ชีวิตจริงหล่อมาก ‘โจ๊ก อัครินทร์’ หรือ ‘ไอ้ชัย’ โจรหล่อมาดเซอร์ ใน ละครล่า 2017 (ชมภาพ)

0
1121

วันนี้ขอเอาใจสาวๆ สายที่ชอบหนุ่มเซอร์ ด้วยการพาไปส่องหนุ่มหล่อจากเรื่องล่ากันค่ะ หนุ่มคนนี้ชื่อว่า โจ๊ก หรืออัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ โดยหนุ่มโจ๊กก็เข้าสู่วงการจากการแสดงภาพยนตร์โฆษณา จากนั้นมาเริ่มต้นภาพยนตร์เรื่องแรกก็คือ Goal Club โดยรับบทเป็นออตโต้ หลังจากนั้นหนุ่มโจ๊กก็แสดงภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง จนล่าสุดกลับมาปังอีกครั้งด้วยการแสดงเป็นหนึ่งในทรชนเรื่องล่า แม้ในจอจะเป็นตัวร้าย แต่ชีวิตจริงกลับเป็นหนุ่มทาสแมว น่ารัก น่ากรี๊ดมากเลยเชียว

การกลับมาอีกครั้งในรอบ 23 ปี ของละครเรื่อง ‘ล่า’ หนึ่งในโปรเจกต์วงการโทรทัศน์ที่เราตื่นเต้นมากที่สุดในปีนี้ เพราะได้นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส มาเป็นนางเอก พร้อมกับ เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม, โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, เผือก-พงศธร จงวิลาส ฯลฯ รับบทเป็นทรชนทั้ง 7 ที่จะต้องถูกเธอล่าเพื่อล้างแค้น

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีผลงานออกมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ สำหรับหนุ่ม “โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐร์” นักแสดงหนุ่มมาดเซอร์ อย่างล่าสุดละครที่กำลังออนแอร์อยู่เรื่อง “ล่า” ที่เจ้าตัวรับบท “ไอ้ชัย” ลูกน้องของ “ไอ้แป๊ว” รับบทโดย “เต๋า สมชาย เข็มกลัด” เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้ากับหนุ่ม “โจ๊ก” บ้างแล้ว แต่สำหรับคนที่อยากรู้จักมากขึ้น ทาง “ดาราเดลี่” จะพาไปส่องประวัติของหนุ่มคนนี้ด้วยกัน

- Advertisement -

หนุ่ม “โจ๊ก” มีชื่อจริงว่า “อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ” หรือชื่อเดิม “ธีรดนัย สุวรรณหอม” เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2524 ปัจจุบันมีอายุ 36 ปี ส่วนใหญ่วันว่างของหนุ่ม “โจ๊ก” ก็ทุ่มให้การเล่นกีฬามากโดยเฉพาะแนวแอดเวนเจอร์ ถ้ามีเวลาว่างเป็นต้องไปเล่น ไม่ว่าจะเป็น ปีนผาจำลอง, เล่นเวคบอร์ด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่รักการออกกำลังกายมาก

นอกจากนี้เจ้าตัวก็มีมุมรักสัตว์ ยอมเป็นทาสแมว อย่างเจ้า “พิซซ่า” แมวตัวโปรดที่ร่วมเฟรมเต็มอินสตาแกรมของหนุ่ม “โจ๊ก” เลยทีเดียว เจ้าตัวเข้าสู่วงการจากการแสดงภาพยนตร์โฆษณา แสดงอยู่ 2-3 เรื่อง และได้แจ้งเกิดเป็นที่รู้จักในภาพยนตร์เรื่อง Goal Club รับบทเป็น “ออตโต้” ด้วยคาแรคเตอร์เซอร์ๆ เท่ๆ ของหนุ่ม “โจ๊ก” ทำให้เจ้าตัวโดดเด่นและมีผลงานต่อเนื่อง

ส่วนผลงานทางด้านการแสดงมีออกมาให้เห็นมากมายอย่างที่ผ่านมามีมิวสิกวิดีโอ, ซีรีส์, ภาพยนตร์ รวมไปถึงละครโทรทัศน์ อาทิ คุณแม่เฉพาะหน้า คุณย่าเฉพาะกิจ, หลานสาวนิรนาม, ตะวันตัดบูรพา, สายลับรักป่วนและผลงานปัจจุบันที่ออนแอร์สองเรื่องคือ “เสียดาย” และ “ล่า” เรียกได้ว่าเส้นทางในวงการบันเทิงกำลังไปได้สวย ใครที่อยากติดตามผลงาน และข่าวสารสามารถเข้าไปฟอลโลว์ได้ที่อินสตาแกรมของ หนุ่ม “โจ๊ก” ได้ที่อินสตาแกรม @jokeakarin

ในเวอร์ชัน 2560 นอกจากหมิวและกลุ่มทรชนที่เรากล่าวถึงด้านบน ยังมีนักแสดงรุ่นเก๋าเข้ามาช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับการล่าครั้งนี้อีกกลายคน เช่น ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, ศตวรรษ ดุลยวิจิตร, กรุณพล เทียนสุวรรณ, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, อริศรา วงษ์ชาลี, ภูริ หิรัญพฤกษ์ โดยเฉพาะ รัดเกล้า อามระดิษ ที่เราอยากให้จับตาดูเป็นพิเศษกับอาจารย์ที่เป็นผู้สอนวิชาการ ‘ล่า’ ทั้งหมดให้กับนางเอกของเรา

อีกหนึ่งความน่าสนใจในครั้งนี้คือ หมิว จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมากถึง 7 บุคลิก เพื่อทำการ ‘ล่า’ ทรชนทั้ง 7 ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเธอกลัวการแต่งหน้าด้วยเทคนิคพิเศษมาก แต่ในครั้งนี้เธอจะต้องหล่อพิมพ์ซิลิโคนทั้งหน้า ซึ่งผู้กำกับได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถึงขนาดทำให้นางเอกระดับหมิว ลลิตา แต่งหน้าไปร้องไห้ไป

ห่างหายจากผลงานภาพยนตร์ไปนาน มาวันนี้พระเอกหนุ่มสุดเซอร์ “โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ” กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์อีกครั้ง โดยครั้งนี้ยังได้ร่วมงานกับผู้กำกับคุณภาพอย่าง “โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ” กับภาพยนตร์เรื่อง “ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด” 1 ใน 4 ของโปรเจ็คต์ “หลุดสี่หลุด” แถมประกบคู่กับพระเอกหนุ่มฮ็อต “บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “อ๊อฟ ปริญญา งามวงศ์วาน” เพื่อนซี้จากเรื่อง “โกลคลับ เกมล้มโต๊ะ”

โดยเรื่องใหม่นี้หนุ่มโจ๊ก อัครินทร์ ก็ได้เปลี่ยนลุคใหม่เป็นหนุ่มบริษัทสุดเนิร์ดในบท “ศุภกร” จนดูแปลกตาจากผลงานเรื่องก่อนๆ ไปเลยทีเดียว ซึ่ง “ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด” เล่าเรื่องราวสุดสะพรึง เมื่อของขวัญที่ “ธาดา” (บอย ปกรณ์) เพื่อนสนิทของ “ศุภกร” ได้รับในงานฉลองการเลื่อนตำแหน่ง ถูกส่งมาเพื่อทำลายขวัญและอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเขา การออกค้นหาปริศนาจึงเริ่มต้นขึ้น ซึ่งหนุ่มโจ๊กได้พูดถึงคาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้ให้ฟังว่า

“คาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็น ‘ศุภกร’ ครับ ก็เป็นเพื่อนสนิทของธาดาที่รับบทโดยคุณบอย ปกรณ์ ชีวิตของศุภกรเขาจะเป็นแนวพนักงานบริษัท พนักงานเงินเดือนหาเช้ากินค่ำทั่วๆ ไป ก็ต้องมีการเปลี่ยนลุคบ้างครับ คือตอนนี้ผมไว้ผมยาว ก็ต้องมีใส่วิกให้ดูสั้นลง เรื่องชุดก็อาจจะดูเรียบร้อยกว่าหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา เสื้อเชิ้ตผูกเนคไทการเกงสแล็ค ก็ดูแปลกตาดีครับ

ซึ่งเป็นครั้งแรกด้วยที่ผมได้เปลี่ยนลุคอย่างนี้และได้ร่วมงานกับพี่โขม จริงๆ ผมก็เคยติดตามผลงานของพี่เขามานานแล้วตั้งแต่ ลองของ, ไชยา และล่าสุดก็ เฉือน ผลงานเขาดูมีเอกลักษณ์ดี ชมผลงานแล้วก็คิดว่าผู้กำกับคนนี้เก่งมาก แต่พอได้ร่วมงานได้สัมผัสการทำงานของพี่โขมแล้ว แกเป็นคนทำงานที่เก่งจริง ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด บรีฟบท อธิบายรายละเอียดของฉากของตัวละครได้กระจ่างมากครับ

แล้วอีก 2 คนที่ร่วมงานกันในเรื่องก็คือคุณบอย ปกรณ์ เขาเป็นนักแสดงที่เก่งนะ แสดงดี และหัวไวด้วย ส่วนอีกคนหนึ่งก็ อ๊อฟ คนนี้เพื่อนผมเองสนิทกันมาตั้งแต่ ‘โกลคลับ เกมล้มโต๊ะ’ ก็ราบรื่นดีครับสำหรับการร่วมงานด้วยกัน ก็อยากให้ทุกคนไปติดตามชมกันครับกับ ‘ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด’ ในโปรเจ็คต์ ‘หลุดสี่หลุด’

เห็นชื่อผู้กำกับและนักแสดงแต่ละคนผมว่า การันตีคุณภาพของผลงานได้แน่นอนครับ” กลับมามีผลงานให้แฟนคลับได้ชมกันอีกครั้งก็อย่าลืมไปอุดหนุนผลงานของพระเอกหนุ่มมาดเซอร์อย่าง “โจ๊ก อัครินทร์” กันได้ในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์สุดหลอนระทึก “หลุดสี่หลุด” ในตอน “ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด”

ลงทุนเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลใหม่ ใช่เพราะหนีข่าวฉาว “ผมเปลี่ยนชื่อมาเกือบ 2 ปีแล้วครับ ไม่ใช่ว่าจะมาเปลี่ยนเพราะมีข่าวฉาวเยอะ ผมเคยเปลี่ยนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 พอดีมีคนแนะนำมา ชื่อตอนแรกที่พ่อแม่ตั้งให้คือ ธีรดนัย แล้วเปลี่ยนมาเป็น ธีรวราดนัย แล้วล่าสุดเปลี่ยนมาเป็น อัครินทร์ แต่ในวงการก็ยังเรียกผมในชื่อเดิมอยู่ว่า ธีรดนัย เรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ

เหมือนไปหาคนท่านหนี่งแล้วเขาบอกว่าเปลี่ยนชื่อแล้วมันจะดี ปรากฏว่าเหมือนโดนหลอก เหมือนไปหาเขาแล้วทำบุญ มันเป็นขั้นตอนของเขา มันไม่ดีก็เลยต้องเปลี่ยนเป็น อัครินทร์ ชื่อมันเหมือนลิเกดีครับ ชื่อนี้ผมเป็นคนเลือกเองครับเพราะเขามีมาให้เลือก ที่เลือกชื่อนี้ทั้งๆ ที่ฟังแล้วเหมือนลิเก ส่วนตัวผมคิดว่ามันง่ายดี เพราะผมรู้สึกว่าชื่อเก่าเราเขียนมาตั้งแต่เด็กยันโต มันจำอยู่ในหัวสมองแล้ว

ถ้าจะเปลี่ยนก็เอาง่ายๆ แหละ ผมก็ไปเลือกช้อยส์ผิด เวลาไปทำพาสสปอร์ต เกี่ยวกับทุกอย่าง นามสกุลยาวมาก ลืมบอกไปว่าผมเปลี่ยนนามสกุลด้วย ต้องบอกอย่างนี้ครับว่ามันเป็นเรื่องของตัวเลข ซึ่งอาจารย์เขาเป็นคนตั้งชื่อให้แผนผังเมืองในกรุงเทพฯ ที่ยอมเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ไม่ใช่เพราะชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ค่อยดีหรือว่าอะไรหรอกครับ เพียงแต่มีคนทักก็เลยลองเปลี่ยนดู

คนอาจจะมองว่าผมงมงายเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือเปล่า ผมไม่เชื่อเลย ถึงเปลี่ยนไปทำตัวไม่ดี ไม่ขยันมันก็เท่านั้นครับ แต่ถ้ามีใครจะมาทักแล้วให้ผมเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ผมคงไม่คิดเปลี่ยนแล้ว พอแล้ว ในครอบครัวก็มีผมคนเดียวนี่แหละครับ ที่เปลี่ยนทั้งชื่อทั้งนามสกุล มีผมคนเดียวที่จะใช้นามสกุลนี้ไปจนตาย ตัวผมเองก็ไม่เคยให้คนในครอบครัวหรือใคร มาใช้นามสกุลเดียวกับผม

ผมมันก็แค่ผู้ชายธรรมดา ไม่เคยคิดตัวเองเป็นดารา ผมรู้ว่าคนอื่นอาจจะมองว่า ผมเป็นคนที่เข้าถึงได้ยาก หรือเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ซึ่งผมว่าไอ้คำว่าโลกส่วนตัวสูง มันก็เป็นกันทุกคนนะ อย่างผมถ้าไม่สนิทจริงๆจะไม่มีคุยด้วยเลย ก็ทักทายแค่นั้น แต่ผมเองก็พอรู้ตัวบ้างว่า อาจจะเป็นอย่างที่เขาว่ากัน มีบ้างที่บอกว่าทำงานร่วมกับผมค่อนข้างยาก บางคนไม่เข้าใจก็บอกว่า เราพูดไม่รู้เรื่อง หยิ่งหรือเปล่า

แต่ผมเองก็ไม่เคยไปนั่งอธิบายเหตุผลอะไรให้เขามาเข้าใจในตัวผมเลย ผมมองว่าคนมันกลายพันธุ์ได้ครับ ตอนนี้ผมเองก็คงโตขึ้นนิดนึง อย่างตอนเด็กๆ ผมไม่เอาอะไรเลย หนังมาไม่ชอบก็ไม่เอา มีละครติดต่อมาผมก็ไม่เล่น แล้วผมเองก็ไม่เคยคิดว่า ผมเป็นดาราหรือว่ามีตำแหน่งอะไรในวงการบันเทิง ผมมองว่าตัวผมเองมันก็แค่คนปกติธรรมดา

การที่ผมได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง มันไม่ได้ทำให้การใช้ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ผมเป็นเลย มันอาจจะเปลี่ยนในเรื่องของการเงิน มีคนรู้จักบ้าง ช่วยพ่อช่วยแม่ได้ ช่วยตัวเองได้ ส่วนใหญ่คนก็จะจำผมได้จากบทบาทที่ผมได้มาเล่นหนัง ตั้งแต่เข้ามาในวงการผมเล่นหนังมาประมาณ 10 เรื่องเห็นจะได้ คาแรคเตอร์ที่ผ่านมามันจะคล้ายกันหมด ด้วยตัวเรื่องผมว่ามันก็แตกต่าง

แต่มุมมองของคน จะมองว่าผมเล่นเหมือนเดิม ผมก็พยายามทำให้มันดีขึ้น เคยคิดว่าวันนึงมันอาจจะมีตันบ้าง ถ้าคนยังเห็นว่าผมยังไม่ฉีกไปจากคาแรคเตอร์เดิมๆ อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คงต้องให้คนดูเป็นคนตัดสินใจ ผมเองไม่รู้ว่าจะพูดยังไง บางเรื่องที่ผมเล่น ผมก็มองว่ามันเป็นบทที่ดีและฉีกไปจากสิ่งที่เป็นผมนะ แต่หนังเรื่องดีๆ บางทีก็ไม่มีคนดูครับ ส่วนตัวผมไม่เคยคิดว่า ผมอยากจะเล่นบทแบบไหน”

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต กับวินาทีที่ได้รู้ว่ากำลังจะเป็นพ่อคน วินาทีแรกที่รู้ตัวว่าผมกำลังจะเป็นพ่อคน ยอมรับเลยตอนแรกขาอ่อนจะเป็นลม ตกใจ แล้วก็ดีใจด้วยในเวลาเดียวกัน คือที่จะเป็นลม ตกใจ มันแน่นอนอยู่แล้วในความรู้สึกที่ว่า มันกะทันหันเกินไปหรือเปล่า เดินอยู่ดีๆ มีคนบอกว่าท้องมีลูก มันก็ตกใจอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดาครับ วินาทีนั้นคิดอะไรไม่ออกเลย ผมไม่มีแพลนใดๆ เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาก่อน มันก็ไม่มีอะไรทั้งนั้นหรอกครับ จะบอกก็บอก จะไม่บอกก็ไม่บอก เพราะอย่าลืมว่ามันไม่ได้เป็นการตัดสินใจของผมคนเดียว มันก็ต้องขึ้นอยู่กับพี่หลิวเขาด้ว

“ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นหน้าลูก คือในวันแรกที่คลอดออกมา ผมก็ไปยืนดูแล้วก็ไปขอเขาอุ้ม ตอนที่เห็นครั้งแรกน้ำตาไหลนิดหน่อย แล้วก็คิดอยู่แล้วว่า ตัวเราก็ไม่ได้มั่งมี ต้องเทคแคร์สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูก มันต้องคิดอยู่แล้วว่าจะทำยังไงต่อ แต่ก็ดีขึ้นครับ ผมเคยบอกลูกว่า ถ้าหนูจะมาก็เอางานมาให้ด้วยนะ ก็มีงานเข้ามา แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรขนาดนั้น หลังจากนั้นพอเขา (หลิว) มาดูแลตัวเองที่บ้าน ผมก็ไปช่วยเขาเลี้ยงนะ ถามว่าผมช่วยไม่ได้ 24 ชั่วโมงไหมนั่นคือประเด็น แต่ผมจะพยายามไปหาลูกให้ได้มากที่สุด อาทิตย์หนึ่งผมพยายามไปหาเขาสัก 3 วัน แต่ไม่เคยถึง 4 ได้แค่ 3 ผมเลือกเวลาวันที่ผมว่างไม่มีงานเลย เพราะผมสามารถอยู่กับเขาได้ตั้งแต่เช้าแล้วก็อยู่ทั้งวัน ก็ไปช่วยเปลี่ยนนั่นนี่ อาบน้ำ ทำทุกอย่างครับ”

“แน่นอนว่าการที่ผมมีลูกแล้ว การใช้ชีวิตของผมมันก็ต้องเปลี่ยนไป แต่คนเราไม่เหมือนกัน บางคนเขามี 10 มี 100 ผมมีแค่ 5 6 8 ผมก็ทำเรื่อยๆ ให้มันดีขึ้น ถ้าจะให้ประเมินตัวเองในฐานะของพ่อ ผมเองก็ไม่รู้จะประเมินตัวผมเองในหน้าที่นี้ยังไงนะ อาจจะได้แค่ 0 ด้วยมั้ง ผมคิดว่าจะดูแลเขาให้ได้จนกว่าเราจะตายไปแล้วกัน เวลาที่ไปเจอหน้าลูกกับเขา เราก็คุยกันปกติ ไม่มีปัญหาอะไร อย่างช่วงก่อนตอนที่เขาท้องก็มีข่าวมากมายเกี่ยวกับตัวผม เชื่อไหมว่าผมไม่เคยอ่านมันเลย ส่วนมากเพื่อนจะโทรมาบอก เพื่อนที่ว่านี้หมายถึงเพื่อนผู้ชายนะครับ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here