เปิดภาพ ‘ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ’ รวบผมเปิดหู ในวันสบายๆ ของ สาวมาดเซอร์ เผยอีกลุคที่ต่างจากบนเวที (ชมภาพ)

0
3125

ถ้าพูดถึงศิลปินหญิงที่มีผลงานเพลงและการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ในยุคนี้ หลายคนคงจะนึกถึง ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ นักร้องสาวลูกครึ่งเจ้าของบทเพลงฮิต อยากร้องดังดัง แน่นอน เพราะนอกจากจะทำเพลงเร็วสุดสนุก และ เพลงช้าได้กินใจแล้ว เธอก็เป็นศิลปินที่มการแต่งตัวสไตล์โบฮีเมี่ยนที่เป็นเอกลักษณ์ด้วย

โดยนอกจากจะสร้างความตื่นเต้นเรื่องการแต่งตัวเวลาปรากฏตัวตามเวทีต่างๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่ปาล์มมี่มักจะสร้างความสงสัยให้กับแฟนคลับหลายคน ก็คือเหตุผลที่เธอต้องปิดบังใบหูด้วยทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ตลอดเวลา จนทำให้เกิดข้อสงสัยต่างๆนานาว่า เธออาจจะอาย หรือต้องการปิดบังอะไรหรือเปล่า

วบรวมรูปภาพในวันสบายๆของปาล์มมี่ มาให้ทุกคนได้ชมกัน ซึ่งในวันปกติของเธอนั้น ปาล์มมี่ก็มักจะมาพร้อมลุคที่สบายๆ ที่เปิดเผยใบหูและไม่แต่งหน้า จนทำให้หลายคนชื่นชมความสวยในแบบธรรมชาติของเธอ ถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมานั้นถึงแม้ว่าปาล์มมี่จะเว้นว่างจากการออกอัลบั้มไปนาน แต่ล่าสุดเธอก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า เธอจะกลับมาพร้อมผลงานใหม่แน่นอน ซึ่งการกลับมาคราวนี้เธอได้ตั้งใจมากเพื่อแฟนคลับของเธอ

- Advertisement -

นักร้องสาวสุดติสท์อย่าง ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ อยู่ในวงการมานับสิบปี แต่ด้วยความมีโลกส่วนตัวสูงไม่ค่อยได้พูดเรื่องส่วนตัวออกสื่อเท่าไหร่นัก แต่ล่าสุดสาวปาล์มมี่ได้มาออก รายการแฉ ทางช่อง ทางช่อง GMM25 เพื่อโปรโมทเพลงใหม่ “นวด” หลังหายหน้าหายตา ไม่มีผลงานเพลงใหม่มานานกว่า 4 ปี และเปิดใจเรื่องความรักเป็นครั้งแรก พิธีกรอย่าง มดดำ คชาภา ได้ถามคำถามที่หลายคนอยากรู้ว่า ปาล์มมี่มีแฟนหรือยัง? ซึ่งสาวมีก็ตอบสั้นๆ ว่า…

“มีค่ะ เป็นคนนอกวงการ เค้าก็ไม่ค่อยอยากเปิดเผย วันๆ ก็ไม่ค่อยได้คุยกัน คุยกันแต่ก็ไม่ได้เจ๊าะแจ๊ะ” นอกจากนี้ ปาล์มมี่ก็ได้ตอบเรื่องที่เคยมีข่าวว่าเธอมีลูก แอบไปคลอดลูกที่ต่างประเทศ แม้จะมีข่าวลือมาหลายปี แต่ก็ไม่เคยออกมาตอบโต้…”ไม่เคยเลยค่ะ ถ้ามี่มีลูกมีก็อยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่จำเป็นต้องปิด

เสียใจรู้สึกว่ามันไม่ได้มีเรื่องจริงเลยแม้แต่นิดเดียว กับเรื่องการท้องมี่กลัวมาก รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเรามีใครสักคนต้องเลี้ยงดูให้ดีมาก ต้องแพลนอย่างดี การที่เค้าพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ให้เกียรติมี่ ตอนที่มี่ข่าวมียังเด็กด้วย มี่ไม่เคยมีลูก ไม่เคยมีประสบการณ์การเข้าไปในห้องคลอดลูกมาก่อน มี่ไม่เคยมาตอบโต้อะไร ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไป มี่ไม่ได้ทำเรื่องนั้น ก็ไม่จำเป็น”

หายหน้าหายตาไปนานเลยทีเดียว สำหรับ “ปาล์มมี่” อีฟ ปานเจริญ ล่าสุด เธอก็กลับมาพร้อมซิงเกิลแรกในรอบ 4 ปี ชวนขยับคลายเส้นกับเพลงอารมณ์ดี “นวด” ภายใต้ค่าย genie records ยอมรับที่ผ่านมาหายไปจนคิดว่าจะไม่ได้กลับมาทำเพลงอีกแล้วเพราะเจอสภาวะที่ทำให้สภาพจิตใจตกต่ำถึงขีดสุด

“เรากลับมาทำตามสัญญาว่าขอเวลาทำเพลง อัลบั้มก็ยังทำอยู่ วันนี้เราก็กลับมาแล้วพร้อมกับซิงเกิลเพลงนวด เพลงนี้สนุกมาก มี่สนุกมากในการทำ เหมือนที่บอกไปบนเวทีมี่เริ่มจากอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น และไม่คิดว่าจะได้ทำงานเพลงเต็มรูปแบบขนาดนี้ ต้องขอบคุณคุณป้าช่างนวดประจำที่มานวดให้มี่ และทำให้มี่อยากจะพูดถึงเรื่องการนวด และเรื่องของความสัมพันธ์ของคนที่รักกันว่ามีตึงมีหย่อน จะแก้ยังไง

หรือว่าเราตัดสินใจที่จะปล่อยว่าไม่รักคนนั้นแล้ว โดยการปล่อยให้นวดจนเจ็บจนเราจำ และเข็ดไปเลย มี่เลยเอา 2 เรื่องนี้มาผูกกัน เป็นเรื่องความรัก กับเรื่องนวด เพลงนี้จะเน้นความสนุก แต่เพลงอื่นๆ ที่มี่ทำ จะมีเพลงเครียดเยอะเหมือนกัน แต่เพลงนี้เบาๆ” “บรรยากาศในการทำงานไม่เหมือนเดิมนะ เพราะว่าไม่มีใครอยากทำงานกับมี่แล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอกค่ะ

แต่โดยส่วนตัวนิสัยมี่เป็นคนต้องใช้เวลากับงานเยอะมาก ต้องลงรายละเอียดเยอะ และคนที่ต้องทำงานกับมี่จะเหนื่อยและเข็ดมาก ทุกคนก็จะหายตัวไปแล้ว ตอนนี้มี่เลยทำงานเอง และมีเพื่อนๆ น้องๆ มาช่วยบ้าง ปีนี้มีการทำร่วมกันกับแจ๊บ ริชแมน ทอย และมือกีตาร์” “มาร่วมงานกับ genie เป็นบรรยากาศใหม่ๆ การทำงานในค่ายราบรื่นมาก

ตั้งแต่วันที่เข้ามาอยู่ พี่นิค (วิเชียร ฤกษ์ไพศาล) และลูกทีมในบ้านทั้งหลังและ ดูแลมี่ดีมากแบบครอบครัว และพยายามสื่อสารกับมี่มากที่สุดในทุกๆ เรื่อง เหมือนเราเป็นทีมเดียวกัน ทำงานแบบแมนๆ คุยกันและลุยเลย มีอิสระในการทำเพลงแน่นอน พี่นิคให้อิสระกับศิลปินทุกวงในค่าย” เซ็นสัญญาจีนี่ 3 ปี เผย 4 ปีที่หายไป สะสมเพลงเอาไว้เป็นงานอดิเรก

“มี่เซ็นสัญญาเอาไว้ 3 ปีนะคะ ระหว่างนี้มี่ทำอัลบั้มเอาไว้ คิดว่าไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้าจะได้ฟังกัน และคิดว่าจะพยายามมีเพลงที่ 2 ให้พี่นิคเร็วๆ นะคะ ส่วนสต็อกเพลง มี่มีเยอะมาก เพราะมี่ทำไว้หลายแนวอะไรที่ไม่ใช่ หรืออะไรที่เราชอบ แต่ยังไม่ใช่ในวันนี้มันจะยังไม่ถูกเอามาใช้ แต่ว่าเพลงนวดคือในปีที่ผ่านมาบรรยากาศรอบข้างของเราค่อนข้างเศร้า มี่แค่รู้สึกว่า เราห่างหายจากเพลงสนุกๆ ที่จะเข้ามาเสริมบรรยากาศให้กระชุ่มกระชวย เลยคิดว่าเพลงนี้เหมาะกับช่วงนี้”

“เพลงนวดใช้เวลาทำนาน 10 เดือน แต่คืออย่างนี้ค่ะ ในระหว่าง 10 เดือน มี่ไม่ได้ทำเพลงนี้เพลงเดียว มี่แต่งไปเรื่อยๆ แต่เพลงนี้มันมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และมันลิงค์กับแนวทางในเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มชุดนี้ มี่เลยคิดว่ามี่ใส่รายละเอียดให้มันเยอะพอแล้ว เลยออกมาเป็นเพลงนี้” “4 ปีที่หายไป เอาจริงๆ สะสมเพลงไว้เยอะมากค่ะ อยากให้รู้ว่าเราทำเพลงตลอด เป็นงานอดิเรกก็ว่าได้ ว่างก็แต่งเพลงเก็บไว้ แฟนๆ จะได้ทยอยฟังแน่นอน”

คาดหวังคนฟังเพลงต้องพอใจ “มี่หายไป 4 ปี วันที่มี่กลับมาหมายความว่ามี่ต้องพร้อมในทุกเรื่องเลย สภาพจิตใจในการกลับมายืนตรงนี้ ในการเจอนักข่าว (ทำเสียงใหญ่ก่อนหัวเราะ) แต่ว่ามี่ไม่เคยห่างหายไปจากการเล่นคอนเสิร์ตเลยนะคะ เล่นคอนเสิร์ตอยู่เรื่อยๆ ถามว่า คาดหวังมั้ย มี่คาดหวังให้ทุกคนฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกพอใจ การที่มี่หายไปและมี่เอาสิ่งนี้กลับมาให้แฟนเพลงนะ ความตื่นเต้นของมี่ในซิงเกิลเพลงนี้ เหมือนเราออกอัลบั้มชุดแรกเลย ตื่นเต้นทุกชุดที่ได้ทำ”

“เรื่องท่าเต้นเราไม่เคยคิดเลยสักชุดหนึ่ง มี่คิดแต่ว่าเสื้อผ้าจะเป็นยังไง พอผู้กำกับตั้งกล้อง แล้วบอกให้มี่ลุยเลย เราก็บอกโอเคครับ และทำเลย ฟีลที่เห็นคือฟีลจริงๆ 100 เปอร์เซ็นต์ เสื้อผ้าออกแบบเอง หาซื้อมาเอง เวลาทำงานมี่จะคิดทั้งหมดรวมหัน เหมือนอัลบั้มชุดคิดมากที่ผ่านมาว่าโอเคเพลงนี้ เสื้อผ้าแบบนี้ เพราะมี่เป็นคนชอบเรื่องเสื้อผ้า ก็จะชอบผ้า

โดยเฉพาะครั้งนี้มี่อยากให้คอนเซ็ปต์มีความเป็นไทยนิดหนึ่ง มี่เลยได้ผ้านี้มา และอยากใส่ผ้าไทย อย่างบนหัวหมวกของมี่ คือ ถ้าคนที่ตามมี่ในอินสตาแกรม จะเห็นว่ามี่ไปภาคเหนือบ่อยมาก พอเล่นคอนเสิร์ตเสร็จเราก็จะแวะดูผ้าพื้นเมืองอะไรแบบนี้ที่เราจะมีเก็บไว้เยอะ โดยเฉพาะผ้าถุง มี่เต็มที่กับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต ตอนนี้อึดอัดมากเลยสำหรับการใส่รองเท้า อึดอัดมาก จริงๆ ไม่อยากใส่เลย แต่มันต้องใส่เพราะตอนถ่ายรูป อยากลองดู อยากเรียบร้อยดี แต่ก็ไม่ชิน”

เคยคิดจะเลิกทำเพลง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้จับกีตาร์กลับมาทำเพลงอีก “การที่มีคอนเสิร์ตใหญ่มี่ต้องพร้อมมากๆ มี่อยากมีเพลงใหม่ ไม่ใช่ออกมาแล้วจะร้องแต่เพลงกาๆ ทีมมี่ วงมี่ต้องพร้อม ไม่อยากเล่นอะไรแบบเดิม ไม่อย่างนั้นถ้าร้องเพลงเดิมๆ มันจะดูว่าเราขี้โกงคนดูไปหน่อย” “จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าจะเลิกทำเพลงไปแล้วนะ มี่ชอบมีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ชอบเข้าสังคมไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับใคร ก็จะอยู่สังคมแคบๆ กับเพื่อน

แต่มี่ก็ไม่เข้าใจว่าอะไรดลให้เรามาจับกีต้าร์เริ่มทำงานเพลง แต่ก็ทำแบบเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนะ ทำเก็บเอาไว้ ทำทิ้งเอาไว้ จนมีเพลงจำนวนฟัง เริ่มเปิดฟัง และก็เริ่มผลิตเพลง อยากได้เพลงดีๆ ก็หาทีมงานดีๆ แฟนคลับก็อินบ๊อกมาถามทุกวัน” เผยเฟลกับตัวเอง จิตตกต่ำไม่มีผลงานใหม่ เหมือนคนทำอะไรไม่สำเร็จ คว้าน้ำเหลว “สิ่งที่เฟลมาจนไม่อยากทำเพลง

มี่แค่รู้สึกเองเวลาที่เรายังไม่มีงานใหม่ เหมือนคนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เหมือนคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ คว้าน้ำเหลวตลอดเวลา เหมือนคนที่มีจิตตกต่ำตลอดเวลา ถามตัวเองว่าทำไมเราไม่เก่งพอ เราก็จะรู้สึกแย่กับตัวเอง แต่การเราไปเล่นคอนเสิร์ตข้างนอกทำให้เราเห็น ว่าเราเล่นเพลงแบบนี้เขาแฮปปี้เรากลับมาทำเพลงแบบนี้ ก็โอเค

ความเฟลมันก็คลายขึ้น และมีกำลังใจจากทุกคนช่วยผลักดัน” “ทุกคนก็รู้ว่ามี่เป็นคนที่ซีเรียส และเวลามี่ไปเจอชาวบ้าน เราได้เจอชีวิตที่มันแสนธรรมดา เราจึงคิดว่าเราจะมาแบกชีวิตแบบนี้ไว้ทำไม คนอื่นเขาเดือดร้อนกว่าเรามาก ก็เก็บมาคิดทำงานไปเรื่อยๆ เดินช้าเหมือนเต่า จนวันที่คนบอกว่าเราเลิกร้องเพลงไปแล้วเหรอ แต่อารมณ์นี้จะกลับมาเมื่อมี่แต่งเพลง แล้วไม่สำเร็จ (หัวเราะ)”

ปลื้มยังดูเฟรซ บอกยังสู้ดาราไม่ได้ “คุณเช็กแล้วเหรอ (หัวเราะ) ก็ต้องขอบคุณมากๆ มันเป็นความโชคดีในความโชคร้าย ที่เวลาเรากินอะไรเข้าไปแล้วมันจะแสลงในเลือด มันก็จะแสดงผลออกมา เราก็รู้ว่าเราแพ้อะไร วันหลังจะได้ไม่ทาน แต่ก็สู้ดาราไม่ได้ (ยิ้ม)”

สไตล์การแต่งตัว จะแต่งฮิปปี้แบบจริงจังเลยค่ะ ที่นู่นจะไม่เหมือนเมืองไทยที่ใครฮิตอะไรก็จะแต่งเหมือนกันหมด ที่นู่นใครชอบแบบไหนเขาก็จะชัดเจน มี่ชอบสไตล์ฮิปปี้ มี่ก็จะไว้ผมยาว ใส่กำไลเยอะๆ กางเกงขาบาน ซึ่งเป็นกางเกงทรงเดียวที่มี่ใส่ มี่จะไม่ใส่ขาแคบหรือขาเดฟ ไอดอลในดวงใจ ตอนนั้นชอบ Bic Runga มาก ชอบเพลงเขา แล้วก็เริ่มเอาเรื่องของเขามานั่งคุยกันกับเพื่อน

นั่งวิเคราะห์วิธีการร้องเพลงของเขาทีละเพลง นั่งคุยเรื่อง Bic Runga ได้ทั้งวัน สังสรรค์ ชอบไปร้องคาราโอเกะ แล้วก็ไปแกลอรี่ ไปดูงานศิลปะช่วงวันหยุด ไปทุกอาทิตย์เลย เพราะที่นี่จะมีแกลอรี่หลายที่มาก อยู่ตามตรอก ซอกซอย ดูแล้วก็มาวิเคราะห์กัน ความรักวัย 17 มี่เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด ตอนนั้นก็เจอกันเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่า

รู้จักกันแบบงงๆ ไปกินข้าวกันกินเสร็จก็เดินเล่นสวนสาธารณะ เสร็จแล้วก็ไปดูหนัง แล้วก็กลับบ้าน ไม่มีถึงเนื้อถึงตัวกัน แต่เป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นมากๆ เพิ่งรู้จักกับความเขินอาย จำได้ไม่ลืม ตอนนั้นไปทัศนศึกษานอกโรงเรียน ครูวิทยาศาสตร์เขาจัดพาไปทำกิจกรรมที่ทะเล เพื่อนๆก็ลงน้ำทะเลกัน เราก็ตามลงไป ลงไปได้สักพักนึง มี่ร้องกรี๊ดเลยค่ะ มีแมงกระพรุน 2 ตัว รัดอยู่ช่วงก้น

เพื่อนคนอื่นก็อยู่ข้างๆกันแต่ไม่มีใครโดนเลยค่ะ มี่โดนอยู่คนเดียว เป็นแผลเป็นอยู่ 3 ปี ต้องใส่ถุงน่องตลอดเวลา เป็นรอยไหม้เหมือนโดนไฟตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงตรงใต้ก้นเลยค่ะ ไม่สามารถโชว์ขาได้เลย ตอนนั้นเป็นไข้ด้วย เป็นเรื่องดังในโรงเรียนเลยค่ะ โทรเรียกแม่กันมายกใหญ่เลย มี่มีเพื่อนที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม ออสเตรเลีย อังกฤษ หลากหลายมากมารวมในกลุ่มเดียวกัน ทำให้เราได้เรียนรู้หลากหลายวัฒนธรรม พอโตขึ้นเราทำงาน เราเข้าใจคนที่มาจากหลายที่หลายทางแล้วก็อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้ดี

ตอนช่วงเวลาที่อยู่กับเพื่อน อยากให้มีความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากกว่านี้ จะได้ไม่ห่างหายกันไป ด้วยความที่เราเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยสื่อสารกับใครเท่าไหร่ เลยรู้สึกว่ายังไม่ได้ตักตวงความเป็นเด็กอย่างเต็มที่ ปาล์มมี่ในอีก 17 ปีข้างหน้า คงอยู่แบบสมะถะ อยู่ง่ายๆใช้อะไรแบบง่ายๆกับบ้านที่อยู่ กับครอบครัวที่อยู่ ทำให้ชีวิตเรียบง่ายที่สุด ทำตัวให้มีค่าในแต่ละวัน เอาสิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปช่วยเหลือคนอื่นต่อ

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here