สู้ไม่ถอย ‘บอย พีชเมกเกอร์’ แบกหนี้ 40 ล้าน ไม่ท้อเดินหน้าเปิด ‘ร้านโกโทคุ บาย ชาบู คิง’ หวังจะเป็นอนาคตหลังชีวิตปลดระวาง

0
808

กลับมาทวงพื้นที่ “เจ้าพ่อเพลงอกหัก” สำหรับหนุ่มตี๋ บอย พีชเมกเกอร์ หรือ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ถึงแม้ชีวิตหลังไมค์ต้องกัดฟันสู้ ชดใช้หนี้สิน 40 ล้าน หลังจากร้านอาหารไฟไหม้แต่หนหลัง แต่ไม่ทำให้ท้อ หมดกำลังใจแต่ยังคงเดินหน้า เปิดร้านโกโทคุ บาย ชาบู คิง เลียบคลองทวีวัฒนา เพื่อหวังจะเป็นอนาคตหลังชีวิตปลดระวางแล้ว ส่วนความรัก กับเจี๊ยบ-พิจิตตรา ยังเป็น “รักมั่นคง” ปีนี้มีลุ้น!!

กิจการร้านชาบูคิงไปๆ มาๆ มาอยู่นอกเมืองเลย “จริงๆ มีแพลนทำร้านตรงนี้ก่อนสาขาอโศกอีก ก่อนหน้าคุยกับน้องเค้ายังไม่พร้อมแต่ตอนนี้พร้อมที่จะทำ ตรงนี้มันดีแถวศาลายายังไม่มีร้านอาหารสไตล์แบบนี้ โรงไม้เก่าๆ รื้อจากบ้านอายุ 50-60 ปี แต่เอามาสร้างใหม่ คอนเซปต์เหมือนโรงไม้ญี่ปุ่น เราขายอาหารญี่ปุ่น ชาบู ซูชิ

มันสนองตรงที่ผ่านๆมาเราเปิดในห้างทำเลย์เอาต์แบบนี้ไม่ได้ มีพื้นที่ถ่ายรูป มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ อย่างที่เราจะปลูก มีแปลนปลูกผักเอง” พอเป็นศิลปินจับธุรกิจเหนื่อยและยากขนาดไหน “ทำจนมันรู้สึกไม่เหนื่อย เหนื่อยตอนที่มีปัญหามีคดี แต่เหตุการณ์ปกติไม่มีคดีไฟไหม้มันก็ไปได้เรื่อยๆ

- Advertisement -

เพราะเราทำด้วยความสุข เราเป็นนักร้อง นักแสดง ช่วงที่ว่างเราก็หายใจทิ้ง คุยกันแล้ว อีกหน่อยได้หายใจทิ้ง พออายุ 50-60 เราได้หายใจทิ้งเยอะแน่ เราเลยเอาเวลาที่ว่างมาทำอะไรรองรับในอนาคต เหนื่อยให้มันสุดๆตอนนี้” ช่วงร้านมีปัญหามีหันหน้าเราหยุดทำแค่นี้ดีกว่า

“ตอนนั้นคิดจะสู้อย่างเดียวไม่เคยคิดว่าจะเลิกทำ เรามาทางนี้มันยังไม่สุดเรายังไม่อยากหยุด ไฟไหม้แล้วเราไม่ทำแล้ว มันไม่ได้ ผมไปร้องเพลง เจี๊ยบไปเล่นละครมันก็จะเจอปัญหาอีกแบบนึง ทำอะไรก็เจอเลยคิดว่าทำแบบนี้ดีกว่า สนุกได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้เจอคนเยอะ ลูกค้ามากินแล้วติดต่อไปเล่นคอนเสิร์ตมันก็ต่อยอดหลายๆอย่างได้เจอคนทุกระดับ นักศึกษายันผู้บริหาร”

กลับมาเรื่องแต่งงานบ้างทุกคนรอลุ้นมาราธอนเลื่อนมาหลายปี “จริงๆ ยังไม่ทิ้งเป้าหมายเดิม ปีนี้การเงินทุกอย่างลงตัวผมจะรีบพยายามสรุปแต่งให้ได้ภายในปีนี้ ปีที่แล้วเลื่อนทั้งแต่งงานและจัดคอนเสิร์ตเลยไม่ได้จัดทั้งสองอย่าง ปีนี้ต้องมีคำตอบเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่พี่ๆสื่อถาม ครอบครัวยายของเจี๊ยบก็ถาม แม่เจี๊ยบก็ถาม แม่เราก็ถาม”

กดดันไหมเพราะทุกอย่างการตัดสินใจอยู่ที่บอย “บางทีก็เกรงใจเหมือนกัน เกรงใจหลายๆคน อยากให้ภายในปีนี้เค้าจะได้ตัดสินใจเรื่องมีลูกด้วย จะมีหรือไม่มี ทำงานหรือจะเที่ยว คบกันปีนี้ปีที่ 9 แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดถึงเรื่องมีลูก ตั้งใจจะไม่มีลูกด้วยซ้ำจนมีหลายๆ คนพูด เริ่มฟัง ถ้าไม่มีลูกเหงาแก่ แก่ไปยุ่งนะ อาจจะต้องมีสักคน” วางแพลนคราวๆ ไว้ต้นหรือปลาย “น่าจะภายในปีนี้มีคำตอบ

จริงๆ ถ้าไม่มีเรื่องร้านไฟไหม้คงไม่เลื่อนแต่งหรอกแต่เป็นเพราะต้องใช้หนี้ 4 ปี ปีละ 10 ล้าน ทำเหนื่อย เพิ่งจ่ายไปปีแรกเอง พร้อมดอกเบี้ย งั้นจ้างมาเหอะจะได้มีเงินใช้หนี้ ช่วงต้องจ่ายเงิน ผมขายทรัพย์สินที่มีค่า อะไรที่สุรุ่ยสุร่ายไม่เอา แบรนด์เนมนี่แทบจะไม่ได้เจอมาหลายปีแล้ว อันไหนใช้หนี้ได้ทำก่อน ก็โอเค สู้กันไป”

ร้านนี้เป็นร้านในเครือ Shabu king ของคุณเจี๊ยบ พิจิตรา และคุณบอย พีชเมคเกอร์ นั่นเองค่ะ ด้วยความที่อยากเปลี่ยน New Look ของร้าน Shabu king ที่มีขายแต่ชาบูอย่างเดียว จึงเปิด GOTOKU เพื่อเป็น Village ที่มีอาหารญี่ปุ่นแบบครบวงจรเลยค่ะ โดยเค้าจะตกแต่งสไตล์โรงนาของชาวญี่ปุ่น เป็นร้านแบบ Stand Alone มีบริเวณร้านกว้างขวางทั้งโซน Indoor และ Outdoor ติดริมน้ำค่ะ

อย่างที่บอกว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นครบวงจร เมนูเค้าก็มีให้เลือกเยอะมากเลยค่ะ อย่างชาบูแบบต้นตำรับสไตล์โอซาก้าที่เราเคยชิมกัน แต่ที่นี่ก็จะมีเนื้อพรีเมี่ยมที่มากขึ้นกว่าเดิม พลอยชิจัดไปเลยค่ะ ชุด King Size สำหรับโซน ซูชิ ก็ได้เชฟฝีมือดี โดยเค้าจะเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี สดใหม่ ออกแบบให้เป็นดีไซน์ของอาหารฟิวชั่น พิถีพิถันในทุกคำ โดยซอสสูตรเฉพาะของตัวเองค่ะ

เผยโฉมหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ หน้ากากหนอนชาเขียว แชมป์ของรายการหน้ากากนักร้อง The Mask Singer 3 ซึ่งเป็นไปตามคาดของชาวเน็ตว่าคือ “บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” หรือ บอย พีชเมกเกอร์ นั่นเอง สำหรับ บอย แรกเริ่มทำงานเป็นพนักงานบริษัท

ขณะเดียวกันก็จับคู่กับ พีท-พีระ เทศวิศาล ร้องเพลงตามร้านอาหารกลางคืน ในชื่อว่า กรีนที ซึ่งการร้องเพลงเป็นสิ่งที่บอยชอบ ก่อนที่ทีมงานเบเกอรี่มิวสิกจะถูกใจเสียงของทั้งคู่ และได้มาร่วมงานกับ บอย โกสิยพงษ์ และปล่อยเพลง หัวใจผูกกัน ซึ่งได้ไปประกอบเพลงพระจันทร์แสนกล ละครชื่อดังในขณะนั้นด้วย

จากนั้นทั้งคู่ได้เซ็นสัญญากับ Green Beans ในเครือ GMM Grammy โดยร่วมโปรเจกต์พิเศษ Green Light Project บอยมีผลงานเพลง คิดถึง ที่สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ก่อนจะออกอัลบั้มแรกในนาม Peachmaker กับพีท ในปี พ.ศ. 2546 มีผลงานเพลงยอดนิยมมากมาย อาทิ เหงา จนกว่าฟ้าจะมีเวลา ไม่เคยถาม และอัลบั้มชุดที่ 2 ในปี พ.ศ. 2548 อาทิเพลง ส่วนเกิน ฉันมีค่าแค่ไหน นาทีนี้ สุดท้าย เรื่องบนเตียง เป็นต้น

จากนั้นไม่นาน พีท ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับค่าย บอย จึงกลายเป็นศิลปินเดี่ยว มีผลงานอัลบั้มเดี่ยว ชื่อ 3to1 มีผลงานเพลงเดี่ยวยอดนิยมมากมาย อาทิ ความอ่อนแอ ระยะสุดท้าย เนื้อคู่ ใจฉันเป็นของเธอ สำหรับอัลบั้มล่าสุดของบอย ชื่ออัลบั้ม Moving on และมีผลงานเพลงซิงเกิ้ลยอดนิยมมากมาย อาทิ ลอง, พื้นที่ทับซ้อน, ยังไกล และเพลงประกอบละครอีกมากมาย นอกจากนี้เจ้าตัวกำลังจะมีผลงานเพลงใหม่ในเร็วๆ นี้

สำหรับชีวิตรัก บอย คบหาดูใจกับนักแสดงสาว เจี๊ยบ พิจิตตรา โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า วางแผนเรื่องวิวาห์กันช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 แต่ยังไม่ได้วัน และสถานที่ที่แน่นอน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านชาบูคิง ที่กำลังไปได้สวยเช่นกัน เริ่มธุรกิจจาก ชอบกินชาบู และในวันนี้เจ้าของร้านหนุ่มได้เปิดใจถึงการเริ่มต้นลุยธุรกิจสาขาใหม่อีกครั้ง โดยบอกกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจร้าน ชาบูคิง ที่มีคนมาเสนอสถานที่ให้ จึงมาต่อยอดความชอบที่ทั้งคู่ชอบกิน ชาบู เลยเริ่มศึกษาข้อมูล

“ชาบูคิงเริ่มมาจากสาขาแรก คือ ที่สุขุมวิท 23 ซึ่งก่อนที่จะเปิดมันมีที่มาตรงที่ ปกติเจี๊ยบจะไปรอผมประชุมงาน คุยงาน ที่ตึกแกรมมี่ ระหว่างจะไปนั่งทำเล็บตรงอเวนิวเล็กๆ มีร้านหลายร้าน ทั้งร้านทำผม ร้านอาหาร เขาไปบ่อยจนสนิทกับทุกคน ตั้งแต่ รปภ. จนถึงคนโบกรถ รวมไปถึงแม่บ้าน มีอยู่วันหนึ่งเจ้าของร้านอาหารไทยที่อยู่ที่นั่น เขาบอกเจี๊ยบว่า

ทำไม่ไหวอยากขายกิจการ อยากเซ้ง เจี๊ยบมาปรึกษาผมว่ามีคนเสนอขายที่ สนใจหรือเปล่า ผมบอกอยากทำ แต่ไม่รู้ทำอะไรดี หรือว่าเราชอบกินชาบู เปิดชาบูดีไหม ซึ่งในตอนนั้นไม่เป็น ไม่มีความรู้อะไรเลย แต่รู้ว่าเจี๊ยบทำชาบูอร่อย เพราะเวลาไปญี่ปุ่นจะมีเพื่อนคนญี่ปุ่นพาไปชิมแล้วเขาชอบ พอชอบเขาก็ทดลองทำ ลองซื้อส่วนผสม เครื่องปรุงจากญี่ปุ่นมาทำ พอทำมันกินได้ เพื่อนมากินก็บอกอร่อย เลยจุดประกายว่างั้นเปิดร้านชาบูละกัน”

หาข้อมูลก่อนเป็น ชาบูคิง พอได้ไอเดียว่าจะเปิดร้านชาบู ทั้งบอย-เจี๊ยบจึงเริ่มหาข้อมูล เริ่มจาก การดูแหล่งวัตถุดิบในการสั่งซื้อ ซึ่งหลักๆ ต้องออร์เดอร์มาจากญี่ปุ่นอย่างแน่นอน จากนั้นก็เริ่มศึกษาเรื่องการตลาด การดูแลพนักงาน และในส่วนของชาบู เจ้าของร้านยืนยันว่าเป็นสูตรที่เป็นต้นตำรับของญี่ปุ่น

“เราหาข้อมูล ในเรื่องวัตถุดิบ โดยเฉพาะเนื้อ ว่าจะสั่งเนื้อมาจากญี่ปุ่นต้องทำอย่างไร โชคดีได้น้องชายคุณเจี๊ยบ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งหุ้นส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องต่างๆ เยอะมาก ทั้งเรื่องตลาด การดูแลพนักงาน รวมไปถึงการสั่งของนำเข้า แรกๆ มีคนช่วยเราคิดเยอะมาก ถือว่าโชคดี ส่วนน้ำ ก็เป็นต้นตำรับญี่ปุ่นเลย

เพราะเพื่อนที่เป็นคนญี่ปุ่นเขาสอนด้วย และแนะนำว่าต้องเอาน้ำของญี่ปุ่นมาใช้ ทำเองไม่มีทางอร่อย คือ หมายถึงส่วนผสมของน้ำที่เป็นน้ำซุปต้องถูกผสมจากวัตถุดิบที่มาจากญี่ปุ่นจริงๆ เพราะฉะนั้น ของทุกอย่างจะนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นหลัก หลักๆ เราขายชาบู และอยากใช้ชื่อที่คนจำได้ง่าย เรียกติดปาก และยังไม่มีใครใช้ชื่อ ชาบูคิง ซึ่งเหมือนเป็นเจ้าแห่งชาบู

สุดยอดของชาบูและอร่อยแบบญี่ปุ่น ส่วนตัวเมนูจะแบ่งตามเขตการปกครองของญี่ปุ่นคือ เมนูจะมีเซต จักรพรรดิ, เซตโชกุน, เซตไดเมียว บ้านเราก็เทียบกับผู้ว่าฯ อะไรประมาณนั้น คือเซตต่างๆ จะแบ่งระดับลงมาตามราคา จริงๆ เมื่อก่อนเป็นบุฟเฟ่ต์ แต่ตอนนี้จะเป็นเซต อย่างเซตโชกุนจะกินได้ทั้งครอบครัว คือมีครบทุกอย่าง หมู ทะเล ผัก”

จุดขาย ชาบูคิง เน้นสุขภาพ บอยเล่ารายละเอียดการลงทุนในแต่ละร้านของชาบูคิง ที่มีต้นทุนถึงหลัก 10 ล้าน ต่อสาขา โดยหลักๆ มีตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้าน เครื่องครัว วัตถุดิบ โอเปอเรชั่นเด็กๆ แคชเชียร์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายประจำเดือน ที่มีค่าเช่า น้ำ ไฟ และแต่ละสาขาจะต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 120 ตารางเมตร มีโต๊ะ 10-12 โต๊ะ และลูกค้ามาใช้บริการได้จำนวน 60 คน โดยร้านชาบูคิง จะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ

“หลายๆ คนทานชาบูโดยที่ไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วชาบูเป็นอาหารที่ทานแล้วเน้นสุขภาพ เพราะหนึ่งคือเส้นเป็นเส้นบุก ผัก แล้วเนื้อซึ่งจริงๆ แล้วมันแทบจะไม่มีไขมัน ไม่มีคาร์โบไฮเดรตที่จะไปแปลงเป็นไขมันเยอะ จุดเด่นของเราก็คือเป็นเฮลตี้ แฟมิลี่ ทานได้ทั้งครอบครัว คือสังเกตได้จากมาสคอตของเราจะเป็นตัวตุ๊กตาตัวนี้ครับ

คือชื่อมันเป็นชาบูคิงก็จริง แต่ว่าหน้าตาตัวนี้พอเด็กเห็น เด็กวัยรุ่นหรือเด็กเล็กๆ เห็นทำให้รู้สึกเป็นมิตร เป็นเพื่อนกับเขา ไม่ได้ดูแบบหรูหรา อลังการไม่กล้าเข้ามากิน เลยคิดว่าจริงๆ แล้วมันตอบโจทย์ทุกวัย สามารถมาได้ทั้งครอบครัว แล้วเน้นสุขภาพ สำหรับคนเน้นสุขภาพหุ่นสวยๆ อะไรอย่างงี้ กินแล้วลดน้ำหนักก็จะดี ผมกินเกือบทุกวันเลยครับ ต้มกินแต่ผัก

และการตกแต่งร้านอยากให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่ญี่ปุ่นหรู จนคนไม่กล้าเข้า คือเวลาไปเจอร้านอาหารญี่ปุ่นจริงๆ คนจะคิดว่าแพง ราคาสูง แต่ร้านเราจะตกแต่งบรรยากาศไม้ ลายคล้ายๆ ไม้ญี่ปุ่น มิกซ์กับธรรมชาติของลูกค้าคนไทย เดินเข้ามาแล้วไม่ตกใจกลับ ร้านจะเน้นสีสันสว่าง มีโคมญี่ปุ่น มีสัญลักษณ์ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า ชิ ซึ่งแปลว่า คิง คือถ้าเห็นโคมนี้จะรู้ว่าร้าน ชาบูคิง”

ลองไปชิมกันให้ได้นะคะ ร้านตั้งอยู่ที่ ศาลายา เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11:00 – 22:00น. โทรจองได้ที่ 02-441-9911 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/Gotoku59

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here