เจ้าชายลามะน้อยภูฏาน หลานกษัตริย์จิกมี ทรงระลึกชาติได้ 800 ปี เสด็จไทย-สักการะภูเขาทอง (ชมคลิป)

0
1274

ลามะน้อย แห่งภูฏาน เสด็จฯ เยือนวัดสระเกศ” วันที่ (๓๑ มกราคม ๒๕๖๑) เวลา ๙.๐๐ น. พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสระเกศ พระเถรานุเถระมี พระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล

ถวายการต้อนรับ สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน ที่มีพระชันษา ๓ ปี ซึ่งสามารถระลึกชาติได้ พร้อมเจริญศาสนสัมพันธ์ พุทธเถรวาท – พุทธตันตรยาน ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน ที่มีพระชันษา ๓ ปี ซึ่งสามารถระลึกชาติได้ ประทานพระวโรกาส ให้พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยคณะสงฆ์ อีกทั้งพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เข้าถวายพระพร

- Advertisement -

จากนั้นทรงเสด็จขึ้นไปสักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ เป็นครั้งแรกที่ได้เสด็จมาเยือนวัดสระเกศ ณ บรมบรรพต (ภูเขาทอง) ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุ ของเดิมแท้จากกรุงกบิลพัสดุ์ ประดิษฐานคู่กับพระอารามนี้(ภูเขาทอง) กว่า ๑๐๐ ปี ทั้งทรงเห็นถึงความสำคัญของเจริญศาสนสัมพันธ์พระพุทธศาสนาที่สร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่โลก

โดย รินโปเช องค์ลามะน้อย เจ้าชายพระองค์นี้ เป็นพระโอรสของเจ้าหญิง พระธิดา ของสมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พระมเหสีองค์ที่ ๒ ในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระมาตุจฉาเจ้า (เสด็จป้า) ของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม “กษัตริย์จิกมี” กษัตริย์รัชกาลที่ ๕ แห่งราชอาณาจักรภูฏาน จึงถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญ เรื่องน่าปิติยินดียิ่ง ที่มี ท่านรินโปเช องค์ลามะน้อย ซึ่งได้กลับชาติมาเกิด ในสายกษัตริย์ ราชวงศ์ภูฏาน ซึ่งหาได้ยาก และยังได้ทรงผนวชในพระพุทธศาสนาตันตรยาน (นิกายดรุกปะกัคยุ)

พระอัยยิกา (ยาย) พร้อมด้วย เจ้าชายลามะน้อย ได้เคยเสด็จฯ เยือนที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดียทรงเล่าว่า รินโปเช องค์ลามะน้อยทรงจำได้ว่า เคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย เมื่อ ๘๒๔ ปีก่อน และทรงจำสถานที่ต่างๆ ได้แม่นยำ แม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

จึงเป็นเหตุอัศจรรย์ยิ่งนัก ทรงปฏิสันถาร กับคณะสงฆ์ และคณะบุคคล อย่างอบอุ่น ถือเป็นนิมิตหมาย อันเป็นมหามงคลยิ่ง ที่รินโปเช องค์ลามะน้อย เจ้าชายแห่งราชวงศ์ภูฏาน จักได้เป็นกำลังสำคัญแห่งพระพุทธศาสนาทั้งเถรวาท-ตันตรยาน เพื่อสร้างความร่มเย็นให้แก่พุทธศาสนิกชน และสันติภาพแห่งโลก

เกิดเป็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเฟซบุ๊กของ “รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค” ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความสำคัญ อ้างอิงว่าเจ้าชายแห่งราชวงศ์ภูฏาน ที่มีพระชันษาเพียง 3 ปี สามารถระลึกชาติได้ หลังพระองค์ได้เสด็จไปยังอินเดีย และสามารถจดจำสถานที่ต่างๆ ที่เมื่อ 824 ปีก่อน พระองค์ทรงเคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก

โดยมีข้อความระบุว่า “ลามะน้อยองค์นี้ เป็นพระโอรสพระกนิษฐภคินี ( น้องสาว) ของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี แห่งภูฏานที่ระลึกชาติได้ ว่า ชาติที่แล้วเป็นอดีตพระลามะที่ภูฏาน ดำรงตำแหน่งสูงเป็น Lotsawa กลับชาติมาเกิด พระลามะผู้ใหญ่ได้นำไปพิสูจน์ตามธรรมเนียมโบราณแล้ว ก็ทูลขอมาให้เป็นพระลามะเป็นเวลาเป็นปีแล้ว

จนถือเป็นข่าวใหญ่อีกที่อินเดีย เมื่อได้ไปเยี่ยมวิทยาลัยนาลันทา เมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมา เพราะสามารถจำบริเวณห้องเรียนที่เคยเรียนเคยสอนได้” ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาก็สร้างความแปลกประหลาด และได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนอินเดียและภูฏานที่กำลังให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าชายน้อยพระองค์นี้ เป็นโอรสของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งแห่งภูฏาน ทรงบอกว่า เมื่อ 824 ปีก่อน ทรงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ในประเทศอินเดีย และหากว่าได้เสด็จเยือนที่มหาวิทยาลัยนาลันทาอีกครั้ง จะทรงจำทุกอย่างได้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา พระอัยยิกา(ยาย) ของเจ้าชายจึงพาเจ้าชายไปที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ที่ประเทศอินเดีย ปรากฏว่าเจ้าชายสามารถจำสถานที่ต่างๆได้แม่นยำ แม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาแก่สื่อมวลชนและชาวโซเชียลในประเทศอินเดียและภูฏานอย่างยิ่ง และกำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ แม้กระทั่งโซเชี่ยลของไทยก็ฮือฮากับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดย เฟซบุ๊ก “ต่อตระกูล ยมนาค ” ได้เผยแพร่ข้อความดังกล่าวระบุว่า “ลามะน้อยองค์นี้ เป็นพระโอรส พระกนิษฐภคินี ( น้องสาว)ของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี แห่งภูฐาน ได้ระลึกชาติ ว่าชาติที่แล้วเป็นอดีตพระลามะที่ภูฐาน ดำรงตำแหน่งสูงเป็น Lotsawa กลับชาติมาเกิด

พระลามะผู้ใหญ่ได้นำไปพิสูจนตามธรรมเนียมโบราณแล้ว ก็ทูลขอมาให้เป็นพระลามะเป็นเวลาเป็นปีแล้วเป็นข่าวใหญ่อีกที่อินเดียเมื่อ ได้ไปเยี่ยมวิทยาลัยนาลันทา เมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมาเพราะสามารถจำบริเวณห้องเรียนที่เคยเรียนเคยสอนได้ ท่านคมสรณ์ พระธรรมทูต ที่ประจำอยู่ที่อินเดีย ได้รายงานข่าวมา เป็นข่าวที่ดีมาก”

วิทยาลัยนาลันทา ซึ่งเคยเป็นวิทยาลัยสอนพุทธศาสนาที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโลกในอดีต แต่ได้ถูกทำลายสูญสิ้นลงเมื่อ 800 กว่าปี พุทธศาสนา คงจะได้กลับมาฟื้นฟูมากในยุคเรานี้ เพราะจะมีคนกลับมาสนใจทั่วโลกด้วยข่าวนี้ วิทยาลัยนาลันทา ในอดีตยิ่งใหญ่มาก

ในอดีตมีพระนักศึกษา 10,000 รูปอาจารย์ 1,500 องค์มีอาคารสถานที่ครบถ้วน มี- ห้องประชุมจุคนได้มากกว่า 1,000 คน จำนวน 8 ห้อง- ห้องเรียนมากกว่า 300 ห้อง- ห้องเก็บคัมภีร์ขนาดใหญ่ มีโรงครัว ยุ้งฉาง เก็บข้าวเอง” มหาวิทยาลัยนาลันทา เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรก ตั้งแต่สมัย พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์โมริยะ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 3

และมีการสร้าง ติดต่อกันเรื่อยมา อีกหลายยุคหลายสมัย โดยประสงค์ จะให้เป็นสถานศึกษา แก่พระภิกษุสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา ซากปรักหักพังของนาลันทามหาวิหาร อาจทำให้เรานึกได้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธศาสนาในอินเดียได้เจริญรุ่งเรืองอย่างสูง แต่ก็ได้ผันผวนตกต่ำลงไปตามหลักเหตุปัจจัย อันเป็นหลักสำคัญในพุทธธรรมนั่นเอง

เมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศภูฏาน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชหรือองค์ลามะน้อย ที่พระตำหนัก พระราชอุทยานทิมพู เมืองทิมพู จึงได้เชิญท่านให้มาเจริญศาสนสัมพันธ์กับคณะสงฆ์ไทย องค์ลามะน้อย มีพระชันษาเพียง 3 ปีนั้น

ทางภูฏานเชื่อกันว่า เป็นผู้ระลึกชาติได้ เมื่อกว่า 800 ปีที่แล้ว อีกทั้งเวลามีพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนากษัตริย์จิกมี จะโปรดเกล้าฯ ให้องค์ลามะน้อย เสด็จแทนพระองค์อยู่เป็นประจำ ระธรรมโพธิวงศ์ กล่าวว่า เรื่ององค์ลามะน้อยนี้ สร้างความฮือฮาในประเทศภูฏานและอินเดียเป็นอย่างมาก

เพราะเมื่อครั้งที่องค์ลามะน้อย เสด็จมายังมหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย องค์ลามะน้อยทรงจำได้ว่า เคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย เมื่อ 824 ปีก่อน และทรงจำสถานที่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ แม้กระทั่งห้องเรียนของพระองค์เอง.

ชมคลิป

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here