เป่าวัดแอลกอฮอล์คงไม่พอ!!! ‘บิ๊กตู่’ เซ หลังสวมไอเทมใหม่ ‘แว่นทดสอบความเมา’ เน้นย้ำลดนักดื่มหน้าใหม่ (รายละเอียด)

0
61

‘บิ๊กตู่’เซ หลังสวมแว่นทดสอบความเมา กำชับ รบ.คุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดนักดื่มหน้าใหม่ ย้ำสังคมมีปัญหามากพอแล้ว เปรยจิตใจคนยากแท้หยั่งถึง เมื่อ‪เวลา 09.00 น.‬ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยก่อนการประชุม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย น.ส.นิภาพร บุญยะเลี้ยง หรือกระแต อาร์สยาม นำคณะเข้าพบจัดแสดงนิทรรศการเรื่อง “1 ทศวรรษ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551” โดยนายกฯได้ร่วมปักธงแสดงสัญลักษณ์ความรัก ความห่วงใย และปรารถนาดีจากรัฐบาลสู่เยาวชน และสังคม

ผ่านกิจกรรมดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งมีผลกระทบถึงเด็กด้วย เรื่องความสุขในครอบครัว เรื่องค่าใช้จ่าย จราจร วัตถุประสงค์ลดผู้ดื่มหน้าใหม่ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชน ซึ่งในกฎหมายมีเนื้อหาสาระเรื่องนี้ ที่ไม่เคยออก วันนี้ก็ออกให้แล้ว เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหาหลักของสังคมไทยมากพอสมควร และมากไปจะเป็นอันตราย

จากนั้นนายกฯได้ทดลองสวมแว่นจำลองเหตุการณ์ทดสอบการเมา ที่ทำวิสัยทัศน์การมองเห็นพร่ามัว เหมือนคนเมา ทำให้มองเห็นไม่ชัด และเดินไม่ตรงทาง โดยได้ทดลองเดินไป-กลับ ปรากฏว่านายกฯมีอาการเซเล็กน้อยเหมือนคนเมา จนทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องเข้าไปประคอง ก่อนที่นายกฯจะกล่าวติดตลกว่า “แบบนี้พอตรวจผ่านไหม” ทำคนภายในงานต่างหัวเราะ และนายกฯยังได้กล่าวว่า

เป็นธรรมดาแหละเวลากินเหล้า เห็นช้างเท่าหมู เป็นสิ่งที่ทำให้สติสัมปชัญญะขาดไป ขอให้ทำอะไรให้พอดีๆ เพราะสังคมก็มีปัญหาอยู่พอสมควร สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญคือสังคม ความรุนแรงในครอบครัว การใช้จ่ายเงิน แต่ส่วนใหญ่คนดื่มเหล้าก็เพราะกลุ้มใจ อย่างลูกน้องตนที่เป็นทหารเก่า ถามกินอะไรกันทุกวันๆ ก็บอกว่ากลุ้มใจ ต้องทานเหล้าถึงจะนอนหลับ

ตนเลยถามกลับว่าพอตื่นมาแล้วมันหายไหมที่กลุ้มใจทั้งหมด เขาก็บอกว่าไม่หายหรอก แถมหนักกว่าเก่า เพราะสิ้นเดือนไม่มีเงินจ่ายเขา มันเป็นเรื่องธรรมดา “จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเด็กนักเรียน เยาวชนที่ร่วมคณะได้มอบดอกกุหลาบสีขาวให้กับนายกฯพร้อมกับถ่ายภาพร่วมกัน โดยนายกฯยังอารมณ์ดีขอเกี่ยวก้อยกับเด็กนักเรียนพร้อมบอกว่า “สัญญานะจะเป็นเด็กดี”

ปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงมีอย่าง ต่อเนื่อง แม้ว่าจำนวนผู้ดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศจะมีแนวโน้ม ลดลง แต่ในกลุ่มที่ยังไม่หยุดดื่ม ผู้ดื่มมีแนวโน้มจะเป็นผู้ดื่มประจำสูงขึ้น และเยาวชนกลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่ เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในเวลานี้คือ ทำอย่างไร นักดื่ม หน้าใหม่จึงจะไม่มีเพิ่มขึ้น นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข กล่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ ในเวทีประชุมวิชาการสุรา ระดับชาติ ครั้งที่ 8 ทศวรรษแห่งการเรียนรู้และการขับเคลื่อน

นโยบายเพื่อลดปัญหาแอลกอฮอล์ในสังคมไทย ที่จัดโดย ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า เมื่อมีการโฆษณาที่สอดแทรก ผ่านกิจกรรมสื่อต่างๆ ทำให้สังคมอาจเข้าใจผิดว่า การดื่มสุรา เป็นเรื่องธรรมดา โดยมีผลศึกษาจากประเทศที่มีการควบคุมโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบสิ้นเชิง พบว่า สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ถึงร้อยละ 23 และยิ่งควบคุมมากเท่าไร การดื่มและผลกระทบจะลงลดอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข กำลังดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงฉลากบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกำหนดให้ ผู้ผลิตสุรา ต้องพิมพ์ภาพและคำเตือนถึงโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ กล่าวคือไม่สนับสนุนให้มีการทำผิดกฎหมายทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้าน ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า

คนไทย มีความเชื่อว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่อยู่กับคนไทย มายาวนาน ความก้าวหน้าด้านธุรกิจการตลาดที่เป็นตัวแปร สำคัญทำให้ค่านิยมของคนไทยเปลี่ยนไป การทำโฆษณาจะมุ่ง กลุ่มเป้าหมายไปที่เยาวชนเป็นหลัก เพราะเยาวชนเป็นกลุ่ม ที่อ่อนไหวต่อสื่อ มีความอยากลอง โดยมีการศึกษาพบว่า เยาวชนที่ไม่เคยดื่มอยากลองดื่มเมื่อได้เห็นโฆษณาโทรทัศน์ ถึงร้อยละ 92.3 จากสื่อโฆษณาอื่นๆ

นอกจากนี้ ร้อยละ 40 ของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจที่มีประสบการณ์ดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอมรับว่า ได้กระทำความผิดภายใน 5 ชั่วโมงหลังดื่ม ปัจจุบันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่ม เยาวชนอายุ 15-24 ปี มีสูงถึง 2.5 ล้านคน นอกจากนี้ 1 ใน 3 หรือ ร้อยละ 38.7 กลายเป็นนักดื่มประจำ “การป้องกันกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ที่เป็นเด็กและเยาวชน เป็นหนึ่งงานที่ สสส. ให้ความสำคัญ

โดยมาตรการควบคุมการโฆษณา การขึ้นภาษี การไม่ขายเหล้าให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชน หากทุกฝ่ายช่วยสนับสนุนแนวทางนี้ ทั้งเสนอและมีการบังคับใช้ กฎหมายที่เข้มข้น ประชาชนเชื่อและปฏิบัติตาม มั่นใจ ได้ว่าอีกไม่นานจะสามารถลดนักดื่มหน้าใหม่ลงได้ด้วย”ดร.นพ.บัณฑิต กล่าว

สำหรับภาพรวมของนักดื่มหน้าใหม่ในปัจจุบัน ดร.นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนโยบาย สร้างเสริมสุขภาพ (สวน.) ให้ความเห็นถึวสถานการณ์ดังกล่าวว่า การดื่มสุราของเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วง ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นที่นิยมของเยาวชน โดยเฉพาะผลจากการ ทำการตลาดที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมายของอุตสาหกรรมสุรา เช่น การทำ CSR งานกิจกรรมดนตรี กีฬา เครือข่ายสังคมออนไลน์ และสื่อใหม่ๆ ที่เข้าถึงตัวเยาวชนได้ดี จนเกิดเป็นบรรทัดฐานและค่านิยมผิดๆ ในกลุ่มเยาวชน

“การทำการตลาดมีผลต่อเยาวชนชัดเจน โดยมีงานวิจัยหลายงานยืนยันว่าเด็กไทยที่มีสินค้าตราสัญลักษณ์ของบริษัทแอลกอฮอล์ในครอบครอง หรือพบเห็นบ่อยๆ จะเสี่ยงต่อการดื่มสุรามากกว่าเด็กที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าดังกล่าวมากขึ้น ร้อยละ 60 และเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมที่อุตสาหกรรมสุราสนับสนุน จะมีทัศนคติเชิงบวกทั้งต่อการดื่ม รวมทั้งมีโอกาสดื่มมากกว่าเด็กทั่วไป ร้อยละ 80” ดร.นพ.ทักษพล กล่าวทิ้งท้าย

จากข้อมูลและแนวคิดของผู้คลุกคลีอยู่กับสถานการณ์ การดื่มสุราของสังคมไทยดังกล่าว ทำให้เห็นได้ชัดว่า การชี้แนะให้ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำได้รับรู้ถึงโทษอันเกิดจากการดื่มสุรา มีผลทำให้นักดื่มเหล่านั้น ลดน้อยลงเพราะความห่วงใยต่อสุขภาพของตนเอง และคนในครอบครัว แต่ในเวลาเดียวกัน นักดื่มหน้าใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัย หัวเลี้ยวหัวต่อที่ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ยังหลงทาง และไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อโทษ ของการดื่มสุราที่มีมากกว่าคุณประโยชน์

การปรับเปลี่ยน ค่านิยมในตัวของเยาวชนเหล่านี้ที่มีต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรณรงค์ เพื่อลดปริมาณการดื่มสุราของเยาวชนในชาติให้น้อยลง ที่ภาครัฐควรจับตามองให้เป็นพิเศษ “ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกปี 2557 ระบุว่า ประเทศไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับที่ 78 ของโลก เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคน

และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง คิดเป็นค่าใช้จ่ายค่าสุราคนละ 509 บาทต่อวัน หรือประมาณ 6,108 บาทต่อปี โดยสาเหตุที่หันมาดื่มเพราะต้องการผ่อนคลายจากการทำงาน การเรียน เท่ห์ ต้องการได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูง ประกอบกับหาซื้อง่าย ใกล้บ้าน ใกล้สถานศึกษา เดินทางไม่ถึง 5 นาทีก็หาซื้อได้แล้ว แต่ที่น่ากังวลคือ บางคนรู้สึกว่าดื่มเพราะมาจากการส่งเสริมการขาย หรือเห็นโฆษณาผ่านสังคมออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาเหล่านี้หากไม่ดำเนินการควบคุมมากขึ้นอีก 5 ปีประเทศไทยมีแนวโน้มการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันดับที่ 56 ดร.พิชัย สนแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 2.5 แสนคน ส่วนใหญ่นักดื่มเหล่านี้ คือกลุ่มเด็กและเยาวชน จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราปี 2554 พบว่าเกินครึ่งดื่มเบียร์มากที่สุด

รองลงมา คือ สุราสี สุรากลั่น นอกจากนี้จำนวนร้านขายยังเพิ่มสูงขึ้น ในปี2554 มีร้านที่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรากว่า 6 แสนร้านทั่วประเทศ โดยเหตุผลที่ร้านค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นคือ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำหน่ายสุรามีราคาถูกมาก และสามารถขอได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ยังมีร้านหรือจุดจำหน่ายสุราอีกจำนวนมากที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งส่งผลให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หาซื้อได้ง่ายขึ้นด้วย โดยใช้เวลาในการซื้อเฉลี่ย 2 นาที

“แม้มีการควบคุมการโฆษณาโดยตรงบนโทรทัศน์และวิทยุ แต่ยังพบเห็นในรูปแบบอื่นๆ เช่น ป้ายโฆษณา ป้ายแบนเนอร์ตามร้านอาหาร การจัดบูธ การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต การจัดกีฬา กิจกรรมเพื่อสังคม ในโรงภาพยนตร์ ซึ่งยอดการโฆษณาช่วงเทศกาลวันสำคัญจะสูงกว่าวันธรรมดามาก ไทยมีกฎหมายควบคุมโฆษณาอย่างสิ้นเชิงก็ตาม สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ถึง 23%

และยิ่งควบคุมการโฆษณามากเท่าไหร่ การดื่มและผลกระทบจะลงลดอย่างเห็นได้ชัด การควบคุมการโฆษณาอย่างเข้มงวดจะช่วยปกป้องเยาวชนจากภัยร้ายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งขณะนี้ สธ. อยู่ระหว่างดำเนินการสร้างค่านิยมใหม่โดยการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นพ.สมศักดิ์ กล่าว นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า

การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณปีละ 3.3ล้านคน ก่อให้เกิดความสูญเสียทางสุขภาพ 5.9% ของภาระโรคทั่วโลก ในประเทศไทยการดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอันดับ1 ที่ก่อให้เกิดให้เกิดการสูญเสียชีวิตในเพศชายถึง 8.6 %ของการเสียชีวิตทั้งหมด และในปี 2552 และเมื่อประเมินเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจ มีมูลค่าสูงถึง 1.51 แสนล้านบาท หรือ 1.97% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งจากสถิติแต่ละปีพบว่ามีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 2.5 แสนคน

เยาวชนถือเป็นกำลังของชาติที่จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต สถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษา เป็นสถาบันพื้นฐานที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับเยาวชน ดังนั้นผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลเสียที่ตามมาจากการ ดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินงานในการลดจำนวนนักดื่มแอลกอฮอล์และป้องกันนักดื่มหน้า ใหม่ในสังคมที่นับวันจะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ได้ผลและมีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง

เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งเสพติดชนิดอื่นได้ รวมถึงส่งผลให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และอาจก่อให้เกิดอาชญากรรมตามมาได้ กรุงเทพมหานคร มุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมสนับสนุน และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการจำนวนลดนักดื่มแอลกอฮอล์ และป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ในสังคมให้มากที่สุด โดยเฉพาะโรงเรียนในสังกัด กทม.เพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดแอลกอฮอล์ต่อไป ทั้งนี้ มูลนิธิเพื่อนเยาวชน และเครือข่ายเยาวชนฯ ได้สำรวจทัศนคติเกี่ยวกับ “การรับรู้ของเยาวชนต่อพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถาน ศึกษา” กับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ในกลุ่มอายุ 7-18 ปี จำนวน 1,000 ราย พบว่า

บุคลากรในสถานศึกษา อาทิ ครู เพื่อนนักเรียน นักการภารโรง รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษา และร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษามีส่วนชี้นำให้เด็กและ เยาวชนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งร้อยละ 54.3 เคยเห็นเพื่อนนักเรียนดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 44.1 เคยเห็นครู อาจารย์ดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 33.9 เคยเห็นภารโรงดื่มแอลกอฮอล์ และร้อยละ 28.4 เคยเห็นเพื่อนเป็นพนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ เยาวชนร้อยละ 62 พบเห็นการดื่มแอลกอฮอล์ในกิจกรรมปีใหม่ที่สถาบันจัดขึ้น ร้อยละ 52.3 พบเห็นในกิจกรรมเลี้ยงส่ง เลี้ยงรุ่น เลี้ยงต้อนรับ ร้อยละ 30.1 พบในกิจกรรมกีฬาสีโรงเรียน ที่เหลือพบในกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือและวันสำคัญที่โรงเรียนจัดขึ้น

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here