‘มารีญา’ รับเคยคุยกับ ‘ไมค์ พิรัตช์’ แต่สถานะไหน มาฟังคำตอบจากปากมารีญา (ชมคลิป)

0
361

มารีญา พูลเลิศลาภ ยอมรับ เคยคุยกับ ไมค์ พิรัชต์ จริง แต่ในสถานะเพื่อน แจงรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก บอกเป็นเพื่อนเก่าแก่กันมานานมาก เผย ตอนนี้ไม่ได้เจอกัน เลยไม่ค่อยได้คุยกันแล้ว เคยมีข่าวเป็นหวานใจตัวจริงของหนุ่ม ไมค์ พิรัชต์ สำหรับนางงามผู้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 นางแบบ และนักร้อง มารีญาเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปประกวดนางงามจักรวาล 2017 สุภาพสตรีได้ผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา

แถมยังโทรศัพท์หากันทุกคืน ก่อนที่จะมีข่าวออกมาว่าไมค์ดอดไปตามจีบ นุช นีรนาท โคทส์ เพื่อนนางแบบสาวของเธอ อย่างไรก็ตามสาว มารีญา พูลเลิศลาภ ได้ออกมายืนยันว่าเธอกับไมค์เป็นเพื่อนกัน และสนิทกันมาตั้งแต่เรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์ด้วยกันแล้ว

ไมค์ พิรัชต์ ได้ให้สัมภาษณ์อัพเดตผลงานที่ประเทศจีน และเคลียร์ประเด็นดราม่าเรื่องที่ “ซาร่า คาซิงกินี” ออกมาบอกว่าค่าเลี้ยงดูลูกชาย แม็กซ์เวล ไม่พอใช้จ่าย โดยไมค์ เผยว่า “ผมหายหน้าจากไทยไปประมาณ 4 เดือน นี้เพิ่งเพิ่งกลับจากจีน

- Advertisement -

เพราะว่ามีธุระที่ไทยที่ต้องเคลียร์งานนิดหน่อยและธุรกิจด้วย แต่โปรเจ็คใหญ่ที่จีนคาดว่าจะเป็นสิ้นปีนี้หรือปีหน้าต้องรอดูกันครับ ที่โน้นผมมีงานเข้ามาเรื่อยๆ แต่ต้องพิจารณาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบทหรือผู้กำกับและอื่นๆอีก

ผมยังอยู่ภายใต้สัญญากับทางจีน เลยไม่เห็นผลงานในเมืองไทยเท่าไหร่ และผมไม่ได้สนใจกระแสความนิยม ตอนนี้ผมแค่ต้องการหางานที่ทำให้อนาคตมันคงมากกว่าเพราะกระแสมีขึ้นก็มีลง ซึ่งงานที่จีนผมมองว่ามันน่าจะต่อยอดได้ไกลกว่าและมันก็ไปตามความฝันของผม

สมมุติว่าผมอยากไปฮอลลีวูด มันก็เข้าง่ายกว่า เรายังสานต่อธุรกิจอะไรหลายอย่างได้ ผมอายุ 27 แล้วก็ไม่รู้ว่าจะดังไปได้อีกเพื่ออะไร เอาความมั่นคงดีกว่า” พักงานในไทยเลยไหม “มันแล้วแต่โอกาส จังหวะ และคิวด้วย งานในไทยก็มีติดต่อเข้ามาบ้างแต่ด้วยเวลาเลยยากหน่อย”

ทำงานที่จีนมาหลายปี โตขึ้นอย่างไรบ้าง “ไมค์ไปเริ่มงานที่จีน เริ่มจากศูนย์ เริ่มจากการเป็นดาราหน้าใหม่ มีงานออนแอร์ในอินเตอร์เน็ตทีวี แต่ละครที่กำลังจะได้ออนแอร์ ออกอากาศทางช่องหูหนาน ซึ่งเป็นช่องที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เป็นครั้งแรกกับการได้เข้าช่องใหญ่ตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าเขาจะสนใจในละครที่เราเล่นอยากรู้ว่าเพราะออนแอร์แล้วกระแสจะเป็นอย่างไร”

คุณไอศวรรฎา แฟนพันธุ์แท้มิสยูนิเวิร์ส ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องระบบของกองประกวดที่มีการแบ่งแยกเป็นภูมิภาค เราคิดว่าส่งผลต่อผู้เข้ารอบ เพราะเป็นการทำให้โอกาสในการเข้ารอบของคนที่ฝีมือดีๆ น้อยลง เพราะมีการเลือกโควต้าทวีป และภูมิภาคแบบนี้ โดยส่วนตัวเราคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ มันควรจะเป็นการประกวดที่เท่าเทียมกันมากกว่า

ส่วนเรื่องการเมืองคิดว่ายังส่งผลในเวทีใหญ่แบบนี้ ซึ่งจะอยู่ในช่วงของการตอบคำถาม ในปีก่อนๆ จะมีการจับฉลากคำถามจากโถ แต่ปีนี้ไม่ใช่ แต่ละคำถามจะเป็นการเซ็ทเอาไว้แล้ว 92 คำถาม สำหรับผู้เข้าประกวด 92 ประเทศ ซึ่งถ้าเราสังเกตดีๆ แต่ละคำถามจะอิงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นๆ ที่เข้ารอบ

ทางกองประกวดจะทำการบ้านมาดี เขารู้ว่าแต่ละประเทศกำลังมีเรื่องอะไรที่คุกรุ่นอยู่ เขาก็จะถามในเรื่องนั้นๆ และที่สำคัญกองประกวดไม่ได้ต้องการคำตอบจากนางงาม แต่เขาต้องการคำตอบจากคนในชาติแต่ผ่านนางงามที่เป็นกระบอกเสียง เพราะทั่วโลกมองว่านางงามเป็นเรื่องไร้สาระ

เขาจึงต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์นางงามให้ต้องเก่ง และต้องสามารถตอบคำถามให้ได้พอๆ กับนักการเมือง นางงามไทยเรามาถูกทางแล้ว สายสะพายไทยเราก็แกร่งมาก เพราะ 3-4 ปีที่ผ่านมาเราเข้ารอบหมดเลย แต่สิ่งที่เรามีน้อยกว่าที่อื่นคือเรื่องการพูด สติ สมาธิ และการไตร่ตรอง สาวไทยต้องพูดเก่ง และไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็น

มารีญา เปิดใจว่า ในช่วงการประกวดนั้น ตอนที่ลงจากเวทีรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะคนไทยอยากเห็นเราเป็นที่ 1 แต่ได้ท็อป 5 ก็เหมือนที่ของเรา กลับมาเมืองไทยก็ได้ทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องคำถามบนเวที ยอมรับว่าอึ้งเหมือนกันกับคำถามนี้ ผ่านไปประมาณ 2-3 วัน ก็ยังอึ้ง ส่วนการที่ตอบคำถามไม่ได้ตามที่คาดหวัง

เนื่องจากประเทศเราเองก็ขาด Social Movement อยู่ ยิ่งอยากให้เราทำอะไรให้มากกว่านี้ อยากขยับให้คนมาสนใจด้านนี้มากขึ้น ส่วนเรื่องดราม่าชุด ตนก็ได้ยินมาบ้าง รู้สึกหนักใจเหมือนกัน เพราะตนคิดว่าคนจะแฮปปี้กับทุกอย่าง และตนอยากให้กำลังใจพี่หมูกับพี่โจ้ เพราะสนับสนุนมารีญาทุกอย่าง สำหรับก้าวต่อไป ตนอยากจะรวมพลังกับทุกคนช่วยในเรื่องการท้องก่อนวัยอันควร

การประกวดจบ อารมณ์ดันไม่จบตาม เมื่อยังมีคนวิพากษ์วิจารณ์ และวิเคราะห์หาสาเหตุ เพราะอะไรทำให้มารีญาพลาดมงกุฎ บ้างก็ว่าเป็นที่การตอบคำถาม บ้างก็ว่าเป็นที่ชุด แต่ล่าสุดมารีญาได้โพสต์ข้อความขอบคุณ “หมู อาซาว่า” ที่โดนแฟนนางงามรุมถล่มหาว่าทำชุดไม่สวยบ้าง โป๊บ้าง ทั้งที่ได้รับคำชมจากกูรูนางงามต่างชาติ

มารีญา ได้บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่พี่หมูได้สร้างสรรค์ชุดราตรีอันสวยงามประดับด้วย “สวารอฟสกี้” ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สในรอบตัดสินปีนี้ โดยสิ่งที่มารีญาชอบเกี่ยวกับชุดราตรีนี้ คือการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยกับความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน

ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์อาซาว่าพยายามทำมาโดยตลอด มารีญาเคยร่วมงานกับพี่หมูมาตั้งแต่อายุ 13 ปี รู้สึกซาบซึ้งที่พี่หมูให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ขอบคุณทีมงานที่ทุ่มเทเวลาสร้างสรรค์ชุดที่สวยงามให้มารีญาได้สวมใส่เข้าประกวด รวมทั้งแสดงความยินดีกับเพื่อนนางงามที่เข้ารอบสุดท้าย 5 คนมาด้วยกัน”

มารีญาไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองจะต้องเจอกับคำถามอะไร และไม่เคยต้องมาจับไมค์ตอบคำถามแบบนี้บ่อยๆ ส่วนที่คิดกันว่า คำถามที่มารีญาได้รับอาจจะยากหรือง่ายไปไหม สำหรับเราไม่ได้รู้สึกว่าคำถามยากหรือง่าย เพราะถ้าคำถามง่าย แต่เราตอบไม่ได้นั่นคือคำถามยาก แต่ถ้าคำถามยากแล้วเราตอบได้นั่นคือคำถามง่าย ดังนั้นความยากง่ายสำหรับเรา ไม่ได้เป็นประเด็นเลย

เราไม่ใช่ดีไซเนอร์ เพราะออกแบบเสื้อผ้าไม่เป็น แต่จากการดูประกวดนางงามจักรวาลมานั้น คือเวทีประกวดนางงามส่วนใหญ่จะมืดอยู่แล้ว ดังนั้นชุดสีเข้มอาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่ชุดของอาซาว่าชุดนี้สวยนะ แต่ถ้าเป็นเราหากจะเลือกให้นางงามประกวดในระดับนานาชาติ

จะเลือกชุดสีสว่างหรือสีที่ทำให้นางงามใส่แล้วมีความโดดเด่น แต่ต้องบอกว่า สำหรับมารีญา ต่อให้เอาผ้าม่านมาคลุมตัว แล้วเดินออกไป ยังไงก็ต้องเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย เราเชียร์สุดใจ เพราะน้องเป็นคนที่มีองค์ประกอบดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าจึงเป็นเพียงองค์ประกอบอย่างหนึ่งเท่านั้น

ในเรื่องของชุดว่ายน้ำที่มารีญาใส่วันพีซ ไม่ใส่ทูพีซนั้น กูรูตัวแม่กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่มีผลอะไร เพราะมารีญาผ่านเข้ารอบดังกล่าวไปเรียบร้อย และมารีญาเป็นคนมีรูปร่างเป็นนางแบบคือมีช่วงตัวยาว ไม่ได้มีสะโพกเย้ายวนใจเหมือนนางงามพิมพ์นิยม เพราะฉะนั้นการใส่ชุดว่ายน้ำวันพีซอาจจะเป็นการปกปิดจุดด้อย เพื่อให้เห็นจุดเด่นได้มากกว่า

จริงๆ ทางกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ทำครบทุกอย่างแล้ว เพราะ 3 ปีที่ผ่านมา นางงามของไทยที่เข้ารอบก็มีคาแร็กเตอร์ไม่เหมือนกันเลย บางคนเราเห็นในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า เราจะไปหาสาวไทยที่เพียบพร้อมแบบนี้ได้อีกหรือเปล่า คือเมื่อผลการโหวตออกมาแบบนี้ เราเชื่อว่าทางกองประกวดจะต้องทำงานหนักมากขึ้น

จุดด้อยของสาวไทย ไม่ว่าจะเป็นปีของน้องน้ำตาล (ชลิตา ส่วนเสน่ห์) หรือน้องมารีญา เราจะมาจอดที่ป้าย 5 คนสุดท้าย หรือ 6 คนสุดท้ายทุกครั้ง ดังนั้นในปีหน้าทางกองประกวดจะต้องใส่ใจตรงนี้ เพราะการพูดต่อหน้าสาธารณชน ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ถือว่าเป็นเรื่องยาก

ยิ่งการจับไมค์ตอบคำถามต่อหน้าคนหลายร้อยล้านคน แบกความกดดันและความหวังของคนทั้งประเทศไว้ มันไม่ง่ายเลย ถ้าใจไม่สตรองพอจะทำให้มีโอกาสไขว้เขวได้ ดังนั้นเราคิดว่าทางกองประกวดจะติวเข้มเรื่องนี้มากขึ้นในปีหน้า (2561) แน่นอน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here