ถึงกับเสียดาย! “เคนเผย” สาวที่เคยอุ้มในอดีตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ถ้ารู้คือคนปัจจุบัน-ไม่ปล่อยผ่านขนาดนี้ (ชมภาพ)

0
315
เดือนแห่งความรักยิ่งหวานหนัก คู่รักพระเอก เคน ภูภูมิ กับ นางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ล่าสุด หนุ่มเคน โพสต์ภาพย้อนเมื่อ 5 ปี กำลังอุ้ม สาวเอสเธอร์

เคนได้ให้แคปชั่นว่า “สาวที่อุ้มอยู่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมไม่เคยสนใจเลยตอนนั้น ถ่ายแบบด้วยกันไม่เคยคุยสักคำ ถ้ารู้ว่าคือคนปัจจุบันนี้ ไม่ปล่อยให้ผ่านมาตั้ง 5 ปีหรอก ไอบ้าเอ้ย 555 @esthersupree” โดยมีคนแห่คอมเม้นต์เขินแทน พร้อมบอกว่าน่ารักมากๆ คู่นี้ งานนี้บรรดาแฟนคลับเเละคอบันเทิงพากันเข้าไปเม้นเเสดงความอิจฉาเเบบขำๆ กันถ้วนหน้า

ความรักหวานได้อีก สำหรับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ พงศ์ภานุ กับสาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่ว่าจะมีงานเยอะแค่ไหน ทั้งคู่จะต้องเจอกันแทบทุกวัน งานนี้เมื่อได้เจอหนุ่มเคนที่มาร่วมงานแถลงข่าวมหกรรมคอนเสิร์ตการกุศล 47 ปี ช่อง 3 ที่สยามพารากอน ก็ไม่พลาดที่จะอัพเดตสอบถามเรื่องเป็นคู่รักตัวติดกัน ซึ่งหนุ่มเคนเผยว่า ช่วงนี้มีอีเวนต์เยอะ? “อาจเพราะว่าละครเพิ่งจบไป

- Advertisement -

หรืออาจจะเป็นว่าช่วงนี้อีเวนต์ก็เยอะนะ เพื่อนเขาพูดๆ กัน ก็ถือว่าแบ่งๆ กันไป” แต่งานเยอะก็ยังมีเวลาว่างให้เอสเธอร์? “ก็นัดเจอกัน ไม่ได้เป็นช่วงโปรโมชั่นก็เป็นอย่างนี้ตลอด ก็เป็นแบบนี้มาจะปีแล้ว ถึงงานจะเยอะแค่ไหน ด้วยเวลามันแบ่งกันได้ อยู่วงการเดียวกันเข้าใจกัน เพราะเราก็จะรู้ว่าเขาทำงานแบบไหน เวลามันสามารถแบ่งสรรได้” ความรักครั้งนี้ทำให้เคนเปลี่ยนไปไหม? “ก็ดีนะ ก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น (หัวเราะ) อาจจะทำให้เราโตขึ้นมากกว่า

ทั้งความคิด การดำเนินชีวิต เมื่อก่อนเราอาจจะไม่คิดเผื่อใคร เป็นตัวเอง เป็นผู้ชายลุยๆ แต่ตอนนี้ความคิดอาจจะโตขึ้น” อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป? “ก็อะไรหลายๆ อย่าง บอกไม่ถูกเหมือนกัน (รวมถึงเรื่องความเจ้าชู้ของเราด้วยหรือเปล่า) อันนั้นไม่มีเลย ตอนนี้ผมคนดี เมื่อก่อนก็ดี แค่อาจจะน้อยกว่านี้หน่อยนึง การมีน้องเข้ามาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีๆ ที่ได้เปลี่ยนไปทำอะไรดีๆ เอาเป็นว่าสรุปมันดี

เตรียมตัวเป็นเสาหลักเป็นผู้นำให้เอสเธอร์? “ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเรื่อยๆ” เอสเธอร์กำราบเคนได้? “โอ๊ยอย่าพูดแบบนั้นเลย เขาแค่เป็นคนดี ถามว่าอะไรที่เปลี่ยนไปเมื่อคบกับน้องเขา ผมก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าผมจะรู้ด้วยตัวของผมเอง คือผมอยากจะทำอะไรดีๆ แล้วกัน” ตอนที่เอสเธอร์เจอข่าวฉาวเยอะๆ เขามาร้องไห้กับเคนไหม? “ไม่ได้ร้อง ก็แค่ว่ารู้สึกว่าเงียบๆ ไปหน่อย

ก็ให้กำลังใจกัน น้องเป็นคนสตรองอยู่แล้ว เป็นคนแมนๆ” มันเหมือนบททดสอบความรักของเราไหม? “จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นบททดสอบอะไร มันแค่เป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ที่ผ่านมา ผมคิดว่าถ้าเราจะอยู่ด้วยกันก็ต้องผ่านอะไรด้วยกันทุกเรื่อง” เวลามีข่าวมากๆ ผู้ใหญ่มีเตือนไหม? “จริงๆ ไม่มีเตือน เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับงานโดยตรง ด้วยการทำงานพวกเราก็เต็มที่กันอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนที่ทำงานกับผมกับน้องจะรู้ว่าเวลาที่เราทำงานก็จะมีความตั้งใจอยู่แล้ว

แต่เรื่องพวกนี้ที่เขามาก็ไม่เกี่ยวกับทางผู้ใหญ่หรือยังไง” ข่าวพวกนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นพระเอกของเคนไหม? “ก็ไม่มีนะ ผมว่าไม่เกี่ยว” แฟนคลับลดน้อยลงไหม? “ก็ไม่นะ เรื่อยๆ เหมือนเดิม” ถามว่าสถานะตอนนี้เรียกว่าอะไร? “เป็นคนพิเศษ ผมพูดเยอะมากแล้วนะเนี่ย  “เรื่องที่เค้าเคยมีข่าวกับผู้หญิงมาเยอะ จริงๆ แล้วไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารของพี่เค้ามาก่อนเลย เหมือนต่างที่ต่างทำงาน

ข่าวกับสาวประเภทสองอันนี้หนูไม่เคยได้ยินเลย ก็ไม่หวั่นนะคะ อนาคตยังอีกยาวไกลค่ะ คงไม่ถามค่ะ กลัวความเจ้าชู้ของเค้ามั้ยเหรอคะ หนูแฮปปี้ ณ จุดนี้ ที่คุยกันให้กำลังใจกัน””คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ว่าอะไรเลยนะคะ เค้าคงคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติแหละที่ลูกโตขึ้นมาก็ต้องมีความรักเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ คุณแม่ไม่ได้หวง หนูไม่เคยบอกนะว่าแม่หวง แม่ก็ปกติเลยค่ะ แม่แล้วแต่ลูก ถ้าลูกโอเค แม่ก็คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง สิ่งที่ไม่ดีแม่ก็เตือน อย่าใช้ว่าแม่ไฟเขียวเลยดีกว่า ตอนนี้ก็เรื่อยๆ ค่ะ”

“รูปที่ไปกินข้าวกันเห็นแล้วค่ะ เพิ่งไปกดไลค์มาค่ะ มีพี่บก.นิตยสารที่เราสนิทกันอยู่แล้วด้วย มีโอกาสไปกินข้าวกัน ก็ถ่ายรูปปกติค่ะ ไปกันมีคุณแม่หนูด้วยค่ะ ไปหลายคน สวีทมั้ยเหรอ ก็เป็นการกวนกันมากกว่าค่ะ ไม่ได้สวีทค่ะ””เราก็มีไปกินข้าวดูหนังปกติเลยค่ะ ส่วนมากก็จะไปกับคุณแม่ด้วย มีเพื่อนพี่เค้าด้วย ไม่ได้อยู่กันสองคน ทุกอย่างอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอดค่ะ

ต่างคนต่างลงรูปเดี่ยวในไอจี ส่วนรูปคู่ก็อย่าเพิ่งดีกว่าค่ะ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ที่ไม่ลงรูปคู่คือหนูค่อนข้างเป็นคนที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบอะไรเปิดเผยมาก แล้วแต่เราดีกว่าค่ะ เค้าก็ดูแลปกติเลยค่ะ มีความเป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ชายที่เป็นธรรมชาติ ลุยๆ ช่วงโปรโมชั่นดูแลดี อันนี้หนูไม่รู้เหมือนกัน อยู่ที่ระยะเวลาและอนาคตด้วย ยังตอบไม่ได้”

“คุยกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ไม่ถึงปีค่ะ ด้วยความที่เราเคยถ่ายงานกันมารอบนึงแล้ว แต่นานมาก 2 ปีแล้ว คุยมาเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ก็สนิทกัน เราเรียกว่าคุยกันไป ศึกษากันไป เป็นกำลังใจให้กัน พี่เคนก็เป็นหนุ่มที่สนิทที่สุดระดับนึงค่ะ เรื่องเผื่อใจมันก็ต้องมีอยู่แล้วค่ะ อนาคตจะเป็นยังไงเราไม่รู้ ก็ปล่อยเป็นเรื่องของเวลาค่ะ คำนิยามของกัน ก็เป็นคนที่คุยกัน ให้กำลังใจกันค่ะ”

“ข่าวกับพี่ฌอห์ณ ก็ไม่เคยคุยให้พี่เค้าฟังเลยค่ะ ไม่ก้าวก่ายเรื่องงานอยู่แล้ว ข่าวว่าล่าสุดไปถ่ายแบบกับพี่ฌอห์ณมันจิ้นไม่ได้แล้ว หนูว่าไม่นะ มันอยู่ที่คนมองมากกว่าค่ะ อย่างเรางานก็คืองาน ชีวิตส่วนตัวก็ชีวิตส่วนตัวค่ะ เราทำงานเต็มที่อยู่แล้ว ไม่เอามาปนกันอยู่แล้วค่ะ ในกองก็ไม่ได้ตึงๆ พี่เคนก็ไม่ได้ไปตามเฝ้าที่กองเลย วันนั้นเค้าเจอกันก็คุยกันปกติเลย กับพี่ฌอห์ณเดี๋ยวจะมีร่วมงานกันอีก ไปโปรโมทละครด้วยกันค่ะ” เอสเธอร์ กล่าว

หัวใจสีชมพู “เอสเธอร์” เจอ “เคน ภูภูมิ” เต็ม 4 ห้อง นางเอกสาวหน้าสวย “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” ตอนนี้หัวใจสีชมพูวิ้ง เพราะมีข่าวคราวว่าปลูกต้นรักกับพระเอกหนุ่ม “เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ” หลังจากคุยๆ กันมาพักใหญ่ และฝ่ายชายได้เปิดเผยสถานภาพนี้ให้แฟนๆ ได้เชียร์กัน วันนี้ in ล้วงหัวใจของเอสเธอร์ ว่า ผู้ชายแบบไหนโดนใจเธอ ผู้ชายของ ‘เอสเธอร์’ ต้องแบบนี้ “คนๆ นั้นต้องเป็นผู้ใหญ่พอสมควร ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้ และเรายอมรับที่เขาเป็นได้ คือยอมรับกันคนละครึ่งทาง เพราะไม่มีใครเพอร์เฟกต์ แต่สุดท้ายเราต้องเลือกคนที่เข้าใจเรา พร้อมที่จะซัพพอร์ตเราในเวลาที่เราลำบากค่ะ”

เป็นแฟน ‘เอส’ ต้องให้เกียรติกัน “เอสว่ามันอาศัยเวลาในการทำความรู้จัก บางคนเข้ามาดีพร้อมทุกอย่าง แต่พอนานเข้าเขาเปิดเผยนิสัยส่วนตัวออกมาแล้ว อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบของแบบนี้ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ แต่สิ่งสำคัญในความรักคือ การให้เกียรติกัน จริงๆ ไม่ใช่แค่คนรักนะคะ คนที่อยู่ร่วมกันในสังคมทุกคนถ้าเราเรียนรู้ที่จะให้เกียรติซึ่งกันและกันมันจะดีมาก มันเหมือนการเอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วจะทำให้การดำเนินชีวิตไปด้วยกันได้ง่ายขึ้นแต่ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นแบบว่าทุกอย่างต้องเป็นตัวเรา ไม่สนใจคนอื่นเลย

ซึ่งถ้าเอสเป็นคนแบบนั้นคงไม่มีใครอยากจะอยู่ใกล้เรา เช่นเดียวกัน ถ้าเขาเป็นคนแบบนั้นเราก็ไม่โอเค การให้เกียรติกันที่ว่าถ้าคบหากันมาถึงจุดหนึ่ง แล้วยอมรับกันสามารถบอกคนอื่นได้ว่าคบกัน มันเป็นส่วนหนึ่งในการให้เกียรติกัน คือไม่ใช่ว่าคบกันแล้วไม่บอกว่าคบกัน แล้วไปมีคนอื่น มันไม่โอเค สำหรับเอสถ้าวันหนึ่งมีแฟนยินดีที่จะบอกค่ะ คือถ้าอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเราไปด้วยกันได้ดีก็โอเคไม่ได้ปิดบัง” ความสำคัญของความรัก “มันสำคัญนะคะ คนเราอยู่ได้ด้วยความรัก ถ้าเราไม่มีความรักเราก็ไม่มีความสุข ความรักเป็นกำลังใจให้เรามีแรงต่อไป คือถ้าไม่มีแฟนเรายังมีความรักจากคุณพ่อคุณแม่ ถ้ามีแฟนก็ดีเป็นแรงผลักดันสนับสนุนให้มีแรงลุกขึ้นสู้ต่อ”

สำหรับเอสเธอร์ นักแสดงไทย เคยอยู่สังกัด สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ปัจจุบันเป็นนักแสดงอิสระ ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นนักแสดงหญิงลูกครึ่งไทย-มาเลเซียนับถือศาสนาคริสต์โดยคุณพ่อเป็นคนไทย คุณแม่เป็นคนมาเลเซีย เอสเธอร์มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยเอสเธอร์เป็นบุตรสาวคนโต คนกลางผู้ชายชื่อ ทิมมี่ คนเล็กผู้หญิงชื่อ เอบิเกล

ชื่อจริงของเอสเธอร์นั้น แปลว่า ดาว ในภาษาฮิบรูจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนนานาชาติฮีทฟิลด์ ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ด้านงานในวงการบันเทิง เอสเธอร์เริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุ 12 ปี ส่วนมากถ่ายแบบให้กับนิตยสารวัยรุ่น และโฆษณาต่าง ๆ และอายุ 15 ก็ได้เข้าประกวด MISS CAWAII 2009 หมายเลข 39 จนอายุ 17 ปี

ได้มารับบท ผู้ใหญ่ทับทิม ในละครซิทคอมเรื่อง หลวงตามหาชน และเป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะนักแสดงหญิงหน้าใหม่ จากผลงานละครเรื่อง บ่วง (คู่กับ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เอสเธอร์มีผลงานละครอย่างต่อเนื่องจนละครเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเธอคือ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์ เธอรับบทร้ายครั้งแรกกับตัวละครที่มีชื่อว่า ม.ล. วิไลรัมภา เทวพรหม คู่หมายของ ม.ร.ว. รณพีร์ จุฑาเทพ (รับบทโดย เจมส์ มาร์) ทำให้ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ได้เป็นผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระและมีผลงานเรื่องเล่ห์รตี คู่กับ ฌอห์ณ จินดาโชติ และได้ผลตอบรับกระแสคู่จิ้นเป็นอย่างดี ปัจจุบัน ‘เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา’ ได้มีผลงานละครเรื่อง กรุงเทพ..มหานครซ้อนรัก รับบทเป็น “ซัมเมอร์” ปัจจุบันมีผลงานซิทคอมเรื่อง คดีร้อนคดีรัก รับบทเป็น หมวดเดียร์ ออกอากาศทางช่องวัน 31 คู่กับ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์

ส่วนพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ เป็นนักแสดงและนายแบบชาวไทย มีชื่อเสียงจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง 30 กำลังแจ๋ว แสดงคู่กับพัชราภา ไชยเชื้อ และได้รับรางวัลนักแสดงดาวรุ่งชายจากภาพยนตร์ดังกล่าว จากงานสยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2012 และได้ขึ้นเป็นพระเอกละครเต็มตัวครั้งแรกในละครเรื่อง แรงเงา ภูภูมิ พงศ์ภาณุ เป็นชาวอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรีโดยกำเนิดเป็นบุตรคนเดียวของครอบครัว มารดาชื่อวารี อยู่นาน กับบิดาชื่อวัยพจน์ พันละแหงมารดาเป็นชาวสิงห์บุรี

ส่วนบิดาเป็นชาวสระบุรีเริ่มเข้ารับการศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษาที่โรงเรียนอินทโมลีประทาน จังหวัดสิงห์บุรี ก่อนย้ายเข้ามากรุงเทพมหานครและเริ่มเข้าศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคมในแผนการเรียนศิลป์คำนวณ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเขามีชื่อจริงแต่แรกเกิดว่า อดิพงษ์ พันละแหง และชื่อเล่นเดิมที่มารดาตั้งให้คือ “เบลล์”หรือ “เบลเบล”แต่เมื่อเขาเข้าร่วมในสังกัดของศุภชัย ศรีวิจิตร

เขาก็ได้รับการแนะนำจากศุภชัยให้เปลี่ยนชื่อเป็น อดิพงศ์ พงศ์ภาณุ, ธนะภูมิ พงศ์ภาณุ และภูภูมิ พงศ์ภาณุ ตามลำดับโดยการเปลี่ยนชื่อครั้งหลังเขาได้เปลี่ยนชื่อเล่นเป็น “เคน”ส่วนชื่อจริงในบัตรประชาชนใช้ชื่อว่า “ภูภูมิ พันละแหง” ด้วยยังคงใช้สกุลเดิม ภูภูมิเข้าวงการมาจากการถ่ายแบบและแสดงภาพยนตร์เรื่อง หอแต๋วแตก แหกกระเจิง ในปี พ.ศ. 2552 ตามด้วยเรื่อง เขี้ยวอาฆาต ผลงานของ พจน์ อานนท์ ต่อมาได้เข้าเป็นนักแสดงในสังกัดของศุภชัย ศรีวิจิตรและได้เป็นพระเอกสังกัดช่อง 3 ในโครงการ 4+1 แชนแนลทรี ซูเปอร์สตาร์ โดยมีผลงานละครเรื่องแรกคือ สามหนุ่มเนื้อทอง

เคนได้รับรางวัลมากมาย  อาทิเช่น 2554 บันเทิง 5 หน้า 1 อวอร์ดส นักแสดงดาวรุ่งชาย 30 กำลังแจ๋ว ได้รับรางวัล
2555 สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2012 นักแสดงดาวรุ่งชาย แรงเงา ได้รับรางวัล สีสันบันเทิงอวอร์ด 2012 ดาวรุ่งชายแห่งปี ได้รับรางวัล รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 4 ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ได้รับรางวัล 2556 รางวัลพิฆเนศวร ครั้งที่ 2 นักแสดงนำชายดีเด่น ได้รับรางวัล2558 รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 29 ดารานำชายดีเด่น ลูกทาส เสนอชื่อเข้าชิง2560 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม นาคี ได้รับรางวัล

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here