ส่องสาวฝาแฝด “บุ๊ค – เบสท์” วงโอลีฟ ที่ตอนนี้บอกเลย สวยแซ่บ หุ่นเป๊ะเว่อร์! (ชมภาพ)

0
966

ต้องยอมให้เลยกับความหุ่นแซบเวอร์!! เป๊ะปังสุดๆ สำหรับคู่แฝดสุดน่ารัก “บุ๊ค ณัชชารีย์” กับ “เบสท์ ณิชชารีย์” 2 สาววงโอลีฟ ที่ตอนนี้บอกเลยว่าทั้งสวยแถมหุ่นเป๊ะเวอร์!เรียกได้ว่าไปเที่ยวทริปทะเลทีไร ก็จะได้เห็นความเป๊ะปังและแซบเวอร์ของทั้งคู่ในชุดว่ายน้ำที่แอบเซ็กซี่

ซึ่งสาว “เบสท์” เผยหลังคนจับตามองว่าไปเที่ยวทะเลแล้วดูเซ็กซี่เวอร์!? ส่วนตัวคิดว่าไปเที่ยวทะเลแล้วต้องใส่ชุดว่ายน้ำ ไม่ได้คิดอะไร รับมีเพื่อนมาแซวบ้าง แฟนคลับก็เข้ามาบอกว่าช่วงนี้ลงรูปเซ็กซี่จังเลย ก็เราอายุแค่นี้เรายังโชว์ได้ แต่ถ้าสมมุติว่าเราแก่แล้วเราจะรู้สึกว่า คงไม่ใช่เวลาที่จะมาโชว์แล้ว” ส่วนสาว “บุ๊ค” เผยว่า “ส่วนตัวชอบไปเที่ยวทะเลมาก กับทริปทะเลก็จะมีคนจับตาเรื่องของการใส่ชุดบิกินี่

บอกเราอาจจะไม่ใช่สายเซ็กซี่ อาจจะไม่มีอะไรเยอะ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าต้องใส่เเล้วให้ทุกคนรู้สึกว่าดูเซ็กซี่ แต่เราคิดว่าเราไปเที่ยวทะเล เราก็ต้องใส่ เหมือนเราเที่ยวของเราไม่ได้คิดอะไร รับมีเพื่อนแซวตลอด ชอบใส่ชุดว่ายน้ำถ่ายรูป แต่เพื่อนก็เหมือนแซวจนชินแล้ว!” ส่วนคนมองคนมองว่าเซ็กซี่?! “ส่วนตัวไม่ใช่คนเซ็กซี่เลย แจงหุ่นดูแซบเพราะว่าออกกำลังกายตลอด

- Advertisement -

อยากกินอะไรก็กิน แต่ว่าเหมือนเราควบคุมด้วยการออกกำลังกายมากกว่า ไปต่อยมวย ปั่นจักรยานหรือว่าแบบเล่นคาดิโอ เล่นโยคะ ตอนนี้ก็ดูแลหุ่นไปเรื่อยๆ เพราะอายุมากขึ้น เราก็กินอะไรได้น้อยลง แล้วพอเราไม่กินแล้วไม่เอาออกอย่างนี้ มันก็จะอ้วน เราก็คุมเรื่องกินไม่ได้ เราก็ออกกำลังกายแล้วกัน” สองสาวจากวง โอลีฟส์ กลุ่มศิลปินหญิงจากสังกัด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งมีผลงานแรกก่อนจะเป็นวงก็คือ ร่วมร้องเพลง ‘หอม’ ของ ไอซ์ ศรัณยู ก่อนที่จะมีเพลงสร้างชื่ออย่าง ‘ยังโสด’

“บุ๊ค-เบสท์” เกิดเป็นแฝด ต้องแสบกำลังสอง “แฝด” ณ ที่นี้ไม่ใช่หนังสยองขวัญสุดสยอง แต่เป็นคู่แฝดสาวซ่าแอบหวานจากรั้วเตรียมอุดมที่ฮอตถึงขั้นมีแก๊งแฟนคลับประจำตัวทั้งชาย-หญิงอยู่ไม่น้อย อย่าง บุ๊ค-ณัชชารีย์ และ เบสท์-ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ ขอเมาท์วีรกรรมสุดแสบ ประสบการณ์สุดซึ้ง ที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึง หากคุณไม่มีใครเกิดมาเคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของชีวิตอย่างพวกเธอ…

วีเจปากไวไฮสปีด หลายคนอาจคุ้นหน้าบ้างกับสองวีเจแฝดสาวจากรายการแบงรูม บูมแรง ทางแบงก์แชนเนล (Bang Channel) หากลองดูใกล้ๆ จะรู้ว่าทั้งสองสาวหน้าตาไม่เหมือนกันมากนัก เนื่องจากเกิดจากไข่คนละใบและเกิดห่างกันเพียง 1 นาทีเท่านั้น สาวแฝดเดินเข้ามาพร้อมคุณแม่นักธุรกิจ ซึ่งระหว่างพูดคุยกันจะได้ยินเสียงคุณแม่คอยเบรกการพูดแบบไฮสปีดเป็นระยะๆ

“ตอนเป็นพิธีกรรายการคือนอกจากไม่เคยทำมาก่อนแล้ว ยังติดที่ว่าเราเป็นคนที่พูดเร็วมาก พูดไม่ชัด บางครั้งพูดวนไปวนมา หรือบางทีพูดไม่รู้เรื่อง(หัวเราะ) การมาทำรายการนี้ก็ได้ประสบการณ์การเป็นพิธีกรแล้วช่วยให้เราพูดถูกต้องมากขึ้น เหมือนได้ฝึกพูดไปด้วยเวลาทำงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นคนพูดเร็วเหมือนเดิม”แม้จะเป็นแฝดกัน สองสาวก็ยอมรับว่าไม่ได้รู้ใจกันทุกเรื่องเสมอไป

การฝึกซ้อมและเตรียมคิวยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอีกฝ่ายไม่มีทางรู้ว่าอีกคนจะพูดอะไรขึ้นมาตอนไหน ถ้าคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาอีกคนก็ต้องหยุดไป คู่แฝดคนละฟองเล่าว่า การทำงานที่ตื่นเต้นสุดๆ คือการทำรายการสด ซึ่งไม่มีการสั่งคัตตัดต่อแก้ใหม่ หากเกิดข้อผิดพลาดจะต้องใช้ไหวพริบแก้ไขโดยด่วน “ตอนนั้นรายการสดเคยพูดชื่อสปอนเซอร์ผิดช่วง พูดชื่อสปอนเซอร์ของช่วงต่อไปขึ้นมาแทน เพื่อนๆ ที่เป็นพิธีกรร่วมกันเขาก็ เฮ้ย…ไม่ใช่ แก้ต่างกันไปว่าอันนั้นเป็นของช่วงถัดไปนะคะ ช่วยกันถูๆ ไถๆ ไปก่อนค่ะ”

เพราะเรานั้นคู่กัน แน่นอนว่าเรื่องแฟชั่นและเรื่องสวยๆ งามๆ ย่อมอยู่ในตัวผู้หญิงทุกคน จึงเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นพี่น้องฝาแฝด นั่นคือการซื้อเสื้อผ้า หากคนทั่วไปซื้อเสื้อผ้าครั้งละ 3 ตัว สองสาวก็จะซื้อคนละ 3 ตัว แต่เหมือนได้มาคนละ 6 ตัว เพราะสามารถแชร์กันใส่ได้สบายๆ นอกจากจะไซส์เดียวกันแล้ว ความชอบสไตล์การแต่งตัวก็ยังเป็นแนวเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย

รวมไปถึงกระเป๋าและเครื่องใช้อื่นๆ ที่ต้องมีส่วนคล้ายกันอยู่บ้าง หรือเหมือนกันแต่ต่างสีต่างลาย ทั้งกระเป๋าถือ เครื่องสำอาง รวมทั้งมือถือที่ใช้บีบีเหมือนกันแต่แต่งกันคนละแนว ซึ่งหลายครั้งตอนเด็กๆ ที่คุณแม่มักซื้อของที่เหมือนกันมาให้แต่คนละสี ซึ่งมักจะปิ๊งสีเดียวกัน ทะเลาะแย่งกันอยู่บ่อยๆ ทำให้อีกอันถูกทอดทิ้งไปโดยปริยาย ซึ่งโทนสีที่ชอบคือโทนหวานๆ อย่างชมพู ส้ม เหลือง นั่นเอง

“เวลาเข้าร้านเสื้อเขาก็จะแขวนเสื้อไว้ 2 ฝั่ง เราก็แยกกันไปเดินแต่ก็เลือกเอาเสื้อตัวเดียวกันหรือแนวเดียวกันขึ้นมา มันจะปิ๊งเหมือนกันทุกทีค่ะ ข้อดีอีกอย่างของการเป็นแฝดคือ ครั้งหนึ่งที่เบสท์ไปทำงานแล้วลืมนำรูปถ่ายติดบัตรไปด้วย จึงขอรูปบุ๊คมาใช้แทนกันไปก่อน แต่ถ้าแบบว่าวันนี้ไม่อยากไป ให้อีกคนไปแทน ก็เคยคิดอยู่เหมือนกันแต่ยังไม่เคยทำค่ะ แต่อาจจะได้ทำเร็วๆ นี้แหละมั้ง (หัวเราะ)”

ความอบอุ่นคือสิ่งหนึ่งที่ทั้งสองสามารถแบ่งปันถึงกันได้เสมอ เวลามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ บางครั้งเพื่อนอาจไม่ว่างหรือไม่เหมาะที่จะคุยกับเพื่อนบางคน แต่ระหว่างคู่แฝดแล้ว ทุกเรื่องสามารถแชร์กันได้ทุกเมื่อเพราะอยู่บ้านเดียวกันและมักอยู่ด้วยกัน เหมือนมีทั้งพี่น้องและมีทั้งเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอมา พร้อมกับบอกว่าบางครั้ง ในบางสถานการณ์ที่อยู่ด้วยกัน การมองตากันยังสามารถสื่อถึงกันได้ว่า “รู้นะ คิดอะไรอยู่” แบบแม่นยำจนสาวๆ เองยังต้องแปลกใจ

“รู้สึกดีเสมอที่มีแฝดอีกคนอยู่ด้วยเสมอค่ะ อย่างครั้งที่เบสท์ไปเข้าค่ายแล้วไปเจอคนที่เขาทำไม่ดีกับเรา รู้สึกไม่สบายใจก็โทร.ตามบุ๊คให้มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย คือสบายใจ ทำให้รู้ว่าเราก็ยังมีเพื่อน ไม่ได้โดนทิ้งให้อยู่คนเดียว พอไปเจอผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นบุ๊คก็ไปเล่าให้เขาฟัง บุ๊คเล่าไปก็ร้องไห้ทั้งๆ ที่ไม่ได้โดนเรื่องแย่ๆ เองด้วยซ้ำ ปกติอาจดูเหมือนไม่ค่อยรักกัน แต่เวลาอีกคนเครียดอย่างบุ๊คเครียดเรื่องเรียนแล้วร้องไห้เราก็จะเดินเข้าไปแล้วร้องไห้ด้วยกันทุกที”

เห็นว่าใจตรงกันบ่อยๆ แบบนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยทะเลาะกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไร้สาระชนิดโกรธกัน 1 นาทีหาย อย่างกรณีปิดไฟจะเถียงกันแบบขำๆ ทำนองว่า “ทำไมเธอไม่ปิดไฟ…แล้วทำไมเธอไม่ปิดไฟล่ะ” กับอีกเรื่องแปลกๆ ของสาววัยรุ่นอย่างเรื่องสิวๆ ที่เธอเล่าว่า เวลาคนหนึ่งเป็นสิวแล้วหาย อีกคนจะมีสิวขึ้นตรงตำแหน่งเดียวกันต่อบ่อยๆ ด้วย แปลกแต่จริง แฝดพี่น้องมองต่างมุม

สำหรับมุมมองด้านความรักหรือหนุ่มในฝันแล้ว สาวๆ ยอมรับแบบเขินๆ ว่าสเปกหนุ่มคล้ายกันอยู่ไม่น้อย โดยที่เบสท์ขอเปิดโรงว่าชอบผู้ชายที่เทกแคร์ดี “คือจะต้องเอาใจใส่สนใจเรา ให้ความสำคัญเรานะ จะมาทิ้งขว้างไม่ได้เด็ดขาด แล้วก็ชอบผู้ชายหน้าหวาน ผู้ชายอบอุ่น โรแมนติกสักนิดก็ได้แต่ไม่ต้องหวานจ๋า ส่วนบุ๊คคือถ้าเป็นดารานักร้องเวลามองแล้วจะชอบคนหน้าหวานเหมือนกัน

แต่ขอบอกเลยว่าหน้าตาไม่ใช่ประเด็นค่ะ ขอแค่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขก็พอ” นอกจากสิ่งที่เหมือนๆ กันตามประสาแฝดแล้วยังมีสิ่งที่ต่างกันด้วยนั่นคือความใฝ่ฝันนั่นเอง แม้ทั้งสองจะเรียนสายวิทย์มาด้วยกัน แต่กลับมีเป้าหมายที่แตกต่างกันมาก เริ่มจากสาวบุ๊คที่อยากเรียนต่อด้านวิศวะนาโนเทคโนโลยี ซึ่งเธอมองว่าสมัยนี้อะไรๆ ก็ใช้เทคโนโลยีตัวนี้มากขึ้น จึงอยากศึกษาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาด้านนี้ต่อไป

จากพื้นฐานที่มีวิชาเคมีเป็นตัวโปรดอยู่แล้ว แม้จะเป็นวิชาที่ยาก เธอก็มองว่ายากแค่ไหนถ้าเข้าใจก็ทำได้ ส่วนเบสท์กลับอยากเรียนด้านบัญชีมากกว่า ด้วยความฝันที่อยากเปิดร้านอาหารหรือร้านเบเกอรีเล็กๆ น่ารัก ตกแต่งและบริหารตามสไตล์ของเธอเองทั้งหมด ซึ่งตั้งใจจะเรียนด้านบริหารในระดับปริญญาโทต่อไปด้วย ตอนนี้ทั้งสองสาวกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันอย่างหนัก

หากใครเป็นแฟนคลับก็อย่าลืมให้กำลังใจและติดตามผลงานของพวกเธอต่อไป คุณแม่เมาท์คุณลูก ลองมาฟังความเห็นฝ่ายคุณแม่ วณาทิพย์ กิจวิริยะธนโชติ หนึ่งในผู้บริหารของ Plus Property ว่ามองอนาคตของลูกสาวคู่แฝดไว้อย่างไรบ้าง “เป็นเด็กดีไม่ดื้อ รู้หน้าที่ว่าต้องทำงานเวลาไหน ซึ่งในวัยนี้ต้องเรียนพิเศษเยอะ มีเรียนทุกวัน เกรดอยู่ประมาณ 3.4-3.5 ตกจากเดิมนิดหน่อย เขาก็ให้เหตุผลว่ามันยากขึ้น

อยู่บ้านนอกจากอ่านหนังสือก็จะฟังเพลง เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นกับหมาที่เลี้ยงไว้ 2 ตัว ซึ่งแม่ก็ไม่ได้เน้นว่าจะให้เขาทำงานอะไร แต่ก็พยายามบอกลูกว่าการเป็นศิลปินมันคงไม่ยืนยาว คลื่นลูกใหม่ก็เกิดขึ้นมาทุกวัน แต่ก็ยังมีความสนใจและทุ่มเทให้พอสมควร จะยังเน้นให้เขาโฟกัสเรื่องเรียนและอาชีพหลักมากกว่า นั่นหมายความว่าเขาจะต้องมีความรับผิดชอบที่ทั้งเรียน ทำงาน เป็นศิลปินฝึกหัด ต้องบริหารเวลาเป็นและขยันมากกว่าคนอื่นด้วย”

เวลาผ่านไปสมาชิกในวงก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง สำหรับสาว “บุ๊ค-ณัชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ” เองก็หันมามุ่งธุรกิจร้านเสื้อผ้าอย่างเต็มตัว แถมความรักก็ดูจะแฮปปี้มากด้วย “เมื่อต้นปีมีไปฟีเจอร์ริ่งกับวงลิปตา แต่สำหรับวงโอลีฟส์ ตอนนี้ก็ยังไม่มีแพลนจะทำเพลง แต่เรากับเพื่อนๆก็ยังเจอกันเรื่อยๆ เพียงแค่ผลงานเพลงยังไม่มีทำด้วยกัน คิดถึงการร้องเพลงด้วยกันนะ

ถ้ามีคอนเสิร์ตหรือใครจ้างให้ไปร้องเพลง เราก็ไปนะ เหมือนต่างคนต่างทำงานของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกัน ก็เลยไม่ได้มีงานหรือออกเพลงด้วยกัน” ถามว่างานในวงการของบุ๊คมีอะไรอัพเดตมั้ย เจ้าตัวก็เปิดใจว่า “คือไม่ได้มีเป็นภาพยนตร์หรือละคร แต่ก็มีออกงานอีเว้นท์เรื่อยๆ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยมีเวลาไปแสดงละคร ตอนนี้ก็มุ่งไปที่ธุรกิจอย่างเต็มตัว เป็นธุรกิจร้านเสื้อผ้า ซึ่งก็มีแพลนขยายสาขาไปอีก

จึงไม่มีเวลาไปทำงานบันเทิงเต็มตัวขนาดนั้น”ถามถึงเรื่องหัวใจ เจ้าตัวก็เผยว่า “ความรักตอนนี้ก็ดีค่ะ คบกันมาประมาณปีครึ่งเกือบสองปีแล้ว แฮปปี้ดีค่ะ ซึ่งช่วงแรกๆอาจจะไม่ได้ดีมาก มีทะเลาะกันบ่อย แต่หลังๆต่างคนต่างปรับ เลยเข้าใจกันมากขึ้น ความรักก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คนนี้เขาเป็นรุ่นพี่ของเพื่อน ก็มีเพื่อนแนะนำให้รู้จัก อายุห่างกัน 9 ปี ก็ต้องปรับจูนกันเยอะ เพราะต่างคนต่างใจร้อน แรกๆทะเลาะกันหนักมาก แต่หลังๆเขาก็ค่อยเย็นลงให้เรา

ก็ปรับกันทั้งสองฝ่าย เพราะเรื่องความรักถ้าปรับอยู่คนเดียวก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้ ต่างคนต่างลดความเป็นตัวเองลงมา” สุดท้ายผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วมุมหวานๆมีมั้ย อายุห่างกันถึง9ปี สาวบุ๊คก็เปิดใจว่า “ก็มีเรื่อยๆนะ เพราะเราก็เจอกันทุกวัน ยิ่งผูกพันมากขึ้น ด้วยความที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะ พอเลิกงานก็นัดเจอ กินข้าวกัน ไปทำกิจกรรม ออกกำลังกายด้วยกัน ส่วนตัวบุ๊คเป็นคนขี้อ้อน แต่ไม่ได้โรแมนติกนะ เพราะเซอร์ไพรส์คนอื่นไม่เป็นถามว่าคนนี้มั่นใจมั้ย

คิดว่าไม่ได้มั่นใจ100%เลย แต่ก็โอเคนะ ตอนนี้ถือว่าความรักก็ดี การงานก็ดี คิดว่าเขาก็เป็นตัวอย่างให้บุ๊คเหมือนกัน เพราะเขาก็ทำธุรกิจ ประสบความสำเร็จแล้ว  ทำอะไรหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน เวลามีปัญหาก็สามารถปรึกษาเขาได้” สาวบุ๊คเสริมต่อว่า ความรักมันต้องขึ้นอยู่กับอะไรหลายอย่าง ต้องมีทั้งความรักและความเข้าใจ ส่วนตัวชอบผู้ชายที่เก่งกว่า และดูเป็นผู้นำ ซึ่งกับคนนี้สาวบุ๊คบอกว่าผ่านเลยจ้า และประทับใจที่เขายอมปรับเพื่อตนเองมากขนาดนี้

สหรับผลงานวงโอลีฟที่ผ่านมา อาทิเช่น ซิงเกิล 2554 ยังโสด Olivesไม่ได้ยิน 2555 แฟนน่ารัก แพ้คนขี้เหงา (Feat. ตูมตาม ยุทธนา) Lonely 2556 สวย สวย – 2558 คืนเดียวกัน –ซิงเกิลร่วมกับศิลปินอื่น 2553 หอม (ไอซ์ ศรัณยู Feat. โอลีฟส์) Festa 2559 อาย love you (ลิปตา Feat. โอลีฟส์) – เพลงประกอบละคร
2555 WOW WOW WOW ปัญญาชนก้นครัว Olives 2556 ยังโสด” ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ เป็นต้น

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here