เปิด 5 เทรนเนอร์คนดัง ผู้อยู่เบื้องหลังหุ่นฟิตเฟิร์ม “ดาราไทย” (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
2555

เทรนด์ออกกำลังกายฟิตหุ่นเป๊ะๆ แบบได้สุขภาพดีเป็นของแถม กำลังมาแรงม๊ากกกก โดยเฉพาะในเหล่าดารา เซเลบ ที่มักจะมีเทรนเนอร์คอยแนะนำเรื่องการออกกำลังกายให้ถูกหลัก หลายคนก็เลยอยากรู้กันมากว่า เทรนเนอร์ดารา ผู้อยู่เบื้องหลังหุ่นสุดเฟิร์มเป็นใครกันบ้าง!? ไม่ต้องรอช้าค่ะ..เรามีเหล่าเทรนเนอร์มือทองมาแนะนำให้รู้จักกันแล้ว ชอบคนไหนก็ลองสอบถามกันไปได้เลย.

5.ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ พูดถึงเรื่องโยคะ แน่นอนคงลืมคนนี้ไปไม่ได้ สำหรับครูเอก แห่ง Yoga & Me ที่ซุปตาร์หลายคนแวะเวียนไปหาอยู่บ่อยๆ ทั้ง ชมพู่ อารยา, กาละแมร์ พัชรศรี, พลอย เฌอมาลย์, ลิเดีย-แมทธิว รวมถึงเซลบคนดังอีกหลายคน เรียกว่าตัวอ่อน หุ่นฟิต กันถ้วนหน้า! ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ ครูสอนโยคะและผู้ร่วมก่อตั้ง โยคะ แอนด์ มี (Yoga and Me)

ที่ในอดีตเคยเริ่มทำงานด้วยการเป็นเซลส์ขายยารักษาโรค จากนั้นจึงมาเป็นเออีขายโฆษณาของ “คลิก เรดิโอ” และบริษัท อาร์เอส ก่อนจะมาเป็นครูโยคะ อาชีพที่เขาตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว “ช่วงที่ทำงานออฟฟิศ ปกติผมชอบไปเข้าคลาสออกกำลังกายที่ฟิตเนสอยู่แล้ว เพราะสามารถเล่นคนเดียวได้บังเอิญว่ามีการเปิดสตูดิโอโยคะร้อน ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในช่วงนั้นพอดี

- Advertisement -

ผมก็ลองไปเล่นดู พอเล่นไปก็รู้สึกชอบ ผมจึงฝึกต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เกือบ 2 ปี วันหนึ่งบังเอิญเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับเจ้าของสตูดิโอโยคะ เขาจึงชวนผมไปเป็นครูที่สตูดิโอของเขา ซึ่งเรามีความสนใจอยู่แล้ว ก็เลยตอบตกลง” หลังจากนั้นครูเอกก็ได้ไปเป็นครูสอนโยคะแบบพาร์ตไทม์ที่แอบโซลุท โยคะ (Absolute Yoga) ระหว่างนั้นเขาก็ยังทำงานประจำคือเออีขายโฆษณาที่อาร์เอสไปด้วย

ต่อมาจึงรับสอนโยคะแบบฟูลไทม์ แต่พอสอนเยอะมากๆ ก็รู้สึกว่าใช้ร่างกายเยอะเกินไป เขาจึงกลับไปสอนพาร์ตไทม์เหมือนเดิม ระหว่างนั้นก็ถามใจตัวเองว่า ยังชอบการเป็นครูโยคะอยู่มั้ย เมื่อใจตอบว่ายังชอบอยู่ เขาจึงลุยต่อ “ในช่วงที่สอนพาร์ตไทม์ ผมก็หันไปโฟกัสงานที่อาร์เอสมากขึ้น เพราะได้เลื่อนเป็นผู้บริหาร จึงรับสอนแค่วันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

แต่หลังจากได้คุยกับเพื่อนครูคนหนึ่ง ก็ได้มีการชักชวนกันร่วมหุ้นก่อตั้งโยคะ แอนด์ มี ขึ้นมา ผมจึงลาออกจากการเป็นครูโยคะพาร์ตไทม์ และลาออกจากงานประจำ เพื่อไปโฟกัสธุรกิจสตูดิโอสอนโยคะของตัวเอง จนเปิดมาได้ 4 ปี และมีหลายสาขาอย่างในปัจจุบัน การเปิดสตูดิโอและเป็นครูโยคะด้วยทำรายได้ให้ดีทีเดียว แต่ความสุขของผมมาจากคำว่า “ครู” ซึ่งเป็นอาชีพที่คนไทยส่วนใหญ่ล้วนให้เกียรติ

ดังนั้น เมื่อได้เป็นครูโยคะ ผมจึงรู้สึกดีตั้งแต่วันแรกเลย บางคนอายุรุ่นแม่รุ่นป้าแล้ว แต่พวกเขาก็ให้เกียรติผมมาก ที่สำคัญการเป็นครูโยคะ ยังทำให้ผมมีโอกาสได้ช่วยเหลือนักเรียนทุกคนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ Instagram : akeyoga เบอร์ติดต่อ : 02-102-2975 (CDC), 02-001-9579 (The Walk เกษตร),095-112-4468 (The Walk ราชพฤกษ์) 099-193-4411 (La Villa อารีย์)

4.ครูฮาร์ท โยคะ ที่โด่งดังมานาน มีลูกศิษย์เป็นคนดังเพียบ ทั้ง อั้ม พัชราภา, แอมป์ พิธาน, เมย์ เฟื่องอารมย์, บี มาติกา, กระแต ศุภักษร, วีเจจ๋า, นาตาลี เดวิส เรียกว่าทุกคนล้วนตัวอ่อนกันสุดฤทธิ์! เห็นดาราหลายคนขยันโชว์ท่ายากด้วยความภาคภูมิใจ ก็ได้ครูฮาร์ทนี่แหละค่ะ ที่ทั้งสอนและลุ้นไปด้วยพร้อมๆ กัน จากแอร์โฮสเตสเธอผันตัวเองมาเป็น ครูสอนโยคะ จนมีลูกศิษย์เป็นเซเลบแถวหน้าของเมืองไทย

“สมัยเป็นแอร์ฯ เวลามีประจำเดือนฮาร์ทจะปวดท้องมาก เมื่อยล้า ปวดหัววิงเวียน ไปปรึกษาหมอ รับการวินิจฉัยมาหลายโรค ทั้งฮอร์โมนไม่สมดุล ไมเกรน ได้ยามาหลายขนานก็ไม่ดีขึ้น หนักสุดคือแพ้ยาฮอร์โมน ตรวจอย่างละเอียด พบว่าเลือดข้นจนเป็นลิ่มเลือดในสมองอุดตัน คือลิ่มเลือดไปบล็อกสมอง ทำให้ร่างกายซีกขวาขยับไม่ได้กลายเป็นอัมพฤกษ์

“ตอนนั้นใจคอไม่ดีนะ ต้องหยุดงานแอร์โฮสเตส พักฟื้นทำกายภาพร่วมเดือนจึงเริ่มเดินได้ งดออกกำลังกายหนักๆ 6 เดือน ฮาร์ทกลัวร่างกายจะไม่เหมือนเดิม พอหมอบอกว่าสามารถเล่นโยคะได้ จึงไปสมัครเรียนโยคะ “พอร่างกายดีขึ้นเป็นปกติ กลับไปบินได้ ฮาร์ทยังเล่นโยคะต่อเนื่องควบคู่กับว่ายน้ำ ฝึกแทบทุกวันจนกระทั่งเพื่อนเปิดสปา แล้วมีคลาสสอนโยคะก็ชวนเราไปสอน

ตอนนั้นคิดแค่ว่าช่วยเพื่อน มีงานอดิเรกที่ได้เงิน แต่พอสอนไปสักพัก มีนักเรียนซึ่งเป็นคุณป้าคนหนึ่งเดินมาบอกว่า“ขอบคุณครูมากๆเลย ตอนนี้ป้านั่งยองๆ ได้แล้วนะ ป้าหายปวดเข่าแล้ว”ฟังปุ๊บหัวใจเราพองโตทันที เพิ่งรู้ว่าอาชีพครูซึ่งเป็นผู้ให้มันรู้สึกดีแบบนี้เอง (ยิ้ม) “จากนั้นก็มีนักเรียนในคลาสให้เราไปสอนน้องชายซึ่งป่วยเป็นโปลิโอ กังวลเหมือนกันนะว่า เราจะไหวมั้ย

แต่ตั้งใจว่าเราเป็นครูต้องสอนได้ทุกคน ก็สอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ท่าไม่ยาก เน้นให้ร่างกายได้ยืดและเหยียด สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เขาไม่หายจากโรคแต่สบายตัวขึ้น นักเรียนแฮปปี้มาก แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้ว “อาร์ทตัดสินใจเลิกอาชีพแอร์ฯ ตอนลูกได้หนึ่งขวบ เพราะอยากมีเวลาดูแลเขาให้เต็มที่ เลยหันมาเป็นครูโยคะจริงจัง แล้วมีโอกาสได้สอนน้องแอม-พีรวัศ นักแสดงช่อง 7 เขาแฮปปี้กับวิธีการสอนของเรา จึงไปแนะนำเพื่อนๆ นักแสดงในกองละคร

จากนั้นปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ ให้เราไปสอนที่บ้าน เขาเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งปุ๊กลุกลงรูปเล่นโยคะท่าคู่กับครูในไอจี ฮาร์ทต้องยกตัวเขาขึ้นในท่าบิน ท่าดูยากไม่ค่อยมีคนทำ โลกโซเชียลก็แชร์ไปเรื่อยๆ คนให้ความสนใจ เลยอยากรู้จักว่าครูฮาร์ทคนนี้เป็นใคร จากนั้นก็ค่อยๆ มีลูกศิษย์ตามมาเรื่อยๆ Instagram : kru_heart_yoga Line : kruheartyoga

3.ครูเชอร์รี่ ที่สาวๆ หลายคนคงรู้จักดี เพราะเธอเป็นเทรนเนอร์ของ ชมพู่ อารยา, กาละแมร์ พัชรศรี, พลอย เฌอมาลย์, พลอย ชวพร, แอน ทองประสม ฯลฯ แถมยังมีดีกรีเป็นถึงมิสฟิตเนสและนักกีฬาฟิตเนสทีมชาติไทยอีกด้วย!! แค่เห็นชื่อซุปตาร์ตัวแม่ ก็แทบไม่ต้องเอ่ยอะไรกันมาก การันตีได้ด้วยซิกแพคของพวกเธอเลยค่ะ

ชอรี่-นนท์ณัฐดา อำมาตย์ หรือมิสฟิตเนสสุดสวยดีกรีนักกีฬาเพาะกายฟิตเนสทีมชาติไทย ด้วยเทคนิคการเวทเทรนนิ่งจากประสบกาณ์ที่สั่งสมมาหลายปีบวกกับเทคนิคและคำแนะนำด้านโภชนาการ ทำให้เธอกลายเป็นคนสำคัญในการปั้นหุ่นสุดเป๊ะให้กับเหล่าคนดังมากมายทั้ง กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาส, ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต, แอน ทองประสม, คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ และสาวๆ เดินดินกินข้าวแกงอีกมากมายที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้ด้วยฝีมือเธอคนนี้

เรานัดเจอครูเชอรี่ของสาวๆ ที่ คาสเคท คลับ (Cascade Club) เฮลท์คลับสุดหรูที่ให้ความเป็นส่วนตัวใจกลางสาทร หลังจากโพสท่าสุดสตรองให้เราเก็บภาพแล้ว เธอก็เริ่มเล่าที่มาของฉายาเทรนเนอร์เซเลบให้ฟังว่า จากเด็กสาวที่เป็นครูสอนเต้นแอโรบิกหารายได้พิเศษเพื่อเป็นทุนในการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย การอยากมีซิกซ์แพ็กจุดประกายให้เธอขวนขวายและก้าวเข้าสู่วงการกีฬาเพาะกายในที่สุด

“ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เราเข้าไปในยิมสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง มีโอกาสได้รู้จักกับรุ่นพี่นักกีฬาเพาะกายทีมชาติ พี่โอ๋ (สิทธิ เจริญฤทธิ์) แชมป์โลก 3 สมัย พี่เจี๊ยบ (อภิภรณ์ ชมสมบูรณ์) ซึ่งเป็นครูของเชอรี่สมัยก่อน และพี่ซิงห์ (รุ้งตะวัน จินดาซิงห์) ซึ่งตอนนั้นไทยมีนักกล้ามสาวสองคนดังมาก ทั้งสองคนนี้เป็นคนปูพื้นฐานการเล่นฟิตเนสให้ เป็นคนชักชวนให้เราเล่นกีฬาชนิดนี้ แนะนำให้คัดเลือกทีมชาติ ทำให้เชอรี่ค้นพบทางของตัวเอง ถึงเราไม่ได้แชมป์โลกแต่เราก็มีความสุข”

สำหรับนักเพาะกายมือใหม่อย่างเชอรี่ในตอนนั้น เธอบอกว่าในความสุขที่ได้พบมีทั้งความกดดันและความเครียด และต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อไปสู่เป้าหมาย “กีฬาชนิดนี้ที่ยากที่สุดคือการเอาชนะใจตัวเอง อย่างแรกเราไม่ต้องไปสู้กับใคร เราจะต้องตื่นมาคาร์ดิโอตอนเช้า แบ่งเวลามาซ้อมในฟิตเนส ต้องเตรียมอาหารทานเอง จะต้องมีตารางการซ้อม มีตารางอาหารของตัวเอง จะไปไหนจะต้องเตรียมอาหารของเราเอง เราต้องเป๊ะ

และยิ่งเราเตรียมตัวในการแข่งขัน เรื่องโภชนาการในช่วง 2 เดือนสุดท้ายจะต้องเป๊ะมากๆ เพราะฉะนั้นจะต้องต่อสู้กับใจตัวเอง เด็กบางคนที่เข้ามาใหม่ต้องเตรียมตัวเป็นปีๆ เพื่อแข่งหนึ่งรายการ ซึ่งเราเองกว่าจะชินก็ใช้เวลานานเป็นปีเหมือนกันค่ะ” หลายคนจะเข้าใจผิดคิดว่าเชอรี่เทรนแต่ดาราเซเลบเหรอ ความจริงคือไม่ใช่ เพราะนักเรียนเชอรี่ 70 เปอร์เซ็นต์คือคนทั่วไป ที่เหลือเป็นศิลปินดารา Instagram : cherry_missfitness เบอร์ติดต่อ : 081-354-3851 Line : missfitness1

2.คุณจัน อานันท์ อภินันทน์ เทรนเนอร์ฟิตเนสคิวทองเทรนเนอร์ซี้ปึ้กกับ ขวัญ อุษามณี ที่ช่วยปั๊มซิกแพคให้ขวัญหุ่นฟิตเปรี้ยะ แถมยังช่วยฟิตหุ่นเป๊ะๆ ของ หมาก-คิม, เบเบ้ ธันย์ชนก, ปุ๊กลุก ฝนทิพย์, โบว์ ธัญญะสุภางค์, แม็ค วีรคณิศร์, ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร, เปรี้ยว ทัศนียา, โบว์ เบญจวรรณ เป็นต้น เกณฑ์ในการเลือกประเภทการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับดาราแต่ละคน ต้องดูโครงสร้างของแต่ละคนว่าแต่ละคนมีโครงสร้างแบบไหน

ถ้าเป็นคนท้วมที่อ้วนง่าย ก็ไม่สามารถที่จะสร้างกล้ามเนื้อได้เยอะ จะต้องทำให้เขาลีน ให้หุ่นกระชุบใส่เสื้อผ้าได้สวยงาม เพราะว่าออกหน้ากล้องมันไม่จำเป็นที่จะต้องถอดเสื้อตลอดเวลา หรือ ถ้าเป็นดาราผู้หญิงก็จะต้องมีกล้ามเนื้อบ้างส่วน อย่าง กล้ามท้อง แขน ขากระชับ ต้องมีก้น ก็จะต้องออกกำลังกายตามโครงสร้างของแต่ละคน ส่วนใหญ่ก็มาลดกระชับ ทำให้หุ่นเฟิร์ม”

คนทั่วไปกับดารา มีวิธีการเทรนต่างกันไหมคะ ดาราจะมีเวลาที่จำกัด ใช้ชีวิต ทำกิจกรรมที่แตกต่างจากคนทั่วไป เขาก็จะใช้ระยะเวลาสั้นๆ ในการทำหุ่นเพื่อ เป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือ เพื่องานถ่ายแบบอะไรงี้ การเป็นดารา เมื่อเข้ากอง ก็ไม่สามารถควบคุมอาหารการกินได้ ไม่สามารถที่จะเตรียมไปกินคลีนได้ในทุกๆ ที่ ก็จะให้เขาเลือกกินแล้วควบคุมปริมาณดีกว่า อย่างเช่น ข้าวกอง จะมีอาหารที่มีมัน เราก็จะให้เลือก ให้ลดปริมาณลง อาจจะกินพวกประเภทต้มๆ นึ่งๆ กินประเภทที่ปรุงด้วยการใช้น้ำมันน้อยที่สุด และก็ให้ออกกำลังกายในวันที่เขาหยุด วันว่างก็จะพยายามดึงเขาให้ทำกิจกรรมหนักๆ อย่างเข้ายิม ตีแบดฯ ชวนเขาทำโน่น ทำนี่

ก็ไม่ได้พิเศษกว่าคนทั่วไป จริงๆ ก็คล้ายๆ กันครับ แต่กิจวัตรเขาจะแตกต่างกัน ก็ต้องทำให้เขายังทำงานได้ตามปกติ และก็ออกกำลังกายได้ด้วย อย่าง คิมเบอร์ลี่ ที่ลดไปได้ 20 กิโลกรัมนี่คือ ลดได้ด้วยตัวคิมเองหรือเปล่า ด้วยตัวคิมเองด้วยส่วนนึงครับ คิมเนี่ยเป็นคนโครงสร้างใหญ่ โครงฝรั่ง ไหล่กว้าง สะโพกใหญ่ แขน ขาใหญ่ ซึ่งคิมเริ่มลดความอ้วนด้วยตัวเองจากการวิ่งในช่วงแรก รวมทั้งคุมอาหาร ออกกำลังกายหนักๆ

แต่จันเข้าไปดูแล จันก็จะดูแลเรื่องการคุมในแต่ละวันว่า เราอดอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าเราอดอย่างเดียว วันใดวันหนึ่งระบบเผาผลาญของเราจะดร็อปลง มันจะเกิดอาการโยโย่เอฟเฟ็กท์แน่นอน เขาผอมแล้ว เขาก็อ้วนได้ น้ำหนักก็เด้งกลับมาได้ ก็ต้องควบคุมให้เขาเพิ่ม Mass เพิ่มกล้ามเนื้อมากขึ้น ไม่ใช่ให้แค่วิ่ง ไม่ใช่ให้แค่คาร์ดิโอ ให้เขาเล่นกล้ามเนื้อมากขึ้น ให้มีกล้ามเนื้อในร่างกาย และ ให้เขาเบิร์นเหมือนเดิม ควบคุมอาหารให้เป็นกิจวัตร ไม่ใช่คุมเฉพาะในช่วงที่จะใช้งาน เพราะดาราทั่วไปต้องอยู่หน้ากล้องตลอดเวลาอยู่แล้ว ต้องเจอคน เจอใครต่อใครตลอดเวลา ก็ต้องสร้างให้เขาหุ่นดีแบบยั่งยืนไม่ใช่แค่ไดเอทเป็นช่วงสัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือไดเอทเป็นเดือนต่อเดือน เดือนนี้ไดเอท เดือนนี้ปล่อย แบบนั้นเราทำไม่ได้

อย่างขวัญ อุษามณี เขาก็หุ่นดีอยู่แล้ว คุณจันต้องเทรนอะไรขวัญบ้าง อย่างขวัญจะเป็นคนที่ขาใหญ่ ช่วงไหนที่กินเยอะๆ ช่วงลำตัวก็จะมีพุงนิดนึง แต่โครงสร้างขวัญเป็นคนโครงเล็กทำให้เวลาใส่เสื้อผ้าอะไรก็ยังดูผอมอยู่ดี แต่ผมจะคอยควบคุมเรื่องเซลลูไลท์ เรื่องแขนขาให้กระชับ ผู้หญิงบางคนอาจจะใส่เสื้อผ้าแล้วดูสวย ดูหุ่นเฟิร์มตลอดเวลา แต่ด้วยอายุ ด้วยกิจวัตรของเขา อาจจะสะสม Fat ทีละนิด อย่างขวัญ เผลอนิดเดียวกินตามใจปากนิดนึง ก็จะมีเซลลูไลท์เกาะตามต้นขา ตามช่วง Hamstring (ช่วงใต้ก้น) ผมก็จะดูแลให้ขวัญใส่ชุดได้มากขึ้น แต่งตัวได้หลากหลาย โชว์หุ่นได้มากขึ้น ทำให้เขาเป๊ะขึ้นนั่นเอง” Instagram : forcejun Line : arnun

1.เบนซ์ ภูมิสิทธิ์ เป็นเทรนเนอร์ที่โด่งดังมานาน ปั้นหุ่นให้ดารามาแล้วหลายคน โดยเฉพาะหุ่นสวยๆ ที่ผอมเพรียวลงเยอะมากของ คิมเบอร์ลี่ และกล้ามเป็นมัดๆ ของ บอย ปกรณ์, วู้ดดี้, หมาก ปริญ, แทค ภรัณยู, บอม ธนินทร์, กึ้ง เฉลิมชัย นอกจากนี้ยังมี ใหม่ ดาวิกา, มิ้นต์ ชาลิดา, ไอซ์ อมีนา และคนอื่นๆ อีกเพียบ ชีวิตของเบนซ์โตมากับการออกกำลังกายตั้งแต่อายุ 12 ปี เนื่องจากสมัยก่อนเทรนเนอร์กล้ามโตรายนี้ เป็นเพียงเด็กเนิร์ดร่างกายอ่อนแอ ไม่สู้คน หรือเข้าขั้นอ่อนปวกเปียกก็ว่าได้

เบนซ์เข้าสู่การเล่นฟิตเนสตั้งแต่เมื่อไหร่? ตอนนั้นอายุ 21 ปี จากนักเพาะกายพลิกผันสู่การเป็นเทรนเนอร์ได้ยังไง? ผมเริ่มเข้าสู่การเป็นเทรนเนอร์ช่วงปี49-50 เนื่องจากสนิทกับเจ้าของยิม เค้าก็เริ่มให้เราเทรนจริงๆ เราก็เฮ้ย…ดีว่ะ แถมได้เงินใช้ด้วย เรารู้แค่ว่าเป็น Personal Trainer ดาราคนแรกที่เบนซ์เทรนให้ แล้วเจอกันได้อย่างไร? คนแรกที่เจอคือ แทค ภรัณยู ผมก็ไม่รู้จักหรอกว่าเค้าเป็นใคร รู้แค่ว่าไอ้คนนี้มันต้องเป็นดาราแน่เลย แต่เค้ามีเทรนเนอร์อยู่แล้วเลยไม่ได้คิดอะไร จนไปเจอแทคอีกทีในห้องน้ำพารากอน เค้าถามผมว่ามาเล่นเวทหรอ ผมบอกใช่ครับ แล้วก็ถามต่อว่าผมเป็นฟรีแลนซ์หรอเห็นหุ่นใหญ่ๆ ผมตอบใช่ แทคบอกงั้นพรุ่งนี้มาเทรนให้ผมหน่อย ผมก็บอกว่าที่นี่ไม่ได้นะ เพราะเทรนเนอร์พี่อยู่ที่นี่ เดี๋ยวมีปัญหากัน ก็กลับไปเทรนกันที่รัชโยธิน(หัวเราะ)

ผมชวนแทคไปสมัครฟิตเนสเฟิร์ส จนได้มาเจอกับพี่สงกรานต์ เตชะณรงค์ จากนั้นพี่สงกรานต์ได้ไปออกรายการพี่วู๊ดดี้ เสร็จแล้วก็มาบอกผมว่า “ผมหาลูกค้าให้คุณหนึ่งคน ถ้าคุณเทรนเค้าสำเร็จ…คุณดัง” คือตอนนั้นก็ไม่รู้จักว่าวู๊ดดี้คือใคร รู้แค่ว่าคนนี้เป็นพิธีกร (หัวเราะ) สิ่งที่พี่วู๊ดดี้ต้องการคือตัวไม่ใหญ่แต่ต้องมีซิกแพ็ค จนมาถึงงานเดินแบบ พอพี่วู๊ดดี้ขึ้นเท่านั้นแหละ เสียงทุกคนฮือฮามาก ต่อจากวู๊ดดี้ คือพี่ชาคริต แย้มนาม ผมไปเทรนเค้าที่คอนโด จากนั้นก็เจอวุ้นเส้น ตามด้วยบี พีระพัฒน์, หมาก-ปริญ, คิมเบอร์รี่

พอดาราเค้าลงไอจีให้ มันก็ยิ่งมีคนรู้จักมาขึ้น จนได้เทรนบอย ปกรณ์, ออม สุชา, กึ้ง ดาราส่วนใหญ่จะให้ไปเทรนที่บ้านไม่ก็คอนโด ก็วิ่งฟรีแลนซ์อยู่พักใหญ่จนเราต้องเปิดยิม-สตูดิโอของตัวเอง เราก็รับเฉพาะลูกค้าที่สามารถเข้ามาหาเราที่นี่ได้ ส่วนคนไหนที่เราพอวิ่งไปหาได้ก็ไป จากนั้นพี่บอย พีซเมคเกอร์-พี่เจี๊ยบ พิจิตตรา ก็มาอีกคู่ แทคก็พาพี่ต้นหอมเข้ามาเล่น ใหม่ดาวิกาก็โทรมาเพราะอยากเฟิร์มหุ่น ก็ไปเทรนใหม่ที่บ้าน แล้วพี่วู๊ดดี้ก็แนะนำน้าเน็กให้ไปเทรนที่บ้าน

ปัจจุบันเทรนเนอร์มีเยอะแยะ อะไรคือจุดเด่น และจะได้จากเบนซ์ หากเค้าเลือกคุณ? สิ่งที่ลูกค้าจะได้จากการเทรนของเบนซ์ ผมจะสอนให้ทานอาหารเป็น บอกเป็นไกด์ไลน์ว่าพี่น้ำหนักเท่านี้ ควรคุมอาหารโปรตีนเท่านี้ ต้องคำนวนจากน้ำหนักแล้ววิเคราะห์ให้เค้าฟัง และสอนให้เล่นเวทเป็น มันคือการสร้างวินัยเพื่อไปต่อยอดได้เอง มากกว่าเราไปปั้นหุ่นให้เค้า นั่นคือพื้นฐานที่ผมต้องการสอน

ไอ้การเป็นเทรนเนอร์เนี่ยใครก็เป็นได้ มันมีนักเพาะกายที่หันมาเป็นเทรนเนอร์แบบผมเยอะ แต่เค้าไม่มีโอกาสแบบผม ซึ่งผมมองว่ามันเป็นความโชคดีจากการทำงานหนัก เพราะผมขยันที่จะหาลูกค้า จนไปเจอดาราและมีคนรู้จักมากขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าตัวเองมีวินัย ขยันไปเทรนวู๊ดดี้แต่เช้าผมตื่นได้ อาจโชคดีที่ผมเคยเป็นนักกีฬามาก่อน เลยทำให้ค่อนข้างเป๊ะในเรื่องระเบียบวินัย เลยคิดว่าการทำงานหนักของตัวเอง มันพาเราไปเจอเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย Instagram : benz4322 เบอร์ติดต่อ : 095-724-6789, 086-808-4588 Line : benze4322

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here