินจากพฤติกรรมของกลุ่มนี้ ไม่ใช่ล่าเพื่อเกมกีฬา เหมือนในสมัยก่อน จากประสบการณ์เชื่อว่าการล่าเสือ มีประเด็นความเชื่อของขลัง โดยเฉพาะเสือดำ เป็นความเชื่อมากกว่า”

ในเบื้องต้นแจ้งในหลายข้อหา คือ 1.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โทษจำคุก 5 ปีปรับ 5 หมื่นบาท 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

3.ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มีมีโทษจำคุก 4 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท 4.ฐานนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ

เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1 ของกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 5. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และ6. สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 พนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป


จำได้ไหม “เสือดำ” เล่นกล้องในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก เมื่อปี 2560 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าป่ามีความสมบูรณ์มากขึ้นและต้องให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ แต่ล่าสุดประธานบริหาร บ.อิตาเลียนไทย ถูกจับขณะลอบล่าสัตว์ป่า ถลกหนังเสือดำ

หลังจากเกิดข่าวการจับกุมนักท่องเที่ยวกลุ่มนึง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง ตรวจสอบ พบว่า นักท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มนี้ คือ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัทมหาชน จึงเข้าทำการตรวจสอบบริเวณเต้นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง

ขยายพื้นที่ตรวจสอบพบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และ ปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกมาก ใกล้กับที่พบอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ จนทเข้าตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบ ซากเสือดำ ถูกชำแหละ และ ถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก จึงจับกุมเพื่อส่งคดี สภ.ทองผาภูมิ ต่อไปนั้น

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยโดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายใต้ชื่อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เมื่อปี พ.ศ. 2534 กินพื้นที่ครอบคลุม 6 อำเภอ ของ 3 จังหวัด ได้แก่ อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ 2,279,500 ไร่ หรือ 3,647 ตารางกิโลเมตร

เพจ Thai PBS News ได้เผยแพร่ภาพของเสือดำในพื้นป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเคยสามารถจับภาพไว้ได้ โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง สามารถบันทึกภาพวิดีโอของเสือดำจากกล้องดักถ่ายภาพบริเวณถนนเส้นคลองลาน-อุ้มผาง หรือถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1117

ซึ่งเป็นถนนที่อยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก โดยเสือดำเป็นสัตว์ 1 ใน 10 ชนิด ที่อยู่ระหว่างการติดตามการฟื้นกลับ โดยคลิปดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าที่กระจายตัวในป่าแถบนี้ หลังการปิดใช้ถนนเส้นดังกล่าวในปี 2520 เพื่อให้ธรรมชาติกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมหลังจากที่ก่อนหน้านี้ถนนเส้นนี้ได้ใช้เป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงในการปราบปราบขบวนการคอมมิวนิสต์ ในเขต อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก

6 ก.พ. l 15.00 น. ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหา ประธานบริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทยฯ หลังถูกจับขณะเข้าไปลักลอบตั้งแคมป์ในพื้นที่หวงห้าม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และพบซากสัตว์ป่าหวงห้ามถูกชำแหละซุกซ่อน

เฟซบุ๊กเพจคนอนุรักษ์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ก.พ. เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง ตรวจสอบ พบว่า นักท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มนี้ คือ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัทมหาชน ตรวจสอบบริเวณเต๊นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง

ขยายพื้นที่ตรวจสอบพบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และ ปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกมาก ใกล้กับที่พบอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ เมื่อตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบ ซากเสือดำ ถูกชำแหละ และ ถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ จึงจับกุมเพื่อส่งคดี สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ต่อไป

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here